แฟรี่เทล ศึกจอมเวทอภินิหาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
แฟรี่เทล ศึกจอมเวทอภินิหาร
ชื่อ แฟรี่เทล ศึกจอมเวทอภินิหาร
ชื่อญี่ปุ่น フェアリーテイル
ชื่ออังกฤษ Fairy Tail
ประเภท โชเน็น
แนว ผจญภัย, ต่อสู้, ตลก, แฟนตาซี
มังงะ
เขียนเรื่อง ฮิโระ มาชิม่า
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โคดันฉะ
ไทย วิบูลย์กิจ
นิตยสาร ญี่ปุ่น โชเน็นแม็กกาซีนรายสัปดาห์
ไทย KC.WEEKLY
เมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2549 – 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
จำนวนเล่ม 63
อะนิเมะโทรทัศน์
กำกับ Shinji Ishihara
อำนวยการผลิต Taihei Yamanishi
Tomonori Ochikoshi
Yoshikazu Beniya
Yōsuke Imai
เขียนบท Masashi Sogo
เพลง Yasuharu Takanashi
สตูดิโอ แซทเทลไลท์ , เอ-1 พิกเจอส์
ผู้ทรงลิขสิทธิ์ ญี่ปุ่น เดนซุ
ไทย โรส
เครือข่าย ญี่ปุ่น ทีวีโตเกียว
ไทย แอนิแมกซ์เอเชีย
ไทย โมเดิร์นไนน์ทีวี
ฉายเมื่อ 12 ตุลาคม พ.ศ. 255226 มีนาคม พ.ศ. 2559
จำนวนตอน 277
มังงะ
ภาพยนตร์
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

แฟรี่เทล ศึกจอมเวทอภินิหาร (ญี่ปุ่น: フェアリーテイル Fearī Teiru) อังกฤษ: Fairy Tail) เป็นการ์ตูนแนวแฟนตาซีโดยฮิโระ มาชิม่า ซึ่งมีชื่อเสียงจากผลงานเรื่อง เรฟ ผจญภัยเหนือโลก ในประเทศไทยได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ

โครงเรื่อง[แก้]

ตัวละคร[แก้]

เวทมนตร์[แก้]

เดอะมูฟวี่[แก้]

แฟรี่เทล ศึกจอมเวทอภินิหาร เดอะมูฟวี่ ศึกอภินิหารคนทรงวิหคเพลิง

แฟรี่เทล ศึกจอมเวทอภินิหาร เดอะมูฟวี่ ศึกจอมเวท พันธุ์มังกร

  • ชื่อภาษาญี่ปุ่น: 劇場版 フェアリーテイル -DRAGON CRY-
  • ชื่อภาษาอังกฤษ: Fairy Tail : Dragon Cry

ฉากท้องเรื่อง[แก้]

กิลด์
สถานที่ของกลุ่มคนที่รวมตัวกันเป็นองค์กร เป็นสื่อกลางในการให้ข้อมูลข่าวสารและภารกิจของการทำงาน และคอยรับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้าน เพื่อให้ทำงาน แลกกับเงินที่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับงาน โดยกิลด์มีอยู่หลายประเภทได้แก่กิลด์พ่อค้า กิลด์อุตสาหกรรม กิลด์นักสู้ กิลด์จอมเวท กิลด์นักล่าสมบัติ กิลด์จอมโจร
กิลด์จอมเวท
ฐานของจอมเวท คอยรับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้าน เพื่อให้เหล่าจอมเวทไปคลี่คลายปัญหาให้ แลกกับเงินที่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความโหดหินของงาน ระบบกิลด์ ถูกควบคุมโดยสภาจอมเวท ห้ามให้กิลด์ทำสงครามกัน กับกิลด์จอมเวทมีได้คือ 1 กิลด์ ต่อ 1 เมืองเท่านั้น ห้ามมีมากกว่า 1 โดยเด็ดขาด แต่ถ้ากิลด์มีสาขาย่อยจะไม่เป็นไร
ตราสัญลักษณ์ประจำกิลด์
ในเฉพาะกิลด์จอมเวท จะมีตราสัญลักษณ์ เป็นเหมือนรอยสัก บนส่วนต่างๆของร่างกาย โดยทุกคนจะมี เพื่อบ่งบอกว่าเป็นจอมเวทประจำกิลด์นั้น
จอมเวทของกิลด์
จอมเวทที่ประจำ ทุกคนจะมีตราสัญลักษณ์ประจำกิลด์ แต่เมื่อถูกขับออกไปสัญลักษณ์จะถูกลบออกไป
จอมเวท
คือคนที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ แต่จะเป็นจอมเวทอย่างเต็มตัวได้เมื่ออายุ 15 ขึ้นไป
จอมเวทระดับ S
จอมเวทจะรับทำภารกิจระดับ S หรือสูงกว่า กับเป็นจอมเวทที่เก่งกาจจากการเลือกของกิลด์มาสเตอร์ ซึ่งเป็นพวกที่มีคุณสมบัติเป็นกิลด์มาสเตอร์คนต่อไป
กิลด์มาสเตอร์
ผู้นำหรือผู้ดูแลกิลด์ที่มีอำนาจสูงสุดในกิลด์ เป็นผู้รับผิดชอบของกิลด์ที่ดูแล
รองกิลด์มาสเตอร์
รองผู้นำหรือผู้ดูแลกิลด์ที่มีอำนาจรองลงมาจากกิลด์มาสเตอร์ เป็นที่ปรึกษาของมาสเตอร์
ภารกิจ
งานที่สมาชิกประจำกิลด์จอมเวททำหน้าที่ตามที่ได้รับร้องขอมา เมื่อทำสำเร็จจะได้รับเงินรางวัล โดยแต่ละระดับของงานจะมีจำนวนเงินตามงานที่ได้รับ ยิ่งงานยาก เงินยิ่งสูงความเสี่ยงยิ่งมาก
ภารกิจระดับ S
เป็นภารกิจสำหรับจอมเวทระดับ S ที่ควรทำโดยได้รับเงินมูลค่ามากถ้าทำสำเร็จ โดยในภารกิจมีสิทธิถึงตาย ไม่คุ้มกับเงินที่สูงมาก
ภารกิจระดับ SS
เป็นภารกิจสำหรับจอมเวทระดับ S แต่ว่าภารกิจนั้นเป็นเครส ที่มีระดับสูงกวาระดับ S
ภารกิจ 10 ปี
เป็นภารกิจที่ใช้เวลา 10 ยังทำไม่สำเร็จ
ภารกิจ 100 ปี
เป็นภารกิจที่ใช้เวลา 100 ปีมายังทำไม่สำเร็จ
กิลด์แห่งความมืด
กิลด์จอมเวทที่ไม่ได้อยู่ในเครือสภาจอมเวท หรือเป็นกิลด์เคยเป็นแต่ทำผิดจนถูกริบสิทธิ กับพวกนี้ก็ถูกหมายหัวว่าจะต้องถูกกำจัดให้สิ้น
กิลด์เสรี
กิลด์ที่ไม่ขึ้นตรงต่อสภา และก็ไม่ใช่กิลด์ที่อยู่ในสมาพันธ์บาลาม แต่จะถูกสภาจัดในเครือกิลด์แห่งความมืดในอีกแบบ เพราะเป็นกิลด์ที่สร้างขึ้นมาโดยที่เป็นอิสระ โดยไม่ก่อเรื่องชั่วร้ายเหมือนกิลด์แห่งความมืด แต่คอยไล่กำจัดกิลด์แห่งความมืด ซึ่งทางสภาจอมเวทก็ไม่ยอมรับ
สภาจอมเวท
แหล่งรวมผู้นำของเหล่าจอมเวทชั้นนำ เพื่อปกครองอิชกัล ออกกฎหมายและปราบปรามความผิดของผู้ที่ฝ่าฝืนกฎและกิลด์แห่งความมืด มีสิทธิ์ที่จะสามารถยุบกิลด์ได้ เหมือนกับนักการเมือง ตำรวจ และทหาร โดยมีสิทธิยกเลิกพันธสัญญากับกุญแจประตูเทพแห่งดวงดาว เมื่อเจ้านายถูกจับโดยสภาจอมเวท ซึ่งสัญลักษณ์ของสภาจอมเวทคือไม้กางเขนที่มีห่วงแบบอียีปต์
สมาชิกสภา
สมาชิกผู้อาวุโส แกนนำสภามีกัน 10 คน(ประธาน 1 คน สมาชิกอีก 9 คน) ต่อมาเปลี่ยนเป็น 9 คน(ประธาน 1 คน สมาชิกอีก 8 คน) เมื่อสภาคนไหนลาออก ประวัติที่อยู่จะถูกปิดเป็นความลับเพื่อไม่ให้ใครมาไล่ล่า
ประธานสภาจอมเวท
ผู้มีอำนาจสูงสุดในสภา มีสิทธิการตัดสินใจที่เด็ดขาด ที่อยู่เหนือกว่าสมาชิกสภา
สงครามกิลด์
คือการกิลด์ทำสงครามกันเอง โดยสภาจอมเวทสั่งว่าห้ามทำสงครามกันไม่ว่าจะเป็นกิลด์จอมเวท หรือกิลด์แห่งความมืด สงครามในเรื่อง ได้แก่
  • แฟรี่เทล - แฟนท่อมลอร์ด - ผล แฟรี่เทลชนะ
  • แฟรี่เทล - หน่วยเทพอัสนีบาต (ทีมจอมเวทในสังกัดลัคซัสที่มีฝีมือใกล้ระดับ S ในแฟรี่เทล) - ผล แฟรี่เทลชนะ
  • พันธมิตรจอมเวทย์ (แฟรี่เทล บลูเพกาซัส ลาเมียร์สเกล และเคทเชลเตอร์) - โอราเชี่ยนเซสและกิลด์ภายในสังกัดทั้งหมด - ผล พันธมิตรชนะ
  • แฟรี่เทล - กริมมัวร์ ฮาร์ท - ผล แฟรี่เทลชนะ
  • แฟรี่เทล (มังกรคู่ของเซเบอร์ทูธคอยหนุน) - ทาร์ทารอส - ผล แฟรี่เทลชนะ
  • ลาเมียร์สเกล(ทีมนัตสึ มีเพียงนัตสึ แฮปปี้ กับลูซี่คอยช่วย) - โอโรจิ ฟิน - ผล นัตสึชนะอย่างง่ายดาย
  • ทีมนัตสึ (ทีมในแฟรี่เทล พร้อมกับกาซิล จูเบีย ลิลลี่ เรวี่คอยช่วย) - อวตารกับสาขาย่อยทั้งหมดในเครือ -ผล ทีมนัตสึชนะ
จีเวล
หน่วยเงินตราในโลกของแฟรี่เทล (J.)
โลกเทพแห่งดวงดาว
มิติที่พวกเทพแห่งดวงดาวอาศัยอยู่ ถ้าสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่เทพแห่งดวงดาวไปอยู่ที่นั่นจะขาดอากาศหายใจจนตาย แต่ถ้าใส่เสื้อผ้าจากโลกเทพแห่งดวงดาวก็จะไม่เป็นไร การไหลของเวลาที่จะแตกต่างกับที่โลก คือ เวลา 1 วันของโลกเทพแห่งดวงดาว จะเท่ากับเวลาบนโลกมนุษย์ผ่านไปเกือบ 3 เดือน
เสื้อผ้าจากโลกเทพแห่งดวงดาว
เป็นแบรนด์แฟชั่นของโลกเทพแห่งดวงดาว ทุกชุดมีความพิเศษคือ เมื่อสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่เทพแห่งดวงดาวใส่กับเข้ามาในโลกเทพแห่งดวงดาว สามารถอยู่ได้อย่างไม่เป็นไรแต่ต้องสวมตลอด แต่เมื่อถอดออกตอนอยู่ในโลกแห่งดวงดาวจะขาดอากาศหายใจตาย
กุญแจประตูเทพแห่งดวงดาว
เป็นกุญแจที่ใช้ในการอัญเชิญเทพแห่งดวงดาว (มีทั้งกุญแจเงินและกุญแจทอง กุญแจทองเป็นกลุ่มดาว 12 ราศี มีแค่ราศีละดอกเท่านั้น ส่วนสีเงินเป็นกลุ่มดาวที่สามารถหาได้ทั่วไป) โดยเทพดวงดาวกับจอมเวทอัญเชิญจะมีการทำพันธสัญญา "เจ้านาย-ผู้รับใช้" ไว้ หากเจ้านายเสียชีวิตหรือขอยกเลิกสัญญา,เจ้านายถูกจับโดยสภาจอมเวท พันธสัญญาก็จะถูกยกเลิก เทพดวงดาวก็จะเป็นอิสระ กลับโลกเทพแห่งดวงดาวไป กับออกหาเจ้านายคนใหม่ โดยเจ้านายคนใหม่ต้องเป็นคนที่ฆ่าเจ้านายคนเก่าหรือคนที่เป็นจอมเวทใช้เทพแห่งดวงดาวที่เคยเจอกับถูกใจ ไม่ก็เจ้านายคนเก่ายอมถอนสิทธิยกให้คนอื่นไปเอง โดยคนนั้นจะเป็นเจ้านายได้ กับกุญแจที่ไม่มีเจ้าของ ถูกใครที่เก็บได้เป็นเจ้านายทันที ในกรณีที่ใครขโมยกุญแจไปก็ใช้ไม่ได้นอกจากเจ้านายคนปัจจุบันเท่านั้น โดยหน่วยเรียกเทพแห่งดวงดาวคือ ตัว เมื่อเรียกเทพแห่งดวงดาวจะสั่งการได้แต่ความสามารถของตนที่ทำได้ วันละครั้ง ยิ่งเจ้านายมีพลังเวทมาก เทพแห่งดวงดาวก็เก่งตาม ถึงขั้นออกมาจากกุญแจเองได้ ยิ่งเจ้านายรวรวมกุญแจราศีครบ 12 ดอก จะสามารถใช้พลังของเทพแห่งดวงดาวได้อย่างแท้จริง เมื่อเทพแห่งดวงดาวนั้นบาดเจ็บเกินว่าจะรักษาตัวหรืออยู่บนโลกมนุษย์นานเกินไป ก็จะสลายไป แต่ถึงกลับไปที่โลกเทพแห่งดวงดาวก็จะฟื้นตัวได้แต่ต้องใช้เวลา เมื่อกุญแจถูกทำลาย ต้องใช้เวลา 1 ปี ในการที่กุญแจเกิดใหม่ที่ไหนสักแห่งบนโลก ใครที่เก็บได้คนแรกก็เป็นเจ้าของในทันที
Gold Key
กุญแจเทพดวงดาวกลุ่ม 12 ราศี มีเพียง 12 ดอก เท่านั้นในโลก แต่ยังมีอีก 1 ดอกเป็นกุญแจลับซึ่งซ่อนอยู่จาก 12 จักรราศี ถ้าใครรวบรวมครบ 12 ราศี จะได้พลังที่เรียกเทพแห่งดวงดาวกี่ตัวก็ได้ แต่พลังเวทที่เรียกจะจำกัดเหมือนเดิมถ้าฝึกมากๆ
  • อควอเรียส (Aquarius) - ราศีกุมภ์จากกลุ่มดาวคนถือคนโทน้ำ เป็นเทพดวงดาวที่มีรูปร่างเหมือนนางเงือก เป็นแฟนกับสกอร์เปี้ยน โจมตีด้วยน้ำที่ไหลมาจากคนโท นิสัยเห็นแก่ตัวและไม่ชอบเจ้านายตัวเอง โดยเฉพาะลูซี่ เรียกได้เฉพาะที่ๆ มีน้ำ ในช่วงก่อนหน้าที่ลูซี่จะมีเลโอ เป็นเทพแห่งดวงดาวที่เก่งที่สุดของลูซี่ ใช้พลังเวทในการอัญเชิญเยอะที่สุด และอัญเชิญได้เฉพาะวันพุธเท่านั้น อดีตกรัมมี่แม่ของบรันดิชกับเลย์ล่า แม่ของลูซี่มาก่อน เคยเป็นเจ้าของ จากการปะทะกับทาร์ทารอส อควอเรียสได้บอกว่าตนรู้สึกผิดหวังที่มีเจ้านายต่อจากเลย์ร่าคือลูซี่ จนอยู่ด้วยกันมาตลอด เพราะลูซี่เป็นลูกสาวของเลย์ล่า อยู่คนเดียวมาตลอด แต่พอลูซี่มาอยู่กิลด์ก็เปลี่ยนไปมีเพื่อน จึงขอร้องให้ลูซี่ทำลายกุญแจตนเพื่อเรียกราชาเทพแห่งดวงดาว ตอนแรกลูซี่ไม่ยอมแต่ต่อมาก็ยอม หลังจากเรียกราชาเทพแห่งดวงดาวออกมา แต่ว่าในปี X792 จู่ๆ อควอเรียสก็กลับมาหาลูซี่อีกครั้ง เพื่อบอกความจริงของแผนในตระกูลของลูซี่กับสาเหตุการณ์ตายของเลย์ล่ากับกรัมมี่ ให้ลูซี่กับบรันดิชรู้ จนทั้งคู่เข้าใจ จากนั้นบอกลูซี่เรื่องกุญแจเกิดใหม่ โดยที่ตนรู้แต่ไม่บอกที่อยู่เพราะเป็นกฏ กับเชื่อว่าลูซี่ต้องหาเจอ
  • ทอรัส (Taurus) - ราศีพฤษภจากกลุ่มดาววัว เป็นเทพดวงดาววัวรูปร่างล่ำสัน มีขวานยักษ์เป็นอาวุธ เป็นจอมพลังมากที่สุดในเทพดวงดาว 12 ราศี นิสัยออกลามก ถูกอกถูกใจหน้าอกของลูซี่เป็นพิเศษ ชอบเรือนร่างที่งดงามของสตรีเป็นที่สุด อัญเชิญได้ในวันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์ และวันเสาร์
  • แคนเซอร์ (Cancer) - ราศีกรกฎจากกลุ่มดาวปู เป็นเทพดวงดาวช่างตัดผมของลูซี่ สามารถตัดเสื้อผ้าได้ เวลาพูดลงท้ายด้วย "กุ้ง" หรือกรรไกร อัญเชิญได้ในวันอังคาร วันพฤหัสบดี วันเสาร์และวันอาทิตย์ ดคยมีเลย์ร่า แม่ของลูซี่เป็นเจ้าของมาก่อน โจมตีด้วยการใช้กรรไกรเป็นอาวุธ แต่กรรไกรนั้นเน้นแต่ตัดเสื้อผ้ากับผมและหนวดเท่านั้น ถึงผมสั้นตัดให้ยาวก็ได้
  • เวอโก้ (Virgo) - ราศีกันย์จากกลุ่มดาวหญิงสาว เป็นเทพดวงดาวเมดสาวผู้ซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย สามารถขุดเจาะดำดินได้ เดิมทีมีรูปร่างหน้าตาสวย แต่ด้วยความซื่อสัตย์ต่อเจ้านายคนเก่าคือเอวาลูเลยเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาให้อัปลักษณ์จนนัตสึเรียกเธอว่า 'ยัยเมดกอริลล่า' แต่พอได้ลูซี่เป็นเจ้านายคนใหม่แล้ว เลยเปลี่ยนรูปร่างเป็นสาวสวยเหมือนเดิม (อ้างอิงจากอะนิเมะตอนที่ 7) ตามที่ลูซี่ต้องการอยากจะเป็น สามารถอัญเชิญได้ทุกวัน เวอร์โก้ชอบพูดคำติดปากว่า "จะลงโทษดิฉันหรือคะ" แม้ลูซี่จะชมเชยก็ตาม และชอบเรียกลูซี่ว่า "องค์หญิง" และเรียกเลโอว่า พี่ เพราะเลโอขอร้องมา เวลาลูซี่เรียกเลโอไม่ได้ เพราะเลโอไปเดท เวอร์โก้ก็จะมาแทน ขนาดตอนเวอร์โก้โดนลงโทษก็ดีใจกับขอให้ลงโทษแรงๆ อีก เพราะเวอร์โก้เป็นพวกมาโซชื่นชอบการโดนลงโทษประจำ
  • ซาจิทาเรียส (Sagittarius) - ราศีธนูจากลุ่มดาวคนยิงธนู เป็นเทพดวงดาวมนุษย์ครึ่งคนครึ่งม้า คือ เป็นคนแต่สวมหัวม้า ยืน 2 ขา ใช้ธนูเป็นอาวุธ เวลาพูดมักจะลงท้ายด้วย "ฮัลโหล" ถ้าพากย์ญี่ปุ่นจะพูดลงท้ายว่า "โมชิโมชิ" เป็นกุญแจที่ลูซี่ได้รับมาตอนแอบไปทำภารกิจระดับ S ที่เกาะกาลูน่ากับนัตซึ เกรย์และแฮปปี้ ที่เกาะการูน่า มีทักษะการยิงธนูที่ยอดเยี่ยม เลโอเคยชมเชยว่า "ไม่เคยยิงพลาดเป้า" สามารถยิงทำเกิดประกายไฟได้
  • เลโอ (Leo) - ราศีสิงห์จากกลุ่มดาวสิงโต ชายที่ส่แว่นกันแดดกับใส่สูท ที่ถูกทำโทษในอยู่โลกมนุษย์ เพราะเป็นต้นเหตุทำให้เจ้านายคนเก่าตาย จึงเปลี่ยนชื่อเป็นโลกิใช้ชีวิตเป็นจอมเวมของแฟรี่เทล มีแหวนเวทมนตร์ กับเวทแสง คนที่รู้มีเพียงบ็อบมาสเตอร์บลูเพกาซัสเท่านั้น ภายหลังได้ลูซี่ช่วยไว้จึงได้สถานภาพเช่นเดิม โดยสามารถเรียกออกมาได้ทุกที่ทุกวันทุกเวลา และยังเป็นเทพกลุ่มดาวตนเดียวที่ออกมาเองได้โดยที่ไม่ต้องเรียก แต่ออกมาเองได้บางครั้ง ขนาดกุญแจไม่อยู่กับเจ้าของยังออกมาได้ เมื่อแฟรี่เทลมีภัยตนก็มาอยู่ในฐานะจอมเวทคนหนึ่ง เป็นเทพดวงดาวสายการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด กับเป็นผู้นำของเทพดวงดาว 12 ราศี มีนิสัยเป็นเสือผู้หญิงเนื่องมาจากติดนิสัยจากคาเรนเจ้านายคนก่อนที่เจ้าชู้ชอบผู้ชายไม่เลือก โดยแคร์แอเรียสคอยปกป้องตลอด
  • แอเรียส (Aries) - ราศีเมษจากกลุ่มดาวแกะ เป็นเทพดวงดาวคนสำคัญของเลโอหรือโลกิ นิสัยเรียบร้อย ขี้อาย และชอบพูด "ขอโทษนะคะ" เป็นคำติดปาก เธอโดนกลั่นแกล้งจากคาเรนและแองเจิ้ล เจ้านายคนเก่าถึง 2 คน แต่แองเจิ้ลถูกสภาจับ พันธสัญญาจึงถูกยกเลิกได้ลูซี่เป็นเจ้านายคนใหม่ ใช้ขนแกะในการต่อสู้ เป็นสีชมพูหรือสีบานเย็น เป็นเทพดวงดาวที่ต่อสู้อย่างนุ่มนิ่มที่สุด
  • สกอร์เปี้ยน (Scorpio) - ราศีพิจิกจากกลุ่มดาวแมงป่อง เป็นแฟนกับอควอเรียส เคยทำพันธสัญญากับแองเจิ้ล แต่แองเจิ้ลถูกสภาจับ พันธสัญญาจึงถูกยกเลิกได้ลูซี่เป็นเจ้านายคนใหม่ สู้โดยการยิงทรายออกจากหาง พึ่งพาได้มากกว่าอควอเรียส เวลาพูด มักจะนำหน้าว่า "We Are"
  • เจมินี่ (Gemini) - ราศีเมถุนจากกลุ่มดาวเด็กแฝดเจมี่กับมินี่ เคยทำพันธสัญญาไว้กับแองเจิ้ล แต่แองเจิ้ลถูกสภาจับ พันธสัญญาจึงถูกยกเลิกได้ลูซี่เป็นเจ้านายคนใหม่ เจมินี่มีความสามารถในการก๊อปปี้ร่างคนตั้งแต่รูปร่าง สติปัญญา นิสัย ความสามารถรวมถึงเวทมนตร์ของคนที่ถูกก๊อปปี้ด้วยเช่นกัน (ก๊อปปี้ได้แค่ผู้ที่มีพลังเวทใกล้เคียงหรือด้อยกว่ากับเจ้านายปัจจุบันของตนเท่านั้น) แต่เจมินี่จะกลับคืนร่างเดิมภายใน 5 นาทีหลังจากที่ก๊อปปี้เสร็จแล้ว แต่ก๊อปปี้ในคราวเดียว 2 คนไม่ได้ โดยร่างที่ก๊อปปี้เป็นร่างของคนนั้นตอนล่าสุด เช่นลูซี่ใช้ให้คัดลอกตนตอนอาบน้ำ เรียกมมาเป็นร่างตนตอบอาบน้ำ
  • คาปริคอร์น (Capricorn) - ราศีมังกรจากกลุ่มดาวแพะ เป็นคนใส่สูทที่ส่วนหัวเป็นแพะที่ใส่แว่นกันแดด โดนผู้อัญเชิญเทพแห่งดวงดาวของกริมมัวร์ฮาร์ทยึดร่างไปและได้พ่ายแพ้ในการต่อสู้กับเลโอ ลูซี่จึงเป็นเจ้านายคนต่อไป ที่เกาะเทนโรว อดีตเลย์ร่า แม่ของลูซี่เคยเป็นเจ้านายมาก่อน ก่อนตายทำสัญญาไว้ว่าเมื่อใดที่ภัยร้ายมาตระกูลของตน คาปริคอร์นจะกลับมาเป็นผู้รับใช้ต่อตระฏุลของลูซี่ต่อไป จึงทำให้ลูซี่เป็นเจ้านายทันที ความสามารถทางการต่อสู้ใกล้เคียงกับเลโอ เวลาเรียกคนอื่นนำหน้าชื่อว่าท่าน
  • พิสซิส (Pisces) - ราศีมีนจากกลุ่มดาวปลาคู่ ทำพันธสัญญากับยูกิโนะ อาเกรียแห่งกิลด์เซเบอร์ทูธ เป็นปลาตัวใหญ่ที่เป็นแม่ลูกกัน ตัวสีขาวเป็นแม่ ตัวสีดำเป็นลูก แปลงร่างคนได้เพื่อสู้ได้โดยลูกจะมีอาวุธคือหอกที่ปลายหอกเป็นมีรูปร่างเป็นสัญลักษณ์ของราศีมีน แต่แม่จะสู้แบบมือเปล่า สามารถใช้เวทน้ำได้ แต่จะกลับร่างเดิมเมื่ออยู่ในน้ำและจพึ่งไม่ได้ แต่ถ้าเป็นปลาตอนบนบกจะสู้ได้ ยูกิโนะตั้งใจมอบลูซี่หลังจบการแข่งขันแกรนด์เมจิค แต่แพ้ในช่วงการต่อสู้กับคางุระ จนโดนไล่ออกจากกิลด์ จึงทันทีแต่ลูซี่บอกปฏิเสธไป
  • ไลบร้า (Libra) - ราศีตุลย์จากกลุ่มดาวตราชั่ง ทำพันธสัญญากับยูกิโนะ อาเกรียแห่งกิลด์เซเบอร์ทูธ มีรูปร่างเป็นร่างหญิงสาวถือตราชั่ง ควบคุมแรงโน้มถ่วงของเป้าหมายเปลี่ยนคนอ้วนเป็นคนผอมได้ในทันที ยูกิโนะตั้งใจมอบลูซี่หลังจบการแข่งขันแกรนด์เมจิค แต่แพ้ในช่วงการต่อสู้กับคางุระ จนโดนไล่ออกจากกิลด์ จึงทันทีแต่ลูซี่บอกปฏิเสธไป
  • ราชาเทพแห่งดวงดาว - ราชาผู้พิทักษ์โลกของเทพแห่งดวงดาว รูปร่างสูงใหญ่ มีดาบเล่มโตที่มีพลังทำลายล้างสูง (สามารถทำลายพลูโตกริม ฐานยักษ์ของทาทาร์รอสด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวอย่างง่ายดาย) เป็นอาวุธประจำกาย แม้ภายนอกจะมีหน้าตาดุร้าย แต่จริงๆ แล้วเป็นเทพที่ใจดีและมีความยุติธรรม เคยเจอกับลูซี่สองครั้ง ครั้งแรกตอนที่ลูซี่ขอร้องให้ยกโทษกับเลโอ (โลกิ) จนตนยอมเปลี่ยนกฎ กับลงโทษให้เลโอคือมีลูซี่เป็นเจ้านายคนใหม่ และครั้งที่สองตอนที่ทีมนัตสึกับจูเบียและเรวี่ ถูกเวอร์โก้หลอกให้มาที่โลกของเทพแห่งดวงดาวเพื่อร่วมปาร์ตี้การกลับมาของแฟรี่ จนก่อเรื่องทำให้ทีมนัตสึไม่มีเวลาฝึก เป็นเทพแห่งดวงดาวตัวเดียวที่ไม่มีสื่ออัญเชิญที่เป็นรูปธรรม การจะอัญเชิญออกมาได้ จึงมีเพียงวิธีเดียว คือผู้อัญเชิญจะต้องแลกกับการทำลายกุญแจทองคำ 1 ดอกต่อการอัญเชิญหนึ่งครั้ง และผู้ที่อัญเชิญได้จะต้องมีพลังเวทย์ที่มหาศาลแฝงอยู่ในตัว ขนาดที่สามารถเรียกเทพแห่งดวงมากถึง 3 ตัวพร้อมกันได้ โดยที่เจ้านาย-ผู้รับใช้ที่มีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งเท่านั้น ดจึงเท่ากับว่าลูซี่สามารถอัญเชิญได้อีก 9 ครั้ง เพราะใช้ไปครั้งหนึ่งแล้ว และยูกิโนะสามารถอัญเชิญออกมาได้ 2 ครั้ง ส่วนกุญแจทองคำที่ใช้ไปจะพัง อีก 1 ปีกุญแจจะไปเกิดใหม่ที่ไหนสักแห่งบนโลก
Unknown Key
กุญแจที่ไม่สามารถระบุประเภทได้
  • ออฟฟิอุคัส (Ophiuchus) - ทำพันธสัญญากับยูกิโนะ อาเกรียแห่งกิลด์เซเบอร์ทูธ เป็นเทพแห่งดวงดาวลับที่ซ่อนอยู่จาก 12 จักรราศี จากกลุ่มดาวคนแบกงู รูปร่างเป็นงูตัวใหญ่สีดำเกล็ดหนา
Silver Key
เป็นกุญแจเทพดวงดาวแบบทั่วไป ที่มีซ้ำกัน
  • ครุกซ์ (Crix) หรือ ครูกซ์ หรือ ลุงครุ - เทพดวงดาวชายชราหัวเป็นรูปไม้กางเขน มีความสามารถในการเสาะหาข้อมูลที่เกี่ยวกับเทพแห่งดวงดาว แต่ต้องใช้เวลาในการหาข้อมูล เวลาลูซี่ขอให้ช่วยสืบข้อมูล จะใช้วิธีเข้าฌาน แต่จะดูเหมือนหลับไปจนหลายคนหลงเชื่อว่าเขาหลับจริงๆ ซึ่งก็มีส่วนใหญ่ที่หลับจริง มีแต่ลูซี่เท่านั้นที่แยกออก สามารถบอกความรู้จากการที่ตนเข้าฌานให้เจ้านายได้ แม้ว่าจะไม่ได้เรียกก็ตาม แต่ว่าตอนบอกมาแบบไม่รู้จักเวลา ในช่วงแย่ที่สุดเช่น ตอนที่โลกิใกล้สลายไป หรือตอนที่อุปราคาเปิดออก
  • โฮโรโลเกียม (Horologium) - เทพดวงดาวนาฬิกายักษ์ สามารถหลบซ่อนหรือป้องกันตัวในตัวเขาได้ กับรักษาจอมเวทได้แต่ต้องใช้เวลามากพอตามความบาดเจ็บแค่ชั่วคราวแบบบรรเทา กับต้องอยู่ในตัวโฮโรโลเกียตลอดถึงรักษาได้ แม้จะเป็นพลังเวทมนตร์ก็สามารถป้องกันได้เช่นกัน สามารถป้องกันอนิม่าได้ แต่มีระยะเวลาจำกัดในการอัญเชิญ และยังสื่อสารกับคนอื่น ๆ ให้รู้ว่า คนที่ซ่อนในตัวเขาพูดว่าอย่างไร โดยสามารถออกจากกุญแจเองได้เหมือนกับโลกิ แค่ที่ออกมาเองได้เพราะพลังเวทของเจ้าของมีเพิ่มขึ้นมาก แต่กรณีของตนจะออกมาแบบเหตุถึงชีวิต ถึงจะออกมาปกป้องได้แค่วันละครั้งเท่านั้น
  • ไรร่า (Lyra) - เทพดวงดาวแห่งหมู่ดาวพิณ มีความสามารถในการร้องเพลงที่อ่านความรู้สึกของคนได้ แต่เรียกได้เพียงเดือนละ 3 ครั้งเท่านั้น มักจะชอบบ่นลูซี่ว่าทำไมไม่ค่อยอัญเชิญเขาออกมาบ้าง
  • นิโคล่า (Nikora) หรือ พลู - เทพดวงดาวลูกสุนัข อาจจะเป็นสุนัข หรือตัวสโนว์แมน เสียงร้องคือ ปุ้ง สูงพอ ๆ กับแฮปปี้ ชอบกินของหวานเป็นพิเศษ (อ่านได้ใน Plue story) และเป็นเทพดวงดาวที่ลูซี่อัญเชิญไว้ตลอดเวลาตอนไม่ได้ไปทำภารกิจ จนดูกลายเป็นสัตว์เลี้ยงไป รวมทั้งเป็น mascot ประจำเรื่องควบคู่กับแฮปปี้ไปด้วย ร้องได้แค่ปู้ง โดยคนที่เข้าใจภาษาของพลูคือนัตสึกับแฮปปี้ และเทพแห่งดวงดาวเท่านั้น ซึ่งตอนเรียกออกมาไม่ต้องเสียพลังเวท
  • คาเอมล์ (Caelum) - เทพแห่งหมู่ดาวสิ่ว มีรูปร่างหน้าตาคล้ายหุ่นยนต์ สามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นปืนไว้ใช้ยิงหรือเป็นดาบก็ได้ จัดว่าเป็นอาวุธร้ายกาจในการต่อสู้
  • พิกซิส (Pyxis) - เทพแห่งหมู่ดาวเข็มทิศ มีรูปร่างคล้ายๆ นกผสมกับเข็มทิศ มีความสามารถในการค้นหาทิศทางได้ทุกทิศ (แม้ว่าสถานที่นั้นจะมีผลกระทบต่อเข็มทิศปกติไม่สามารถใช้ได้ก็ตาม) เคยถูกเอลซ่าพูดว่ามีเข็มทิศ จนถูกแทงใจดำครั้งหนึ่งตอนรอบคัดเลือกงานประลองเวทมนตร์ที่เขาวงกตลอยฟ้า จนกลัวเอลซ่าไปโดยปริยาย (มาจากตอน 256)
  • โพลาริส (Polaris) - เทพแห่งหมู่ดาวลูกหมี ทำพันธสัญญากับยูกิโนะ อาเกรียแห่งกิลด์เซเบอร์ทูธ
  • เดเน็ป (Deneb) - เทพแห่งหมู่ดาวหงษ์ ทำพันธสัญญากับยูกิโนะ อาเกรียแห่งกิลด์เซเบอร์ทูธ
สตาร์เดรส
เป็นเวทที่ใช้กูญแจจักราศีเพื่อสร้างชุดให้เจ้านายมีพลังของเทพแห่งดวงดาวใช้สู้ร่วมกับเทพแห่งดวงดาวได้
  • อควอเรียส (Aquarius) - ราศีกุมภ์จากกลุ่มดาวคนถือคนโทน้ำ เป็นร่างที่ใส่ชุดว่ายน้ำ กับใช้เวทน้ำได้
  • เลโอ (Leo) - ราศีสิงห์จากกลุ่มดาวสิงโต เป็นร่างที่ใดรสสีดำในงานเต้นรำ กับใช้เวทแสง
  • เวอโก้ (Virgo) - ราศีกันย์จากกลุ่มดาวหญิงสาว เป็นร่างที่ชุดเมดแต่ออกโป๊หน่อย กับใช้เวทดินกับขุดดินได้
  • ทอรัส (Taurus) - ราศีพฤษภจากกลุ่มดาววัว เป็นร่างที่ใส่เหมือนชุดคาวเกิร์ลสาวแนววัว เน้นกำลัง กับใช้เชือกที่เป็นหางวัวเป็นอาวุธแบบแส้กับบ่วงบาศ
  • ซาจิทาเรียส (Sagittarius) - ราศีธนูจากลุ่มดาวคนยิงธนู เป็นร่างใส่ชุดนักยิงธนูแบบแค่ยิงมั่วๆก็ยังโดน
  • แอเรียส (Aries) - ราศีเมษจากกลุ่มดาวแกะ เป็นชุดแกะลายสลับกันของชมพูกับขาว ส่วนถุงเท้าจะเป็นสลับลายขาวดำ กับใช้เวทสร้างปุยเมฆนุ่มออกมาได้
  • เจมินี่ (Gemini) - ราศีเมถุนจากกลุ่มดาวเด็กแฝดเจมี่กับมินี่ เป็นใส่หมวก kokoshnik กับชุดเป็นชุดรัดรูป กับสีสลับกันไปมาทั้งชุดกับหมวก ความสามารถคือ ก๊อปปี้ร่างคนตั้งแต่รูปร่าง สติปัญญา นิสัย ความสามารถรวมถึงเวทมนตร์ของคนที่ถูกก๊อปปี้ด้วยเช่นกัน (ก๊อปปี้ได้แค่ผู้ที่มีพลังเวทใกล้เคียงหรือด้อยกว่ากับเจ้านายของตนเท่านั้น)
  • สกอร์เปี้ยน (Scorpio) - ราศีพิจิกจากกลุ่มดาวแมงป่อง ชุดคล้ายกับชุดของสกอเปี้ยน สามารถใช้เวททรายกับเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วทั้งทางอากาศ
  • แคนเซอร์ (Cancer) - ราศีกรกฎจากกลุ่มดาวปู ชุดแบบกี่เพ้าจีน กับมีอาวุธคือ ดาบคู่ที่ต่อกันเป็นกรรไกรได้
  • คาปริคอร์น (Capricorn) - ราศีมังกรจากกลุ่มดาวแพะ เดรสสีดำโชว์ส่วน กับใส่ถุงเท้ากับปลอกผ้าที่แขนจะยาว กับใส่แว่นกันแดด
Heart Kreuz
แบรนด์เสื้อผ้าของผู้หญิงในเรื่องแฟรี่เทล ไม่เคยทำอาวุธ โดยเอลซ่าเคยไปบริษัทกับขอร้องให้ช่วยทำเกราะให้เอลซ่าใช้สู้ จนบริษัทหันมาผลิตเกราะกับอาวุธให้ใช้เป็นแฟชั่นอาวุธ แค่เฉพาะเอลซ่า แต่เมื่อเกราะไหนพัง เอลซ่าจะติดต่อให้ช่วยทำให่ใหม่
ชุดเกราะของเอลซ่า
ชุดเกราะที่เอลซ่าใช้ในการต่อสู้
  • Heart Kreuz Armor - ชุดเกราะปกติที่เอลซ่าสวมเป็นประจำ และเป็นชื่อแบรนด์ของชุดเกราะด้วย สามารถสับเปลี่ยนศาสตรา เปลี่ยนอาวุธอย่างรวดเร็ว ถ้าเกราะนี้ถูกทำลายจะเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดา อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้คือ ดาบสั้น ความจริงแล้ว Heart Kreuz ไม่เคยทำชุดเกราะแต่เอลซ่ากลับพูดว่า "ทำให้ฉันหน่อยไม่ได้หรือไง"
  • เกราะกงล้อสวรรค์ (Heaven's Wheel Armor) - ชุดเกราะที่มีปีกเหล็ก 4 ปีกติดที่หลัง มีพลังเวทที่สามารถเสกดาบได้เป็นจำนวนมาก ใช้สู้กับคู่ต่อสู้หลายๆ คน เอลซ่าสามารถบินได้ในระยะสั้นๆ หากสวมชุดเกราะนี้ อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้คือ ดาบเวทคู่
  • เกราะปีกดำ (Black Wing Armor) - ชุดเกราะมีปีกค้างคาวติดที่หลัง คุณสมบัติพิเศษคือเพิ่มพลังโจมตี เอลซ่าสามารถบินได้ในระยะสั้นๆ หากสวมชุดเกราะนี้ อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้คือ ดาบสั้นแบบเกราะทมิฬ
  • เกราะเทพอัคนี (Flame Emperor's Armor) - ชุดเกราะที่มีรูปลักษณ์คล้ายๆ มังกรสีแดงดำ คุณสมบัติพิเศษคือสามารถกันการโจมตีประเภทไฟได้ 50 % และสามารถใช้ไฟโจมตีได้เช่นกัน อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้คือ ดาบเพลิง
  • เกราะยักษ์ (The Giant's Armor) - ชุดเกราะสีทองสไตล์ barbaric (คนชนชาติป่าเถื่อน) สามารถเพิ่มความแรงในการขว้างปาสิ่งของได้ อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้คือ หอกพิฆาตมาร
  • เกราะเพชร (Adamantine Armor) - ชุดเกราะรูปลักษณ์คล้ายหุ่นยนต์ เป็นชุดเกราะที่มีความแข็งแกร่งทนทานสูงที่สุดของเอลซ่า ถึงขนาดสามารถใช้ต้านทานเวทมนตร์ที่มีอานุภาพสูงได้ ทำมาจากเพชร อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้คือ โล่คู่ (หากประสานกันแล้วจะเป็นการร่ายเวทโล่เวทมนตร์ขนาดใหญ่ออกมาได้)
  • เกราะโลกันตร์ (Purgatory Armor) - 1 ในชุดเกราะที่ประสิทธิภาพสูงสุดของเอลซ่า รูปลักษณ์คล้ายนักรบปีศาจสีดำ พลังและความสามารถที่แท้จริงของชุดเกราะนี้ยังไม่ได้เปิดเผยออกมา แต่คร่าวๆ คือเน้นไปทางทำลายล้าง อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้คือ กระบองหนามเหล็กยักษ์ (เอลซ่าเคยกล่าวถึงอานุภาพชุดเกราะนี้ไว้ว่า "ไม่เคยมีศัตรูคนไหนรอดชีวิต เมื่อได้เห็นชุดเกราะนี้" อ้างอิงจากอะนิเมะตอนที่ 38)
  • เกราะพุ่งทะยาน (Flight Armor) - ชุดเกราะที่ออกสไตล์นักรบเสือชีตาร์ คุณสมบัติพิเศษคือสามารถเพิ่มความเร็วในการต่อสู้ ทั้งการเคลื่อนไหวและการโจมตี อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้คือ ดาบยาวคู่
  • เกราะตระกูลเหยา (Robe of Yūen) - ชุดเกราะที่มีลักษณะสไตล์ซามูไรสีม่วง คุณสมบัติพิเศษคือเป็นชุดเกราะที่สามารถยืดหยุ่นได้ (สามารถกลับรูปร่างเดิมได้ แม้จะถูกเวทมนตร์ประเภทควบคุมสิ่งของดัดรูปร่างไปจากเดิมก็ตาม) อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้คือ ทวนยาว เอาชนะมิดไนต์จากโอราเชี่ยน เซสได้โดยใช้เกราะนี้
  • เกราะประกายพรึก (Morning Star Armor) - ชุดเกราะสีขาว ติดผ้าส้มติดปีกที่ไหล่ 2 ข้าง สามารถโจมตีด้วยไฟฟ้าจากดาบสองข้าง อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้ คือ ดาบสองมือ
  • เกราะแห่งภูต (Armadura Fairy) - ชุดเกราะที่ประสิทธิภาพสูงสุดของเอลซ่า เป็นเกราะที่แบกรับนามของแฟรี่เทล และเป็นเกราะที่แฟรี่เทลภาคภูมิใจ ใช้สู้ในครั้งแรกตอนศึกที่เอโดราส เป็นเกราะสุดท้ายที่ปะทะกับเอลซ่า ไนท์วอคเกอร์ อาวุธที่ใช้คู่กับเกราะนี้ คือ ดาบแห่งภูต
  • เกราะจ้าววารี (Sea Empress Armor) - ชุดเกราะสไตล์มนุษย์ปลา คุณสมบัติพิเศษคือต้านทานการโจมตีของน้ำได้ทุกรูปแบบ กับใช้น้ำโจมตีได้ด้วย ใช้เอาชนะจูเบียกับลิซาน่าในตอนสอบเลื่อนเป็นระดับ S อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้ คือ ดาบคริสตัล
  • เกราะเทพสายฟ้า (Lightning Empress Armor) - ชุดเกราะสไตล์ไปทางเทพีกรีกโบราณ คุณสมบัติพิเศษคือต้านทานสายฟ้าในระดับของลัคซัสได้ สามารถโจมตีและป้องกันด้วยสายฟ้าได้ด้วย ถักเปียที่ผมด้านหลัง อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้ คือ หอกสายฟ้า
  • เกราะอำลาแฟรี่เทล (Farewell Fairy Tail Armor) - ชุดเกราะสไตล์นักรบศักดิ์สิทธิ์เกราะหนัก เป็นชุดเกราะเดียวที่เอลซ่าไม่ได้ใช้สำหรับต่อสู้ เอลซ่าจะใช้ต่อเมื่อทำพิธีอำลาให้กับสมาชิกในกิลด์แฟรี่เทลคนไหนก็ตามที่จำต้องออกจากกิลด์ไป อาวุธที่ใช้คู่กับชุดเกราะนี้ คือ ธงตราประจำกิลด์แฟรี่เทล ไม่ใช่เกราะที่ใช้สู้แต่มีใช้ทำพิธีอำลาสมาชิกแฟรี่เทลเท่านั้น
  • เกราะล่อตาล่อใจ (Seduction Armor) - ชุดเกราะมีเกราะแค่ที่ส่วนแขน ลักษณะชุดเหมือนใส่ชุดว่ายน้ำ 2 พี แล้วมีถุงน่อง มีอาวุธเป็นดาบ 1 เล่ม ใช้ยั่วยวนศัตรู
  • เกราะเทพนางฟ้า (Nakagami Armor) - เกราะที่หรูหราประกอบด้วยขลิบทองที่เปิดส่วนใหญ่อยู่ตรงกลางเผยให้เห็นมากของหน้าอกของเสื้อคลุมสีฟ้าสั้น เสื้อคลุมที่มีการ เชื่อมโยงกัน ที่เอวด้วยเชือกสีม่วงง่ายจัดขึ้นร่วมกัน โดยลูกปัดทองเสื้อคลุมมีตัดหลายชั้นที่หรูหราเธอสวมถุงมือสีฟ้าขนาดใหญ่ที่มีจดจ้องทองวูบวาบ ออกมาในปลายถุงมือมีริบบิ้นสีม่วงผูกรอบข้อมือและจะประดับในรูปแบบที่เรียบง่ายของจุดทองมีพลังสามารถฟันเวทมนตร์ได้ จำนวนเวทที่ใช้มหาศาลมาก ในสิบปีไม่มีใครสามารถสวมใส่ได้ ผู้ที่สวมสามารถแหกกฏจอมเวทกับนักดาบ เกราะมาพร้อมกับง้าวขนาดใหญ่ที่มียามมือทองวงกลมในศูนย์ใบมีดขนาดใหญ่มากด้วยวงกลมกึ่ง ขนาดเล็กในด้านอื่น ๆ ผ้าสีม่วงผูกด้านล่างขวาใบมีด
  • เกราะเจาะทะลวง (Piercing Armor) - เกราะที่เหมือนเกราะอัศวิน มีอาวุธคือหอกด้ามใหญ่ที่มีน้ำหนัก เน้นในการใช้หอกแทงศัตรูเป็นหลัก
  • เกราะปีกดาบ (Wingblade Armor) - เกราะที่เป็นเดรสตรงตัวคนใส่ แต่จะมีดาบติดเป็นปีก มีดาบ 4 คู่ สามารถควบคุมให้ดาบลอยไปฟันศัตรูได้ กับหยิบมาใช้ฟันก็ได้
  • เกราะเทพแห่งสายลม (Nakagami Armor) - เกราะที่เป็นแนวเทพแห่งสายลมตามชื่อ มีอาวุธดาบสามลม โดยเกราะนี้จะเน้นความเร็วเป็นหลัก
  • เอลซ่าตอนถอดเกราะ - ตอนที่เอลซ่าสู้โดยไม่ใช้เกราะ เป็นตอนเอลซ่าเอาจริง ใช้เป็นเหมือนไพ่ตายใบสุดท้าย ลักษณะการแต่งตัวเป็นแบบ ผูกหางม้า มีผ้ารัดหน้าอก กับใส่กางเกงสีแดงที่ขากางเกงเป็นลายไฟ โดยมีอาวุธเป็นดาบคู่ โดยจะสู้แบบระยะประชิดโดยตัวดาบจะอาบพลังเวทมนตร์เพื่อเพิ่มความคมในการฟันเป็นพลัง
ปีศาจแห่งเกาะการูน่า
เป็นปีศาจมีปีก สามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ แต่ถ้าโดนม่านพลังของมูนดริป จะเกิดการสับสนตัวเองว่าเป็นมนุษย์ที่โดนสาปแต่เมื่อมูนดริปหายไป หรือออกจากอาณาเขตความจำจะกลับมา
มูนดริป
เป็นเวทที่ทำการประกอบพิธีตอนมีพระจันทร์เต็มดวง จนเกิดมีแสงสีม่วงออกมา สามารถละลายเวทน้ำแข็งที่ไม่สามารถละลายได้ อย่างไอซ์เชลหรือเวทน้ำแข็งทุกชนิด มูนดริปนั้นเป็นรูปแบบทั้งแสงและของเหลว แต่จะมีผลข้างเคียงต่อพวกปีศาจที่อาศัยบนเกาะการูน่าคือ ทำให้ความทรงจำสับสนคิดว่าเป็นมนุย์ที่ถูกสาปเพราะแสงจากมูนดริป
ไอซ์เชล
เวทน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เป็นสุดยอดเวทน้ำแข็งที่จะผนึกเหยื่อให้ถูกแช่น้ำแข็งตลอด แต่ผลที่ตามมาคือผู้ร่ายเวทจะแปรสภาพเป็นน้ำแข็งที่ผนึก ถ้าละลายน้ำแข็งเท่ากับฆ่าผู้ใช้ โดยเหยื่อที่ถูกผนึกนั้นจะถูกสูบพลังชีวอตไปเรื่อยจนเสียชีวิตจากข้างใน แต่ถ้าเกิดผู้ใช้หยุดร่ายเวทไอซ์เชลกลางคันจะไม่เป็นไรกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากหมดแรง
ลอส ไอซ์เชล
เวทที่เหนือกว่าไอซ์เชล เป็นการประสานไอซ์เชลกับ Lost magic ของเดวิลสเลเยอร์ลงไป ซึ่งผลก็เหมือนกับไอซ์เชลแต่รุนแรงกว่า กับจะทำให้ความทรงจำของผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้จากสูญหายไปด้วย
Super Mage Giant Phantom MK II
อาวุธกลไกพลังทำลายล้างสูงของแฟนธ่อม ลอร์ด ซึ่งแปลงมาจากตัวอาคารของกิลด์แฟนธ่อมเอง
มหาเวททั้ง 3 แห่งแฟรี่เทล
เวทมนตร์ของแฟรี่เทลที่เป็นเวทอันยึ่งใหญ่ที่มีอยู่ด้วยกัน 3 อย่าง ได้แก่
  • แฟรี่ลอว์ - เวทแห่งการพิพากษาที่มีพลังทำลายล้างแผ่รัศมีไปได้ทั่วเมือง แต่ว่ามันจะทำลายแต่พวกศัตรูเท่านั้น แต่ถ้าเป็นพวกมิตรเดียวกันจะไม่เป็นไร มีผลข้างเคียงทางการใช้คือถ้าใช้แล้ว อายุขัยของผู้ใช้จะลดลงไปตามจำนวนศัตรูที่โดนแฟรี่ลอว์ เป็นการบั่นทอนชีวิต เมื่อใช้จนอายุขัยหมดจะเสียชีวิต แฟรี่ลอว์เป็นเวทที่ถูกดัดแปลงมาจา ลอว์
  • แฟรี่กลิตเตอร์ - เวทโจมตีที่มีพลังเทียบเท่ากับแฟรี่ลอว์ โดยใครก็ตามที่ใช้แฟรี่กลิตเตอร์จะมีสัญลักษณ์โผล่ออกมาที่แขน พลังที่ไม่แบ่งแยกมิตรกับศัตรู เป็นเวทที่ถูกสร้างมาเพื่อใช้คลายผนึกแฟรี่ฮาร์ต
  • แฟรี่สเฟียร์ - เวทป้องกันขั้นสูงสุดของแฟรี่เทลที่สามรถป้องกันภัยกับสิ่งชั่วร้ายได้จากทุกสิ่ง การจะใช้ได้ต้องมีสายสัมพันธ์ของกิลด์อย่างลึกซึ้งของแฟรี่เทลเท่านั้น ยิ่งมรสายสัมพันธ์มากยิ่งแข็งแกร่งตาม แต่ว่าเมื่อใช้แล้ว จะอยู่ในสภาพแช่แข็งเป็นเวลาเกือบ 7 ปี ถึงจะคลายได้
ลูเมน ฮิสทอร์ หรือแฟรี่ฮาร์ต
ความลับของแฟรี่เทล ซึ่งอยู่ภายในทางลับในห้องใต้ดินของตึกแฟรี่เทลหลังเก่าเอาไว้ เป็นสิ่งที่มีเพียงมาสเตอร์แฟรี่เทลเท่านั้นที่จะรู้ได้ แบบรุ่นสู่รุ่น เป็นเวทที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่ามหาเวททั้ง 3 แท้จริงคือมวลเวทไร้ขีดจำกัดที่เพรช มาสเตอร์รุ่นที่ 2 สร้างขึ้นมาจากการหาทางคืนชีพ เมวิสมาสเตอร์รุ่นแรก แต่ล้มเหลว กับมวลนั้นอยู่ในร่างเมวิส มีความเป็นไปได้ว่าพลังเวทไร้ที่สิ้นสุดนั้นสามารถฆ่าเซเรฟลงได้ หรือสามารถใช้เป็นพลังงานทำการยิงเอเทเรี่ยนที่ไม่สิ้นสุดได้
10 จอมเวทศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่
ตำแหน่งที่สภาแต่งตั้งจอมเวทที่เก่งกาจที่สุดในทวีป ทั้ง 10 คน แต่ไม่ใช่ว่า 10 คน จะสูสีกัน โดยทุกคนจะมีสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ของ 10 จอมเวทศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ เช่นเสื้อผ้า หรือสร้อยเป็นต้น หลังจากสภาจอมเวทล่มสลายไปเพราะทาทาร์รอส 10 จอมเวทศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่จึงทำหน้าที่รับผิดชอบตั้งตนเป็นสภาจอมเวทแทน โดย 10 จอมเวทศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ในเรื่องได้แก่
  • มาคาลอฟ เดรเยอร์ - กิลด์มาสเตอร์แฟรี่เทล รุ่นที่ 3 และ 6 ปัจจุบันหายสาปสูญ แต่เพราะทีมนัตสึกับทีม B พากลับมาเป็นมาสเตอร์รุ่นที่ 8
  • โจเซ่ โพล่า - อดีตกิลด์มาสเตอรแฟนธ่อม ลอร์ด (ปัจจุบันโดนปลดออกจากตำแหน่ง 10 จอมเวทศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่)
  • ซิกเรน (เจราล เฟอร์นันเดส) - อดีตสมาชิกของสภาจอมเวทย์ (ปัจจุบันโดนปลดออกจากตำแหน่ง 10 จอมเวทศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่)
  • จูร่า เนคิส์ - อดีตสมาชิกในกิลด์ลาเมียสเกล ปัจจุบันไต่เต้าจนอยู่อันดับ 5
  • วัลร็อต ซีเคน - อดีตสมาชิก 1 ในผู้ก่อตั้งกิลด์แฟรี่เทลรุ่นแรก ปัจจุบันมีร่างกายเป็นต้นไม้ อยู่อันดับ 4
  • วูลฟ์ไฮม์ - อยู่อันดับ 3
  • แดรคิวลอส ไฮเบเรี่ยน - อยู่อันดับ 2 เป็นประธานสภาจอมเวทคนใหม่
  • ก็อด เซเรน่า - อยู่อันดับ 1 ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมเวทที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป แต่ว่าหลังจากจบอวตารไปไม่นาน ก็เข้าร่วมกับอาณาจักรอัลวาเรซ ขนาดเทพทั้ง 4 ของอิชกัลเพียง 3 คน กับจูร่าร่วมมือกันยังสู้ไม่ไหว ปัจจุบันถูกแอคโนโลเดียฆ่าอย่างง่ายดาย
เทพทั้ง 4 แห่งของอิชกัล
สมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดของ 10 จอมเวทศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ 4 คน โดย ทั้ง 4 คนไม่ใช่มนุษย์แต่เคยเป็นมนุษย์มาก่อนบางคน
จูปิเตอร์
เป็นปืนใหญ่พลังเวทชนิดหนึ่ง มีหลักการทำงานเหมือนกันกับเอเทเรี่ยน แต่ต่างกันตรงที่ไม่ได้ใช้พลังเวทหลายๆ ธาตุมาบีบอัดรวมกันใส่แท่นหิน แต่รวมไว้ในที่ลาคริม่าขนาดใหญ่ในตัวกลไกของปืนใหญ่ มีอานุภาพสูง ถือเป็นอาวุธที่ใช้ในสงคราม มักติดตั้งในตัวกิลด์ ยานพาหนะ หรือสถานที่ต่าง ๆ เช่น เรือเหาะของกริมมัวร์ ฮาร์ต หรืออาคารกิลด์แฟนธ่อม ลอร์ด
มังกร
สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในเอิร์ธแลนด์ ทุกตัวใช้เวทมนตร์ได้อย่างชำนาญ กับจะแข็งแกร่งตามอีเทอร์นาโนในบรรยากาศ ยิ่งมีมากพลังของมังกรยิ่งมากตาม สิ่งที่ฆ่ามังกรได้คือมังกรกันเองหรือดราก้อนสเลเยอร์เท่านั้น โดยเกล็ดของมังกรเมื่อหลุดออกจากร่างก็จะซีดลงทันที แบบเกล็ดของอิกนีลเป็นสีแดง แต่เมื่อหลุดออกจะซีดเป็นสีขาวทันที แต่ว่า 400 ปีก่อน มังกรมีแนวคิด 2 แบบคือ กินมนุษย์เป็นอาหาร หรืออยู่ร่วมกับมนุษย์ แนวคิดที่ต่างกันจึงเกิดสงคราม พวกมังกรที่คิดอยู่ร่วมกับพวกมนุษย์สู้ไม่ไหวจึงสอนเวทปราบมังกรกับมนุษย์ เพื่อนำมาร่วมสงคราม เป็นต้นกำเนิดสร้างดราก้อนสเลเยอร์ แต่พลังของดราก้อนสเลเยอร์คนหนึ่งมีมากเกินไป ชายคนนั้นได้ฆ่ามังกรที่เป็นมิตรกับศัตรู กับใช้เวทปราบมังกรมากเกินไปจนเริ่มวิวัฒนาการจนกลายเป็นมังกรที่มีชื่อแอคโนโลเกีย และได้กลายเป็นราชาแห่งมังกรทั้งหมดจึงสูญพันธุ์ในเหตุการณ์นั้น มังกรในเรื่องนี้มี ได้แก่
มังกรที่สร้างดราก้อนสเลเยอร์
เหล่ามังกรที่เดินทางผ่านอุปราคากับสิงในตัวดราก้อนสเลเยอร์
  • อิกนีล ราชามังกรไฟ เพศผู้ เป็นมังกรที่เลี้ยงดูนัตสึและสอนเวทย์ปราบมังกรไฟให้แก่นัตสึ หายตัวไปในวันที่ 7 เดือน7 ปี777 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เมทัลลิคาน่าและแกรนดีเน่ทิ้งกาซิลและเวนดี้ไป แท้จริงอยู่ในตัวนัตสึตลอด
  • เมทัลลิคาน่า มังกรเหล็ก เพศผู้ เป็นมังกรที่เลี้ยงดูกาซิลและสอนเวทย์ปราบมังกรเหล็กให้กาซิล หายตัวไปในวันที่ 7 เดือน7 ปี777 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่อิกนีลและแกรนดีเน่หายตัวไปเช่นกัน แท้จริงอยู่ในตัวกาซิลตลอด
  • แกรนดีเน่ มังกรนภา เพศเมีย เป็นมังกรที่เลี้ยงดูเวนดี้แต่ไม่ได้สอนเวทย์ปราบมังกรนภาให้เวนดี้แต่สอนเวทย์สนับสนุนให้มากกว่าหายตัวไปในวันที่ 7 เดือน7 ปี777 แท้จริงอยู่ในตัวเวนดี้ตลอด
  • สกายอดัม มังกรเงา เพศผู้ เป็นมังกรที่เลี้ยงดูโร้คและสอนเวทย์ปราบมังกรเงากับฝังลาคริม่าให้โร็ค โดยตนป่วยของให้โร้คฆ่าเพื่อปลดปล่อยตนจากความทรมาน แต่ความจริงใช้เวทแปลงความทรงจำ กับอยู่ในตัวโร๊ค
  • ไวส์โลเกีย มังกรขาว เพศผู้ มังกรที่เคยเลี้ยงดูสติงและสอนเวทย์ปราบมังกรขาวกับฝังลาคริม่าให้สติงและได้ขอให้สติงฆ่าตนเพื่อให้สติงอาบเลือดมังกรเพื่อกลายเป็นดราก้อนสเลเยอร์ที่แท้จริง แต่ความจริงใช้เวทแปลงความทรงจำ กับอยู่ในตัวสติง
  • ซิลโคนิส(วิญญาณ) มังกรหยก เพศผู้ มังกรตัวแรกที่เวนดี้ได้ติดต่อดวงวิญญาณด้วย โดยซิลโคนิสเล่าถึงเรื่องมังกรในอดีต
มังกรที่ออกมาจากอุปราคา
เป็นมังกรเมื่อ 400 ปีก่อน ที่ออกมาจากอุปราคาข้ามกาลเวลามาในปี x791 ทั้งหมด 7 ตัว ถูกโร็คใช้เวทควบคุมมังกร
  • ซิลโคนิส มังกรหยก เพศผู้ ตัวที่สู้กับเวนดี้และลัคซัส รู้สึกว่าฉายาของเขาเจ้าหญิงฮิซุยจะเป็นคนตั้งให้
  • มาเธอร์กรี เพศผู้ ตัวที่โร๊คขี่อยู่และมีพลังในการสร้างมังกรตัวเล็กจำนวนมากด้วยการปล่อยไข่ลงมายังพื้นอีกด้วยนอกจากนี้มาเธอร์กรียังมีร่างกายเป็นเพชรอีกด้วย
  • แอทลาส เฟรม มังกรเพลิง เพศผู้ มีร่างเป็นไฟทั้งตัวกับเป็นเพื่อนสนิทอิกนีล เป็นมังกรตัวเดียวที่ช่วยเหลือนัตสึ ความจริงเสียชีวิตไปเพราะบาดเจ็บจากเทศกาลราชามังกรเมื่อ 400 ปีที่แล้ว ก่อนตายสร้างหมู่บ้านพระอาทิตย์ ให้คนยักษ์อาศัย จนเสียชีวิต โดยร่างกลายเป็นเพลิง ที่พวกยักษ์เรียกว่าเพลิงนิรันดร์
  • รีไวล์ เพศผู้ ตัวที่ต่อสู้กับสติง
  • ซิสเซอร์รันเนอร์ ตัวที่มีความเร็ว สู้กับโร๊คแต่โดนสั่งห้ามไม่ให้ฆ่าโร๊คเพราะไม่งั้นจะไม่มีตัวโร๊คในอนาคต
  • มังกรหิน เพศผู้ ตัวเป็นหินกับไร้จมูก ปรากฏตัวต่อหน้าบลูเพกาซัสแล้วต่อสู้กับคอบร้า
  • มังกรดำ ตัวที่สู้กับกาซิล
มังกรที่เป็นผู้นำ
มังกรที่เป็นผู้นำในอดีต
  • แอคโนโลเกีย ราชามังกร (อดีตดราก้อนสเลเยอร์) 1 ในดราก้อนสเลเยอร์ที่ถูกสร้างโดยมังกรเมื่อ 400 ปีก่อนในสงคราม แต่เกิดบ้าคลั่งจึงไล่ฆ่ามังกรทั้งมิตรกับศัตรู กับผลที่ใช้เวทปราบมังกรมากเกินไปจนวิวัฒนาการกลายเป็นมังกรตัวสีดำที่มีปีกลวดลายสีฟ้าที่รูปร่างแตกต่างจากทังกรทุกตัว เป็นผู้ยุติสงครามบินไปทั่วโลก จะหยุดที่มีสงครามที่อันตรายโดยไปทำลายที่นั่นทิ้ง ปรากฏตัวต่อหน้าแฟรี่เทลครั้งแรกที่เกาะเทนโรว ทำให้หายไปทั้งเกาะ เกือบ 7 ปี ในตอนที่ทาร์ทารอสทำสงครามกับแฟรี่เทล แอคโนโลเกียก็มา แต่อิกนีลมาขวางจึงเกิดการสู้กันจนแอคโนโลเกียเสียแขนซ้ายไปกับฆ่าอิกนีลสำเร็จแต่หนีไปอีกครั้ง ในศึกอัลวาเรซจัดการก็อด เซเรน่าอย่างง่ายดาย กับไล่ล่าดราก้อนสเลเยอร์จับมาครบ 7 คนขังเข้ามาในอีกมิติ แล้วสู้กันจนสุดท้ายก็แพ้นัตสึจนเสียชีวิต
  • เบลเซเรี่ยน มังกรแห่งปัญญา เพศผู้ ผู้นำของมังกรทวีปตะวันออก หรือมังกรที่คิดอยู่ร่วมกับมนุษย์ ตัวที่มีสติปัญญาฉลาดมากที่สุด ในอดีตบาดเจ็บแล้วถูกมนุษย์ช่วยชีวิตไว้ จึงเป็นหนี้ชีวิต จากนั้นก็สร้างอาณาจักรในอิชกัลที่มนุษย์กับมังกรอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แต่เหล่ามังกรทวีปตะวันตกที่คิดว่ามนุษย์เป็นอาหารไม่ยอมรับ จึงสงคราม ทางฝ่ายตะวันตกเริ่มขยายอาณานิคมเพิ่มขึ้น เบลเซเรี่ยนก็สู้ไม่ไหว ไอลีนจึงแนะนำให้สร้างดราก้อนสเลเยอร์ จึงเป็นผลดีเกินไปส่งผลให้กำเนิดแอคโนโลเกีย ส่วนเบลเซเลี่ยนก็เสียชีวิตในสงคราม
  • ไอลีน เบลเซเรี่ยน ราชินีมังกร (อดีตดราก้อนสเลเยอร์) เป็นผู้นำประเทศที่เป็นผู้ช่วยเบลเซเลี่ยนกับมังกร เป็นคนแนะนำให้สร้างดราก้อนสเลเยอร์ ตนเป็น 1 ในนั้น กับเป็นผู้รอดชีวิตจากสงคราม แต่ผลจากการใช้เวทปราบมังกรมากเกินไปเริ่มส่งผลต่อตน ซึ่งตอนนั้นไอลีนก็ท้องอยู่ จากนั้นก็ถูกสามีตัวเองจับไปทรามานสารพัด 3 ปี เพราะไอลีนเริ่มกลายเป็นมังกร ตลอด 3 ปีร่างกายไม่เหมือนคนท้อง จนคลุ้มคลั่งกลายเป็นมังกรทำลายประเทศหนีไป เพราะป้องกันตัว กับบินไปทั่วโลกตลอด 300 ปี จากนั้นได้เจอเซเรฟ ถูกเซเรฟรักษาคืนร่างเนมนุษย์อีกครั้ง แต่ผลที่ตามมา กินกับหลับก็ไม่ได้ ไอลีนคิดย้ายร่างไปในเด็กในท้องจึงคลอดลูกออกมาคือเอลซ่า แต่พอคลอดเสร็จก็ลังเลไม่กล้าทำจึงหนีไป เพราะกลัวว่าซักวันตนจะย้ายร่างไปในเอลซ่าอีกครั้ง โดยตนก็ไปอยู่กับเซเรฟ เป็นสมาชิกหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในเหล่าโล่ ตอนศึกอัลวาเรซ สู้กับเอลซ่ากับเวนดี้ จนตนสู้ไม่ไหวคืนร่างเป็นมังกรสู้แต่ก็แพ้เอลซ่าจนเสียชีวิต กับก่อนตายบอกสาเหตุที่ทิ้งเอลซ่า เพราะรักเอลซ่าที่เป็นลูกสาวคนเดียวมาก
เวทควบคุมมังกร
เวทที่ใช้ควบคุมมังกรที่โร็คจากอนาคตคิดค้นขึ้นมา เพื่อควบคุมมังกรใช้สู้กับแอคโนโลเกีย แต่เวทนี้ใช้คบคุมแอคโนโลเกียไม่ได้ เพราะเดิมทีแอคโนโลเกียนั้นเคยเป็นมนุษย์มาก่อน
วันที่ 7 เดือน 7
วันที่มังกรที่สร้างดราก้อนสเลเยอร์ทั้ง 5 หายตัวไป โดยไม่มีใครรู้เลยว่าไปอยู่ที่ไหน แต่อุปราคาส่งมังกรกับดราก้อนสเลเยอร์ข้ามกาลเวลาไปอนาคตในอีก 400 ปี ข้างหน้ากับเปิดนำมาสู่อนาคต
ดราก้อนสเลเยอร์
ผลงานการสร้างให้จอมเวทมนุษย์ใช้เวทปราบมังกรโดยฝีมือของมังกร กับไม่สามารถกินเวทของก็อดสเลเยอร์ได้นอกจากว่าจะทำให้ตัวเองนั้นพลังเวทในตัวหมดก่อนแล้วค่อยกินก็ไม่เป็นไรกับใช้ได้แต่แค่ชั่วคราว และยังกินวัตถุดิบธาตุของตนเองได้เหมือนเป็นอาหาร โดยหลักถ้ากินพลังเวทบริสุทธิ์ก็ทำได้ เพื่อฟื้นฟูพลังเวทและรักษาความเหนื่อยล้า แต่รักษาบาดแผลไม่ได้ แต่ไม่สามารถที่กินเวทมนตร์ที่ตนสร้างขึ้นมาเองได้ จุดอ่อนคือมีอาการเมาพาหนะที่เป็นวัตถุเคลื่อนที่ คือการบ่งบอกว่าเป็นดราก้อนสเลเยอร์ที่แท้จริง แต่ถ้าอยู่บนสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่จะไม่เป็นไร
  • ดราก้อนสเลเยอร์ รุ่น 1:จอมเวทที่ถูกมังกรเลี้ยงดูและถ่ายทอดเวทมนตร์ให้โดยตรง จนใช้เวทปราบมังกรได้ แต่ถ้าใช้เวทปราบมังกรมากเกินไป จะทำให้วิวัฒนาการร่างเป็นมังกร ซึ่งผู้ที่เป็นดราก้อนสเลเยอร์ในเรื่อง ได้แก่
    • นัตสึ ดรากูนีล - ดราก้อนสเลเยอร์อัคคี - ผู้สอน ราชามังกรไฟ อิกนีล
    • กาซิล เรดฟ็อกซ์ - ดราก้อนสเลเยอร์เหล็ก - ผู้สอน มังกรเหล็ก เมทัลลิคาน่า
    • เวนดี้ มาร์เวล - ดราก้อนสเลเยอร์นภา - ผู้สอน มังกรนภา แกรนดีเน่
    • แอคโนโลเกีย - ดราก้อนสเลเยอร์ ปัจจุบันเป็นราชามังกร - ผู้สอน มังกร
    • ไอลีน เบลเซเรี่ยน - ดราก้อนสเลเยอร์ปัญญา ปัจจุบันเป็นราชินีแห่งมังกร - ผู้สอน มังกรแห่งปัญญา เบลเซเรี่ยน
  • ดราก้อนสเลเยอร์ รุ่น 2:จอมเวทที่ถูกฝังลาคริม่าไว้ในตัว สำหรับผู้ที่มีลาคริม่าฝังในตัวจะได้รับพลังเหมือนดราก้อนสเลเยอร์ แต่เป็นดราก้อนสเลเยอร์ที่ไม่ได้เรียนวิชาจากมังกร ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากการกลายร่างเป็นมังกร แต่จะรับผลจากการเมาพาหนะเท่านั้น ในเรื่องนี้มีผู้ที่มีพลังนี้ คือ
    • ลัคซัส เดรเยอร์ - ลาคริม่า ดราก้อนสเลเยอร์สายฟ้า - ผู้ฝังลาคริม่า พ่อของลัคซัส อีวาน เดรเยอร์
    • คอบร้า - ลาคริม่า ดราก้อนสเลเยอร์พิษ - ผู้ฝังลาคริม่า เบรน
    • ก็อด เซเรน่า - ลาคริม่า ทั้ง 8 ดราก้อนสเลเยอร์ ถ้ำ ทะเล ไฟนรก พายุ และอีก 4 ธาตุไม่ทราบ
  • ดราก้อนสเลเยอร์ รุ่น 3:จอมเวทดราก้อนสเลเยอร์ ได้เรียนวิชาจากมังกรกับถูกฝังลาคริม่าในตัวด้วย มีผลทำให้กลายร่างเป็นมังกรเพราะได้รับการสอนมาจากมังกรด้วย ในเรื่องนี้มีผู้ที่มีพลังนี้ คือ
    • สติง ยูคลิฟ - ดราก้อนสเลเยอร์ขาว - ผู้สอนและฝังลาคริม่า มังกรขาว ไวส์โลเกีย
    • โร็ค เชนี่ - ดราก้อนสเลเยอร์เงา - ผู้สอนและฝังลาคริม่า มังกรเงา สกายอดัม
โหมดมังกรผสานธาตุ
ดราก้อนสเลเยอร์ที่กินธาตุที่ 2 เข้าไป ทำให้ได้รับความสามารถในการใช้ธาตุที่ 2 ผสานกับธาตุตั้งต้น มีพลังเวทมากขึ้นเหมือนดราก้อน ฟอร์ซ แต่รุนแรงกว่า ซึ่งมีเวลาจำกัดในการใช้ยิ่งกว่าดราก้อน ฟอร์ซ กับพลังมากกว่า แต่หลังจากใช้แล้วร่างกายจะอ่อนแรงไปสักระยะ ถ้าฝึกจนชินก็จะไม่รับภาระ ในเรื่องมีผู้ที่ใช้ได้ คือ
  • นัตสึ ดรากูนีล - ดราก้อนสเลเยอร์อัคคี ผสานกับ เวทปราบมังกรสายฟ้าของลัคซัส
  • กาซิล เรดฟ็อกซ์ - ดราก้อนสเลเยอร์เหล็ก ผสานกับ เวทปราบมังกรเงาของโร็ค
  • โร็ค เชนี่ (จากอนาคต) - ดราก้อนสเลเยอร์เงา ผสานกับ เวทปราบมังกรขาวของสติง
  • สติง ยูคลิฟ - ดราก้อนสเลเยอร์ขาว - ผสานกับ เวทปราบมังกรของโร็ค
ท่าลับดราก้อนสเลเยอร์
ท่าลับของดราก้อนสเลเยอร์ที่เป็นท่าเฉพาะในแต่ละธาตุของดราก้อนสเลเยอร์ ถือได้ว่าเป็นท่าไม้ตายสูงสุดในการโจมตี ในเรื่องมีผู้ที่ใช้ได้ คือ
  • นัตสึ ดรากูนีล - ดราก้อนสเลเยอร์อัคคี - ดาบระเบิดเพลิงดอกบัวแดง, ดาบวิหคเพลิงโลกันต์, หมัดมังกรเพลิง
  • กาซิล เรดฟ็อกซ์ - ดราก้อนสเลเยอร์เหล็ก - ดาบมังกรเหล็กแสงศักสิทธิ์
  • เวนดี้ มาร์เวล - ดราก้อนสเลเยอร์นภา - คมมีดวายุ , ทางช้างเผือก
  • ลัคซัส เดรเยอร์ - ดราก้อนสเลเยอร์สายฟ้า - สายฟ้าคำราม
  • คอบร้า - ดราก้อนสเลเยอร์พิษ - คลื่นเกล็ดมังกรพิษ
  • โร็ค เชนี่ - ดราก้อนสเลเยอร์เงา - ดาบชาโดว์แบล็คเงากลืนกิน
  • สติง ยูคลิฟ - ดราก้อนสเลเยอร์ขาว - โฮลี่โนว่า
ดราก้อน ฟอร์ซ
วิชาขั้นสูงสุดของเวทปราบมังกรที่ดราก้อนสเลเยอร์สามารถทำได้ เป็นวิชาที่เพิ่มพลังให้ตนเอง เมื่อใช้แล้วทำให้มีพลังเวทมากขึ้น 2-3 เท่า เปรียบเสมือนกับการใช้ โหมดมังกรผสานธาตุ แต่หลังจากใช้แล้วร่างกายจะอ่อนแรงไปสักระยะ ในเรื่องมีผู้ที่ใช้ได้ คือ
  • นัตสึ ดรากูนีล - ดราก้อนสเลเยอร์อัคคี ครั้งแรกตอนกินเอเทเรี่ยน ครั้ง 2 ตอนกินไฟสีทองของเจราล ต่อมาก็ฝึกจนชำนาญ
  • โร็ค เชนี่ - ดราก้อนสเลเยอร์เงา
  • สติง ยูคลิฟ - ดราก้อนสเลเยอร์ขาว
  • เวนดี้ มาร์เวล - ดราก้อนสเลเยอร์นภา
  • กาซิล เรดฟ็อกซ์ - ดราก้อนสเลเยอร์เหล็ก
ลาคริม่า
ผลึกชนิดหนึ่งในโลกเวทมนตร์ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ที่เอโดราสลาคริม่าถูกนำมาผสมกับอาวุธจนกลายเป็น อุปกรณ์พลังเวท และพลังงาน ถ้าเอาไปฝังในมนุษย์จะกลายเป็นดราก้อนสเลเยอร์รุ่นที่ 2 แต่ถ้าดึงลาคริม่า ผู้ที่ถูกฝังจะเป็นอันตรายถึงชีวิต
R System
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หอคอยสวรรค์ เป็นสถานที่ที่สามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้ โดยต้องแลกกับชีวิตคน 1 คน เพื่อชุบชีวิต 1 คน โดยในเรื่องเจราลที่ถูกอุลเทียร์ใช้เวทควบคุมจิตใจให้สร้างหอคอยนี้ขึ้นต่อหลังจากที่คนคุมการสร้างก่อนหน้านี้ถูกฆ่าไป เพื่อฟื้นคืนชีพจอมเวทมนตร์ดำเซเรฟ ต้องใช้พลังงาน 2.7 ล้าน อีเดีย แต่การคืนชีพไม่สำเร็จ เนื่องจากถูกนัตซึขัดขวางและทำลายหอคอย
อาวุธของสภาจอมเวท
อาวุธของทางสภาจะใช้ตามระดับความอันตราย ตามความสำคัญ
  • เอเทเรี่ยน - เป็นเวทมนตร์ขั้นสูงสุดที่เกิดจากการบีบอัดพลังเวทหลายๆธาตุหลายๆชนิดบรรจุไว้ในแท่นหินยักษ์ที่เป็นตัวกลางในการยิงพลังเวทเอเทเรี่ยนที่ชื่อ แซทเทิลไลท์ สแควร์ (Satellite Square) ถือเป็นอาวุธไพ่ตายสุดท้ายของสภาจอมเวท มีพลังรุนแรงถึงขนาดสามารถล้างประเทศหนึ่งให้หายไปได้ในพริบตา สภาจอมเวทเคยตัดสินใจใช้เอเทเรี่ยนทำลาย R System แต่หารู้ไม่ว่าเอเทเรี่ยนนั้น กลับทำให้ R System นั้นสมบูรณ์ (จริงๆเป็นแผนการที่ซิกเรน - เจราลวางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว) โดยการใช้เอเทเรี่ยนจำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากสมาชิกของสภาจาก 5 คน จากใน 9 คน แต่ 7 ปีต่อมาได้เปลี่ยนเป็น 9 คน
  • เฟธ - มรดกสีขาว เป็นความลับของสภาจอมเวท ที่มีสมาชิกไม่กี่คนที่รู้ เฟธคืออาวุธระเบิดพัลธ์เวทมนตร์ รูปเสาหินที่บนยอดเป็นหน้าคน 3 พันจุด เมื่อทำงาน จะทำให้ใช้เวทมมนตร์ทั้งทวีปไม่ได้ วิธีทำลายคือคำสั่งทำลายตัวเองที่ระบบคำสั่งมือระยะใกล้ แต่เฟธถูกทำลายโดยฝีมือของมังกร 4 ตัวที่สร้างดราก้อนสเลเยอร์(ยกเว้นอิกนีล)
สมาพันธ์บาลาม
คือกิลด์แห่งความมืดระดับมหาอำนาจ 3 แห่งมารวมกัน ประกอบด้วยโอราเชี่ยน เซส , กรีมมัวร์ ฮาร์ต ,ทาร์ทารอส โดยทั้ง 3 จะมีกิลด์ย่อยในสังกัดจำนวนมากเป็นกองทัพ 7 ปีต่อมาหลังจากการทำลายล้างของแอคโนโลเกีย กิลด์แห่งความมืดระดับมหาอำนาจในสมาพันธ์บาลามเหลือเพียงแต่ทาร์ทารอส ในเรื่องทั้ง 3 กิลด์ที่มีจอมเวทระดับ S หรือผู้ที่แข็งแกร่งในกิลด์ที่เป็นสมาชิกหลัก ที่ถูกเรียกเป็นกลุ่ม ที่ยศอยู่ต่ำกว่า กิลด์มาสเตอร์ คือ
  • โอราเชี่ยน เซส - กุญแจคำอธิษฐานทั้ง 6 มี 6 คน
  • กรีมมัวร์ ฮาร์ต - กลุ่มเจ็ดวงศานรก มี 7 คน และมีรองกิลด์มาสเตอร์ อีก 1 คน ที่เป็นผู้รับผิดชอบ
  • ทาร์ทารอส - ประตูผีทั้ง 9 มี 9 คน และมีรองกิลด์มาสเตอร์ อีก 1 คน ที่เป็นผู้รับผิดชอบ
เนอร์วาน่า
เมืองเคลื่อนที่สูบเวทมนตร์เป็นพลังงาน เป็นเวทมนตร์ที่สลับความดีความชั่วในจิตใจของคน เปลี่ยนคนดีเป็นเลว เลวเป็นดี ส่งผลต่อคนที่อยู่ในรัศมีใกล้ๆ ที่มีจิตใจรู้สึกแค้นต่อคนสำคัญกับตนที่เสียชีวิตไป หรือว่ากำลังสับสนระหว่างความดีกับความชั่ว แต่ว่าถ้าคนสำคัญยังมีชีวิตอยู่ พลังของเนอร์วาน่าจะหายไปทันที จุดอ่อนของเนอร์วาน่า คือ ที่ขาทั้ง 6 ที่ใช้เดิน จะดูดซับพลังเวทจากฟื้น เพิ่มฟื้นตัว แต่ละข้างจะมีลาคริม่าที่ฟื้นฟูตนอยู่ คือมี 6 อัน ซึ่งถ้าทำลายลาคริม่าไปแค่ที่หนึ่ง ลาคริม่าที่เหลือจะซ่อมแซมกลับเป็นเหมือนเดิมในทันที แต่ถ้าทำลายไปพร้อมกันหมดในเวลาเดียว เนอร์วาน่าจะถูกทำลายในทันที
อูราโน่ เมเทรีย
สุดยอดเวทของผู้ใช้เทพแห่งดวงดาว เป็นพลังของเทพดวงดาวทั้ง 88 ที่ต้องร่ายทำนองออกมาพอปล่อยพลังออกมาเป็นเวทโจมตีที่รุนแรงเมื่อใช้แล้วแรงจะหมดแรงทันที
โลกเอโดราส
โลกคู่ขนานกับโลกปกติ ที่มีเวทมนตร์ขีดลำกัด มี 2 เผ่า อาศัยอยู่ คือ มนุษย์กับเอ๊กซ์ซีด หากชาวโลกเอโดราสต้องการใช้เวทมนตร์ จำเป็นต้องค้นหาหินลาคริม่ามาผสมกับสิ่งของที่เราต้องการ เพื่อสร้างอุปกรณ์พลังเวทขึ้นมา (magic item) โดยคนในอโดราสจะเป็นคนที่เหมือนกนัแต่นิสัยจะต่างกัน เช่น นัตสึในโลกปกติจะบ้าบิ่น ขี้แกล้ง เมายานพาหนะ แต่ในเอโดราสจะขี้ขลาดถูกแกล้ง กับเข้มแข็งเฉพาะตอนอยู่ในพาหนะ
อานิม่า
เวทมนตร์มิติเวลาขั้นสูงที่กษัตริย์ฟอลต์ในโลกเอโดราสสร้างขึ้น เป็นประมิติที่เก็บเกี่ยวพลังเวทจากโลกอื่นๆ ใช้ประตูดูดสิ่งต่างๆเข้ามา กลายสภาพให้เป็นลาคริม่า กับเป็นประตูเชื่อมมิติด้วยกัน แต่อนิม่าไม่มีผลกับดราก้อนสเลเยอร์ แต่ถ้าอานิม่าสลับขั้วจะทำให้เวทมนตร์ในเอโดราสทั้งหมดถูกส่งมาที่เอิร์ธแลนด์แทน
เอกซ์ซีด
สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในมิติเอโดลาส เป็นเผ่าพันธุ์แมวยืน 2 ขา กับพูดได้ มีสติปัญญาและความคิดนั้นใกล้เคียงกับมนุษย์มาก เป็นเพียงเผ่าเดียวที่สามารถใช้เวทมนตร์สายลมในการเสกปีกบินได้อย่างอิสระ แต่พละกำลังจะอ่อนแอกว่ามนุษย์ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในมิติเอิร์ธแลนด์
โดม่า อานิม
ในภาษาเอโดราสแปลว่า นักรบมังกร คืออาวุธต้องห้ามที่ถูกผนึกไว้ที่โลกเอดราส หุ่นยนต์มังกรยักษ์ที่ดูดซับพลังเวทเป็นพลังงาน มีเกราะป้องกันพลังงานเวทมนตร์จากด้านนอก ถ้าเปรียบเทียบกับเอิร์ธแลนด์ ก็คือแคโนโลเกีย
จอมเวทดำเซเรฟ
จอมเวทที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์หลากหลายแขนงต่างๆ และร่างกายถูกสาป มีชีวิตมากว่า 400 ปี มีชีวิตที่เป็นอมตะ มีพลังทำให้คนที่อยู่ในรัศมีใกล้ตาย กับดูดความเกลียดชังของคนที่ตายไป หลังจากจบเทศกาลราชามัลกร เซเรฟได้เห็นสงครามจนเข้าใจถึงสิ่งที่ตนทำ จึงคิดที่จะไม่ทำอะไร โดยไม่ยุ่งเกี่ยว เป็นมิตรหรือศัตรูฝ่ายไหนโดยเด็ดขาด เหมือนหลับไหลที่ปิดผนึกตัวเอง แต่เพราะการก่อสงครามของกริมมัวร์ ฮาร์ททำให้พลังในตัวตื่นขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นผลทำมห้โลกเข้าสู่ยุคแห่งหายนะ ในสมัยเมื่อ 400 ปี ก่อนเซเรฟได้สร้างหนังสือของเซเรฟขึ้นมาหลายเล่ม โดยแต่ละเล่มมีปีศาจที่เซเรฟสร้างขึ้นมา 1 ตัว ต่อ 1 เล่ม พวกปีศาจพวกนั้นต้องการไปหาผู้สร้าง เหล่าจอมเวทต่างก็ต้องการเซเรฟเพราะเชื่อว่าเมื่อใดที่ได้เซเรฟมาครอง จะสามารถสร้างโลกเวทมนตร์ของเซเรฟได้ แต่นั้นเป็นเรื่องหลอกลวง
Lost Magic
เวทมนตร์ที่สาบสูญในอดีตเมื่อ 400 ปีที่แล้ว มีข้อเสียคือถ้าใช้มากเกินไปจะทำให้ร่างกายแปรสภาพไปตามชนิดของ Lost Magic ที่ใช้ แล้วก็ตายในที่สุด
ก็อดสเลเยอร์
จอมเวทที่ถูกพระเจ้า(ความจริงเป็นมนุษย์ที่ใช้ Lost Magic) เลี้ยงดูและถ่ายทอดเวทมนตร์ให้มีความสามารถเหมือนกับดราก้อนสเลเยอร์ รวมทั้งใช้เวทมนตร์ปราบพระเจ้าได้ เวทมนตร์ที่ก็อดสเลเยอร์ใช้ลักษณะเป็นธาตุและมีสีดำ เป็น Lost Magic รูปแบบหนึ่ง เป็นธาตุที่ดราก้อนสเลเยอร์กินไม่ได้ แต่ก็อดสเลเยอร์กินเวทของดราก้อนสเลเยอร์ได้ กับไม่สามารถฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าด้วยการกินเวทได้ ซึ่งผู้ที่เป็นก็อดสเลเยอร์ในเรื่อง ได้แก่
  • ซันโครว - ก็อดสเลเยอร์อัคคี - ผู้สอนมาสเตอร์ฮาเดส
  • ออก้า นานาเกียร์ - ก็อดสเลเยอร์อัสนี - ผู้สอนไม่ทราบ
  • เชอเรีย เบลนดี้ - ก็อดสเลเยอร์นภา - เรียนด้วยตนเอง (ความจริงแกรนโดม่าเป็นมอบหนังสือเรื่องก็อดสเลเยอร์ให้เชอเรียจึงอ่านศึกษาจนเป็นได้)
งานประลองเวทมนตร์
การแข่งขันที่ประเทศฟิโอเร่จัดตั้งขึ้นเพื่อหากิลด์จอมเวทที่เป็นอันดับ 1 ของแต่ละปี เริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อ 1 ปี หลังจาก แฟรี่เทลบนเกาะเทนโรวหายไป รูปแบบการแข่งขันแต่ละปีจะแตกต่างกันไป โดยให้ 1 ทีม มาจาก 1 กิลด์ แต่ปี x791 ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้มี 2 ทีม ใน 1 กิลด์ ในทีมต้องเป็นสมาชิกของกิลด์ 5คน ห้ามไม่ให้กิลด์มาสเตอร์ประจำกิลด์กับคนนอกกิลด์มาลงแข่ง ร่วมทีมกับกิลด์ สามารถเปลี่ยนสมาชิกได้ตลอด รอบแรกเป็นการเกณฑ์ทีม โดยให้ทีมทั้งหมดที่เข้าร่วม 8 ทีมอันดับแรก ผ่านเข้าแข่งในรอบสอง แข่งตั้งแต่วันที่ 1-4 จะเป็นแข่งวันละ 2 รอบ รอบแรกของแต่วันจะแข่งแบบกีฬาโดยให้ 8 ทีม แข่งขันกันโดยมี 8 อันดับ แต่ละอันดับ มีคะแนนเรียงลำดับจากมากไปน้อย 10-8-6-4-3-2-1-0 (ให้แต่ละทีส่งตัวแทนลงมาแข่ง) ในการแข่งรอบ 2 ของแต่ละวันจะเป็นสู้กันของ 4 คู่ คู่ละ 2 ทีม โดยมีเวลา 30 นาที ฝ่ายที่ชนะได้ 10 คะแนน ฝ่ายแพ้ 0 คะแนน ถ้าทั้ง 2 ทีมเสมอได้ 5 คะแนน (ในการแข่งรอบ 2 กรรมการจัดงานจะเป็นคนเลือกเอง ถ้าคนแข่งมาไม่ได้ต้องส่งตัวสำรองไปแทนได้) ในวันที่ 5 จะเป็นวันหยุดพักผ่อนเพื่อเตรียมรอแข่งรอบตัดสิน คือสู้กันเพื่อหาทีมที่เหลือรอด ที่แข็งแกร่งที่สุด โดยทีมที่มีคะแนนมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ โดยกติกาถ้าชนะหัวหน้าทีมได้ 5 คะแนน ถ้าจัดการสมาชิกในทีมได้ 1 คะแนน โดยต่อให้สมาชิกทั้งหมดในทีมแพ้ แต่ได้คะแนนรวมเยอะสุดก็ชนะได้ โดยวันงานมีตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค ถึง 6 ก.ค ของทุกปี แท้จริงแล้วงานประลองเวทมนตร์มีอีกชื่อหนึ่งว่าเทศกาลราชามังกรงานเลี้ยงของมนุษย์ มังกร และปีศาจ ในอดีตเป็นสงครามที่ก่อให้เกิดแอคโนโลเกีย
ประตูอุปราคา
ประตูเวลาที่ใช้เวทมนตร์เป็นพลังงาน กับกุญแจเทพแห่งดวงดาว 12 ราศี 12 ดอกเป็นการขับเคลื่อน ที่เซเรฟคิดค้นขึ้น เวทมนตร์ที่มาจากสมุดของเซเรฟ พลังเวทที่ใช้เทียบเท่ากับเอเทเรี่ยน แต่ถ้ามีกุญแจไม่ครบต้องใช้พลังเวทของจอมเวทมาทดแทน พร้อมกับต้องเป็นตอนที่เกิดดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เคลื่อนที่ตัดกัน โดยถ้าหากใช้เวททนตร์ใกล้ประตูอุปราคา ก็จะถูกดูดพลังเวทไป เมื่อคนเข้าประตูนั่นไปก็จะถูกคลุมด้วยพลังเวทที่คล้ายกับเซเรฟ แต่จะไม่เป็นไร เป็นเหมือนประตูเวลาที่เดินทางอดีตสู่อนาคตหรือกลับกันได้ แต่ทั้ง 2 ทางต้องมีอุปราคาอยู่ ถ้าไม่มีอยู่ทางใด ก็จะเป็นประตูแบบสุ่มทั่ว เหมือนตอนที่มังกรออกมาจากอุปราคา
ลาส เอจส์
เวท Lost Magic ของมิวเดี้ยน ถ้าใครใช้เวทนี้จะทำให้ทั้งโลกย้อนเวลากลับได้โดยผู้คนทั้งโลกเห็นภาพเหตุการณ์ในอนาคตก่อนย้อนมาแค่เฉพาะคนที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาปัจจุบันเท่านั้น ถ้าสิ่งมีชีวิตที่มาจากช่วงเวลาอื่นจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่ถ้ามาอยู่ในช่วงเวลาอื่นเป็นเวลานานก็สามารถรับรู้ถึงเรื่องของลาส เอจส์ได้ แต่ผู้ใช้จะสูญเสียเวลาที่เหลือทั้งหมดของตน หรือชีวิตจนร่างกายจะกลายสภาพไปเป็นคนแก่จนตายไปในทันที กับต้องติดอยู่ในวนเวียนของเวลาไม่สิ้นสุด
แมกกีเนียม
โลหะสะท้อนเวทมนตร์ที่ต้านเวทมนตร์ได้หมดทุกชนิด วิธีทำลายมีแต่ต้องทำลายโดยสิ่งที่ไม่ใช่เวทมนตร์เท่านั้นที่ทำได้ ในเรื่อง RAVE MASTER ใช้โลหะชนิดนี้ในกาสร้างดาบ Ten Commandment
เดวิลสเลเยอร์
จอมเวทที่ถูกปีศาจากหนังสือของเซเรฟ เลี้ยงดูและถ่ายทอดเวทมนตร์ให้มีความสามารถเหมือนกับจอมเวทสเลเยอร์ แต่ว่าเป็นเวทที่จอมเวทสเลเยอร์ไม่สามารถกินได้ รูปแบบพลังที่ใช้ลักษณะ Exorcist Mages เป็นคำสาป ซึ่งถ้าใช้มากเกินไป จะมีอักขระโผล่ออกมาตามตัวจนลุกลามไปทั่วเปลี่ยนร่างผู้ใช้กลายเป็นปีศาจ ผู้ที่เป็นเดวิลสเลเยอร์ในเรื่อง ได้แก่
  • ซิลเวอร์ ฟูลบัสเตอร์ - เดวิลสเลเยอร์น้ำแข็ง - ผู้สอน ปีศาจ
  • เกรย์ ฟูลบัสเตอร์ - เดวิลสเลเยอร์น้ำแข็ง - ผู้สอน ซิลเวอร์ ฟูลบัสเตอร์
ปีศาจจากหนังสือของเซเรฟหรืออีเทอร์เรียส
คือปีศาจที่ชั่วร้ายที่จอมเวทดำเซเรฟเป็นผู้สร้าง หรืออีกชื่อหนึ่งคืออีเทอร์เรียส โดยพวกมันอยู่ในหนังสือของเซเรฟ 1 ตัว ต่อ 1 เล่ม ปีศาจจากหนังสือของเซเรฟไม่ได้ใช้พลังของเวทมนตร์ แต่สิ่งที่ใช้ คือ คำสาป โดยหลักแล้วไม่ใช่ว่าจะเป็นปีศาจที่เซเรฟสร้างขึ้นมาทุกตัว แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น มนุษย์ หรือสัตว์ เป็นต้น เอาไปใส่ในแกนนรกของทาร์ทารอส เมื่อร่างกายทนรับได้ก็จะทำให้กลายเป็นอีเทอร์เรียส ต่อให้ตายก็จะคืนชีพที่แกนนรกของทาร์ทารอสได้ตลอด ถ้าแกนนรกยังไม่ถูกทำลาย ซึ่งอีเทอร์เรียสทุกตัวนั้นต้องการกลับไปหาเซเรฟ โดยที่ไม่รู้เลยว่าต้องฆ่าเซเรฟที่เป็นผู้สร้าง เพราะพลังของอีเทอร์เรียสเท่านั้นที่เป็นพลังคำสาป แบบเดียวกับของเซเรฟสารารถต่อกรกับเซเรฟได้
คำสาป
พลังที่ปีศาจจากหนังสือของเซเรฟ เปรียบเสมือนจอมเวทใช้เวทมนตร์ แต่ปีศาจจากหนังสือของเซเรฟจะใช้คำสาปแทน
แกนนรก
แกนกลางที่อยู่ในใจกลางของกิลด์ทาร์ทารอส เมื่ออีเทอร์เรียสเสียชีวิตก็จะฟื้นคืนชีพที่แกนนรก โดยต้องใช้เวลาในการคืนชีพเพราะว่าถ้าออกมาก่อนจะฟื้นตัวเสร็จจะอ่อนแอ แต่ถ้าฟื้นตัวเสร็จตามกำหนดจะแข็งแกร่งกว่าเดิม แต่ถ้าใส่สิ่งมีชีวิตอื่นเข้าไปที่ไม่ใช่อีเทอร์เรียส จะเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นอีเทอร์เรียส ปัจจุบันแกนนรกถูกมิร่าทำลายลงทำให้อีเทอร์เรียสไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้อีก
อีเทอร์เรียสฟอร์ม
ร่างที่พลังมากที่สุดของอีเทอร์เรียส เปรียบเสมือนดราก้อนฟอร์ดของดราก้อนสเลเยอร์ คือร่างกับพลังที่แท้จริงอีเทอร์เรียส
E.N.D
ปีศาจตัวสุดท้ายที่เซเรฟสร้างขึ้นมา กับแข็งแกร่งที่สุด คือนัตสึ แต่ E.N.D แยกเป็น 2 ส่วน คือร่างนัตสึกับหนังสือ โดยเล่มหนังสือถูกมาร์ด เกียร์เก็บได้โดยบังเอิญตลอด 400 ปี เมื่อหนังสือถูกเปิด E.N.D จะตื่นขึ้นมากับไปรวมตัวกับนัตสึ โดยถ้าหนังสือถูกทำลายนัตสึก็เสียชีวิต
อิชกัล 
ชื่อทวีปในเอิร์ธแลนด์ ที่อยู่ในเรื่อง โดยอิชกัลเป็นชื่อในอดีต เป็นทวีปที่มี 14 ประเทศได้แก่
  • ฟิโอเร่ - ประเทศหลักที่อยู่ในเนื้อเรื่อง
  • เซเว่น - ประเทศที่อยู่ตะวันออกเฉียงเหนือของฟิโอเร่
  • บอสโก - ประเทศที่อยู่ตะวันออกของฟิโอเร่
  • ไอซ์เบิร์ก - ประเทศที่อยู่ตะวันออกของเซเว่น,ตะวันออกเฉียงเหนือของบอสโก,ทางเหนือของโจยา ตะวันตกเฉียงเหนือของเบลลัมกับตะวันตกของพรีแกรนเด้
  • มินสเตรียล - ประเทศที่อยู่ตะวันออกเฉียงใต้ของฟิโอเร่
  • มิดิ - ประเทศที่อยู่ทางใต้ของมินสเตรียล
  • เดสิเอโต้ - ประเทศที่อยู่ตะวันออกของมินสเตรียล
  • โจยา - ประเทศที่อยู่ทางเหนือของเดสิเอโต้
  • เบลลัม - ประเทศที่อยู่ตะวันออกของเดสิเอโต้
  • ซิน - ประเทศที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรภาคใต้ของทวีป กับเป็นประเทศที่ติดกับพรีแกรนเด้
  • คาเอลัม - ประเทศที่ติดทะเลอยู่ตรงตะวันตกของมินสเตรียล
  • เอนคา - ประเทศที่อยู่ทางใต้ของซิน
  • พรีแกรนเด้ - ประเทศที่อยู่ตะวันออกเฉียงเหนือของทวีป กับมีขนาดใหญ่ที่สุด
อีเทอร์นาโน
เป็นอนุภาคที่อยู่ในตัวสิ่งมีชีวิตที่มีเวทมนตร์และมีในบรรยากาศ
พิธีชำระล้าง
คือการฆ่ากวาดล้างเหล่าคนที่บูชานับถือเซเรฟจำนวนมากเพื่อเรียกเซเรฟออกมา
เทพเจ้านักรบทั้ง 18 ของยัคม่า 
เป็นพระเจ้าที่เป็นเทพแห่งสงครามของยคม่าที่มีขนาดใหญ่ ที่แข่งแกร่งที่สุด มีทั้งหมด 18 ตน โดยถูกเรียกด้วยเวทอัญเชิญเหมือนเทพแห่งดวงดาว
  • อิคุซา สึนางิ - เทพยักษ์แค่เหวี่ยงดาบเพียงครั้งเดียวทให้แผ่นดินแยก ถูกเรียกโดยอาร์ล็อก เพื่อทำพิธีชำระล้างเพื่อฆ่าคนที่นับถือบูชาเซเรฟทั้งหมดในกิลด์อวตารทั้งหมด เพื่อเรียกเซเรฟมา แต่ก็ถูกนัตสึฆ่าอย่างง่ายดาย
เทศกาลราชามังกร
สงครามระหว่าง มังกร มนุษย์ และปีศาจ โดยเป็นเหมือนวันสิ้นโลก เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ในอดีตทำให้เกิดแอคโนโลเกียที่เป็นความผิดพลาดที่มังกรสร้างขึ้นมา ที่จะทำลายทุกสิ่ง ในทวีปอาราซิตาเซีย จะเรียกว่าแร็กนาร็อก
ทวีปอาราซิตาเซีย
ทวีปฝั่งตะวันตกของเอิร์ธแลนด์
อาณาจักรอัลวาเรซ
อาณาจักรที่ถูกก่อตั้งโดยการรวมตัวของกิลด์ทั้งหมดของทวีปอาราซิตาเซีย (ทวีปฝั่งตะวันตก) 730 กิลด์ โดยผู้นำคือจักรพรรดิสปริกกันหรือเซเรฟ
ความจริงของมาคาลอฟที่ยุบแฟรี่เทล
ในปี x783 สมัยก่อนี่ลูซี่เข้ากิลด์แฟรี่เทล มาสเตอร์มาคาลอฟได้ส่งเมสต์ไปแฝงตัวในสภาเพื่อหาข้อมูลของทวีปตะวันตกเพื่อปกป้องกิลด์ ตอนแรกไม่ได้ความคืบหน้า ทางเมสต์ขอลบความทรงจำตนเพื่อความคืบหน้า ทางมาคาลอฟก็้ามแต่เมสต์บอกว่ากุญแจฟื้นความจำอยู่ที่มาคาลอฟ จนมาคาลอฟยอม ในปี x791 งานประลองเวทมนตร์เมสต์จำได้ไปหามาคาลอฟ มาคาลอฟเห็นว่าภารกิจนานเกินไป จึงสั่งให้เมสต์กลับมาที่กิลด์ ทางเมสต์ขออยู่ต่อเพราะใกล้ได้ข้อมูล พอจบศึกทาร์ทารอส ก็รายงานข้อมูลสุดท้ายจนมาคาลฟทราบว่าแฟรี่เทลไม่มีโอกาสชนะ จึงคิดจะสั่งยุบกิลด์ แล้วไปทวีปอาราซิตาเซีย เพราะถ่วเวลากับไม่ให้มารุนรานอิชกัล เมสต์ก็ห้ามเพราะเห็นว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่มาคาลอฟไม่ฟัง ทางเมสต์หลังจากมาคาลอฟไปไม่นานก็ไปหาวัลร็อรวบรวม10 จอมเวทศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เหลือก่อตั้งเป็นสภาให้มั่นคง ในปี x792 แฟรี่เทลถูกก่อตั้งอีกครั้งโดยมาสเตอร์คือเอลซ่า เมสต์ก็กลับมา
ความทรงจำแห่งดวงดาว
สถานที่ที่บันทึกความทรงจำของเทพแห่งดวงดาวกับผู้ใช้มาหลายยุคสมัย เหมือนอีกมิติที่ฉายภาพอดีตของเทพแห่งดวงดาวกับเจ้าของ ที่เกี่ยวข้องกันจนถึงตอนที่เจ้าของเสียชีวิต
เรื่องราวเมื่อ 400 ปีก่อน จนถึงปัจจุบัน 
เป็นเรื่องราวในอดีตเมื่อ 400 ปีก่อนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน หรือก็คือต้นเหตุของสงครามกับหายนะที่เกิดขึ้นในเรื่อง
  • จุดเริ่มต้นเริ่มขึ้นที่มังกรนั้นโบยบินบนท้องฟ้าอย่างอิสระแต่ว่ามีมังกรที่คิดอยู่ร่วมกับมนุษย์ แต่ก็มีมังกรที่คิดว่ามนุษย์เป็นอาหาร เพราะความขัดแย้งนั้นทำห้มังกรทำสงครามกัน โดยทางฝ่ายมังกรที่คิดอยู่ร่วมกับมนุษย์นั้นสู้พวกมังกรที่คิดว่ามนุษย์เป็นอาหารไม่ไหว จึงไปขอร้องมนุษย์สอนเวทปราบมังกรให้มนุษย์ เป็นต้นกำเนิดของดราก้อนสเลเยอร์ แต่ว่ามีดราก้อนสเลเยอร์คนหนุ่มเกิดคลุ้มคลั่งเพราะช้เวทปราบมังกรมากเกินไปฆ่ามังกรทั้งมิตรและศัตรูไปจำนวนมาก จนดราก้อนสเลเยอร์คนนั้นร่างกายจากมนุษย์วิวัฒธนาการกลายเป็นมังกรที่มีรูปร่างแตกต่างจากมังกรทั่วไป เป็นมังกรสีดำที่ปีกมีลายเกลียวคลื่นทีน้ำเงิน โดยรู้จักกันในชื่อแอคโนโลเกียกับสงครามได้ยุติลงเพราะไม่มฝ่ายไหนชนะ แอคโนโลเกียก็โบยบินหนีไปทั่วโลก สงครามนั้นถูกเรียกว่าในทวีปอิชกัลว่า เทศกาลราชามังกร โดยมีการกล่าวว่าที่ไหนมีสงครามที่รุนแรงแอคโนโลเกียนั้นก็จะเป็นผู้ทำลายล้างสงครามให้พินาศโดยไม่แบ่งแยก ซึ่งมังกรที่รอดมาจากเหตุการณ์นั้นก็บาดเจ็บสาหัสปางตาย ก็แยกย้ายกันไป
  • ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อาศัยกันอยู่อย่างสงบสุข มีครอบครัวหนึ่งมีลูกชาย 2 คน คนโตชื่อเซเรฟ อีกคนชื่อนัตสึ แต่เกิดเหตุหมู่บ้านนั้นถูกทำลายจนพินาศเพราะการโจมตีขอมังกรตัวหนึ่ง คาดว่าน่าเป็นผลกระทบของ มีเพียงเซเรฟเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต แล้วไปเข้าเรียนโรงเรียนเวทมนตร์ที่มิวเดี้ยน โดยเลือกโครงการวิจัยเกี่ยวกับความเป็นความตาย โดยผ่านไปหลายปีการวิจัยต่างๆ นั้น ล้วนเป็นการวิจัยที่เซเรฟคิดค้นขึ้นมากับถูกสั่งห้มกับให้เลิกวิจัยจนวันหนึ่งเซเรฟถูกคำสาปของเทพอังค์เซรัมครอบงำโทษฐานี่ต้องการเข้าใจเรื่องความเป็นความตายมากเกินไป จนทำให้คนนั้นมิวเดี้ยนเสียชีวิต แต่เซเรฟก็ยิ่งเข้าใจชีวิตมากเท่าไหร่ จะทำให้สิ่งมีชีวิตไปยังพืชจกามีชีวิตกลายเป็นเสียชีวิตในทันที โดยความเกลียดชังของคนที่ตายไปนั้นจะถูกเซเรฟดูดเข้าไปในตัว เพื่อเพิ่มเป็นพลังเวททำให้เป็นคนที่มีนิสัยขัดแย็งกับตัวเองตลอด กับเป็นอมตะ แล้วเซเรฟก็วิจัยต่อโดยปรารถนาที่จะตาย จึงได้สาปแช่งตัวเองแต่ไม่สามารถฆ่าตนเองได้ จึงได้สร้างสิ่งที่สามารถสังหารตนได้คือ ปีศาจจากหนังสือของเซเรฟหรืออีเทอร์เรียสโดยที่มีจำนวนมาก เพราะถูกสร้างมาจากอีเทอร์ล้วนๆ 1 ตัวต่อ 1 เล่ม โดยทุกตัวไม่รู้ว่าถูกสร้างมาเพื่อฆ่าเซเรฟ รู้เพียงแค่ต้องไปหาเซเรฟที่เป็นผู้สร้าง แล้วก็สร้าง E.N.D ขึ้นมาเป็นปีศาจตัวสุดท้ายแล้วจากนั้นก็ปิดผนึก E.N.D โดย E.N.D นั้นสร้างมาจากการนำศพของนัตสึมาสร้างเพราะเก็บรักษาร่างมาอย่างดีจึงไม่มีการสลาย หลังจากจบเทศกาลราชามังกรเซเรฟไปเจออิกนีล ส่วนทาร์ทารอสนั้นถูกมาร์ด เกียร์ สร้างขึ้นมาเพราะมาร์ด เกียร์ได้พบหนังสือ E.N.D กับคิดหาทางคืนชีพ E.N.D ทางเซเรฟขอคำปรึกษาจากอิกนีล อิกนีลเป็นมังกรที่ไม่เคยเกลียดชังมนุษย์ โดยทั้งคู่เจอกันตอนที่เซเรฟหาสมุนไพรมาวิจัย อิกนีลบอกแผนสร้างดราก้อนสเลเยอร์ด้วยกันกับมังกรที่เหลือ จากเด็กกำพร้าทั้ง 5 โดยนัตสึเป็น 1 ในนั้น กับแผนไปอนาคตด้วยเวทวิญญาณมังกร โดยกลายเป็นพลังให้ดราก้อนสเลเยอร์ใช้ทั้งหมดเพื่อกำจัดแอคโนโลเกีย สาเหตุที่พวกมังกรต้องไปอนาคตเพราะว่าพวกมังกรอ่อนแอลงและรู้ดีว่าต้องหาอีเทอร์นาโนที่เข้มข้นสูงให้มากที่สุดเพื่อฟื้นพลังของตน กับต้องการเอเทอร์นาโนเพื่อที่จะทำลายเวทใส่ตนเอง โดยเด็กที่ถูกเลือกทั้ง 5 เป็นเด็กกำพร้า คือนัตสึ กาซิล เวนดี้ สตริง โร็ค กับเซเรฟขออนุญาตอิกนีล ให้นัตสึแข็งแกร่งพอที่จะฆ่าเซเรฟได้ เพราะเป็นสิ่งที่เซเรฟหวัง โดยตอนที่รอคอยก่อนอุปราคาทำงาน มังกรก็สร้างดรากอนสเลเยอร์จากเด็กกำพร้าทั้ง 5 โดยคามทรงจำก่อนหน้านั้นของนัตสึหายไปเพราะเทศกาลราชามังกร โดยดราก้อนสเลเยอร์ทั้ง 5 ก็ถูกมังกรเลี้ยงดู นัตสึทะเลาะกับกาซิลประจำ เวนดี้ก็พยายามจะห้ามแต่ก็ร้องไห้ตลอด ส่วนสติงกับโร็คที่อายุเท่ากับเวนดี้นั้นคิดว่านัตสึกับกาซิลเป็นไอดอลของตน โดยเลย์ล่าเป็นนถักผ้าพันคอจากเกล็ดของอิกนีลให้นัตสึใส่ตลอด ตลอด 1 ปี มังกรจะมาประชุมกันหลายครั้ง โดยดราก้อนสเลเยอร์ทั้ง 5 อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย โดยพอใกล้แผนอุปราคามังกรก็รีบลบความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมังกรตัวอื่นๆที่ไม่ใช่ตัวที่เลี้ยงตน กับดราก้อนสเลยอร์คนอื่นนอกจากตนทำให้คิดวาตนเป็นดราก้อนสเลเยอร์คนเดียว พออุปราคาทำงานเพื่อเดินทางไปอนาคต โดยไม่มีแผนว่าจะหยุดเมื่อไหร่ ทั้งหมดแค่ทำตามแผนของแอนนา กับคนที่เปิดประตูมาในอนาคตเพื่อพาพวกมังกรกับดราก้อนสเลเยอร์มายังอนาคตก็คือ ลูกหลานของแอนนาที่ชื่อเลย์ล่าเป็นจอมเวทแห่งดวงดาว กับเป็นแม่ของลูซี่ ในวันที่ 7 ก.ค X777 แต่เลย์ล่านั้นมีกุญแจไม่ครบจึงต้องใช้พลังเวทของตนทดแทน แต่เดิมเลย์ล่าเกิดมาร่างกายอ่อนแอ ทำให้เลย์ล่ากลายเป็นโรคขาดพลังเวทจนมีชีวิตเหลืออีกไม่นาน ทำให้เลย์ล่าเสียชีวิตเพราะสาเหตุนั้น โดยช่วงเวลา 400 ปีเซเรฟก็รอคอยได้เห็นโลกมาตลอด 400 ปี เมื่อใดเซเรฟตาย นัตสึก็ตาย กับอีเทอร์เรียสทั้งหมดก็ตายตาม
  • ทางตระกูลฮาร์ทฟิเลีย แอนนาที่ร่วมมือกับเซเรฟนั้นอมเวทเทพแห่งดวงดาวที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์นั้น ได้ใช้กุญแจ 12 ราศีทั้ง 12 ดอก เดินเครื่องอุปราคา เพื่อส่งมังกรกับดราก้อนสเลเยอร์ไปในอนาคต โดยลูกหลานของตนเป็นผู้เฝ้ารักษาประตูอุปราคารอคอยเวลาในนาคตให้มาถึง ส่วนกุญแจก็ส่งมันกระจัดกระจายไปให้คนรับใช้แต่ละคน พอผ่านไป 400 ปี เลย์ล่า ฮาร์ทฟิเลีย แม่ของลูซี่ตอนถึงเวลาเปิดอุปราคา วันที่ 7 เดือน 7 ปี x777 ได้เรียกจอมเวทแห่งดวงดาวที่มีกุญแจราศีมาทุกคน แต่ติดต่อกรัมมี่ไม่ได้ ใช้พลังเวทเปิดอุปคาราทดแทนกุญแจของอควาเรียส แต่เดิมทีร่างกายของเลย์ล่าอ่อนแอแต่แรก จึงไม่สามารถทนได้จนพลังเวทในตัวหมดลง จนเลย์ล่าเกิดล้มป่วยกับทรุดลงหนักจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน กว่าข่าวจะส่งถึงกรัมมี่ในอีก 7 วันต่อมา พอกรัมมี่รู้รีบมาเยี่ยม เลย์ล่าก็ไม่โทษกรัมมี่ กรัมมี่จึงขอโทษด้วยการจะคืนกุญแจแต่เลย์ล่าเป็นจอมเวทอีกไม่ได้แล้ว กุญแจจึงถูกส่งให้ลูซี่ เลย์ล่าบอกกรัมมี่ถึงหน้าที่ของตระกูลตนสิ้นสุดที่ตน กับอยากให้ลูซี่มีชีวิตอย่างอิสระ กับเชื่อว่าบรันดิชกับลูซี่ต้องเป็นเพื่อนกันได้ จากนั้นเลย์ล่าก็เสียชีวิต โดยกรัมมี่นั้นขณะลากับเลย์ลาไม่นานถูกโซดิโอฆ่าตาย โซดิโอคิดว่าที่เลย์ลาตายนั้นเป็นความผิดของกรัมมี่ กรัมมี่ที่ใกล้ตายนั้นยอมรับความตายกัขอร้องโซดิโอให้ไว้ชีวิตบรันดิช โซดิโอก็ตกลง โดยชีวิตของเลย์ล่านั้นคิดที่จะให้ยุคสมัยของตระกูลจบลงที่ตน เพราะไม่อยากให้ลูกหลานของตนรับภาระอะไรอีก จึงไม่บอกอะไรกับลูซี่ แต่ว่านั่นคือต้นเหตุที่นำพาหายนะมาสู่ปัจจุบัน
  • ทางเซเรฟพอเมื่อแผนอุปราคาสำเร็จ เซเรฟรอคอยเวลามาตลอด 400 ปี โดยในช่วงนั้น มุ่งหน้าไปทวีปอาราซิตาเซียที่เป็นทวีปตะวันตก ก่อตั้งอาณาจักรอัลวาเรซโดยการรวมตัวของกิลด์ทั้งหมดของทวีปอาราซิตาเซีย (ทวีปฝั่งตะวันตก) 730 กิลด์ กับสร้างจอมเวทที่แข็งแกร่งที่สุด 12 คน คือ โล่ทั้ง 12 เพื่อใช้เป็นกองทัพต่อกรกับแอคโนโลเกีย เวลาผ่านไปเหล่าโล่เปลี่ยนกันไปตามรุ่น จากนั้นก็ออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อจะได้ไม่ต้องให้ใครมาเกี่ยวข้องกับตน เพราะเหล่าจอมเวทต่างก็ต้องการเซเรฟเพราะเชื่อว่าเมื่อใดที่ได้เซเรฟมาครอง จะสามารถสร้างโลกเวทมนตร์ของเซเรฟได้ ทำให้เป็นที่ต้องการของกิลด์แห่งความมืดกับเหล่าสาวกที่เชื่อเรื่องเซเรฟ ในปี X686 เจอกับเหล่าแฟรี่รุ่นแรกก่อนตั้งกิลด์ เซเรฟเป็นคนสอนเวทมนตร์ให้แล้วจากไป ให้หลายปีผ่านไปเจอกับเมวิสกับทราบว่าใช้ลอว์ เซเรฟได้เตือนผลข้างเคียงอย่างสุดท้าย จนเมวิสกลัวแล้วกลับกิลด์ พอผ่านไปปีนึงเจอเมวิสอีกครั้ง กับบอกเรื่องที่ตนทำ เมวิสก็บอกให้ร่วมมือกันหาทางคลายคำสาป จนเซเรฟมีความหวัง กับทั้งคู่รักกันมีลูกชายชื่อราห์เคด แต่สุดท้ายเมวิสก็เสียชีวิตเพราะคำสาปในตัวเซเรฟรุนแรงยิ่งกว่ากว่าของเมวิส แล้วเอาศพเมวิสไปที่กิลด์เจอเพรชท์กับบอกเรื่องตนคือเซเรฟแล้วจากไป ทางเพรชท์ก็วิจัยหาทางคืนชีพเมวิสหลายสิบปี ต่อมาเซเรฟก็ทราบเรื่องข้อมูลลับของแฟรี่เทล เกี่ยวกับแฟรี่ฮาร์ต เวทมนตร์ไร้ขีดจำกัด ในปี X782 อาณาจักรอัลวาเรซเคยที่จะบุกอิชกัลแต่ก็ต้องหยุดลงเพราะเหล่าโล่พลังมากเกินที่จะควบคุม โดยมีส่วนทั้งเอเทเรี่ยนกับเฟซที่เป็นอาวุธของสภาด้วยเช่นกัน
  • ช่วงเวลา 7 ปี ที่แฟรี่เทลบนเกาะเทนโรวหายไป ในปี X784 เจราลความจำกลับมากับยอมรัโทษประหาร แต่อุลเทียร์กับเมลดี้ ก็มาช่วยเจราลแหกคุกกับสารภาพกับเจราล ทั้ง 3 รวมตัวกันสร้างกิลด์คริมโซเชลขึ้นมาเป็นกิลด์เสรีไล่กำจัดกิลด์มืดไปหลายกิลด์ ทางแฟรี่เทลนั้นก็อ่อนแอลงมาก คนในกิลด์ทยอยกันออกไปกับไปกู้เงินเพื่อคงสภาพกิลด์จนถูกขับไล่ออกไปนอกเมือง แต่ก็ยังเป็นกิลด์อยู่ กับพระราชาโทมะ E. ฟิโอเร่จัดการแข่งงานประลองเวทมนตร์ เพื่อหากิลด์อันดับ 1 กับเพื่อความสนุกสนาน โดยมีเจ้าหญิงฮิซุยลูกสาวของตนอยู่เบื้องหลังวางแผนดึงพลังเวทจากงานประลองมาเป็นพลังงานในการสร้างอุปราคา โดยอุปราคาจำเป็นเพื่อย้อนอดีตกลับไปแก้ไขจัดการแอคโนโลเกียก่อนเป็นมังกร เซเรฟก่อนเป็นอมตะ ตลอด 6 ปี แต่พอช่วงใกล้จบของเทศกาลถูกโร็คจากอนาคตหลอกใช้เปิดอุปราคา ดาร์ตันจับได้ว่าฮิซุยก่อเรื่องทั้งหมดจึงห้ามแต่ล้มเหลว จนเป็นเรื่องให้มีมังกร 7 ตัวบุกมาถล่มในเมือง
  • ในปี X792 อาณาจักรอัลวาเรซ บุกมาที่อิชกัลเต็มรูปแบบ พอสงครามไปได้ถึงครึ่งทาง แอคโนโลเกียก็เข้ามาในสนามรบ พอไอรีนเจอแอคโนโลเกียจึงใช้เวทยูนิเวิร์ส วันสลับภูมิประเทศในทวีปอิชกัลโดยสลับทั้งสิ่งมีชีวิตกับวัตถุและสถานที่แบบสุ่มมั่วไปหมด แล้วเซเรฟกับเหล่าโล่และวางทัพทหาร 1 ล้านนาย กับเหล่าโล่ทั้งหมดเตรียมรอแฟรี่เทล พอพวกแฟรี่เทลกับคนจากทวีปอิชกัลบุกมา ก็เกิดสงครามต่อไป

เพลงประกอบ anime[แก้]

เพลงเปิด (Opening)[แก้]

  1. เพลง Snow fairy ร้องโดย FUNKIST (ตอนที่ 1-11)
  2. เพลง S.O.W. Sense of Wonder ร้องโดย Idoling!!! (ตอนที่ 12-24)
  3. เพลง ft. ร้องโดย FUNKIST (ตอนที่ 25-35)
  4. เพลง R.P.G. ~Rockin' Playing Game ร้องโดย SuG (ตอนที่ 36-48)
  5. เพลง Egao no Mahou ร้องโดย Magic Party (ตอนที่49-60)
  6. เพลง Fiesta ร้องโดย +Plus (ตอนที่61-72)
  7. เพลง Evidence ร้องโดย Daisy x Daisy (ตอนที่ 73-85)
  8. เพลง The Rock City Boy ร้องโดย JAMIL (ตอนที่ 86-98)
  9. เพลง Towa no Kizuna ร้องโดย Daisy x Daisy feat.Another Infinity (ตอนที่ 99-111)
  10. เพลง I Wish ร้องโดย Milky Bunny (ตอนที่ 112-124)
  11. เพลง Hajimari no Sora ร้องโดย +Plus (ตอนที่ 125-137)
  12. เพลง Tenohira ร้องโดย HERO (ตอนที่ 138-150)
  13. เพลง Breakthrough ร้องโดย Going under ground (ตอนที่ 151-166)
  14. เพลง Fairy Tail ~Yakusoku no Hi~ ร้องโดย Chihiro Yonekura (ตอนที่ 167-175)
  15. เพลง Masayume Chasing ร้องโดย BoA (ตอนที่ 176-188)
  16. เพลง STRIKE BACK ร้องโดย BACK-ON (ตอนที่ 189-203)
  17. เพลง Mysterious Magic ร้องโดย Do as Infinity (ตอนที่ 204-214)
  18. เพลง Break Out ร้องโดย V6 (ตอนที่ 215-226)
  19. เพลง Yumeiro Graffiti ร้องโดย Tackey & Tsubasa (ตอนที่ 227-239)
  20. เพลง Never-End Tale ร้องโดย Tatsuyuki Kobayashi & Konomi Suzuki (ตอนที่ 240-252)
  21. เพลง Believe in Myself ร้องโดย Edge of Life (ตอนที่ 253-265)
  22. เพลง Ashita o Orase ร้องโดย Kavka Shishido (ตอนที่ 266-277) [Fairy Tail Zero]

เพลงปิด (Ending)[แก้]

  1. เพลง Kanpeki gu~no ne ร้องโดย Watarirouka Hashiri Tai (ตอนที่ 1-11)
  2. เพลง Tsuioku Merry-Go-Round ร้องโดย onelifecrew (ตอนที่ 12-24)
  3. เพลง Gomen ne, Watashi. ร้องโดย Shiho Nanba (ตอนที่ 25-35)
  4. เพลง Kimi ga Iru Kara ร้องโดย Mikuni Shimokawa (ตอนที่ 36-48)
  5. เพลง Holy Shine ร้องโดย Daisy x Daisy (ตอนที่ 49-60)
  6. เพลง Be As One ร้องโดย w-inds. (ตอนที่ 61-72)
  7. เพลง Lonely Person ร้องโดย Shana (ตอนที่ 73-85)
  8. เพลง Don't think.feel!!! ร้องโดย Idoling!!! (ตอนที่ 86-98)
  9. เพลง Kono te Nobashite ร้องโดย Hi-Fi Camp (ตอนที่ 99-111)
  10. เพลง Boys Be Ambitious ร้องโดย Hi-Fi Camp (ตอนที่ 112-124)
  11. เพลง Glitter (Starving Trancer Remix) ร้องโดย Mayumi Morinaga (ตอนที่ 125-137)
  12. เพลง YELL ~Kagayaku Tame no Mono~ ร้องโดย Sata Andagi (ตอนที่ 138-150)
  13. เพลง Kimi ga kureta mono ร้องโดย Shizuka Kudou (ตอนที่ 151-166)
  14. เพลง We're The Stars ร้องโดย Aimi Terakawa (ตอนที่ 167-175)
  15. เพลง 君と彼と僕と彼女と (Kimi to Kare to Boku to Kanojo to) ร้องโดย BREATHE (ตอนที่ 176-188)
  16. เพลง Kokoro No Kagi (Key of Heart) ร้องโดย May J. (ตอนที่ 189-203)
  17. เพลง Kimi no Mirai ร้องโดย ROOT FIVE (avex trax) (ตอนที่ 204-214)
  18. เพลง Don't Let Me Down ร้องโดย Mariya Nishiuchi (ตอนที่ 215-226)
  19. เพลง Never Ever ร้องโดย Tokyo Girls' Style (ตอนที่ 227- 239)
  20. เพลง Forever Here ร้องโดย Yoko Ishida (ตอนที่ 240-252)
  21. เพลง "Azayaka na Tabiji" (A Clear Journey) ร้องโดย Megumi Mori (ตอนที่ 253-265)
  22. เพลง Landscape ร้องโดย Solidemo (ตอนที่ 266-276) [Fairy Tail Zero]
  23. เพลง Masayume Chasing ร้องโดย BoA (ตอนที่ 277)

เพลงเปิด OAD[แก้]

  1. เพลง Eternal Fellows ร้องโดย Tetsuya Kakihara (Natsu) [OVA 1 - OVA 3 ]
  2. เพลง Blow Away ร้องโดย Tetsuya Kakihara (Natsu) , Nakamura Yuichi (Gray) [OVA 4 - OVA 6]
  3. เพลง Give Me Five ร้องโดย Chichiro Yonekura [OVA 7 - OVA 9 ]

เพลงปิด OAD[แก้]

  1. เพลง Daily Hymn ~This Place~ ร้องโดย Aya Hirano (Lucy) [OVA 1 - OVA 3]
  2. เพลง Happy Tale ร้องโดย Aya Hirano (Lucy) , Sayaka Ohara (Erza) , Satomi Sato (Wendy) [OVA 4 - OVA 6]
  3. เพลง Go Moji no Koi no Yukue ร้องโดย Chichiro Yonekura [OVA 7 - OVA 9 ]

เพลงเปิด The movie[แก้]

  1. เพลง 200 Miles ร้องโดย Jang Geun Suk (鳳凰の巫女[Houou no Miko] ศิลาฟินิกซ์)

เพลงปิด The movie[แก้]

  1. เพลง Zutto Kitto ร้องโดย Aya Hirano (Lucy) (鳳凰の巫女[Houou no Miko] ศิลาฟินิกซ์)
  2. เพลง What You Are ร้องโดย Polka Dots (Fairy Tail : Dragon Cry ศึกจอมเวท พันธุ์มังกร)

วิดีโอเกม[แก้]

ชื่อ ปีที่วางจำหน่าย เครื่องเกม
Fairy Tail: Portable Guild พ.ศ. 2553 เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล
TV Anime: Fairy Tail Gekitou! Madoushi Kessen พ.ศ. 2553 นินเทนโด ดีเอส
Original Story from Fairy Tail: Gekitotsu! Kardia Daiseidou พ.ศ. 2554 นินเทนโด ดีเอส
Fairy Tail: Portable Guild 2 พ.ศ. 2554 เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล
fairy Tail:awakening Zeref พ.ศ. 2555 เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]