แอนดรูว์ คลาร์ก
เซอร์แอนดรูว์ คลาร์ก | |
|---|---|
พลโทเซอร์แอนดรูว์ คลาร์ก, ปี ค.ศ. 1873 | |
| เกิด | 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1824 เซาท์ซี, แฮมป์เชอร์, อังกฤษ |
| เสียชีวิต | 29 มีนาคม ค.ศ. 1902 (77 ปี)[1] พอร์ตแลนด์เพลส, ลอนดอน |
| สุสาน | |
| รับใช้ | |
| Branch | Board of Ordnance กองทัพบกสหราชอาณาจักร[2] |
| ประจำการ | 1844–1886[2] |
| ชั้นยศ | พันโท |
| เลขประจำตัว | 745[2] |
| หน่วย | Corps of Royal Engineers |
| Campaigns | |
| บำเหน็จ | New Zealand War Medal[1] India General Service Medal, Perak clasp[1] เครื่องราชอิสริยาภรณ์บาธ, 1869[1][4] เครื่องราชอิสริยาภรณ์นักบุญไมเคิลและจอร์จ, 1873[1][5] Companion of the Order of the Indian Empire, 1878[1][3]: 202 Commissioner, Colonial and Indian Exhibition, 1886[6] Knight Grand Cross of the Most Distinguished Order of Saint Michael and Saint George, 1885[1][7] |
| คู่สมรส | แมรี มาร์กาเร็ต แมคคิลลอป (สมรส 1867)[1] |
พันโท เซอร์แอนดรูว์ คลาร์ก จีซีเอ็มจี CB CIE (27 กรกฎาคม ค.ศ. 1824 – 29 มีนาคม ค.ศ. 1902) เป็นทหารและผู้สำเร็จราชการชาวอังกฤษ รวมถึงเป็นพนักงานสำรวจและนักการเมืองในออสเตรเลีย[8]
ปูมหลังและการศึกษา
[แก้]คลาร์กเกิดที่เซาท์ซี เทศมณฑลแฮมป์เชอร์ เขาเป็นบุตรชายคนโตในบรรดาบุตรชายทั้ง 4 คนของพันโทแอนดรูว์ คลาร์ก ผู้ว่าการรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย[9] (1793–1847) คลาร์กใช้ชีวิตในช่วงปฐมวัยที่ประเทศอินเดียร่วมกับบิดามารดา ในเวลาต่อมา เขาได้รับการเลี้ยงดูโดยปู่และอาอีกสองคน ณ บ้านของตระกูลที่เบลมอนต์ ใกล้กับเมืองลิฟฟอร์ด ประเทศไอร์แลนด์ โดยหนึ่งในอาของเขาคือบิดาของมาร์คัส คลาร์ก เขาได้รับการศึกษาที่โรงเรียนเดอะคิงส์สกูล แคนเทอร์เบอรี และโรงเรียนพอร์โตรา รอยัล ที่เมืองเอนนิสคิลเลน ประเทศไอร์แลนด์ เมื่ออายุได้ 16 ปี เขาได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกวูลิช โดยมีไมเคิล ฟาราเดย์ เป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้สอน[8]
รับราชการ
[แก้]หลังจากสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1844 คลาร์กได้รับแต่งตั้งเป็นร้อยตรีในเหล่าทหารช่างอังกฤษ (Royal Engineers) และหลังจากศึกษาเพิ่มเติมที่ย่านแชทัมเป็นเวลาหนึ่งปี เขาได้ถูกส่งตัวไปประจำการที่เมืองเฟอร์มอยในไอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1846 เขาได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมคณะกรรมาธิการกำหนดเขตแดนออริกอน (Oregon Boundary Commission) อย่างไรก็ตาม บิดาของเขาซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ได้คะยั้นคะยอให้เขาเดินทางมายังออสเตรเลีย ด้วยความหวังที่จะให้เขาได้รับตำแหน่งหน้าที่การงานที่มั่นคงร่วมกับตนในภายหลัง ในฐานะร้อยตรีผู้บังคับหมวดทหารช่างอังกฤษ คลาร์กได้ออกเดินทางร่วมกับเซอร์วิลเลียม เดนิสัน รองผู้ว่าการคนใหม่ ด้วยเรือวินเดอร์เมียร์ (Windermere) และเดินทางถึงเมืองโฮบาร์ตเมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1847 การถึงแก่อนิจกรรมของบิดาในเดือนถัดมา ส่งผลให้คลาร์กแทบไม่มีเหตุผลที่จะพำนักอยู่ในออสเตรเลียต่อไป อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลแรงงานนักโทษต่อไป พร้อมทั้งดำเนินการสำรวจพื้นที่โดยรอบเมืองโฮบาร์ตและออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณท่าเทียบเรือ นอกจากนี้ เขายังได้กลายเป็นสหายสนิทกับเซอร์วิลเลียม เดนิสันอีกด้วย[8]
ภารกิจในลำดับถัดมาของคลาร์กคือการปฏิบัติหน้าที่ในนิวซีแลนด์ร่วมกับเซอร์จอร์จ เกรย์ ผู้สำเร็จราชการนิวซีแลนด์ โดยเขาเดินทางถึงเมืองออกแลนด์ด้วยเรือบาร์กชื่อ แฟนนี ฟิชเชอร์ (Fanny Fisher) เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1848[10]
เกียรติยศ
[แก้]- New Zealand War Medal[1]
- India General Service Medal, Perak clasp[1]
- Companion of the Most Honourable Order of the Bath (CB), 1869.[11][1]
- Knight Commander of the Most Distinguished Order of Saint Michael and Saint George (KCMG), 1873.[12][1]
- Companion of the Order of the Indian Empire (CIE), 1877.".[3]: 202 [1]
- Commissioner, Colonial and Indian Exhibition, 1884[13][1]
- Knight Grand Cross of the Most Distinguished Order of Saint Michael and Saint George (GCMG), 1885."[14][1]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 WO 25. Royal Engineers: WO 25/3913/160. Including campaigns, marriages, births of children, names and address of next of kin, etc. (with Index), 1796–1860, น. 160–161 – โดยทาง The Archives
- 1 2 3 4 Connolly, Thomas William John (1898). Richard Fielding Edwards (บ.ก.). Roll of Officers of the Corps of Royal Engineers from 1660 to 1898. Chatham: The Royal Engineers Institute.
- 1 2 3 Clarke, Andrew (1905). Veitch, Robert Hamilton (บ.ก.). Life of Lieut.-General the Hon. Sir Andrew Clarke, G.C.M.G., C.B., C.I.E., Colonel-Commandant of Royal Engineers, Agent-General of Victoria, Australia. London: John Murray – โดยทาง Internet Archive.
- ↑ "War Office, June 2, 1869". The London Gazette. ฉบับที่ 23503. 2 มิถุนายน 1869. น. 3180.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Colonial Office, Downing Street, March 27, 1873". The London Gazette. ฉบับที่ 23962. 28 มีนาคม 1873. น. 1711.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Whitehall, November 10, 1884". The London Gazette. ฉบับที่ 25415. 18 พฤศจิกายน 1884. น. 4949.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Chancery of the Order of St Michael and St George, Downing Street, June 6, 1885". The London Gazette. ฉบับที่ 25477. 6 มิถุนายน 1885. น. 2631.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 Betty Malone, 'Clarke, Sir Andrew (1824–1902)', Australian Dictionary of Biography, Vol.3, MUP, 1969, pp 409–411.
- ↑ Chisholm, Hugh, บ.ก. (1911). . สารานุกรมบริแทนนิกา (ภาษาอังกฤษ). เล่มที่ 6 (พิมพ์ครั้งที่ 11th). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์. น. 443.
- ↑ "Shipping List". The Southern Cross and New Zealand Guardian. เล่มที่ 4 ฉบับที่ 169. 16 กันยายน 1848. น. 2.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "War Office, June 2, 1869". The London Gazette. ฉบับที่ 23503. 2 มิถุนายน 1869. น. 3180.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Colonial Office, Downing Street, March 27, 1873". The London Gazette. ฉบับที่ 23962. 28 มีนาคม 1873. น. 1711.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Whitehall, November 10, 1884". The London Gazette. ฉบับที่ 25415. 18 พฤศจิกายน 1884. น. 4949.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Chancery of the Order of St Michael and St George, Downing Street, June 6, 1885". The London Gazette. ฉบับที่ 25477. 6 มิถุนายน 1885. น. 2631.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)