แก๊สจริง
| อุณหพลศาสตร์ |
|---|
แก๊สจริง (อังกฤษ: real gas) คือแก๊สที่ไม่เป็นอุดมคติซึ่งโมเลกุลของมันมีการครอบครองพื้นที่และมีอันตรกิริยาต่อกัน ผลที่ตามมาคือแก๊สจริงจึงไม่เป็นไปตามกฎของแก๊สอุดมคติ เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของแก๊สจริง จำเป็นต้องนำปัจจัยต่อไปนี้มาพิจารณา:
- ผลจากสภาพอัดได้;
- ความจุความร้อนจำเพาะแปรผัน;
- แรงแวนเดอร์วาลส์;
- ผลทางอุณหพลศาสตร์ที่ไม่สมดุล;
- ปัญหาเกี่ยวกับการแตกตัวของโมเลกุลและปฏิกิริยาเบื้องต้นที่มีองค์ประกอบผันแปร
สำหรับการประยุกต์ใช้ส่วนใหญ่ การวิเคราะห์อย่างละเอียดเช่นนี้ไม่มีความจำเป็น และสามารถใช้การประมาณโดยแก๊สอุดมคติได้ด้วยความแม่นยำที่สมเหตุสมผล กลับกัน แบบจำลองแก๊สจริงจะต้องถูกนำมาใช้ในกรณีที่ใกล้จุดควบแน่นของแก๊ส ใกล้จุดวิกฤต ที่ความดันสูงมาก เพื่ออธิบายปรากฏการณ์จูล–ทอมสัน และในกรณีอื่น ๆ ที่พบน้อย การเบี่ยงเบนจากความเป็นอุดมคติสามารถอธิบายได้ด้วยแฟกเตอร์สภาพอัดได้ Z
แบบจำลอง
[แก้]
เส้นโค้งสีน้ำเงินเข้ม – เส้นไอโซเทิร์มที่อยู่ต่ำกว่าอุณหภูมิวิกฤต ส่วนสีเขียว – ภาวะกึ่งเสถียร
ส่วนที่อยู่ทางซ้ายของจุด F – ของเหลวปกติ
จุด F – จุดเดือด
เส้น FG – สมดุลระหว่างวัฏภาคของเหลวและแก๊ส
ส่วน FA – ของเหลวร้อนยวดยิ่ง
ส่วน F′A – ของเหลวที่ถูกยืด (p<0)
ส่วน AC – คือการต่อเนื่องวิเคราะห์ของไอโซเทิร์ม ซึ่งเป็นไปไม่ได้ทางกายภาพ
ส่วน CG – ไอเย็นยวดยิ่ง
จุด G – จุดน้ำค้าง
กราฟที่อยู่ทางขวาของจุด G – แก๊สปกติ
พื้นที่ FAB และ GCB มีขนาดเท่ากัน
เส้นโค้งสีแดง – ไอโซเทิร์มวิกฤต
จุด K – จุดวิกฤต
เส้นโค้งสีฟ้าอ่อน – ไอโซเทิร์มยวดยิ่ง
แบบจำลองแวนเดอร์วาลส์
[แก้]แก๊สจริงมักถูกสร้างแบบจำลองโดยการคำนึงถึงน้ำหนักโมลาร์และปริมาตรโมลาร์
หรือเขียนอีกทางหนึ่ง:
เมื่อ p คือความดัน T คืออุณหภูมิ R ค่าคงตัวของแก๊สอุดมคติ และ Vm คือปริมาตรโมลาร์ a และ b คือตัวแปรที่ถูกกำหนดโดยวิธีเชิงประจักษ์สำหรับแก๊สแต่ละชนิด แต่บางครั้งก็มีการประมาณค่าจากอุณหภูมิวิกฤต (Tc) และความดันวิกฤต (pc) โดยใช้ความสัมพันธ์:
ค่าคงตัว ณ จุดวิกฤตสามารถแสดงเป็นฟังก์ชันของตัวแปร a, b ได้ดังนี้:
เมื่อใช้สมบัติลดทอน , , สมการสามารถเขียนในรูปลดทอนได้ดังนี้:
แบบจำลองเรดลิช-ควอง
[แก้]
สมการเรดลิช–ควองเป็นอีกสมการหนึ่งที่มีสองตัวแปรที่ใช้ในการสร้างแบบจำลองแก๊สจริง สมการนี้เกือบจะมีความแม่นยำสูงกว่าสมการแวนเดอร์วาลส์เสมอ และมักแม่นยำกว่าบางสมการที่มีตัวแปรมากกว่าสองตัว สมการนี้คือ
หรือเขียนอีกทางหนึ่ง:
เมื่อ a และ b เป็นตัวแปรเชิงประจักษ์สองตัวซึ่งไม่ใช่ตัวแปรเดียวกับในสมการแวนเดอร์วาลส์ ตัวแปรเหล่านี้สามารถหาได้ดังนี้:
ค่าคงตัว ณ จุดวิกฤตสามารถแสดงเป็นฟังก์ชันของตัวแปร a, b ได้ดังนี้:
เมื่อใช้ , , สมการภาวะสามารถเขียนในรูปลดทอนได้ดังนี้: เมื่อ
แบบจำลองเบอร์เทโลต์และเบอร์เทโลต์ดัดแปลง
[แก้]สมการเบอร์เทโลต์ (ตั้งชื่อตามดี. เบอร์เทโลต์)[1] ไม่ค่อยถูกนำมาใช้
แต่ฉบับดัดแปลงมีความแม่นยำสูงกว่าเล็กน้อย
แบบจำลองดีเทริซี
[แก้]แบบจำลองนี้ (ตั้งชื่อตามซี. ดีเทริซี[2]) เลิกใช้ไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
พร้อมด้วยตัวแปร a, b สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เป็นมาตรฐานได้โดยการหารด้วยภาวะจุดวิกฤต[หมายเหตุ 1]:ซึ่งจะทำให้สมการอยู่ในรูปลดทอน:[3]
แบบจำลองเคลาซีอุส
[แก้]สมการเคลาซีอุส (ตั้งชื่อตามรูด็อล์ฟ เคลาซีอุส) เป็นสมการสามตัวแปรที่เรียบง่ายมากที่ใช้ในการสร้างแบบจำลองแก๊ส
หรือเขียนอีกทางหนึ่ง:
เมื่อ
เมื่อ Vc คือปริมาตรวิกฤต
แบบจำลองไวเรียล
[แก้]สมการไวเรียลได้มาจากกรรมวิธีเชิงรบกวนของกลศาสตร์สถิติ
หรือเขียนอีกทางหนึ่ง
เมื่อ A, B, C, A′, B′ และ C′ เป็นค่าคงตัวที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ
แบบจำลองเผิง-โรบินสัน
[แก้]สมการภาวะเผิง–โรบินสัน (ตั้งชื่อตามดี.-วาย. เผิง และดี. บี. โรบินสัน[4]) มีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือมีประโยชน์ในการสร้างแบบจำลองของเหลวบางชนิดเช่นเดียวกับแก๊สจริง
แบบจำลองโวห์ล
[แก้]

สมการโวห์ล (ตั้งชื่อตามเอ. โวห์ล[5]) ถูกกำหนดในรูปของค่าวิกฤต ทำให้มีประโยชน์เมื่อค่าคงตัวของแก๊สจริงไม่พร้อมใช้งาน แต่ไม่สามารถใช้สำหรับความหนาแน่นสูงได้ ตัวอย่างเช่น ไอโซเทิร์มวิกฤตแสดงให้เห็นถึงการลดลงอย่างมากของความดันเมื่อปริมาตรถูกบีบอัดเกินกว่าปริมาตรวิกฤต
หรือ:
หรืออีกทางหนึ่ง:
เมื่อ เมื่อ , , คือปริมาตรโมลาร์ ความดัน และอุณหภูมิ ณ จุดวิกฤต ตามลำดับ
และเมื่อใช้สมบัติลดทอน , , สามารถเขียนสมการแรกในรูปลดทอนได้ดังนี้:
แบบจำลองบีตตี-บริดจ์แมน
[แก้][6] สมการนี้อิงตามค่าคงตัวที่กำหนดโดยการทดลองห้าค่า แสดงออกมาในรูป
เมื่อ
สมการนี้เป็นที่ทราบกันดีว่ามีความแม่นยำพอสมควรสำหรับความหนาแน่นสูงถึงประมาณ 0.8 ρcr เมื่อ ρcr คือความหนาแน่นของสาร ณ จุดวิกฤต ค่าคงตัวที่ปรากฏในสมการด้านบนมีอยู่ในตารางต่อไปนี้ เมื่อ p อยู่ในหน่วย kPa, Vm อยู่ในหน่วย , T อยู่ในหน่วย K และ [7]
| แก๊ส | A0 | a | B0 | b | c |
|---|---|---|---|---|---|
| อากาศ | 131.8441 | 0.01931 | 0.04611 | −0.001101 | 4.34×104 |
| อาร์กอน, Ar | 130.7802 | 0.02328 | 0.03931 | 0.0 | 5.99×104 |
| คาร์บอนไดออกไซด์, CO2 | 507.2836 | 0.07132 | 0.10476 | 0.07235 | 6.60×105 |
| อีเทน, C2H6 | 595.791 | 0.05861 | 0.09400 | 0.01915 | 90.00×104 |
| ฮีเลียม, He | 2.1886 | 0.05984 | 0.01400 | 0.0 | 40 |
| ไฮโดรเจน, H2 | 20.0117 | −0.00506 | 0.02096 | −0.04359 | 504 |
| มีเทน, CH4 | 230.7069 | 0.01855 | 0.05587 | -0.01587 | 12.83×104 |
| ไนโตรเจน, N2 | 136.2315 | 0.02617 | 0.05046 | −0.00691 | 4.20×104 |
| ออกซิเจน, O2 | 151.0857 | 0.02562 | 0.04624 | 0.004208 | 4.80×104 |
แบบจำลองเบเนดิกต์–เว็บบ์–รูบิน
[แก้]สมการ BWR คือ
เมื่อ d คือความหนาแน่นโมลาร์ และ a, b, c, A, B, C, α และ γ เป็นค่าคงตัวเชิงประจักษ์ โปรดทราบว่าค่าคงตัว γ เป็นอนุพันธ์ของค่าคงตัว α ดังนั้นจึงเกือบจะเท่ากับ 1
งานจากการขยายตัวทางอุณหพลศาสตร์
[แก้]งานจากการขยายตัวของแก๊สจริงนั้นต่างจากงานจากการขยายตัวของแก๊สอุดมคติ โดยมีปริมาณความแตกต่างคือ
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ D. Berthelot in Travaux et Mémoires du Bureau international des Poids et Mesures – Tome XIII (Paris: Gauthier-Villars, 1907)
- ↑ C. Dieterici, Ann. Phys. Chem. Wiedemanns Ann. 69, 685 (1899)
- ↑ Pippard, Alfred B. (1981). Elements of classical thermodynamics: for advanced students of physics (Repr ed.). Cambridge: Univ. Pr. p. 74. ISBN 978-0-521-09101-5.
- ↑ Peng, D. Y. & Robinson, D. B. (1976). "A New Two-Constant Equation of State". Industrial and Engineering Chemistry: Fundamentals. 15: 59–64. doi:10.1021/i160057a011. S2CID 98225845.
- ↑ A. Wohl (1914). "Investigation of the condition equation". Zeitschrift für Physikalische Chemie (ภาษาอังกฤษ). 87: 1–39. doi:10.1515/zpch-1914-8702. S2CID 92940790.
- ↑ Yunus A. Cengel and Michael A. Boles, Thermodynamics: An Engineering Approach 7th Edition, McGraw-Hill, 2010, ISBN 007-352932-X
- ↑ Gordan J. Van Wylen and Richard E. Sonntage, Fundamental of Classical Thermodynamics, 3rd ed, New York, John Wiley & Sons, 1986 P46 table 3.3
หนังสืออ่านเพิ่ม
[แก้]- Kondepudi, D. K.; Prigogine, I. (1998). Modern thermodynamics: From heat engines to dissipative structures. John Wiley & Sons. ISBN 978-0-471-97393-5.
- Hsieh, J. S. (1993). Engineering Thermodynamics. Prentice-Hall. ISBN 978-0-13-275702-7.
- Walas, S. M. (1985). Fazovyje ravnovesija v chimiceskoj technologii v 2 castach. Butterworth Publishers. ISBN 978-0-409-95162-2.
- Aznar, M.; Silva Telles, A. (1997). "A Data Bank of Parameters for the Attractive Coefficient of the Peng-Robinson Equation of State". Brazilian Journal of Chemical Engineering. 14 (1): 19–39. doi:10.1590/S0104-66321997000100003.
- Rao, Y. V. C (2004). An introduction to thermodynamics. Universities Press. ISBN 978-81-7371-461-0.
- Xiang, H. W. (2005). The Corresponding-States Principle and its Practice: Thermodynamic, Transport and Surface Properties of Fluids. Elsevier. ISBN 978-0-08-045904-2.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- ↑ The critical state can be calculated by starting with , and taking the derivative with respect to . The equation is a quadratic equation in , and it has a double root precisely when .
<ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "หมายเหตุ" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="หมายเหตุ"/> ที่สอดคล้องกัน