แคมเล็ก
| แคมเล็ก (Labia minora) | |
|---|---|
| รายละเอียด | |
| คัพภกรรม | สันอวัยวะเพศและทางเดินปัสสาวะ (Urogenital folds) |
| ตัวระบุ | |
| ภาษาละติน | labium minus pudendi |
| TA98 | A09.2.01.007 |
| TA2 | 3553 |
| FMA | 20374 |
| อภิธานศัพท์กายวิภาคศาสตร์ | |
แคมเล็กหรือกลีบเล็ก (ละติน: labia minora) เป็นผิวหนังที่สองด้านของทางเปิดช่องคลอดของมนุษย์ อยู่ระหว่างแคมใหญ่ แคมเล็กในหญิงแต่ละคนมีขนาด สีและรูปทรงต่างกัน มีกำเนิดเดียวกันกับท่อปัสสาวะและหนังองคชาติของชาย[1]
โครงสร้าง
[แก้]แคมเล็กเป็นรอยพับของผิวหนังคู่หนึ่ง อยู่ด้านในของแคมใหญ่และเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะเพศหญิงภายนอกหรือวุลวา ด้านหน้าของแคมเล็กเริ่มใกล้บริเวณคลิตอริส โดยรอยพับส่วนหน้ามีส่วนสร้างหนังหุ้มคลิตอริสและเส้นยึดคลิตอริส จากนั้นแคมเล็กทอดไปทางด้านหลังและเป็นขอบของเวสทิบูลของวุลวา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีรูเปิดของท่อปัสสาวะและช่องคลอดอยู่ภายใน[2]
แคมเล็กโดยทั่วไปไม่มีขน และมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อผิวหนังหรือเยื่อบุที่ค่อนข้างชุ่มชื้น มีหลอดเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก รวมทั้งมีต่อมไขมันที่ช่วยคงความชุ่มชื้นของผิวบริเวณนี้[3]
หน้าที่
[แก้]หน้าที่สำคัญของแคมเล็กคือช่วยปกป้องรูเปิดของท่อปัสสาวะและช่องคลอดจากการเสียดสี ความแห้ง และการระคายเคือง นอกจากนี้ยังมีบทบาทต่อความรู้สึกทางเพศ เนื่องจากมีหลอดเลือดและเส้นประสาทมาก เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ แคมเล็กอาจมีเลือดมาคั่งมากขึ้น ทำให้บวมขึ้น สีเข้มขึ้นหรือแดงขึ้น และไวต่อการสัมผัสมากขึ้น[2][3]
ความแปรผัน
[แก้]ขนาด รูปร่าง สี ความหนา และความสมมาตรของแคมเล็กแตกต่างกันได้มากในแต่ละบุคคล บางคนมีแคมเล็กอยู่ภายในแคมใหญ่ทั้งหมด ขณะที่บางคนมีแคมเล็กยื่นพ้นแคมใหญ่ออกมา ซึ่งถือเป็นความแปรผันทางกายวิภาคตามธรรมชาติ แคมเล็กทั้งสองข้างอาจมีขนาดไม่เท่ากันได้เช่นกัน[4]
การศึกษาในสตรีไทยที่พึงพอใจรูปลักษณ์อวัยวะเพศของตนเองพบว่า ลักษณะอวัยวะเพศหญิงภายนอกมีความหลากหลายมาก โดยพบความกว้างและความยาวของแคมเล็กแตกต่างกันในช่วงกว้าง และพบการยื่นของแคมเล็กพ้นแคมใหญ่ในผู้เข้าร่วมบางส่วนโดยไม่มีอาการไม่สบาย[5]
ภาวะทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
[แก้]โดยทั่วไปความยาวหรือความไม่สมมาตรของแคมเล็กไม่ถือว่าเป็นโรคหากไม่ก่อให้เกิดอาการ อย่างไรก็ตาม ในบางรายแคมเล็กที่ยาวหรือเสียดสีมากอาจทำให้เจ็บ ระคายเคือง รบกวนการออกกำลังกาย การมีเพศสัมพันธ์ หรือการสวมเสื้อผ้ารัดรูปได้ หากมีอาการปวด บวม คัน แผล เลือดออกผิดปกติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุอื่น เช่น การติดเชื้อ โรคผิวหนัง หรือภาวะอักเสบ[4]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Manual of Obstetrics. (3rd ed.). Elsevier. pp. 1-16. ISBN 9788131225561.
- 1 2 "Anatomy, Abdomen and Pelvis: Female External Genitalia". StatPearls, NCBI Bookshelf. สืบค้นเมื่อ 2026-05-03.
- 1 2 "Female External Genital Organs". MSD Manual Consumer Version. สืบค้นเมื่อ 2026-05-03.
- 1 2 "Vulvovaginal Health". American College of Obstetricians and Gynecologists. สืบค้นเมื่อ 2026-05-03.
- ↑ Chinkangsadan, T. (2020). "Variation of Genital Appearance in Thai Women". Thai Journal of Obstetrics and Gynaecology. 28 (2). สืบค้นเมื่อ 2026-05-03.