แบ็กสตรีตบอยส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แบ็กสตรีตบอยส์
BSB Old Navy Performance.jpg
แบ็กสตรีตบอยส์ 14 กันยายน 2012.
ซ้ายไปขวา: นิก คาร์เตอร์, เควิน ริชาร์ดสัน, ไบรอัน ลิตเทรล, ฮาววี ดี. และเอเจ แม็กลีน
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด ออร์แลนโด รัฐฟลอริดา สหรัฐ
แนวเพลง
ช่วงปี 1993–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง
ส่วนเกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ backstreetboys.com
สมาชิก

แบ็กสตรีตบอยส์ (อังกฤษ: Backstreet Boys) เป็นวงนักร้องชาวอเมริกัน ก่อตั้งในออร์แลนโด รัฐฟลอริดาเมื่อปี ค.ศ. 1993 สมาชิกวงประกอบด้วย เอเจ แม็กลีน ฮาววี ดี. นิก คาร์เตอร์ เควิน ริชาร์ดสัน และไบรอัน ลิตเทรล

วงมีชื่อเสียงโด่งดังจากอัลบั้มสากลอัลบั้มแรกชื่อ แบ็กสตรีตบอยส์ (1996) ปีต่อมาพวกเขาออกอัลบั้มสากลอัลบั้มที่สอง แบ็กสตรีตส์แบ็ก (1997) และอัลบั้มเปิดตัวในสหรัฐที่ทำให้วงประสบความสำเร็จทั่วโลก พวกเขามีชื่อเสียงระดับซูเปอร์สตาร์จากสตูดิโออัลบั้มที่สาม มิลเลนเนียม (1999) และอัลบั้มถัดมา แบล็กแอนด์บลู (2000)

วงพักงานดนตรีสองปี หลังจากนั้นพวกเขากลับมารวมตัวกันและออกอัลบั้ม เนเวอร์กอน (2005) หลังจบทัวร์คอนเสิร์ตเนเวอร์กอนทัวร์ ริชาร์ดสันลาออกจากวงเพื่อทำสิ่งที่เขาสนใจ[1] ต่อมาวงออกอีกสองอัลบั้ม อันเบรกเอเบิล (2007) และดิสอิสอัส (2009) โดยมีสมาชิกสี่คน

ในปี ค.ศ. 2012 วงประกาศว่าริชาร์ดสันกลับมาเป็นสมาชิกถาวรอีกครั้ง[2] ปีถัดมา พวกเขาฉลองครบรอบ 20 ปี และออกอัลบั้มไม่มีสังกัดอัลบั้มแรกชื่อ อินอะเวิลด์ไลก์ดิส (2013) วงทำภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรกชื่อ แบ็กสตรีตบอยส์: โชว์เอ็มวอตยัวร์เมดออฟในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015[3]

แบ็กสตรีตบอยส์ขายงานเพลงได้มากกว่า 130 หน่วยทั่วโลก[4] ทำให้พวกเขาเป็นบอยแบนด์ที่ทำรายได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์[5][6][7] และเป็นหนึ่งในศิลปินที่ขายดีที่สุดในโลก อัลบั้มเก้าอัลบั้มแรกของพวกเขาติดสิบอันดับแรกบนชาร์ตบิลบอร์ด 200[8] เป็นครั้งแรกนับจากวงเสด และเป็นบอยแบนด์วงเดียวที่ทำเช่นนี้ได้ วงได้รับดาวประดับในฮอลลีวูดวอล์กออฟเฟมในวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2013[9]

ประวัติ[แก้]

ระหว่างปี 1996 ถึง 2001 พวกเขาขึ้นเวทีแสดงสดมากถึง 350 โชว์ กับยอดขายบัตรคอนเสิร์ตมากกว่า 5 ล้านใบ ย้อนกลับไปเมื่อปี 1995 ที่ซิงเกิ้ลแรกของพวกเขาถูกเล่นทางวิทยุ ตอนนั้นเป็นยุคทองของดนตรีกรันจ์ ไม่มีใครคิดว่าเพลง ‘We’ve Got It Going On’ จะถูกเปิดมากไปกว่า ‘Smell Like Teen Spirit’ ของ Nirvana แต่แล้ว แบ็กสตรีตบอยส์ ก็สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของดนตรีป็อปขึ้นเมื่ออัลบั้มแรกของพวกเขาขายได้มากว่า 8 ล้านชุดในอเมริกา และค่อยๆ แผ่ขยายอาณาเขตไปยังประเทศเยอรมนีและแคนาดา

2 อัลบั้มถัดมาคือ ‘Backstreet’s Back’ และ ‘Millennium’ ขายทั่วโลกไปกว่า 24 ล้านก๊อปปี้ และทัวร์คอนเสิร์ตของพวกเขาก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ปี 2000 แบ็กสตรีตบอยส์ ฉลองการออกอัลบั้ม ‘Black & Blue’ ด้วยการบินโปรโมทอัลบั้มโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไปยัง 5 เมืองสำคัญของแต่ละทวีปคือ สต๊อกโฮล์ม โตเกียว ซิดนีย์ เคปทาวน์ ริโอเดอจาเนโร และนิวยอร์ก ในเวลา 5 วันติดต่อกัน

อัลบั้ม ‘Never Gone’ ได้โปรดิวเซอร์ชื่อดังมากมายมาร่วมกันทำงานในอัลบั้มชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์อย่าง Max Martin ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่อัลบั้มแรก John Ondrasik (ในนาม Five For Fighting), Billy Mann (Pink) และ John Shanks (Michelle Branch) ซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มนี้คือเพลง ‘Incomplete’

สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6 มีซิงเกิ้ลแรก คือ เพลง “Inconsolable” ที่ได้ Emanuel Kiriakou (โปรดิวซ์ให้นิค ลาเช่ เพลง “What’s Left Of Me” และ แคธรีน แม็คฟี‎ เพลง “Ordinary World”) มาโปรดิวซ์เพลงนี้ให้ ร่วมกับนักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง Lindy Robbins และ Jess Cates สำหรับมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Inconsolable’ กำกับโดย Ray Kay ผู้กำกับ/ช่างภาพชาวนอร์เวย์ที่รับหน้าที่ถ่ายปกอัลบั้มชุดนี้ด้วย มิวสิกวิดีโอถ่ายทำบนเวนิซ บีช แคลิฟอร์เนีย

รางวัล[แก้]

กลุ่มที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเจ็ดรางวัลแกรมมี่เป็นของปี 2013 รวมทั้งเสนอชื่อเข้าชิงในปี 2000 กลุ่มยังได้รับสองรางวัลเพลงอเมริกันเจ็ดบิลบอร์ดเพลงรางวัลสองรางวัลเอ็มทีวีวิดีโอรางวัลจูโนและอื่น ๆ อีกมากมาย

สมาชิก[แก้]

  • เอเจ แม็กลีน (1993-ปัจจุบัน)
  • ฮาววี ดี. (1993-ปัจจุบัน)
  • นิก คาร์เตอร์ (1993-ปัจจุบัน)
  • ไบรอัน ลิตเทรล (1993-ปัจจุบัน)
  • เควิน ริชาร์ดสัน (1993-2006; 2012–ปัจจุบัน)

ผลงานอัลบั้ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Kevin Richardson Quits Backstreet Boys". MTV. 
  2. "Backstreet Boys Welcome Back Kevin Richardson". MTV. สืบค้นเมื่อ July 12, 2012. 
  3. Garibaldi, Christina (December 2, 2014). "Backstreet Boys Are Back With A New Movie: Find Out When It Hits Theaters". MTV. สืบค้นเมื่อ December 3, 2014. 
  4. Garcia, Cathy Rose A. (February 22, 2010). "Backstreet Boys Share Secrets to Success". The Korea Times. Archived from the original on March 29, 2010. สืบค้นเมื่อ January 24, 2011.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  5. "Backstreet Boys back, for good". Straight.com. September 4, 2008. สืบค้นเมื่อ March 31, 2014. 
  6. Haydon, John (April 29, 2012). "The List: Best boy bands". The Washington Times. สืบค้นเมื่อ March 31, 2014. 
  7. "The Music Sound". google.com.my. 
  8. "Robin Thicke Gets First No. 1 Album On Billboard 200". Billboard. August 7, 2013. สืบค้นเมื่อ August 7, 2013. 
  9. "Backstreet Boys Get Star on Hollywood Walk of Fame". People. April 22, 2012. สืบค้นเมื่อ April 22, 2012.