ข้ามไปเนื้อหา

แมจิกซอร์ด: ฮีโรอิกแฟนตาซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แมจิกซอร์ด - ฮีโรอิกแฟนตาซี
นักพัฒนาแคปคอม
มินากูจิเอนจิเนียริง (ซูเปอร์แฟมิคอม)
ผู้จัดจำหน่ายแคปคอม
นักออกแบบโยชิมิ โอนิชิ
โทโมชิ ซาดาโมโตะ
โยชิกิ โอกาโมโตะ
ศิลปินโทโมชิ ซาดาโมโตะ
คาซูโนริ ทาซากิ
อาเกมิ อิวาซากิ
ผู้ประพันธ์เพลงมานามิ มัตสึมาเอะ
แพลตฟอร์มอาร์เคด, ซูเปอร์แฟมิคอม
วันวางจำหน่ายค.ศ. 1990
แนวเกมเดินฟัน
โหมดการเล่นผู้เล่นเดี่ยว, หลายผู้เล่น
ระบบอาร์เคดซีพี ซิสเตม

แมจิกซอร์ด: ฮีโรอิกแฟนตาซี (อังกฤษ: Magic Sword: Heroic Fantasy) เป็นเกมแนวเดินฟันที่วางจำหน่ายโดยบริษัทแคปคอมสำหรับอาร์เคดใน ค.ศ. 1990 เกมดังกล่าวให้ผู้เล่นสวมบทเป็นตัวละครเอกที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันผ่านหอคอยลึกลับเพื่อปกป้องโลก ผู้เล่นสามารถใช้ดาบ, ขวาน หรือพลังเวทมนตร์ รวมถึงยังสามารถช่วยเหลือและสรรหาพรรคพวกที่มีศักยภาพจากคลาสตัวละครต่าง ๆ ซึ่งแต่ละคลาสจะมีความสามารถพิเศษของตัวเอง โดยเมื่อสามปีก่อน ทางบริษัทแคปคอมได้เปิดตัวเกมแบล็กไทเกอร์ที่คล้ายกัน

โครงเรื่อง

[แก้]

แมจิกซอร์ดเกิดขึ้นในโลกนิรนาม ซึ่งกำลังถูกคุกคามโดยจ้าวแห่งความมืดผู้มีนามว่าดรอกมาร์ (หรือแดรกมาร์ในต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น)[1] ผู้ควบคุมคริสตัลปิศาจที่เรียกว่า "แบล็กออร์บ" ซึ่งจะทำให้เขาสามารถปกครองโลก เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ตัวละครเอกที่รู้จักกันในชื่อเบรฟวัน (หรือแอลันในต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น)[2] จะต้องไต่ขึ้นไปบนยอดหอคอยสูง 50 ชั้นที่ดรอกมาร์อาศัยอยู่ หรือที่รู้จักในชื่อดรากอนคีป

ซึ่งในตอนท้ายของเกม เมื่อดรอกมาร์ถูกกำจัด ผู้เล่นมีทางเลือกสองทาง ได้แก่: ทำลายแบล็กออร์บ หรือควบคุมมัน และกลายเป็นจ้าวแห่งความมืดคนใหม่

รูปแบบการเล่น

[แก้]
ภาพจับหน้าจอเวอร์ชันอาร์เคด

แมจิกซอร์ดใช้รูปแบบการเล่นจำนวนมากจากเกมแบล็กไทเกอร์ เกมดังกล่าวมีการต่อสู้แบบเลื่อนด้านข้างพร้อมองค์ประกอบแพลตฟอร์มบางอย่าง โดยผู้เล่นควบคุมเฉพาะตัวละครหลักเท่านั้น ส่วนพันธมิตรที่ติดตามซึ่งควบคุมโดยคอมพิวเตอร์จะติดตามผู้เล่นอย่างขะมักเขม้น รวมถึงจะโจมตีและกระโดดตามเมื่อผู้เล่นทำเท่านั้น ทั้งนี้ ตัวละครผู้ช่วยประกอบด้วยแอมะซอน (นักธนู), ชายร่างใหญ่ (ถือขวาน), อัศวิน, มนุษย์กิ้งก่า, นินจา, นักบวช, โจร และพ่อมด โดยผู้เล่นได้รับอนุญาตให้ถือไอเทมหนึ่งชิ้น ซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้เล่นหรือพันธมิตรในปัจจุบันได้

ผู้เล่นมีมิเตอร์เวทมนตร์ ซึ่งจะเต็มขึ้นเมื่อผู้เล่นไม่ได้โจมตี แต่จะหายไปหมดทุกครั้งที่ผู้เล่นโจมตี หากผู้เล่นโจมตีเมื่อมิเตอร์หมดหรือเป็นสีน้ำเงิน ผู้เล่นจะสามารถโจมตีระยะประชิดได้เมื่อใช้ปุ่มโจมตีมาตรฐานเท่านั้น ส่วนพันธมิตรเวทมนตร์เช่นนักบวชและพ่อมดจะไม่โจมตีในสถานการณ์นี้ หากเป็นสีแดงแต่ไม่เต็ม ผู้เล่นและพันธมิตรเวทมนตร์ที่ร่วมทีมกับเขาจะทำการโจมตีเวทมนตร์ระยะไกลที่ไม่แรงควบคู่ไปกับการโจมตีระยะประชิด แต่หากเต็ม ผู้เล่นและพันธมิตรเวทมนตร์ที่ร่วมทีมกับเขาจะทำการโจมตีเวทมนตร์ระยะไกลที่รุนแรงควบคู่ไปกับการโจมตีระยะประชิด ส่วนพันธมิตรที่ไม่ใช้เวทมนตร์จะโจมตีเมื่อผู้เล่นโจมตีโดยไม่คำนึงถึงสถานะของมิเตอร์เวทมนตร์

พลังชีวิตของผู้เล่นจะแสดงเป็นชุดแถบพลังชีวิตจำนวนห้าแถบ และมีตัวเลขอยู่ถัดจากแถบพลังชีวิต ซึ่งจะนับจำนวนชุดแถบพลังชีวิตเต็มจำนวนห้าแถบ นอกเหนือจากที่แสดงบนหน้าจอในกรณีที่ผู้เล่นมีแถบพลังชีวิตเต็มมากกว่าห้าแถบ ส่วนพันธมิตรจะมีมิเตอร์พลังชีวิตแยกต่างหาก ซึ่งมีแถบพลังชีวิตสูงสุดที่สี่แถบ

เกมนี้สามารถโจมตีแบบเต็มหน้าจอได้ทันทีเมื่อเก็บหนังสือเวทมนตร์ หรือเมื่อต้องการโดยแลกกับแถบพลังชีวิตหนึ่งแท่งเต็ม

เกมนี้มีประมาณ 50 ด่าน[3][4] และมีตอนจบหลายแบบพร้อมผลลัพธ์ทางเลือกสองแบบ[4][5] ซึ่งเกมนี้มีทั้งหมด 51 ชั้นให้ต่อสู้ โดยในจำนวนแปดชั้นของชั้นเหล่านี้จะมีตัวละครบอสอยู่ตอนท้าย รวมถึงตัวดรอกมาร์เองที่ตอนท้ายชั้นที่ 50 เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมี "ประตูลับ" อีกเจ็ดบาน ที่ให้ผู้เล่นสามารถข้ามด่านได้เมื่อมีการดำเนินการเคลื่อนไหวที่เฉพาะเจาะจง

การพัฒนา

[แก้]

ในระหว่างการพัฒนา ทางบริษัทแคปคอมจะทำการโปรแกรมรูปแบบการเล่นเพื่อให้ผู้เล่นสามารถมีพันธมิตรได้สูงสุดสองคน (รวมเป็นสี่คนในเกมสองผู้เล่น) ส่วนที่ยากที่สุดของเกมคือการวางตำแหน่งของศัตรูในแต่ละด่าน และหนึ่งในคุณสมบัติสุดท้ายที่นำมาใช้ในเกมคือบรรดาประตูลับ[6] เกมดังกล่าวได้รับการทดสอบในสถานที่ตั้งในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1990[3]

ส่วนเวอร์ชันซูเปอร์แฟมิคอมได้รับการประกาศที่งานซีอีเอส ฤดูหนาว ค.ศ. 1992[7]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "『マジックソード』1992年/スーパーファミコン". 15 June 2023.
  2. "『マジックソード』1992年/スーパーファミコン". 15 June 2023.
  3. 1 2 "Cover Story: "This Is the Good Time" – Capcom's CPS system brings success to the firm... and offers direction for a troubled video market". RePlay. Vol. 15 no. 7. RePlay Publishing. April 1990. pp. 183–5.
  4. 1 2 "Capcom Bows "Next Final Fight" With Magic Sword". RePlay. Vol. 15 no. 12. September 1990. p. 20.
  5. "Magic Sword". RePlay. Vol. 16 no. 1. October 1990. p. 19.
  6. Okamoto, Yoshiki. "Capcom and the CPS-1". Capcom. สืบค้นเมื่อ November 7, 2018.
  7. "Magic Sword (SNES) - Next Wave". Electronic Gaming Monthly. No. 33. Sendai Publishing. January 1992. p. 84.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]