แมจิกซอร์ด: ฮีโรอิกแฟนตาซี
| แมจิกซอร์ด - ฮีโรอิกแฟนตาซี | |
|---|---|
| นักพัฒนา | แคปคอม มินากูจิเอนจิเนียริง (ซูเปอร์แฟมิคอม) |
| ผู้จัดจำหน่าย | แคปคอม |
| นักออกแบบ | โยชิมิ โอนิชิ โทโมชิ ซาดาโมโตะ โยชิกิ โอกาโมโตะ |
| ศิลปิน | โทโมชิ ซาดาโมโตะ คาซูโนริ ทาซากิ อาเกมิ อิวาซากิ |
| ผู้ประพันธ์เพลง | มานามิ มัตสึมาเอะ |
| แพลตฟอร์ม | อาร์เคด, ซูเปอร์แฟมิคอม |
| วันวางจำหน่าย | ค.ศ. 1990 |
| แนวเกม | เดินฟัน |
| โหมดการเล่น | ผู้เล่นเดี่ยว, หลายผู้เล่น |
| ระบบอาร์เคด | ซีพี ซิสเตม |
แมจิกซอร์ด: ฮีโรอิกแฟนตาซี (อังกฤษ: Magic Sword: Heroic Fantasy) เป็นเกมแนวเดินฟันที่วางจำหน่ายโดยบริษัทแคปคอมสำหรับอาร์เคดใน ค.ศ. 1990 เกมดังกล่าวให้ผู้เล่นสวมบทเป็นตัวละครเอกที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันผ่านหอคอยลึกลับเพื่อปกป้องโลก ผู้เล่นสามารถใช้ดาบ, ขวาน หรือพลังเวทมนตร์ รวมถึงยังสามารถช่วยเหลือและสรรหาพรรคพวกที่มีศักยภาพจากคลาสตัวละครต่าง ๆ ซึ่งแต่ละคลาสจะมีความสามารถพิเศษของตัวเอง โดยเมื่อสามปีก่อน ทางบริษัทแคปคอมได้เปิดตัวเกมแบล็กไทเกอร์ที่คล้ายกัน
โครงเรื่อง
[แก้]แมจิกซอร์ดเกิดขึ้นในโลกนิรนาม ซึ่งกำลังถูกคุกคามโดยจ้าวแห่งความมืดผู้มีนามว่าดรอกมาร์ (หรือแดรกมาร์ในต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น)[1] ผู้ควบคุมคริสตัลปิศาจที่เรียกว่า "แบล็กออร์บ" ซึ่งจะทำให้เขาสามารถปกครองโลก เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ตัวละครเอกที่รู้จักกันในชื่อเบรฟวัน (หรือแอลันในต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น)[2] จะต้องไต่ขึ้นไปบนยอดหอคอยสูง 50 ชั้นที่ดรอกมาร์อาศัยอยู่ หรือที่รู้จักในชื่อดรากอนคีป
ซึ่งในตอนท้ายของเกม เมื่อดรอกมาร์ถูกกำจัด ผู้เล่นมีทางเลือกสองทาง ได้แก่: ทำลายแบล็กออร์บ หรือควบคุมมัน และกลายเป็นจ้าวแห่งความมืดคนใหม่
รูปแบบการเล่น
[แก้]
แมจิกซอร์ดใช้รูปแบบการเล่นจำนวนมากจากเกมแบล็กไทเกอร์ เกมดังกล่าวมีการต่อสู้แบบเลื่อนด้านข้างพร้อมองค์ประกอบแพลตฟอร์มบางอย่าง โดยผู้เล่นควบคุมเฉพาะตัวละครหลักเท่านั้น ส่วนพันธมิตรที่ติดตามซึ่งควบคุมโดยคอมพิวเตอร์จะติดตามผู้เล่นอย่างขะมักเขม้น รวมถึงจะโจมตีและกระโดดตามเมื่อผู้เล่นทำเท่านั้น ทั้งนี้ ตัวละครผู้ช่วยประกอบด้วยแอมะซอน (นักธนู), ชายร่างใหญ่ (ถือขวาน), อัศวิน, มนุษย์กิ้งก่า, นินจา, นักบวช, โจร และพ่อมด โดยผู้เล่นได้รับอนุญาตให้ถือไอเทมหนึ่งชิ้น ซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้เล่นหรือพันธมิตรในปัจจุบันได้
ผู้เล่นมีมิเตอร์เวทมนตร์ ซึ่งจะเต็มขึ้นเมื่อผู้เล่นไม่ได้โจมตี แต่จะหายไปหมดทุกครั้งที่ผู้เล่นโจมตี หากผู้เล่นโจมตีเมื่อมิเตอร์หมดหรือเป็นสีน้ำเงิน ผู้เล่นจะสามารถโจมตีระยะประชิดได้เมื่อใช้ปุ่มโจมตีมาตรฐานเท่านั้น ส่วนพันธมิตรเวทมนตร์เช่นนักบวชและพ่อมดจะไม่โจมตีในสถานการณ์นี้ หากเป็นสีแดงแต่ไม่เต็ม ผู้เล่นและพันธมิตรเวทมนตร์ที่ร่วมทีมกับเขาจะทำการโจมตีเวทมนตร์ระยะไกลที่ไม่แรงควบคู่ไปกับการโจมตีระยะประชิด แต่หากเต็ม ผู้เล่นและพันธมิตรเวทมนตร์ที่ร่วมทีมกับเขาจะทำการโจมตีเวทมนตร์ระยะไกลที่รุนแรงควบคู่ไปกับการโจมตีระยะประชิด ส่วนพันธมิตรที่ไม่ใช้เวทมนตร์จะโจมตีเมื่อผู้เล่นโจมตีโดยไม่คำนึงถึงสถานะของมิเตอร์เวทมนตร์
พลังชีวิตของผู้เล่นจะแสดงเป็นชุดแถบพลังชีวิตจำนวนห้าแถบ และมีตัวเลขอยู่ถัดจากแถบพลังชีวิต ซึ่งจะนับจำนวนชุดแถบพลังชีวิตเต็มจำนวนห้าแถบ นอกเหนือจากที่แสดงบนหน้าจอในกรณีที่ผู้เล่นมีแถบพลังชีวิตเต็มมากกว่าห้าแถบ ส่วนพันธมิตรจะมีมิเตอร์พลังชีวิตแยกต่างหาก ซึ่งมีแถบพลังชีวิตสูงสุดที่สี่แถบ
เกมนี้สามารถโจมตีแบบเต็มหน้าจอได้ทันทีเมื่อเก็บหนังสือเวทมนตร์ หรือเมื่อต้องการโดยแลกกับแถบพลังชีวิตหนึ่งแท่งเต็ม
เกมนี้มีประมาณ 50 ด่าน[3][4] และมีตอนจบหลายแบบพร้อมผลลัพธ์ทางเลือกสองแบบ[4][5] ซึ่งเกมนี้มีทั้งหมด 51 ชั้นให้ต่อสู้ โดยในจำนวนแปดชั้นของชั้นเหล่านี้จะมีตัวละครบอสอยู่ตอนท้าย รวมถึงตัวดรอกมาร์เองที่ตอนท้ายชั้นที่ 50 เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมี "ประตูลับ" อีกเจ็ดบาน ที่ให้ผู้เล่นสามารถข้ามด่านได้เมื่อมีการดำเนินการเคลื่อนไหวที่เฉพาะเจาะจง
การพัฒนา
[แก้]ในระหว่างการพัฒนา ทางบริษัทแคปคอมจะทำการโปรแกรมรูปแบบการเล่นเพื่อให้ผู้เล่นสามารถมีพันธมิตรได้สูงสุดสองคน (รวมเป็นสี่คนในเกมสองผู้เล่น) ส่วนที่ยากที่สุดของเกมคือการวางตำแหน่งของศัตรูในแต่ละด่าน และหนึ่งในคุณสมบัติสุดท้ายที่นำมาใช้ในเกมคือบรรดาประตูลับ[6] เกมดังกล่าวได้รับการทดสอบในสถานที่ตั้งในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1990[3]
ส่วนเวอร์ชันซูเปอร์แฟมิคอมได้รับการประกาศที่งานซีอีเอส ฤดูหนาว ค.ศ. 1992[7]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "『マジックソード』1992年/スーパーファミコン". 15 June 2023.
- ↑ "『マジックソード』1992年/スーパーファミコン". 15 June 2023.
- 1 2 "Cover Story: "This Is the Good Time" – Capcom's CPS system brings success to the firm... and offers direction for a troubled video market". RePlay. Vol. 15 no. 7. RePlay Publishing. April 1990. pp. 183–5.
- 1 2 "Capcom Bows "Next Final Fight" With Magic Sword". RePlay. Vol. 15 no. 12. September 1990. p. 20.
- ↑ "Magic Sword". RePlay. Vol. 16 no. 1. October 1990. p. 19.
- ↑ Okamoto, Yoshiki. "Capcom and the CPS-1". Capcom. สืบค้นเมื่อ November 7, 2018.
- ↑ "Magic Sword (SNES) - Next Wave". Electronic Gaming Monthly. No. 33. Sendai Publishing. January 1992. p. 84.