ข้ามไปเนื้อหา

แคมเล็ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แคมเล็ก
(Labia minora)
รายละเอียด
คัพภกรรมสันอวัยวะเพศและทางเดินปัสสาวะ (Urogenital folds)
ตัวระบุ
ภาษาละตินlabium minus pudendi
TA98A09.2.01.007
TA23553
FMA20374
อภิธานศัพท์กายวิภาคศาสตร์

แคมเล็กหรือกลีบเล็ก (ละติน: labia minora) เป็นผิวหนังที่สองด้านของทางเปิดช่องคลอดของมนุษย์ อยู่ระหว่างแคมใหญ่ แคมเล็กในหญิงแต่ละคนมีขนาด สีและรูปทรงต่างกัน มีกำเนิดเดียวกันกับท่อปัสสาวะและหนังองคชาติของชาย[1]

โครงสร้าง

[แก้]

แคมเล็กเป็นรอยพับของผิวหนังคู่หนึ่ง อยู่ด้านในของแคมใหญ่และเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะเพศหญิงภายนอกหรือวุลวา ด้านหน้าของแคมเล็กเริ่มใกล้บริเวณคลิตอริส โดยรอยพับส่วนหน้ามีส่วนสร้างหนังหุ้มคลิตอริสและเส้นยึดคลิตอริส จากนั้นแคมเล็กทอดไปทางด้านหลังและเป็นขอบของเวสทิบูลของวุลวา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีรูเปิดของท่อปัสสาวะและช่องคลอดอยู่ภายใน[2]

แคมเล็กโดยทั่วไปไม่มีขน และมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อผิวหนังหรือเยื่อบุที่ค่อนข้างชุ่มชื้น มีหลอดเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก รวมทั้งมีต่อมไขมันที่ช่วยคงความชุ่มชื้นของผิวบริเวณนี้[3]

หน้าที่

[แก้]

หน้าที่สำคัญของแคมเล็กคือช่วยปกป้องรูเปิดของท่อปัสสาวะและช่องคลอดจากการเสียดสี ความแห้ง และการระคายเคือง นอกจากนี้ยังมีบทบาทต่อความรู้สึกทางเพศ เนื่องจากมีหลอดเลือดและเส้นประสาทมาก เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ แคมเล็กอาจมีเลือดมาคั่งมากขึ้น ทำให้บวมขึ้น สีเข้มขึ้นหรือแดงขึ้น และไวต่อการสัมผัสมากขึ้น[2][3]

ความแปรผัน

[แก้]

ขนาด รูปร่าง สี ความหนา และความสมมาตรของแคมเล็กแตกต่างกันได้มากในแต่ละบุคคล บางคนมีแคมเล็กอยู่ภายในแคมใหญ่ทั้งหมด ขณะที่บางคนมีแคมเล็กยื่นพ้นแคมใหญ่ออกมา ซึ่งถือเป็นความแปรผันทางกายวิภาคตามธรรมชาติ แคมเล็กทั้งสองข้างอาจมีขนาดไม่เท่ากันได้เช่นกัน[4]

การศึกษาในสตรีไทยที่พึงพอใจรูปลักษณ์อวัยวะเพศของตนเองพบว่า ลักษณะอวัยวะเพศหญิงภายนอกมีความหลากหลายมาก โดยพบความกว้างและความยาวของแคมเล็กแตกต่างกันในช่วงกว้าง และพบการยื่นของแคมเล็กพ้นแคมใหญ่ในผู้เข้าร่วมบางส่วนโดยไม่มีอาการไม่สบาย[5]

ภาวะทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

[แก้]

โดยทั่วไปความยาวหรือความไม่สมมาตรของแคมเล็กไม่ถือว่าเป็นโรคหากไม่ก่อให้เกิดอาการ อย่างไรก็ตาม ในบางรายแคมเล็กที่ยาวหรือเสียดสีมากอาจทำให้เจ็บ ระคายเคือง รบกวนการออกกำลังกาย การมีเพศสัมพันธ์ หรือการสวมเสื้อผ้ารัดรูปได้ หากมีอาการปวด บวม คัน แผล เลือดออกผิดปกติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุอื่น เช่น การติดเชื้อ โรคผิวหนัง หรือภาวะอักเสบ[4]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Manual of Obstetrics. (3rd ed.). Elsevier. pp. 1-16. ISBN 9788131225561.
  2. 1 2 "Anatomy, Abdomen and Pelvis: Female External Genitalia". StatPearls, NCBI Bookshelf. สืบค้นเมื่อ 2026-05-03.
  3. 1 2 "Female External Genital Organs". MSD Manual Consumer Version. สืบค้นเมื่อ 2026-05-03.
  4. 1 2 "Vulvovaginal Health". American College of Obstetricians and Gynecologists. สืบค้นเมื่อ 2026-05-03.
  5. Chinkangsadan, T. (2020). "Variation of Genital Appearance in Thai Women". Thai Journal of Obstetrics and Gynaecology. 28 (2). สืบค้นเมื่อ 2026-05-03.