ข้ามไปเนื้อหา

แบบจำลองเขตเมืองศูนย์กลาง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพแสดงแบบจำลองเขตเมืองศูนย์กลาง (จากด้านนอกสู่ด้านใน)
  เขตชานเมือง(outer ring)
  เขตอยู่อาศัยของชนชั้นกลางและคนรวย
  เขตอยู่อาศัยของแรงงาน
  ย่านโรงงาน

แบบจำลองเขตเมืองศูนย์กลาง (Concentric zone model) หรืออีกชื่อคือ แบบจำลองของเบอร์เจส (Burgess model) หรือ CCD Model เป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่นักผังเมืองใช้ในการวิเคราะห์การเติบโตของชุมชนเมือง โดยแนวคิดถูกพัฒนาขึ้นมาโดย เออร์เนส เบอร์เจส ในปี 2468

รูปแบบของแนวคิด

[แก้]

เออร์เนส เบอร์เจส ได้พัฒนาแนวความคิดของทฤษฎีเมืองจากการสังเกตเมืองชิคาโก และประยุกต์เข้ากับนิเวศ์วิทยาของมนุษย์ที่มักจะมีการอาศัยกันในเขตชุมชนเมือง โดยจากการสังเกตชิคาโกและเมืองใหญ่อื่นๆในสหรัฐอเมริกา เบอร์เจสได้สรุปแนวคิดของเขาเกี่ยวกับการขยายตัวของชุมชนเมืองออกมาเป็นวงแหวนที่ขยับออกห่างจากส่วนกลาง โดยแบ่งออกได้ดังนี้

1. โซนธุรกิจและย่านเศรษฐกิจ หรือ CBD (Central Business District) เป็นใจกลางของเมือง

2. โซนของย่านการค้า โรงงาน และแหล่งผลิตสินค้า

3. ย่านชุมชนที่อยู่อาศัยของแรงงาน

4. ย่านที่พักอาศัยของชนชั้นกลาง และย่านหมู่บ้านจัดสรร

5. โซนเปลี่ยนผ่าน ย่านที่พักของกลุ่มคนผู้มีรายได้สูง และชานเมือง

รูปแบบการวิเคราะห์เมืองแบบนี้ ต่อมาถูกพัฒนาต่อและใช้ขยายความเข้าใจจนเกิดเป็นแนวคิดทฤษฎีราคาที่ดินตามระยะทาง (bid rent curve) โดยทำให้เห็นภาพชัดขึ้นถึงรายได้จากพื้นที่ที่ผกผันไปตามระยะห่างจาศูนย์กลางเมือง โดยเขต CBD จะมีค่าเช่าที่ที่ค่อนข้างสูง และยิ่งออกห่างจาก CBD ราคาที่ดินก็จะน้อยลงตามไปด้วย

แผนภาพแนวคิดทฤษฎีราคาที่ดินตามระยะทาง (bid rent curve)

การวิพากษ์แนวคิด

[แก้]

ในปัจจุบันนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ผังเมือง ได้ออกมาโต้แย้งกระบวนการทำแนวคิดของเบอร์เจสเป็นอย่างมาก เพราะว่าแนวคิดนี้เมื่อเอาไปใช้งานจริง มันไม่สามารถวิเคราะห์เมืองได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเมืองที่อยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา และแม้แต่ในสหรัฐเองด้วยระบบโลกาภิวัฒน์ที่เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับการขยายตัวของระบบขนส่งมวลชน และเทคโนโลยี ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนระหว่างโซนต่างๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้น

รวมทั้งยังมีข้อโต้แย้งอื่นๆ อีก อาทิเช่น

  • ในการอธิบายถึงย่านชุมชนนี้ไม่สามารถใช้ได้นอกสหรัฐอเมริกา เพราะสหรัฐอเมริกามีรูปแบบแปลกๆ เกี่ยวกับการตั้งย่านชุมชนเมือง โดยแถบใจกลางเมืองจะเป็นย่านสำหรับคนจนคนทั่วไป ส่วนชานเมืองจะเป็นที่อยู่ของคนผู้มีอันจะกิน
  • เมืองชานเมือง (Commuter town) ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับทฤษฎีนี้ เพราะนิยามระหว่างเมืองชานเมือง กับเขตชานเมืองของรูปแบบเมืองนี้แตกต่างกัน
  • ในปัจจุบันมีการกระจายแหล่งสถานบันเทิง ร้านสินค้า ห้าง และโรงงานอุตสาหกรรม ไปตามพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น
  • แนวความคิดนี้ละเลยความคิดแบบการเมืองท้องถิ่น และโลกาภิวัฒน์