มารีแห่งบูร์กอญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แมรีแห่งเบอร์กันดี)
มารีแห่งบูร์กอญ
Maître de la Légende de Sainte Marie-Madeleine, Sainte Marie-Madeleine (15–16ème siècle).jpg
ดัชเชสแห่งบูร์กอญ
ครองราชย์5 มกราคม ค.ศ. 1477 – 27 มีนาคม ค.ศ. 1482
ก่อนหน้าชาร์ลที่ 1
ถัดไปฟิลิปที่ 4
ปกครองร่วมกับมัคซีมีลีอาน
คู่อภิเษกอาร์ชดยุกมัคซีมีลีอานแห่งออสเตรีย (สมรส ค.ศ. 1477)
พระบุตรพระเจ้าเฟลิเปที่ 1 แห่งกัสติยา
มาร์กาเร็ต ดัชเชสแห่งซาวอย
ราชวงศ์วาลัว-บูร์กอญ
พระบิดาชาร์ลผู้อาจหาญ
พระมารดาอิซาเบลลาแห่งบูร์บง
ประสูติ13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1457
บรัสเซลส์ บราบันต์ เนเธอร์แลนด์ของบูร์กอญ
สิ้นพระชนม์27 มีนาคม ค.ศ. 1482 (25 ปี)
ปราสาท Wijnendale ฟลานเดอส์ เนเธอร์แลนด์ของบูร์กอญ
ฝังพระศพบรูช ฟลานเดอส์
ศาสนาโรมันคาทอลิก

มารีแห่งบูร์กอญ (ฝรั่งเศส: Marie de Bourgogne; ดัตช์: Maria van Bourgondië;) หรือ มารีผู้มั่งคั่ง (อังกฤษ: Mary the Rich) เป็นบุตรีของชาร์ล ดยุกแห่งบูร์กอญกับอิซาเบลลาแห่งบูร์บง และมีบรรดาศักดิ์เป็นดัชเชสแห่งแห่งบูร์กอญระหว่าง ค.ศ. 1477 จนกระทั่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1482 มารีเป็นพระธิดาองค์เดียวของชาร์ลผู้อาจหาญซึ่งทำให้มีสิทธิเป็นทายาทของดินแดนบูร์กอญอันใหญ่โตในฝรั่งเศสและในกลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำเมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์ในยุทธการนองซี (Battle of Nancy) เมื่อวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1477 พระมารดาของมารีสิ้นพระชนม์ก่อนหน้านั้นในปี ค.ศ. 1465 แต่มารีทรงมีความสัมพันธ์อันดีกับพระมารดาเลี้ยงมาร์กาเร็ตแห่งยอร์คผู้ที่ชาร์ลผู้อาจหาญทรงเสกสมรสด้วยใน ค.ศ. 1468

พระประวัติ[แก้]

ทายาทแห่งบูร์กอญ[แก้]

มารีแห่งบูร์กอญประสูติในปราสาทดยุกแห่งคูดองแบร์กที่บรัสเซลส์ นักบันทึกประวัติศาสตร์ฌอร์ฌ ชาสเตลแลงบันทึกว่าการประสูติกาลของมารีตามด้วยเสียงฟ้าผ่าสามครั้งทั้งที่ท้องฟ้าปรอดโปร่ง พระบิดาทูลหัวของมารีคือโดแฟงหลุยส์แห่งฝรั่งเศสผู้ขณะนั้นเสด็จมาลี้ภัยอยู่ในบูร์กอญ พระองค์พระราชทานนามตามชื่อของพระชนนีของพระองค์--มารีแห่งอองชู ปฏิกิริยาต่อประสูติกาลของมารีทั้งดีและไม่ดี ฟิลิปที่ 3 ดยุกแห่งบูร์กอญญผู้เป็นพระอัยกาไม่ทรงยินดียินร้ายเท่าใดนักและไม่ทรงเข้าร่วมในพิธีรับศีลจุ่มเพราะเป็นเพียงพิธีสำหรับเด็กผู้หญิง แต่พระชายา อิสซาเบลลาแห่งบูร์กอญดีใจที่ทรงได้พระนัดดา[1]

เพราะเป็นพระธิดาองค์เดียวของชาร์ล ดยุกแห่งบูร์กอญ มารีจึงทรงเป็นทายาทของดินแดนอันมหาศาลและมั่งคั่งที่ปประกอบด้วยดัชชีแห่งบูร์กอญ, อาณาจักรเคานท์แห่งบูร์กอญ และส่วนใหญ่ของบริเวณกลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำ ซึ่งทำให้กลายเป็นที่หมายปองจากเจ้าผู้ครองนครหลายคน คำเสนอครั้งแรกที่ชาร์ลผู้อาจหาญได้รับเมื่อมารียังคงพระชันษาได้เพียงห้าขวบ เพื่อสมรสกับผู้ที่ต่อมาเป็นพระเจ้าเฟรนานโดที่ 2 แห่งอารากอน ที่ตามมาก็มีพระอนุชาองค์รองของพระเจ้าหลุยส์ที่ 11 แห่งฝรั่งเศส ชาร์ลส์แห่งวาลัวส์ ดยุกแห่งแบร์รีผู้ทรงพยายามแม้ว่าจะไม่ที่พึงพอใจต่อพระเชษฐาผู้ที่ทรงพยายามยับยั้งการออกประกาศของพระสันตะปาปาเพราะจะเป็นการเสกสมรสระหว่างญาติพี่น้องที่ใกล้ชิดกัน

ตราอาร์มของมารีแห่งบูร์กอญ

ทันทีที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 11 มีพระราชโอรสผู้ต่อมาเป็นพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 8 พระองค์ก็มีพระราชประสงค์ที่จัดให้เสกสมรสกับมารี แม้ว่าชาร์ลส์จะมีพระชันษาอ่อนกว่ามารีถึงสิบสามปี นิโคลาส์ที่ 1 ดยุกแห่งลอร์แรนผู้มีพระชันษาแก่กว่ามารีสองสามปีมีดินแดนที่มีพรมแดนติดกันกับดินแดนบูร์กอญ แต่แผนที่จะรวมสองอาณาจักรมาสิ้นสุดลงเมื่อนิโคลาส์มาสิ้นพระชนม์ในยุทธการในปี ค.ศ. 1473

เมื่อชาร์ล ดยุกแห่งบูร์กอญสิ้นพระชนม์ในสนามรบในการล้อมนองซีเมื่อวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1477 มารีเพิ่งทรงมีพระชันษาได้สิบเก้าปี พระเจ้าหลุยส์ที่ 11 ทรงฉวยโอกาสจากการสิ้นพระชนม์ของคู่แข่งในการพยายามยึดครองแคว้นบูร์กอญ และฟร็องช์-กงเต, พิคาร์ดี และ อาร์ทัวส์ พระเจ้าหลุยส์ทรงวิตกกังวลที่จะผูกมัดมารีกับโดแฟงชาร์ลส์ เพื่อที่จะได้ดินแดนในกลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำมาเป็นของฝรั่งเศส แม้ว่าอาจจะต้องมีการบังคับกัน มารีด้วยคำแนะนำของมาร์กาเร็ตมีความไม่ไว้วางใจพระเจ้าหลุยส์จึงทรงปฏิเสธคำขอจากฝรั่งเศส และหันไปพึ่งเนเธอร์แลนด์ให้ช่วย

มหาอภิสิทธิ์[แก้]

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1477 มารีเสด็จไปยังเกนต์เพื่อทรงทำการเข้าเมืองอย่างเป็นทางการ (Joyous Entry) เนื่องในโอกาสรับรองฐานะในการเป็นทายาทของชาร์ลโดยการลงนามในกฎบัตรอภิสิทธิ์ (charter of rights) ที่เรียกว่า “มหาอภิสิทธิ์” (Great Privilege) ภายใต้ข้อตกลงนี้จังหวัดและเมืองต่างๆ ของฟลานเดอร์, บราบองต์, เอโนต์ และ ฮอลแลนด์ได้รับสิทธิต่างๆ คืนมาหลังจากที่ถูกยุบเลิกไปตามประกาศของดยุกแห่งบูร์กอญในการพยายามที่จะสร้างรัฐร่วมรัฐเดียวที่ปกครองจากศูนย์กลางตามแบบฝรั่งเศสจากรัฐเดิมหลายรัฐที่เป็นอิสระต่อกันในบริเวณกลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำ โดยเฉพาะรัฐสภาแห่งเมเชเลนที่ก่อตั้งโดยชาร์ลผู้อาจหาญในปี ค.ศ. 1470 ถูกยุบเลิกและแทนที่ด้วยรัฐสภาแห่งปารีสที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นการสร้างดุลยภาพของการปกครองจากศูนย์กลางที่คืบเข้ามาโดยทั้งชาร์ลและฟิลิปที่ 3 มารีต้องตกลงที่จะไม่ทรงประกาศสงคราม, สร้างสันติ หรือขึ้นภาษีโดยไม่ได้รับการยินยอมจากรัฐต่างๆ และต้องจ้างเฉพาะผู้อยู่ในท้องถิ่นในการทำราชการเท่านั้น

การปกครองโดยคณะรัฐบาลเดิมเป็นที่ชิงชังของประชาชนเป็นอันมาก จนองคมนตรีผู้มีอิทธิพลสองคนของชาร์ล ดยุกแห่งบูร์กอญ องคมนตรีอูโกเนต์ และ อุมแบร์ตคูร์ตถูกประหารชีวิตที่เกนต์เมื่อพบว่าทำการเขียนจดหมายติดต่อกับกษัตริย์ฝรั่งเศส

การเสกสมรส[แก้]

มารีแห่งบูร์กอญ (ขวา) กับพระสวามีและพระบุตร
พระอนุสรณ์ของมารีแห่งบูร์กอญใน Mary's tomb effigy in the เชิร์ชออฟเอาเวอร์เลดี้ที่บรูจส์

มารีทรงเลือกอาร์ชดยุกมัคซีมีลีอานแห่งออสเตรีย (หลังจากการสิ้นพระชนม์ของมารี พระสวามีทรงได้เป็นจักรพรรดิมัคซีมีลีอานที่ 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์) จากบรรดาผู้หมายปองเป็นพระสวามี การเสกสมรสจัดขึ้นที่เกนต์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1477 ซึ่งทำให้มารีทรงได้รับบรรดาศักดิ์เป็นอาร์ชดัชเชสแห่งออสเตรีย และทำให้กลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำกลายเป็นของฮับส์บวร์ก ซึ่งทำให้เป็นการเริ่มสร้างความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสและฮับส์บวร์กที่ดำเนินต่อมาอีกสองร้อยปี ที่ต่อมาขยายตัวไปยังสเปน จนกระทั่งในที่สุดก็เป็นชนวนที่ก่อให้เกิดสงครามสืบราชบัลลังก์สเปน ระหว่าง ค.ศ. 1701 ถึง ค.ศ. 1714.

แต่ในขณะนั้นในเนเธอร์แลนด์สถานการณ์ก็ดูจะราบรื่นอยู่ระยะหนึ่ง ความก้าวร้าวของฝรั่งเศสก็ดูจะยุติลง และสถานการณ์ภายในโดยทั่วไปก็ฟื้นตัวเป็นส่วนใหญ่

การสิ้นพระชนม์[แก้]

ห้าปีต่อมาอาร์ชดัชเชสมารีผู้ทรงมีพระชนมายุได้เพียง 25 พรรษาก็มาสิ้นพระชนม์จากการทรงตกจากหลังม้าเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1482 อาร์ชดัชเชสมารีเป็นทรงโปรดทรงม้าและเสด็จออกไปล่าสัตว์ด้วยเหยี่ยวกับอาร์ชดยุกมัคซีมีลีอาน ขณะที่ขี่อยู่ม้าก็สะดุดและโยนตัวอาร์ชดัชเชสมารีลงจากหลังและล้มตัวลงมาทับอาร์ชดัชเชสมารีจนพระศอหัก อาร์ชดัชเชสมารีก็สิ้นพระชนม์สองสามวันหลังจากนั้นหลังจากที่ได้ทรงทำพินัยกรรมอย่างละเอียดแล้ว พระศพของอาร์ชดัชเชสมารีได้รับการบรรจุไว้ที่บรูจส์

ทันทีที่อาร์ชดัชเชสมารีสิ้นพระชนม์พระเจ้าหลุยส์ก็เริ่มขยายอิทธิพลและบังคับให้อาร์ชดยุกมัคซีมีลีอานลงพระนามใน สนธิสัญญาอาร์ราส (ค.ศ. 1482) ที่ระบุให้ฟรองช์-กงเต และ อาร์ทัวส์กลับมาตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสชั่วคราว ก่อนที่จะทำการแลกเปลี่ยนเป็นบูร์กอญและพิคาร์ดีต่อมาในปีต่อมาในสนธิสัญญาซองลีส์ ซึ่งเป็นผลให้เกิดความสงบสุขขึ้นในบริเวณกลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำ

ในปี ค.ศ. 1493 อาร์ชดยุกมัคซีมีลีอานเสกสมรสเป็นครั้งที่สองกับบิอังคา มาเรีย สฟอร์ซา (5 เมษายน ค.ศ. 1472- 31 ธันวาคม ค.ศ. 1510) บุตรีของยาน กาลีอัซโซ สฟอร์ซาดยุกแห่งมิลาน และ โบนาแห่งซาวอยแต่ไม่มีลูกด้วยกัน

ครอบครัว[แก้]

อาร์ชดัชเชสมารีและอาร์ชดยุกมัคซีมีลีอานมีพระบุตรพระธิดาด้วยกันสามพระองค์ พระโอรสพระองค์โตฟิลิป ทรงเป็นทายาทในดินแดนต่างๆ ของมารีภายใต้การดูแลของอาร์ชดยุกมัคซีมีลีอาน พระบุตรพระธิดาของอาร์ชดัชเชสมารีก็ได้แก่:

บรรพบุรุษ[แก้]

บรรพบุรุษสามชั่วคนของมารีแห่งบูร์กอญ
มารีแห่งบูร์กอญ พระบิดา:
ชาร์ลผู้อาจหาญ
พระอัยกาฝ่ายพระบิดา(ปู่):
ฟิลิปที่ 3 ดยุกแห่งบูร์กอญ
พระปัยกาฝ่ายพระอัยกา(พ่อของปู่):
ฌ็องที่ 1 ดยุกแห่งบูร์กอญ
พระปัยยิกาฝ่ายพระอัยกา(แม่ของปู่):
มาร์กาเร็ตแห่งบาวาเรีย
พระอัยยิกาฝ่ายพระบิดา(ย่า):
อิสซาเบลลาแห่งโปรตุเกส
พระปัยกาฝ่ายพระอัยยิกา(พ่อของย่า):
จอห์นที่ 1 แห่งโปรตุเกส
พระปัยยิกาฝ่ายพระอัยยิกา(แม่ของย่า):
ฟิลิปปาแห่งแลงคาสเตอร์
พระมารดา:
อิซาเบลลาแห่งบูร์บง
พระอัยกาฝ่ายพระมารดา(ตา):
ชาร์ลส์ที่ 1 ดยุกแห่งบูร์บง
พระปัยกาฝ่ายพระอัยกา(พ่อของตา):
จอห์นที่ 1 ดยุกแห่งบูร์บง
พระปัยยิกาฝ่ายพระอัยกา(แม่ของตา):
มารี ดัชเชสแห่งโอแวญน์
พระอัยยิกาฝ่ายพระมารดา(ยาย):
แอ็กเนสแห่งบูร์กอญ
พระปัยกาฝ่ายพระอัยยิกา(พ่อของยาย):
ฌ็องที่ 1 ดยุกแห่งบูร์กอญ
พระปัยยิกาฝ่ายพระอัยยิกา(แม่ของยาย):
มาร์กาเร็ตแห่งบาวาเรีย

ผู้สืบเชื้อสายจากมารี[แก้]

พระธิดาของมารี มาร์กาเร็ตแห่งออสเตรีย สิ้นพระชนม์โดยไม่มีพระบุตร แต่ฟิลิปทรงเป็นพระราชบรรพบุรุษของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ และจากพระราชนัดดาสมเด็จพระจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ มารีก็ทรงเป็นพระราชบรรพบุรุษของพระมหากษัตริย์สเปนหลายพระองค์เช่นพระเจ้าเฟลีเปที่ 2 แห่งสเปน และ พระเจ้าเฟลีเปที่ 3 แห่งสเปน พระปนัดดาโจแอนนา อาร์ชดัชเชสแห่งออสเตรียเป็นพระราชมารดาของเอเลโนรา เดอ เมดิชิ และ มารี เดอ เมดิชิ เอเลโนราเป็นพระราชมารดาของฟรานเชสโคที่ 4 กอนซากา ส่วนมารี เดอ เมดิชิทรงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถแห่งฝรั่งเศส พระราชโอรสของมารีคือพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศส มารีจึงทรงเป็นพระราชบรรพบุรุษของพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศส ทางสายพระราชธิดาของมารีเฮนเรียตตา มาเรียผู้เสกสมรสกับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษและมีพระราชโอรสสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 และ สมเด็จพระเจ้าเจมส์ที่ 2) มารีจึงทรงเป็นพระราชบรรพบุรุษของพระมหากษัตริย์อังกฤษด้วย

พระอิสริยยศและบรรดาศักดิ์[แก้]


บรรพบุรุษ[แก้]

บรรพบุรุษสามชั่วคนของมารีแห่งบูร์กอญ
มารีแห่งบูร์กอญ บิดา:
ชาร์ลผู้อาจหาญ
ปู่ทางพ่อ:
ฟิลิปที่ 3 ดยุกแห่งบูร์กอญ
ทวดทางพ่อ:
ฌ็องที่ 1 ดยุกแห่งบูร์กอญ
ทวดทางพ่อ:
มาร์กาเร็ตแห่งบาวาเรีย
ย่าทางพ่อ:
อิสซาเบลลาแห่งโปรตุเกส
ทวดทางพ่อ:
จอห์นที่ 1 แห่งโปรตุเกส
ทวดทางพ่อ:
ฟิลิปปาแห่งแลงคาสเตอร์
แม่:
อิซาเบลลาแห่งบูร์บง
ปู่ทางแม่:
ชาร์ลส์ที่ 1 ดยุกแห่งบูร์บง
ทวดทางแม่:
จอห์นที่ 1 ดยุกแห่งบูร์บง
ทวดทางแม่:
มารี ดัชเชสแห่งโอแวญน์
ย่าทางแม่:
แอ็กเนสแห่งบูร์กอญ
ทวดทางแม่:
ฌ็องที่ 1 ดยุกแห่งบูร์กอญ
ทวดทางแม่:
มาร์กาเร็ตแห่งบาวาเรีย

อ้างอิง[แก้]

  1. Taylor, Aline, Isabel of Burgundy

ข้อมูล[แก้]

แม่แบบ:EB1911 Poster

  • Armstrong, C.A.J. (1957). "The Burgundian Netherlands, 1477-1521". ใน Potter, G.R. (บ.ก.). The New Cambridge Modern History. I. Cambridge at the University Press. ISBN 978-0521045414.
  • Hand, Joni M. (2017). Women, Manuscripts and Identity in Northern Europe, 1350-1550. Taylor & Francis.
  • Ingrao, Charles W. (2000). The Habsburg Monarchy, 1618–1815. Cambridge University Press. ISBN 978-1108499255.
  • Kendall, Paul Murray (1971). Louis XI. W.W. Norton Co. Inc. ISBN 978-0393302608.
  • Koenigsberger, H. G. (2001). Monarchies, States Generals and Parliaments: The Netherlands in the Fifteenth and Sixteenth Centuries. Cambridge University Press. ISBN 978-0521803304.
  • Taylor, Aline S. (2002). Isabel of Burgundy. Rowman & Littlefield Co. ISBN 978-1568332277.
  • Vaughan, Richard (2004). Charles the Bold: The Last Valois Duke of Burgundy. Boydell Press. ISBN 978-0851159188.
  • Ward, A.W.; Prothero, G.W.; Leathes, Stanley, บ.ก. (1934). The Cambridge Modern History. XIII. Cambridge at the University Press.