แกลิกฟุตบอล
การแข่งขันแกลิกฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศเนชันนัลฟุตบอลลีก ค.ศ. 2009 | |
| องค์กรบริหารสูงสุด | สมาคมกีฬาเกลิก (GAA) |
|---|---|
| การเล่นครั้งแรก | ค.ศ. 1885 |
| สโมสร | มากกว่า 2,200 สโมสร |
| ลักษณะเฉพาะ | |
| การปะทะ | มีการปะทะอย่างจำกัด |
| จำนวนผู้เล่นต่อทีม | 15 คนต่อทีม |
| ประเภท | กีฬากลางแจ้งประเภททีม |
| อุปกรณ์ | ลูกบอลเกลิก |
| สถานที่แข่งขัน | สนามกีฬาเกลิก |
| ประวัติการแข่งขัน | |
| โอลิมปิก | โอลิมปิกฤดูร้อน 1904 (กีฬาสาธิต) |
แกลิกฟุตบอล (ไอริช: peil Ghaelach; มักเรียกสั้น ๆ ว่า peil แปลว่า “ฟุตบอล”) เป็นกีฬาประเภททีมที่มีต้นกำเนิดในไอร์แลนด์ การแข่งขันมีสองทีม ทีมละ 15 คน เล่นด้วยลูกบอลทรงกลมบนสนามหญ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผู้เล่นทำคะแนนโดยเตะหรือตีลูกด้วยมือให้เข้าไปในประตูของฝ่ายตรงข้าม หรือส่งลูกข้ามคานระหว่างเสาประตูคู่เดียวกัน
แกลิกฟุตบอลมีลักษณะบางอย่างคล้ายทั้งฟุตบอล รักบี้ และออสเตรเลียนฟุตบอล แต่เป็นกีฬาที่มีกติกาเป็นของตนเอง ผู้เล่นสามารถเตะ จับ ถือลูก ส่งลูกด้วยมือ และแย่งลูกด้วยการปะทะไหล่ต่อไหล่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นห้ามขว้างลูกตามปกติ ห้ามวิ่งถือลูกต่อเนื่องโดยไม่เดาะหรือเตะลูกกลับขึ้นมือ และการเข้าปะทะรุนแรงแบบรักบี้ไม่ได้รับอนุญาต
กีฬานี้อยู่ภายใต้การกำกับของสมาคมกีฬาเกลิก (อังกฤษ: Gaelic Athletic Association; ย่อว่า GAA) และเป็นหนึ่งในกลุ่มกีฬาเกลิกร่วมกับเฮอร์ลิง คาโมกี แฮนด์บอลเกลิก และราวน์เดอส์ แกลิกฟุตบอลของ GAA เป็นการแข่งขันชาย ส่วนการแข่งขันหญิงซึ่งมีกติกาใกล้เคียงกันอยู่ภายใต้การกำกับของสมาคมแกลิกฟุตบอลหญิง นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้จัดการทีมในระบบ GAA ไม่ได้รับค่าจ้างจากการลงแข่งขัน เนื่องจากสมาคมยึดหลักกีฬาสมัครเล่น[1]
แกลิกฟุตบอลเล่นกันอย่างแพร่หลายทั่วเกาะไอร์แลนด์ และพบได้ในชุมชนชาวไอริชพลัดถิ่นในบริเตนใหญ่ ยุโรปภาคพื้นทวีป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และส่วนอื่นของโลก การแข่งขันระดับสูงสุดคือออลไอร์แลนด์ซีเนียร์ฟุตบอลแชมเปียนชิป ซึ่งรอบชิงชนะเลิศจัดที่โครกพาร์กในดับลิน
ชื่อเรียก
[แก้]ในภาษาไอริช กีฬานี้เรียกว่า peil Ghaelach โดย peil หมายถึงฟุตบอล และ Gaelach หมายถึงเกลิกหรือไอริช ในไอร์แลนด์ ผู้คนมักเรียกกีฬานี้สั้น ๆ ว่า “ฟุตบอล” (อังกฤษ: football) “เกลิก” (อังกฤษ: Gaelic) หรือ “GAA” เพราะเข้าใจกันจากบริบทว่าไม่ได้หมายถึงฟุตบอลสากล คำว่า caid (ออกเสียงใกล้เคียง “กัดจ์”) เป็นชื่อของการเล่นฟุตบอลพื้นบ้านแบบเก่าบางชนิดในไอร์แลนด์ และบางครั้งใช้เป็นชื่อเล่นของแกลิกฟุตบอล
วิธีเล่นโดยสรุป
[แก้]เป้าหมายของแต่ละทีมคือพาลูกไปยังแดนของฝ่ายตรงข้ามและทำคะแนนผ่านเสาประตูรูปตัว H พื้นที่ใต้คานมีตาข่ายคล้ายประตูฟุตบอล ส่วนเสาทั้งสองยื่นสูงขึ้นไปเหนือคานคล้ายเสารักบี้
การส่งลูกเข้าตาข่ายใต้คานเรียกว่า “โกล” (อังกฤษ: goal) มีค่า 3 คะแนน การส่งลูกข้ามคานและลอดระหว่างเสาสูงเรียกว่า “พอยนต์” (อังกฤษ: point) โดยทั่วไปมีค่า 1 คะแนน ลูกที่ผู้เล่นเตะจากนอกส่วนโค้งระยะ 40 เมตรและข้ามคานโดยตรงมีค่า 2 คะแนนตามกติกาที่เริ่มใช้ใน ค.ศ. 2025[2]
ผู้เล่นเคลื่อนลูกได้หลายวิธี ได้แก่
- การเตะ ใช้ส่งลูกให้เพื่อน เตะไปข้างหน้า หรือยิงทำคะแนน
- การส่งด้วยมือ (อังกฤษ: hand pass) ทำโดยตีลูกด้วยกำปั้นหรือมืออย่างชัดเจน ไม่ใช่การขว้าง
- การเดาะพื้น (อังกฤษ: bounce) คือปล่อยลูกกระทบพื้นแล้วรับกลับขึ้นมา
- การโซโล (อังกฤษ: solo หรือ toe-tap) คือปล่อยลูกลงหาเท้า แล้วเตะลูกเบา ๆ ให้เด้งกลับขึ้นสู่มือของตนเองขณะวิ่ง
ผู้เล่นถือลูกเดินหรือวิ่งได้ไม่เกินสี่ก้าว เมื่อครบแล้วต้องเตะ ส่ง เดาะพื้น หรือโซโล ผู้เล่นโซโลติดต่อกันกี่ครั้งก็ได้ แต่ห้ามเดาะลูกกับพื้นสองครั้งติดต่อกัน ด้วยเหตุนี้ ภาพที่พบได้บ่อยคือผู้เล่นวิ่งไปพร้อมกับสลับถือและเตะลูกกลับขึ้นมือของตนเอง
ประวัติ
[แก้]การเล่นฟุตบอลแบบดั้งเดิม
[แก้]ชาวไอริชเล่นเกมฟุตบอลพื้นบ้านหลายรูปแบบมานานก่อนมีแกลิกฟุตบอลสมัยใหม่ หลักฐานทางกฎหมายที่กล่าวถึงฟุตบอลในไอร์แลนด์มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1308 ส่วนบันทึกการแข่งขันในเทศมณฑลมีทเมื่อ ค.ศ. 1670 กล่าวถึงการจับและการเตะลูก ซึ่งถือเป็นลักษณะสำคัญของกีฬาสมัยใหม่[3]
ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 เกมที่เรียกรวม ๆ ว่า caid เป็นที่นิยมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเทศมณฑลเคร์รีและคาบสมุทรดิงเกิล กติกาแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น บางรูปแบบแข่งขันกันส่งลูกผ่านช่องประตู ขณะที่บางรูปแบบเล่นข้ามพื้นที่กว้างและชนะเมื่อนำลูกข้ามเขตตำบล การแข่งขันมักมีผู้เล่นจำนวนมากและอนุญาตการปล้ำ การยื้อ และการปะทะที่รุนแรงกว่ากีฬาปัจจุบัน
การกำหนดกติกาสมัยใหม่
[แก้]ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ฟุตบอลสากลและรักบี้จากอังกฤษเริ่มแพร่หลายในไอร์แลนด์ ขณะที่เกมฟุตบอลท้องถิ่นยังไม่มีกติกากลาง สมาคมกีฬาเกลิกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1884 ที่เมืองเธอร์เลสในเทศมณฑลทิปเปอแรรี เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมกีฬาไอริช[4] ผู้ก่อตั้งคนสำคัญได้แก่ไมเคิล คูแซกและมอริซ เดวิน
GAA เผยแพร่กติกาแกลิกฟุตบอลชุดแรกใน ค.ศ. 1887 โดยดัดแปลงจากเกมที่เล่นในหลายพื้นที่ของไอร์แลนด์ กติกายุคแรกมีความแตกต่างจากปัจจุบัน เช่น จำนวนผู้เล่นมากกว่าและการให้คะแนนบางแบบไม่เหมือนกัน การแข่งขันออลไอร์แลนด์แชมเปียนชิปครั้งแรกจัดขึ้นสำหรับฤดูกาล ค.ศ. 1887 และทีมคอมเมอร์เชียลส์จากลิเมอริกเป็นผู้ชนะ
ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 แกลิกฟุตบอลมีความเชื่อมโยงกับการฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมไอริช ตลอดจนลัทธิชาตินิยมไอริช โครงสร้างของ GAA ที่ผูกสโมสรเข้ากับตำบลและผูกทีมตัวแทนเข้ากับเทศมณฑลทำให้กีฬาเป็นส่วนสำคัญของชุมชนท้องถิ่น ปัจจุบัน GAA มีสโมสรมากกว่า 2,200 แห่งใน 32 เทศมณฑลบนเกาะไอร์แลนด์ และมีหน่วยงานหรือสโมสรอีกหลายร้อยแห่งในต่างประเทศ[1]
สนามและอุปกรณ์
[แก้]สนาม
[แก้]
สนามแกลิกฟุตบอลเป็นสนามหญ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 130–145 เมตร และกว้าง 80–90 เมตร จึงมีขนาดใหญ่กว่าสนามฟุตบอลสากลทั่วไป[5] สนามเดียวกันสามารถใช้แข่งขันเฮอร์ลิงได้
ที่ปลายสนามแต่ละด้านมีเสาประตูสองต้นห่างกัน 6.5 เมตร และมีคานสูงจากพื้น 2.5 เมตร เสาทั้งสองยื่นขึ้นเหนือคานอย่างน้อย 7 เมตร ส่วนพื้นที่ใต้คานติดตาข่ายไว้รับลูกที่ทำโกล บนสนามมีเส้นระยะ 13 เมตร 20 เมตร และ 45 เมตร รวมทั้งส่วนโค้ง 40 เมตรซึ่งใช้ตัดสินการทำ 2 คะแนน
ลูกบอล
[แก้]
ลูกแกลิกฟุตบอลเป็นลูกทรงกลม ทำจากแผ่นหนังหรือวัสดุสังเคราะห์เย็บต่อกัน ลูกมีเส้นรอบวงประมาณ 68–70 เซนติเมตร และหนักประมาณ 480–500 กรัม จึงมีขนาดใกล้เคียงแต่หนักกว่าลูกฟุตบอลสากลเล็กน้อย รูปทรงกลมช่วยให้ผู้เล่นทั้งเตะ เดาะ จับ และตีลูกด้วยมือได้
ทีมและตำแหน่งผู้เล่น
[แก้]แต่ละทีมมีผู้เล่นในสนาม 15 คน ประกอบด้วยผู้รักษาประตู 1 คน ผู้เล่นแนวรับ 6 คน กองกลาง 2 คน และผู้เล่นแนวรุก 6 คน ทีมสามารถส่งรายชื่อตัวสำรองได้ตามจำนวนที่ระเบียบการแข่งขันกำหนด โดยผู้เล่นตัวสำรองมักใช้หมายเลขตั้งแต่ 16 ขึ้นไป ผู้รักษาประตูใช้หมายเลข 1 และต้องสวมเสื้อสีแตกต่างจากผู้เล่นคนอื่น
หมายเลขเสื้อและตำแหน่งตั้งต้นตามธรรมเนียมมีดังนี้
| หมายเลข | ตำแหน่งภาษาไทย | อังกฤษ: English | ไอริช: Gaeilge | หน้าที่โดยทั่วไป |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ผู้รักษาประตู | Goalkeeper | Cúl báire | ป้องกันประตู รับลูก และเริ่มเกมรุกด้วยคิกเอาต์ |
| 2 | กองหลังมุมขวา | Right corner-back | Lánchúlaí deas | ประกบผู้เล่นแนวรุกมุมซ้ายของฝ่ายตรงข้าม |
| 3 | กองหลังตัวกลาง | Full-back | Lánchúlaí láir | ป้องกันพื้นที่หน้าประตูและประกบกองหน้าตัวเป้า |
| 4 | กองหลังมุมซ้าย | Left corner-back | Lánchúlaí clé | ประกบผู้เล่นแนวรุกมุมขวาของฝ่ายตรงข้าม |
| 5 | กองหลังครึ่งสนามขวา | Right half-back | Leathchúlaí deas | สกัดเกมรุกริมสนามและพาลูกขึ้นหน้า |
| 6 | กองหลังครึ่งสนามตัวกลาง | Centre half-back | Leathchúlaí láir | ควบคุมพื้นที่กลางแนวรับและเชื่อมเกมกับกองกลาง |
| 7 | กองหลังครึ่งสนามซ้าย | Left half-back | Leathchúlaí clé | สกัดเกมรุกริมสนามและสนับสนุนการบุก |
| 8–9 | กองกลาง | Midfielders | Lár na páirce | แย่งลูกกลางอากาศ เชื่อมแนวรับกับแนวรุก และช่วยเล่นทั้งสองแดน |
| 10 | กองหน้าครึ่งสนามขวา | Right half-forward | Leatosaí deas | สร้างเกมรุกจากด้านขวาและยิงจากระยะไกล |
| 11 | กองหน้าครึ่งสนามตัวกลาง | Centre half-forward | Leatosaí láir | เป็นศูนย์กลางการจ่ายลูกและเชื่อมเกมรุก |
| 12 | กองหน้าครึ่งสนามซ้าย | Left half-forward | Leatosaí clé | สร้างเกมรุกจากด้านซ้ายและยิงจากระยะไกล |
| 13 | กองหน้ามุมขวา | Right corner-forward | Lántosaí deas | หาพื้นที่ใกล้ประตูและทำคะแนนจากมุมขวา |
| 14 | กองหน้าตัวเป้า | Full-forward | Lántosaí láir | รับลูกยาวในพื้นที่หน้าประตูและเป็นผู้ทำโกลหลัก |
| 15 | กองหน้ามุมซ้าย | Left corner-forward | Lántosaí clé | หาพื้นที่ใกล้ประตูและทำคะแนนจากมุมซ้าย |
คำว่า “ฟูล” (อังกฤษ: full) ในชื่อตำแหน่งหมายถึงแนวที่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ส่วน “ฮาล์ฟ” (อังกฤษ: half) หมายถึงแนวที่อยู่ถัดออกมาทางกลางสนาม ไม่ได้หมายความว่าผู้เล่นลงเล่นเพียงครึ่งสนาม ตำแหน่งเหล่านี้บอกพื้นที่ตั้งต้นและหน้าที่ตามธรรมเนียมมากกว่าการจำกัดบริเวณตายตัว ผู้เล่นจึงเคลื่อนที่สลับตำแหน่งและช่วยทั้งเกมรุกกับเกมรับได้ อย่างไรก็ตาม กฎที่ใช้ตั้งแต่ ค.ศ. 2025 กำหนดจำนวนผู้เล่นขั้นต่ำที่แต่ละทีมต้องคงไว้ในทั้งสองแดน
ระยะเวลาการแข่งขัน
[แก้]การแข่งขันระดับสโมสรและระดับเยาวชนส่วนใหญ่ใช้เวลา 60 นาที แบ่งเป็นสองครึ่ง ครึ่งละ 30 นาที การแข่งขันซีเนียร์ระหว่างเทศมณฑลใช้เวลา 70 นาที แบ่งเป็นสองครึ่ง ครึ่งละ 35 นาที การแข่งขันที่จำเป็นต้องหาผู้ชนะอาจต่อเวลาพิเศษหรือใช้วิธีอื่นตามระเบียบของรายการ
การทำคะแนน
[แก้]
แกลิกฟุตบอลใช้พื้นที่ประตูเดียวกันสำหรับคะแนนสามประเภท ได้แก่
- โกล (อังกฤษ: goal) — ลูกผ่านเส้นประตูใต้คานและเข้าตาข่าย มีค่า 3 คะแนน ผู้ตัดสินประจำประตูยกธงสีเขียว
- พอยนต์ (อังกฤษ: point) — ลูกข้ามคานระหว่างเสาทั้งสองจากภายในส่วนโค้ง หรือถูกตีข้ามคานด้วยมือ มีค่า 1 คะแนน ใช้ธงสีขาว
- คะแนนสองแต้ม (อังกฤษ: two-point score) — ผู้เล่นเตะลูกโดยมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างอยู่บนหรือนอกส่วนโค้ง 40 เมตร และลูกข้ามคานตามเงื่อนไขของกติกา มีค่า 2 คะแนน ใช้ธงสีส้ม[6]
คะแนนเขียนโดยแยกจำนวนโกลกับจำนวนพอยนต์ เช่น 2–10 หมายถึง 2 โกลกับอีก 10 คะแนน รวมเป็น 16 คะแนน เพราะแต่ละโกลมีค่า 3 คะแนน ดังนั้นทีมที่ได้ 0–17 มีคะแนนรวม 17 คะแนนและชนะทีมที่ได้ 2–10 ซึ่งมีคะแนนรวม 16 คะแนน
ผู้เล่นสามารถเตะลูกเข้าโกลได้ แต่ไม่สามารถส่งลูกจากมือเข้าประตูโดยการขว้างหรือตีแบบส่งมือธรรมดา ในบางสถานการณ์ ผู้เล่นอาจชกลูกเข้าประตูได้หากลูกถูกส่งมาจากผู้เล่นคนอื่นหรือสัมผัสพื้น เสา หรือคานก่อน
กติกาสำคัญ
[แก้]การครองและเก็บลูก
[แก้]ผู้เล่นห้ามหยิบลูกที่อยู่นิ่งบนพื้นขึ้นด้วยมือโดยตรง แต่ต้องใช้เท้าช้อนหรือเขี่ยลูกขึ้นมาสู่มือ ข้อห้ามนี้เป็นจุดที่ต่างจากแกลิกฟุตบอลหญิง ซึ่งอนุญาตให้ผู้เล่นหญิงหยิบลูกขึ้นจากพื้นได้โดยตรง
ผู้เล่นเปลี่ยนลูกจากมือหนึ่งสู่อีกมือหนึ่งได้ด้วยการถ่ายมืออย่างควบคุม แต่ห้ามโยนลูกขึ้นหรือขว้างจากมือหนึ่งไปอีกมือหนึ่ง การส่งให้เพื่อนด้วยมือจำเป็นต้องมีจังหวะตีลูกที่มองเห็นได้ชัด
การแย่งลูกและการปะทะ
[แก้]แกลิกฟุตบอลอนุญาตการปะทะทางร่างกายในระดับจำกัด ผู้เล่นสามารถใช้ไหล่ชนไหล่ของคู่แข่งจากด้านข้างขณะทั้งสองอยู่ใกล้ลูก และสามารถตบลูกออกจากมือของคู่แข่งด้วยมือข้างเดียว
การผลัก ดึงเสื้อ สกัดด้วยการพุ่งไถล สะดุด ขัดขา ชกคู่แข่ง โอบปล้ำ หรือแย่งลูกด้วยมือทั้งสองข้างเป็นการฟาวล์ ผู้เล่นไม่สามารถเข้าปะทะผู้รักษาประตูขณะที่ผู้รักษาประตูอยู่ในกรอบประตูเล็กได้
มาร์ก
[แก้]“มาร์ก” (อังกฤษ: mark) คือสิทธิเตะโดยปราศจากการขัดขวางที่ผู้เล่นได้รับหลังจับลูกเตะยาวได้อย่างสมบูรณ์ตามเงื่อนไข แนวคิดนี้คล้ายกฎมาร์กในออสเตรเลียนฟุตบอล มาร์กในแดนหน้าหรือ “แอดวานซ์มาร์ก” (อังกฤษ: advanced mark) เกิดเมื่อผู้เล่นฝ่ายรุกจับลูกได้สะอาดบนหรือภายในเส้น 20 เมตรของฝ่ายตรงข้าม จากลูกที่ถูกเตะมาตามระยะและทิศทางที่กติกากำหนด ผู้เล่นอาจหยุดเพื่อเตะจากมาร์กหรือเลือกเล่นต่อทันทีได้[2]
โซโลแอนด์โก
[แก้]“โซโลแอนด์โก” (อังกฤษ: solo and go) เป็นวิธีเริ่มเล่นต่ออย่างรวดเร็วหลังได้ฟรีคิก ผู้เล่นสามารถทำโซโลภายในระยะ 4 เมตรจากจุดฟาวล์แล้วพาลูกเล่นต่อได้ทันที โดยไม่ต้องรอจัดตำแหน่งเตะฟรีตามปกติ วิธีนี้ใช้ไม่ได้ภายในเส้น 20 เมตรของฝ่ายตรงข้าม และต้องทำทันทีไปทางด้านหน้าหรือด้านข้าง[2]
กฎรักษาผู้เล่นในแต่ละแดน
[แก้]กติกาที่ใช้ตั้งแต่ ค.ศ. 2025 กำหนดให้ระหว่างการเล่น ทีมหนึ่งต้องเหลือผู้เล่นอย่างน้อย 4 คนในแดนของตน ซึ่งอาจรวมผู้รักษาประตู และต้องมีผู้เล่นสนามอย่างน้อย 3 คนอยู่ในแดนของฝ่ายตรงข้าม กฎนี้มักเรียกว่า “กฎสามขึ้น” หรือ “ทรีอัป” (อังกฤษ: three up) มีจุดประสงค์เพื่อลดการที่ผู้เล่นทั้งทีมถอยลงไปตั้งรับและเปิดพื้นที่สำหรับเกมรุก
การลงโทษ
[แก้]ผู้ตัดสินใช้บัตรสามสี ได้แก่
- ใบเหลือง — การเตือนสำหรับการฟาวล์หรือพฤติกรรมไม่เหมาะสม
- ใบดำ — ใช้กับการฟาวล์เชิงแท็กติกหรือพฤติกรรมถ่วงเกมบางประเภท ผู้เล่นต้องออกไปอยู่ในเขตพักโทษ (อังกฤษ: sin bin) เป็นเวลา 10 นาที
- ใบแดง — ไล่ผู้เล่นออกจากการแข่งขันโดยไม่ให้มีผู้เล่นสำรองลงแทนในเวลาที่เหลือ
ความผิดทางเทคนิคทั่วไป เช่น วิ่งเกินจำนวนก้าว เดาะพื้นสองครั้งติดกัน ขว้างลูก หรือหยิบลูกจากพื้นด้วยมือ ส่งผลให้อีกทีมได้เตะฟรี การปะทะรุนแรง การทำร้ายคู่แข่ง หรือการโต้เถียงผู้ตัดสินอาจนำไปสู่การเตือน พักโทษ หรือไล่ออก
การฟาวล์อาจแบ่งอย่างกว้าง ๆ ได้สามกลุ่ม การฟาวล์ทางเทคนิค (อังกฤษ: technical foul) เป็นการใช้หรือครองลูกผิดวิธี เช่น วิ่งเกินสี่ก้าว เดาะพื้นสองครั้งติดกัน ขว้างลูก หรือหยิบลูกจากพื้นด้วยมือ การฟาวล์รุนแรง (อังกฤษ: aggressive foul) ครอบคลุมการปะทะที่ผิดกติกา การทำร้าย การข่มขู่ และถ้อยคำรุนแรงต่อผู้เล่นหรือเจ้าหน้าที่ การคัดค้านคำตัดสิน (อังกฤษ: dissent) ได้แก่ การโต้เถียง ท้าทายอำนาจ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตัดสิน ซึ่งอาจทำให้จุดเตะฟรีเลื่อนไปเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตรงข้ามหรือทำให้ผู้เล่นได้รับบัตร
การเริ่มและเริ่มเล่นใหม่
[แก้]การแข่งขันเริ่มเมื่อผู้ตัดสินโยนลูกขึ้นระหว่างผู้เล่นกองกลางของทั้งสองทีม การเริ่มเล่นใหม่ที่สำคัญมีดังนี้
- คิกเอาต์ (อังกฤษ: kick-out) — การเตะเปิดจากแดนหลังหลังฝ่ายตรงข้ามทำคะแนนหรือเตะลูกออกหลัง
- ฟรีคิก (อังกฤษ: free kick) — มอบให้อีกทีมเมื่อเกิดการฟาวล์ เตะจากมือหรือจากพื้นได้ตามสถานการณ์
- ไซด์ไลน์คิก (อังกฤษ: sideline kick) — ใช้เมื่อลูกออกข้าง โดยฝ่ายตรงข้ามกับผู้สัมผัสลูกคนสุดท้ายเป็นผู้เตะกลับเข้าเล่น
- ลูก 45 (อังกฤษ: 45) — มอบให้ฝ่ายรุกเมื่อผู้เล่นฝ่ายรับเป็นคนสุดท้ายที่สัมผัสลูกก่อนออกเส้นหลัง เตะจากเส้น 45 เมตรตรงแนวที่ลูกออก
- ลูกโทษ (อังกฤษ: penalty) — เตะจากจุดห่างกึ่งกลางประตู 11 เมตร เมื่อฝ่ายรับทำผิดร้ายแรงในเขตที่กติกากำหนด โดยมีเพียงผู้รักษาประตูป้องกัน
หากผู้เล่นหลายคนแย่งลูกกันจนไม่สามารถตัดสินได้ชัดเจนว่าฝ่ายใดทำผิดก่อน ผู้ตัดสินอาจโยนลูกขึ้นระหว่างผู้เล่นฝ่ายละหนึ่งคนเพื่อเริ่มเล่นต่อ
เจ้าหน้าที่การแข่งขัน
[แก้]การแข่งขันหนึ่งนัดมีผู้ตัดสินหลัก 1 คนเป็นผู้ควบคุมเวลา ตัดสินการฟาวล์ ให้บัตร และรับรองคะแนน ผู้กำกับเส้น 2 คนช่วยดูการออกข้างและเหตุการณ์ใกล้เส้นสนาม การแข่งขันระดับสูงอาจมีเจ้าหน้าที่ข้างสนามเพิ่มอีก 1 คน
ที่ประตูแต่ละด้านมีผู้ตัดสินประจำประตู (อังกฤษ: umpire) 2 คน รวม 4 คน หน้าที่ของผู้ตัดสินประจำประตูคือพิจารณาว่าลูกผ่านประตูหรือไม่และยกธงสีเขียว สีขาว หรือสีส้มเพื่อแสดงชนิดของคะแนน ผู้ตัดสินประจำประตูยังให้สัญญาณเมื่อลูกออกหลังหรือเมื่อเห็นการกระทำผิดในบริเวณประตู แต่ผู้ตัดสินหลักเป็นผู้มีอำนาจตัดสินขั้นสุดท้าย
การแข่งขัน
[แก้]โครงสร้างแกลิกฟุตบอลแบ่งเป็นการแข่งขันระดับสโมสรและการแข่งขันระหว่างเทศมณฑล ผู้เล่นโดยทั่วไปเริ่มจากสโมสรในตำบลหรือชุมชนของตน และผู้เล่นที่ได้รับคัดเลือกอาจเป็นตัวแทนเทศมณฑลในการแข่งขันระดับสูงกว่า
การแข่งขันสำคัญระดับระหว่างเทศมณฑล ได้แก่
- ออลไอร์แลนด์ซีเนียร์ฟุตบอลแชมเปียนชิป — การแข่งขันชิงแชมป์สูงสุดและมีเกียรติที่สุด
- เนชันนัลฟุตบอลลีก — การแข่งขันแบบลีก แบ่งทีมออกเป็นหลายดิวิชัน
- ทาลชันคัพ — การแข่งขันสำหรับทีมเทศมณฑลที่ไม่ได้เข้าสู่ช่วงสำคัญของออลไอร์แลนด์แชมเปียนชิป
ในระดับสโมสร แชมป์ของแต่ละเทศมณฑลและแต่ละมณฑลประวัติศาสตร์แข่งขันต่อไปจนถึงออลไอร์แลนด์ซีเนียร์คลับฟุตบอลแชมเปียนชิป รอบชิงชนะเลิศรายการใหญ่จัดขึ้นที่โครกพาร์ก ซึ่งมีความจุประมาณ 82,300 คนและเป็นสนามหลักของ GAA[1]
แกลิกฟุตบอลหญิง
[แก้]แกลิกฟุตบอลหญิง (อังกฤษ: ladies' Gaelic football) เป็นกีฬาที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด แต่กำกับโดยสมาคมแกลิกฟุตบอลหญิง ไม่ใช่ GAA โดยตรง สนาม อุปกรณ์ และหลักการทำคะแนนส่วนใหญ่เหมือนการแข่งขันชาย แต่กติกาบางข้อแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นหญิงสามารถหยิบลูกขึ้นจากพื้นด้วยมือได้โดยตรง และไม่อนุญาตการชนไหล่แบบเดียวกับการแข่งขันชาย[7]
ความสัมพันธ์กับออสเตรเลียนฟุตบอล
[แก้]แกลิกฟุตบอลกับออสเตรเลียนฟุตบอลมีลักษณะร่วมกันหลายประการ เช่น การจับลูก การเตะลูกจากมือ การทำคะแนนระหว่างเสาสูง และกฎมาร์ก ความคล้ายคลึงนี้นำไปสู่การสร้างอินเตอร์เนชันแนลรูลส์ฟุตบอล (อังกฤษ: international rules football) ซึ่งผสมกติกาของกีฬาทั้งสองเพื่อให้ทีมชาติไอร์แลนด์และออสเตรเลียแข่งขันกันได้
นักแกลิกฟุตบอลบางคนย้ายไปเล่นออสเตรเลียนฟุตบอลระดับอาชีพในออสเตรเลียนฟุตบอลลีก (AFL) ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “การทดลองไอริช” (อังกฤษ: Irish experiment) ผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จได้แก่จิม สไตนส์ ซึ่งชนะเหรียญบราวน์โลว์ใน ค.ศ. 1991 และแทดจ์ เคนเนลลี ซึ่งเคยเป็นทั้งแชมป์ AFL กับซิดนีย์สวอนส์และแชมป์ออลไอร์แลนด์กับเคร์รี
ความสำคัญทางวัฒนธรรม
[แก้]แกลิกฟุตบอลไม่ได้เป็นเพียงกีฬา แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างชุมชนและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไอร์แลนด์ สโมสรจำนวนมากตั้งอยู่บนฐานของตำบล เมือง หรือชุมชน และดำเนินงานด้วยอาสาสมัคร ผู้เล่นระดับเทศมณฑลมักเล่นให้สโมสรท้องถิ่นของตนควบคู่กันไป ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทีมระดับสูงกับชุมชนยังคงแน่นแฟ้น
GAA ยังสนับสนุนภาษาไอริช ดนตรี การเต้นรำ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่น ๆ กีฬาแพร่กระจายไปพร้อมกับการอพยพของชาวไอริช และสโมสรในต่างประเทศมักทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางสังคมของชุมชนชาวไอริชพลัดถิ่น
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 "About the GAA". Gaelic Athletic Association. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 "Football Review Committee Rule Enhancements Explainer". Gaelic Athletic Association. 23 มกราคม 2025. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Corry, Eoghan (2010). The History of Gaelic Football. Gill Books. น. 16. ISBN 978-0-7171-4818-9.
- ↑ "Timeline 1884–1945". Gaelic Athletic Association. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Official Guide, Part 2" (PDF). Gaelic Athletic Association. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Football Review Committee 2024/25 FAQ". GAA Learning. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Ladies Gaelic Football". Gaelic Athletic Association. 10 ธันวาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Corry, Eoghan. The History of Gaelic Football. Gill Books, 2010. ISBN 978-0-7171-4818-9
- Mahon, Jack. A History of Gaelic Football. Gill & Macmillan, 2001. ISBN 0-7171-3279-X
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- แกลิกฟุตบอล ที่เว็บไซต์สมาคมกีฬาเกลิก
- กติกาและระเบียบอย่างเป็นทางการของ GAA