แผ่นดินไหวในจี๋จี๋ พ.ศ. 2542

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แผ่นดินไหวใหญ่จี๋จี๋ พ.ศ. 2542
(แผ่นดินไหวใหญ่ 921)
แผนที่เกาะไต้หวันแสดงศูนย์กลางแผ่นดินไหว
วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2542
เวลา 01:47:12 น. (UTC+8)
เวลาท้องถิ่นไต้หวัน[1]
ขนาด 7.6–7.7 Mw[1] / 7.3 Ms
ความลึก 8.0 กิโลเมตร
จุดเหนือศูนย์
เกิดแผ่นดินไหว
23°46′19″N 120°58′55″E / 23.772°N 120.982°E / 23.772; 120.982 (earthquake)พิกัดภูมิศาสตร์: 23°46′19″N 120°58′55″E / 23.772°N 120.982°E / 23.772; 120.982 (earthquake)
จี๋จี๋, เทศมณฑลหนานโถว, ไต้หวัน
ประเทศที่ได้รับผลกระทบ  ไต้หวัน
ค่าความเร่งสูงสุดของพื้นดิน 1 g
ผู้ประสบภัย เสียชีวิต 2,415 คน
สูญหาย 29 คน
บาดเจ็บ 11,305 คน[2]

แผ่นดินไหวใหญ่จี๋จี๋ (จีน: 集集大地震; พินอิน: Jíjí dàdìzhèn) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2542 เวลา 01:47 น. ตามเวลาในประเทศไต้หวัน (UTC+08:00) ซึ่งวันที่ดังกล่าวเป็นที่มาของอีกชื่อหนึ่งคือ แผ่นดินไหวใหญ่ 921 (九二一大地震; Jiǔ'èryī dàdìzhèn) จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหวอยู่ในตำบลจี๋จี๋ เทศมณฑลหนานโถว ตอนกลางของประเทศไต้หวัน ห่างจากทะเลสาบสุริยันจันทราไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 9.2 กิโลเมตร หน่วยงานธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา (USGS) วัดขนาดของแผ่นดินไหวได้ 7.6–7.7 ตามมาตราขนาดโมเมนต์ ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 8 กิโลเมตร

แผ่นดินไหวทำให้เกิดความเสียหายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เทศมณฑลหนานโถวและไถจง (ปัจจุบันคือนครไถจง) ตอนกลางของประเทศ มีสิ่งปลูกสร้างพังถล่มนับได้กว่า 50,000 แห่ง มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,400 รายและบาดเจ็บกว่า 11,000 ราย ในจำนวนนี้ในกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน มีผู้เสียชีวิต 87 ราย[3]

แผ่นดินไหว[แก้]

แผนที่ ShakeMap โดย USGS แสดงความรุนแรงของแผ่นดินไหวหลัก

แผ่นดินไหวขนาด 7.6 Mw หรือขนาด 7.3 ตามมาตราริกเตอร์ ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวที่ทำความเสียหายให้กับประเทศไต้หวันมากที่สุดนับตั้งแต่แผ่นดินไหวเมื่อ ค.ศ. 1935 ขนาด 7.1 Mw ในพื้นที่ซินจู๋–ไถจง ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 3,500 ราย แผ่นดินไหวครั้งนี้ได้ปลดปล่อยพลังงานราว 2.1 × 1017 J ใกล้เคียงกับระเบิดไฮโดรเจน "ซาร์บอมบา"[4]

แผ่นดินไหวจี๋จี๋เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณตีสองในขณะที่ผู้คนกำลังหลับใหล รอยเลื่อนเชอหลงปู้ (車籠埔) ทางตะวันตกของเกาะไต้หวัน แตกผ่านสิ่งปลูกสร้างนับร้อยแห่ง เกิดดินถล่มรอบบริเวณศูนย์กลางแผ่นดินไหวหลายพันแห่ง พื้นที่เสียหายหนักที่สุดคือบริเวณภาคกลางของประเทศ ได้แก่ เทศมณฑลไทจุง หนานโถว และยฺหวินหลิน เมืองไทจุงซึ่งมีประชากรราว 1 ล้านคนพบความเสียหายอยู่ทั่วไปทั้งในเขตเมืองและปริมณฑล แรงสั่นสะเทือนรุนแรงยังเคลื่อนไปถึงภาคเหนือของประเทศซึ่งประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นกว่า แผ่นดินไหวได้ทำให้อาคารสูง 2 แห่งในกรุงไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน ซึ่งห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวไปทางทิศเหนือราว 150 กิโลเมตร พังราบ[3]

ช่วงเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว ประเทศไต้หวันเป็นประเทศที่มีโครงข่ายเครื่องตรวจวัดและสถานีเฝ้าสังเกตแผ่นดินไหวครอบคลุมมากที่สุดในโลก[5] ทำให้สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดจากแผ่นดินไหวได้ "ดีที่สุด" เท่าที่เคยมีมา[6] เครื่องตรวจวัดแห่งหนึ่งสามารถวัดค่าการเคลื่อนที่ของพื้นสูงสุดถึง 3 เมตรต่อวินาที ถือเป็นค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยตรวจวัดบนโลก ในเทศมณฑลยฺหวินหลินพบปรากฏการณ์แผ่นดินเหลวที่ทำให้รากฐานอาคารพังทลายและมีทรายเดือดผุดเต็มบ่อน้ำ[6]

แผ่นดินไหวตาม[แก้]

แผนที่ ShakeMap โดย USGS
แสดงความรุนแรงของแผ่นดินไหวตามที่สำคัญ
21 กันยายน พ.ศ. 2542 เวลา 02:16 น. ขนาด 6.7 Ms
22 กันยายน พ.ศ. 2542 เวลา 08:14 น. ขนาด 6.8 Ms

ภายในเวลาเพียง 1 เดือนหลังแผ่นดินไหวหลัก กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันบันทึกแผ่นดินไหวตามได้กว่า 12,911 ครั้ง[7] แผ่นดินไหวตามขนาดใหญ่ครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน มีขนาด 6.8 ตามมาตราริกเตอร์ ทำให้สิ่งปลูกสร้างบางแห่งที่เสียหายอยู่ก่อนแล้วพังถล่ม เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 3 ราย[8]

ตารางแสดงแผ่นดินไหวตามที่มีความรุนแรงตั้งแต่ 6.0 Ms ขึ้นไป
วันที่ เวลาท้องถิ่น
(UTC+8)
พิกัด ความลึก
(กิโลเมตร)
ขนาด
Ms
อ้างอิง
21 กันยายน 2542 01:57 น. 23°55′N 121°02′E / 23.91°N 121.04°E / 23.91; 121.04 7.7 6.4 [9]
21 กันยายน 2542 02:03 น. 23°48′N 120°52′E / 23.80°N 120.86°E / 23.80; 120.86 9.8 6.6 [10]
21 กันยายน 2542 02:16 น. 23°52′N 121°02′E / 23.86°N 121.04°E / 23.86; 121.04 12.5 6.7 [11]
21 กันยายน 2542 05:46 น. 23°35′N 120°52′E / 23.58°N 120.86°E / 23.58; 120.86 8.6 6.6 [12]
22 กันยายน 2542 08:14 น. 23°50′N 121°03′E / 23.83°N 121.05°E / 23.83; 121.05 15.6 6.8 [13]
22 กันยายน 2542 08:49 น. 23°46′N 121°02′E / 23.76°N 121.03°E / 23.76; 121.03 17.4 6.2 [14]
22 กันยายน 2542 20:17 น. 23°44′N 120°59′E / 23.74°N 120.98°E / 23.74; 120.98 24.0 6.0 [15]
26 กันยายน 2542 07:52 น. 23°51′N 121°00′E / 23.85°N 121.00°E / 23.85; 121.00 12.1 6.8 [16]
11 มิถุนายน 2543 02:23 น. 23°54′N 121°07′E / 23.90°N 121.11°E / 23.90; 121.11 16.2 6.7 [17]

ความเสียหาย[แก้]

ความเสียหายของวัดอู่ชาง (武昌宮) ในตำบลจี๋จี๋ เทศมณฑลหนานโถว
ความเสียหายในตำบลต้าหลี่ เทศมณฑลไถจุง

แผ่นดินไหวทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 2,415 คน บาดเจ็บมากกว่า 11,305 คน สูญหาย 29 คน สิ่งปลูกสร้างพังเสียหายโดยสิ้นเชิง 51,711 แห่ง เสียหายค่อนข้างมาก 53,768 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารสูงปานกลางโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ออกแบบไม่ดีโดยเฉพาะโครงสร้างของชั้นแรก[3] รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่[18]

พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศถูกตัดไฟฟ้าเนื่องจากโรงไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าหลายแห่งเสียหาย และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งของไต้หวันได้ปิดตัวลงอัตโนมัติ โดยกลับมาทำการ 2 วันให้หลัง[19] สะพานสำคัญเสียหายอย่างหนัก 102 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ต้องรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่[20] ทางหลวงภูมิภาคหมายเลข 8 ซึ่งเป็นทางสัญจรหลักเชื่อมภาคกลางระหว่างฝั่งตะวันออก-ตกเพียงแห่งเดียวในขณะนั้นก็เสียหายอย่างหนัก อีกทั้งยังเสียหายเพิ่มจากเหตุพายุหลังแผ่นดินไหว ทำให้เส้นทางบางส่วนถูกปิดมาจนถึงปัจจุบัน แผ่นดินไหวหลักและแผ่นดินไหวตามทำให้เกิดดินถล่มทั้งสิ้น 132 แห่งและมีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว[21] โรงเรียนเสียหาย 870 แห่ง ในจำนวนนี้เสียหายอย่างหนัก 125 แห่ง หลายแห่งต้องปิดทำการเรียนการสอนหลายเดือนหรือแม้กระทั่งปิดถาวร[22]

จำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และความเสียหาย
แบ่งตามเมืองและเทศมณฑล[23][24]
เขต เสียชีวิต บาดเจ็บ
สาหัส
สิ่งปลูกสร้าง
เสียหายทั้งหมด
สิ่งปลูกสร้าง
เสียหายบางส่วน
เทศมณฑลหนานโถว 886 678 23,127 16,792
เทศมณฑลไถจง 1,154 411 16,861 12,341
นครไถจง 113 47 1,484 4,953
เทศมณฑลจังฮว่า 29 11 1,048 3,054
เทศมณฑลยฺหวินหลิน 85 60 916 321
เทศมณฑลเจียอี้ 6 0 30 91
เทศมณฑลไถหนาน 1 0 1 1
ไทเป 87 7 76 325
นครซินเป่ย์ 46 29 230 3,264
เทศมณฑลเหมียวลี่ 6 196 529 473
นครซินจู๋ 2 1 5 0
รวม 2,415 คน 1,440 คน 44,307 แห่ง 41,615 แห่ง

การช่วยเหลือและกู้ภัย[แก้]

ซากจากการถล่มของอาคารตุงซิงในกรุงไทเป

หลังแผ่นดินไหวมีการจัดประชุมฉุกเฉินคณะรัฐมนตรีในทันทีเพื่อรับมือสถานการณ์ที่ตามมา วันเดียวกันนั้นกองทัพไต้หวันได้ระดมพลทหาร รวมทั้งทหารเกณฑ์จำนวนมากไปยังพื้นที่ประสบภัย เพื่อสนับสนุนการแจกจ่ายสิ่งจำเป็นฉุกเฉิน ทำความสะอาดเส้นทาง และช่วยชีวิตผู้ติดอยู่ในซากปรักหักพัง มีการใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงผู้บาดเจ็บจากพื้นที่ภูเขาไปยังโรงพยาบาลและบรรทุกสิ่งจำเป็นไปยังชุมชนที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก[25] นอกจากนี้กองทัพไต้หวันยังทำหน้าที่หลักคือกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากปรักหักพัง[6]

ผู้ติดอยู่ในซากปรักหักพัง หนึ่งในจำนวนท้าย ๆ ที่ถูกช่วยเหลือ คือเด็กชายอายุ 6 ขวบ ถูกช่วยชีวิตจากซากบ้านของเขาในเทศมณฑลไถจงโดยหน่วยกู้ภัยและค้นหาจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เด็กชายติดอยู่ในซากนานกว่า 88 ชั่วโมงหลังเกิดแผ่นดินไหว[26] ยิ่งไปกว่านั้น ภายหลังยังมีการพบสองพี่น้องที่ยังรอดชีวิตอยู่ใต้ซากอาคารตุงซิง (東星大樓) ที่พังถล่มในกรุงไทเปหลังเกิดแผ่นดินไหวไปแล้วกว่า 130 ชั่วโมง ซึ่งทำให้หน่วยกู้ภัยประหลาดใจ โดยสองพี่น้องประทังชีวิตอยู่ใต้ซากด้วยหยดน้ำที่พ่นจากสายฉีดน้ำดับเพลิง ผลไม้เสีย และปัสสาวะของพวกเขาเอง[27]

อนุสรณ์[แก้]

ลู่วิ่งในสนามกีฬาโรงเรียนมัธยมศึกษากวังฟู่ยกตัวขึ้นตามแนวรอยเลื่อน

เหตุแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งนี้ได้ประทับในความทรงจำของชาวไต้หวัน และมักจะกล่าวถึงในชื่อ 9-21 (九二一; Jiǔ'èryī) ตามวันที่เกิดเหตุ (21 กันยายน) ท่าทีไม่พอใจต่อการรับมือสถานการณ์ของรัฐบาลมีเพียงน้อยนิด ซึ่งเป็นผลดีต่อพรรครัฐบาลโดยเฉพาะรองประธานาธิบดี เหลียนชัน ของไต้หวัน ที่จะเป็นตัวแทนพรรคก๊กมินตั๋ง ลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีถัดไป (พ.ศ. 2543)[28]

ตำบลวู่เฟิงซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของเทศมณฑลไถจง ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวมากเป็นพิเศษ โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นกวังฟู่ประจำหมู่บ้านตั้งอยู่บนรอยเลื่อนพอดี ทำให้พื้นที่สนามกีฬาของโรงเรียนบางส่วนยกตัวขึ้นตามแนวรอยเลื่อน ภายหลังจึงมีการจัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์แผ่นดินไหว 921 แห่งไต้หวัน" ขึ้นในพื้นที่โรงเรียน ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสาขาหนึ่งของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติ[7]

ในตำบลจู๋ซาน เทศมณฑลหนานโถว พบรอยเลื่อนจากแผ่นดินไหวปรากฏชัดเจนโดยศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน และใช้เป็นพื้นที่ศึกษาวิจัยในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2545 หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2556 พื้นที่ดังกล่าวได้รับการจัดตั้งเป็น "อุทยานอนุรักษ์รอยเลื่อนเชอหลงปู้" (車籠埔斷層保存園區) เพื่ออนุรักษ์รอยแตกของพื้นไว้ศึกษาและเป็นอนุสรณ์[29]

พ.ศ. 2552 มีการจัดพิธีระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีเหตุการณ์แผ่นดินไหว พิธีดังกล่าวจัดขึ้นหลายแห่งในอดีตพื้นที่ประสบภัย เช่น กรุงไทเป ตำบลตงซื่อ วู่เฟิง ผู่หลี่ จี๋จี๋ และจงซิงซินชุน มีการไว้อาลัยผู้เสียชีวิต ระลึกถึงหน่วยกู้ภัยที่เคยช่วยเหลือและฟื้นฟูเมืองขึ้นมาใหม่[30]

ภาพ[แก้]

ภาพความเสียหายเพิ่มเติม
ซากอาคารโรงกลั่นไวน์ข้าวในตำบลผู่หลี่ เทศมณฑลหนานโถว 
ความเสียหายของเขื่อนฉือกังส่วนเหนือ (石岡壩) 
เสาส่งไฟฟ้าแรงสูงในเทศมณฑลหนานโถว 
แผ่นดินไหวทำให้ท่อประปาใต้ดินขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตร หนา 1.8 ซม. คดงอ 

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "M 7.7 - Taiwan". United States Geological Survey. 
  2. ตามที่กล่าวไว้ในบทความ "國內防災演練創舉 9月21日9:59有線電視將主動切換至公視播出防災訊息" (ใน จีน).  โดย National Fire Agency, Ministry of the Interior R.O.C
  3. 3.0 3.1 3.2 Chi-Chi Reconnaissance Team (2000). "Event report: Chi-Chi Taiwan earthquake" (ใน English). Risk Management Solution. สืบค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2560. 
  4. Mori, J.; Tanaka, H. (2002). "Energy Budget of the 1999 Chichi, Taiwan Earthquake". AGU Fall Meeting Abstracts 71. Bibcode:2002AGUFM.S71E..09M. 
  5. Monastersky, R. (2 ตุลาคม 1999), Taiwan Quake Floods Scientists with Data, Science News, p. 213 
  6. 6.0 6.1 6.2 "The Chi-Chi, Taiwan Earthquake of September 21, 1999" (ใน English). Earthquake Engineering Research Institute. ธันวาคม 1999. 
  7. 7.0 7.1 Edmonds & Goldstein 2001, p. 17.
  8. "Fierce aftershock raises death toll". Taipei Times. 27 กันยายน 1999. p. 1. 
  9. "第044號 09月21日01時57分 規模6.4 南投日月潭地震站東偏北方 14.3 公里" (ใน zh-tw). 中央氣象局地震測報中心. 
  10. "第047號 09月21日02時03分 規模6.6 南投日月潭地震站南偏西方 10.6 公里" (ใน zh-tw). 中央氣象局地震測報中心. 
  11. "第048號 09月21日02時16分 規模6.7 南投日月潭地震站東方 13.7 公里" (ใน zh-tw). 中央氣象局地震測報中心. 
  12. "第064號 09月21日05時46分 規模6.6 嘉義阿里山地震站北偏東方 9.6 公里" (ใน zh-tw). 中央氣象局地震測報中心. 
  13. "第092號 09月22日08時14分 規模6.8 南投日月潭地震站東偏南方 15.4 公里" (ใน zh-tw). 中央氣象局地震測報中心. 
  14. "第094號 09月22日08時49分 規模6.2 南投日月潭地震站東南方 18.0 公里" (ใน zh-tw). 中央氣象局地震測報中心. 
  15. "第102號 09月22日20時17分 規模6.0 南投日月潭地震站南偏東方 17.4 公里" (ใน zh-tw). 中央氣象局地震測報中心. 
  16. "第128號 09月26日07時52分 規模6.8 南投日月潭地震站東偏南方 10.1 公里" (ใน zh-tw). 中央氣象局地震測報中心. 
  17. "第091號 06月11日02時23分 規模6.7 南投日月潭地震站東方 20.6 公里" (ใน zh-tw). 中央氣象局地震測報中心. 
  18. อ้างตาม National Fire Agency, Ministry of the Interior R.O.C
  19. "Nuclear Power Plants and Earthquakes". World Nuclear Association. 
  20. Experiences 2006, p.1.
  21. Experiences 2006, p.6.
  22. Experiences 2006, p.7.
  23. "921震災勞動情勢分析新聞稿" (ใน จีนไต้หวัน). 行政院勞委會. 18 ตุลาคม 1999. Archived from the original on 2013-06-06. 
  24. 韓世寧、陳國東 (25 มกราคม 2000). "九二一集集大地震南投縣台中縣死亡情形調查報告,《疫情報導》" (ใน จีนไต้หวัน). 衛生署疾病管制局. 
  25. Yu Sen-lun (22 กันยายน 1999). "Rescue workers struggling with shortages as military moves in to disaster areas". Taipei Times. p. 3. 
  26. "Hoping against the odds". Taipei Times. 25 กันยายน 1999. p. 1. 
  27. Chu, Monique (27 กันยายน 1999). "Tunghsing rescue arouses hope". Taipei Times. 
  28. Edmonds & Goldstein 2001, p. 16.
  29. "National Museum of Natural Science -> Exhibition -> Permanent Exhibits -> Chelungpu Fault Preservation Park". Nmns.edu.tw. 28 ตุลาคม 2013. 
  30. Kao, Y.L. (2 กรกฎาคม 2009). "Cabinet to hold 921 earthquake commemorative activities: official". China Post. 

บรรณานุกรม[แก้]

  • Experiences on Post-disaster Reconstruction for the 921 Earthquake. Taiwan Historica. 2006. ISBN 978-986-00-7233-4. 
  • Edmonds, Richard L.; Goldstein, Steven M. (2001). Taiwan in the Twentieth Century: A Retrospective View. Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-00343-8. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]