แคทริน ดัชเชสแห่งเคนต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แคทริน
ดัชเชสแห่งเคนต์
Katharine, Duchess of Kent.JPG
พระสวามีเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุกแห่งเคนต์ (2504–ปัจจุบัน)
พระนามเต็ม
แคทริน ลูซี แมรี
พระบุตรจอร์จ วินด์เซอร์ เอิร์ลแห่งเซนต์แอนดรูส์
เลดีเฮเลน เทย์เลอร์
ลอร์ดนิโคลัส วินด์เซอร์
ลอร์ดแพทริก วินด์เซอร์
ราชวงศ์วินด์เซอร์ (เสกสมรส)
พระบิดาเซอร์วิลเลียม เวิร์สลีย์
พระมารดาจอยซ์ บรุนเนอร์
ประสูติ22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476 (86 ปี)
คฤหาสน์ฮอวิงฮัม ยอร์กเชอร์ สหราชอาณาจักร
ศาสนาโรมันคาทอลิก (เดิมคริสตจักรอังกฤษ)

แคทริน ดัชเชสแห่งเคนต์ (อังกฤษ: Katharine, Duchess of Kent; 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476) พระนามเดิม แคทริน ลูซี แมรี เวิร์สลีย์ (อังกฤษ: Katharine Lucy Mary Worsley) เป็นสมาชิกของราชวงศ์วินด์เซอร์ เป็นพระชายาในเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุกแห่งเคนต์ พระญาติชั้นที่หนึ่งของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

ดัชเชสแห่งเคนต์ทรงเลื่อมใสนิกายโรมันคาทอลิกและเปลี่ยนไปเข้ารีตเมื่อ พ.ศ. 2536 ถือเป็นเจ้านายแห่งสหราชอาณาจักรพระองค์แรกที่ละนิกายคริสตจักรอังกฤษ หลังประกาศพระราชบัญญัติว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ค.ศ. 1701

พระประวัติ[แก้]

พระชนม์ชีพช่วงต้น[แก้]

ดัชเชสแห่งเคนต์มีพระนามเดิมว่าแคทริน ลูซี แมรี เวิร์สลีย์ ประสูติ ณ คฤหาสน์ฮอวิงฮัม ยอร์กเชอร์ เป็นธิดาเพียงคนเดียวของเซอร์วิลเลียม เวิร์สลีย์ กับจอยซ์ มอร์แกน บรุนเนอร์ เป็นหลานตาของเซอร์จอห์น บรุนเนอร์ บารอเน็ตที่ 2 และเป็นเหลนของเซอร์จอห์น บรุนเนอร์ บารอเน็ตที่ 1 ผู้ก่อตั้งบรุนเนอร์มอนด์ (Brunner Mond) และเคมีอุตสาหกรรมอิมพีเรียล (Imperial Chemical Industries)[1][2] นอกจากนี้พระองค์ยังสืบสันดานจากโอลิเวอร์ ครอมเวลล์[3]

แคทรินบัพติศมา ณ คริสตจักรนักบุญทั้งหลาย (All Saints' Church) ในฮอวิงฮัมในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2476 มีพ่อแม่ทูนหัวคือ เซอร์เฟลิกซ์ บรุนเนอร์ บอรอเน็ตที่ 3, เซอร์ดิกบี ลอว์สัน บารอเน็ตที่ 2, วินิเฟรด คอลเกต และมาร์กาเรต ไฟฟ์แห่งคฤหาสน์นันนิงตัน[4]

เสกสมรส[แก้]

แคทรินทรงพบกับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุกแห่งเคนต์ พระโอรสในเจ้าชายจอร์จ ดยุกแห่งเคนต์ กับเจ้าหญิงมารีนาแห่งกรีซและเดนมาร์ก เมื่อครั้งที่เจ้าชายประจำการที่ค่ายแคตเทอริก (Catterick Camp)[5] พระราชพิธีเสกสมรสถูกจัดขึ้น ณ อาสนวิหารยอร์กในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2504 ซึ่งอาสนวิหารดังกล่าวเคยจัดพิธีสมรสของเจ้านายครั้งล่าสุด คือพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษกับฟิลิปปาแห่งเฮนอลต์เมื่อ 633 ปีก่อน[6] ในพระราชพิธีนี้ได้เจ้าชายไมเคิลแห่งเคนต์เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว[6] และเจ้าหญิงแอนน์เป็นหนึ่งในเพื่อนเจ้าสาว[6] โดยมีไมเคิล แรมซีย์ อาร์ชบิชอปแห่งยอร์กเป็นผู้ดำเนินพิธี[6] มีแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากเข้าร่วมพระราชพิธี เป็นต้นว่า นอแอล คอวอร์ด และดักลัส แฟร์แบงส์ จูเนียร์ รวมทั้งพระราชวงศ์ต่างประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, กรีซ, เดนมาร์ก, นอร์เวย์, ยูโกสลาเวีย, โรมาเนีย และสเปน[6]

ทั้งสองมีพระบุตรสี่คน ได้แก่ จอร์จ วินด์เซอร์ เอิร์ลแห่งเซนต์แอนดรูส์ (26 มิถุนายน พ.ศ. 2515), เลดีเฮเลน เทย์เลอร์ (28 เมษายน พ.ศ. 2507), ลอร์ดนิโคลัส วินด์เซอร์ (25 กรกฎาคม พ.ศ. 2513) และลอร์ดแพทริก วินด์เซอร์ (5 ตุลาคม พ.ศ. 2520; ตายคลอด)

เข้ารีตคาทอลิก[แก้]

ดัชเชสแห่งเคนต์ทรงเปลี่ยนไปนับถือนิกายโรมันคาทอลิกในปี พ.ศ. 2537[7] ถือเป็นการตัดสินพระทัยส่วนพระองค์และทรงได้รับพระราชานุญาตจากสมเด็จพระราชินีนาถ พระองค์ทรงให้สัมภาษณ์กับบีบีซี ความว่า "เราชอบแนวทางปฏิบัติ และนิกายคาทอลิกก็มีแนวทางให้คุณปฏิบัติตาม ซึ่งฉันปรารถนาที่จะทำเช่นนี้มาตลอดในชีวิตนี้ ฉันอยากจะรู้เสียด้วยว่าตัวฉันถูกคาดหวังอะไรไว้บ้าง ฉันชอบถูกสอนว่า "เธอจะต้องเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์นะ ไม่งั้นเจอดีแน่ !""[8] พระคาร์ดินัลเบซิล ฮิวม์ อาร์ชบิชอปแห่งเวสต์มินสเตอร์ ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งคริสตจักรคาทอลิกในอังกฤษและเวลส์ เกรงว่าอาจเกิดกระแสต่อต้านจากการเปลี่ยนนิกายของดัชเชส

แม้จะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ค.ศ. 1701 ที่กล่าวว่า หากมีสมาชิกแห่งพระราชวงศ์พระองค์ใดเสกสมรสกับคู่สมรสที่เป็นคาทอลิก ก็จะถูกถอดออกจากการสืบราชสันตติวงศ์แห่งสหราชอาณาจักร แต่ไม่รวมไปถึงกรณีที่เจ้านายเสกสมรสกับคริสต์ศาสนิกชนนิกายแองกลิคัน แต่คู่เสกสมรสเปลี่ยนไปนับถือนิกายคาทอลิกในภายหลัง ด้วยเหตุนี้ดยุกแห่งเคนต์จึงมิถูกถอดจากการสืบราชบัลลังก์

ทว่าหลังจากการเปลี่ยนนิกายของพระองค์ ลอร์ดนิโคลัส วินด์เซอร์ พระโอรสคนเล็ก, เอ็ดเวิร์ด วินด์เซอร์ ลอร์ดดาวน์แพทริก และเลดีมารีนา ชาร์ลอตต์ วินด์เซอร์ พระนัดดาได้เปลี่ยนไปเข้ารีตคาทอลิกเช่นกัน ส่วนจอร์จ วินด์เซอร์ เอิร์ลแห่งเซนต์แอนดรูส์ พระโอรสคนโต สมรสกับสตรีคาทอลิก ด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งหมดจึงถูกถอดออกจากการสืบราชสันตติวงศ์แห่งสหราชอาณาจักร ส่วนลอร์ดดาวน์แพทริกจึงถือเป็นผู้สืบสายตระกูลดยุกและเอิร์ลแห่งเคนต์คนแรกที่เป็นคาทอลิก นับตั้งแต่การปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์เป็นต้นมา

พระทายาท[แก้]

รายนาม เกิด ตาย สมรส บุตร
จอร์จ วินด์เซอร์ เอิร์ลแห่งเซนต์แอนดรูส์ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2515 9 มกราคม 2531 ซิลเวนา โทมาเซลลี เอ็ดเวิร์ด วินด์เซอร์ ลอร์ดดาวน์แพทริก
เลดีมารีนา ชาร์ลอตต์ วินด์เซอร์
เลดีอาเมเลีย วินด์เซอร์
เลดีเฮเลน เทย์เลอร์ 28 เมษายน พ.ศ. 2507 18 กรกฎาคม 2535 ทิโมที เทย์เลอร์ โคลัมบัส เทย์เลอร์
แคสซิอัส เทย์เลอร์
อีโลอิส เทย์เลอร์
เอสเทลลา เทย์เลอร์
ลอร์ดนิโคลัส วินด์เซอร์ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2513 4 พฤศจิกายน 2549 เจ้าหญิงเพาลา โดอิมี เด ลูพิส เด ฟรันโคพัน อัลเบิร์ต วินด์เซอร์
ลีโอโพลด์ วินด์เซอร์
หลุยส์ วินด์เซอร์
ลอร์ดแพทริก วินด์เซอร์
(ทารกตายคลอด)
5 ตุลาคม พ.ศ. 2520

อ้างอิง[แก้]

  1. Mosley, Charles, ed. (2003). Burke's Peerage, Baronetage & Knighthood (107 ed.). Burke's Peerage & Gentry. pp. 4243–4244. ISBN 0-9711966-2-1.
  2. Cathcart, Helen (1971). The Duchess of Kent (First ed.). London: W.H. Allen. p. 31. |access-date= requires |url= (help)
  3. Le Petit Gotha
  4. "Christenings". The Times. The Times Digital Archive. 3 April 1933. p. 17.
  5. "Engagement Of The Duke Of Kent To Miss Katharine Worsley (1961)". British Pathé. YouTube. 13 April 2014. สืบค้นเมื่อ 15 May 2018.
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 "Wedding At York Wedding Of Prince Edward". Britishpathe.com. British Pathé. 2010-01-03. Archived from the original on 7 July 2012. สืบค้นเมื่อ 2017-03-13.
  7. "BBC ON THIS DAY | 14 | 1994: Duchess of Kent joins Catholic church". BBC News. 14 January 2002. สืบค้นเมื่อ 13 March 2017.
  8. Wynick, Alex (22 February 2013). "Duchess of Kent turns 80: 10 things you need to know about the reclusive royal". Daily Mirror. สืบค้นเมื่อ 8 January 2017.