เฮอร์ริเคนอิสมาเอล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เฮอร์ริเคนอิสมาเอล
เฮอร์ริเคน ระดับ 1  (SSHS)
เฮอร์ริเคนอิสมาเอลบริเวณคาบสมุทรบาฮากาลิฟอร์เนีย
เฮอร์ริเคนอิสมาเอลบริเวณคาบสมุทรบาฮากาลิฟอร์เนีย
ก่อตัว 12 กันยายน ค.ศ. 1995
สลายตัว 16 กันยายน ค.ศ. 1995
ความเร็วลม
สูงสุด
เฉลี่ยลมใน 1 นาที:
80 ไมล์/ชม. (130 กม./ชม.)
ความกดอากาศต่ำสุด 983 มิลลิบาร์ (เฮกโตปาสกาล; 29.04 นิ้วปรอท)
ผู้เสียชีวิต เสียชีวิต 116 ราย
ความเสียหาย 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเงินปี 1995)
37.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2006)
พื้นที่ได้รับ
ผลกระทบ
ตอนเหนือของเม็กซิโก
ส่วนหนึ่งของ
ฤดูพายุเฮอร์ริเคนแปซิฟิก พ.ศ. 2538

เฮอร์ริเคนอิสมาเอล (อังกฤษ: Hurricane Ismael) คือพายุเฮอร์ริเคนขนาดอ่อน ซึ่งก่อตัวขึ้นในช่วงฤดูพายุเฮอร์ริเคนแปซิฟิก พ.ศ. 2538 โดยพายุเริ่มก่อตัวในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1995 (พ.ศ. 2538) และกลายเป็นเฮอร์ริเคนในวันที่ 14 กันยายนในระหว่างที่พายุอยู่ใกล้ชายฝั่งประเทศเม็กซิโก มีเส้นทางเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือ ทำให้เกิดดินถล่มในรัฐซีนาโลอา พายุอิสมาเอลได้อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเมื่อเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง และสลายตัวในวันที่ 16 กันยายน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก

ในภาคพื้นมหาสมุทร พายุนี้ทำให้เกิดคลื่นขนาดความสูง 9 เมตร (30 ฟุต) และทำให้เรืออับปาง 52 ลำและคร่าชีวิตชาวประมง 57 ราย ส่วนบนภาคพื้นดิน พายุอิสมาเอลทำให้มีผู้เสียชีวิต 59 รายในเม็กซิโก ยังทำลายบ้านเรือนกว่าพันหลังและผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 30,000 คน เมื่อพายุเคลื่อนตัวถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดฝนตกหนักในบางส่วนของรัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งพายุลูกนี้เป็นเฮอร์ริเคนในปี ค.ศ. 1995 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด[1]

ประวัติพายุ[แก้]

เส้นทางเดินของพายุ

ความกดอากาศต่ำได้กลายเป็นพายุชื่อว่าอิสมาเอลเมื่ออยู่ห่างจากชายฝั่งประเทศกัวเตมาลา ในวันที่ 9 กันยายน และได้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เคลื่อนที่จากตะวันตกสู่ตะวันตกเฉียงเหนือ ในตอนปลายวันที่ 12 กันยายนได้กลายเป็นดีเปรสชันเขตร้อน และได้เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วเพิ่มกำลังเป็นพายุหมุนเขตร้อนเมื่อต้นวันที่ 13 กันยายน[2]

อิทธิพลของสภาพอากาศเหนือคาบสมุทรบาฮากาลิฟอร์เนีย ทำให้พายุเปลี่ยนทิศขึ้นเหนืออย่างช้าๆ[3] และได้เพิ่มกำลังเป็นเฮอร์ริเคนเมื่อวันที่ 14 กันยายน[2]

ตาของพายุเริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้น และเมื่อผ่านไป 6 ชั่วโมงหลังจากกลายเป็นเฮอร์ริเคน ช่วงนี้พายุจะมีความรุนแรงมากที่สุด เฮอร์ริเคนอิสมาเอลก็ได้เร่งความเร็วและไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ได้ผ่านทางตะวันออกของเมืองกาโบซันลูกัสในวันที่ 15 กันยายน อิทธิพลจากพายุทำให้เกิดแผ่นดินถล่มในรัฐซีนาโลอาเมื่อวันที่ 15 กันยายน จากนั้นพายุได้อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเมื่อขึ้นฝั่ง และสลายตัวไปเมื่อวันที่ 16 กันยายน กลุ่มฝนที่เหลืออยู่ก็เคลื่อนไปทางเหนือต่อ ฝนจากพายุได้ไปถึงบางส่วนของประเทศสหรัฐอเมริกา[2]

การเตรียมพร้อม[แก้]

ในตอนแรก นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่าเฮอร์ริเคนอิสมาเอลจะเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรเท่านั้น แต่ต่อมาก็ได้พบว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่ง รัฐบาลของเม็กซิโกได้ออกประกาศเตือนภัยพายุหมุนเขตร้อนในพื้นที่เมืองมันซานิลโล รัฐโกลีมา จนถึงแหลมกาโบกอร์เรียนเตส์ ต่อมาได้ขยายไปถึงเมืองลอสโมชิส และพื้นที่ส่วนอื่นๆ ในรัฐบาฮากาลิฟอร์เนียซูร์ โดยได้ประกาศเตือนภัยครอบคลุมตั้งแต่เมืองมาซาทลัน ถึงเมืองลอสโมชิส[2] ก่อนที่พายุจะมาถึง ได้มีการอพยพประชาชนจำนวน 1,572 คนไปยังที่พักพิงชั่วคราว[4]


ผลกระทบ[แก้]

แผนที่แสดงปริมาณน้ำฝนจากเฮอร์ริเคนอิสมาเอล

ผลจากเฮอร์ริเคนอิสมาเอลทำให้เกิดคลื่นขนาด 30 ฟุต (9 เมตร) ในอ่าวแคลิฟอร์เนีย ชาวประมงจำนวนมากไม่ได้เตรียมการสำหรับพายุ[4] จึงทำให้มีเรือ 52 ลำเสียหายและ 20 ลำจม ชาวประมงประมาณ 57 รายเสียชีวิตบริเวณชายฝั่ง[5] และมีชาวประมงประมาณ 150 รายรอดพ้นจากพายุโดยการรออยู่บนเกาะ[6] ทีมกู้ภัยของทหารเรือได้ออกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยนอกชายฝั่งเม็กซิโก[7]

ผลจากพายุทำให้มีปริมาณฝนตกปานกลางถึงหนักมาก โดยวัดได้ 7.76 นิ้ว (197 มิลลิเมตร) ในรัฐซีนาโลอา ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมในเทศบาลสี่แห่งของรัฐ พายุยังได้ทำลายบ้าน 373 หลังและเสียหายอีกกว่า 4,790 หลัง บ้าน 177 หลังไม่มีน้ำบริโภค และไม่มีไฟฟ้าใช้อีกหลายแห่ง[5] นอกจากนี้พายุยังทำให้เกิดดินถล่ม ในเมืองลอสโมคิส เกิดลมพัดทำให้บ้านเรือนและเสาโทรศัพท์พังเสียหาย[6] มีผู้เสียชีวิต 59 รายในรัฐซีนาโลอา[4]

พายุอิสมาเอลทำให้เกิดฝนตกหนักมากขึ้นเมื่อขึ้นสู่ทิศเหนือ น้ำท่วมอย่างหนักในเมืองฮัวทาบัมโพ โดยตลอดรัฐโซโนรา ลมแรงได้ทำลายบ้าน 4,728 หลังและพัดหลังคาบ้าน 6,827 หลังปลิวกระจาย ทำลายโรงเรียน 107 แห่ง เส้นทางคมนาคมกว่า 100 ไมล์ (165 กิโลเมตร) และพื้นที่ปลูกพืชผลทางการเกษตรประมาณ 83 ตารางไมล์ (215 ตารางกิโลเมตร)[5]

ฝนจากพายุได้เคลื่อนตัวตามพายุไปยังตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐแอริโซนาและ ทางใต้ของรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐอเมริกา เกิดฝนตกหนักใกล้เขตรอยต่อของรัฐนิวเม็กซิโกและเทกซัส[8] ทำให้เกิดน้ำท่วมถนนและสถานที่หลายแห่ง เส้นทางถนนจำนวนมากเสียหายและต้องปิดบริการ[9] ในเมืองลับโบค รัฐเทกซัส ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ถนนส่วนใหญ่ถูกปิด[10] และความชื่นจากพายุได้พัดไปถึงรัฐทางตะวันออกของสหรัฐอีกด้วย[2]

หลังจากพายุสลายตัว[แก้]

เนื่องจากมีความเสียหายจากพายุเป็นอย่างมาก ชื่อ อิสมาเอล (Ismael) จึงถูกถอดออก และได้แทนที่ด้วยชื่อ อิสราเอล (Israel) ซึ่งได้ใช้สำหรับพายุในฤดูพายุเฮอร์ริเคนแปซิฟิก พ.ศ. 2544[11] หลังจากเฮอร์ริเคนอิสมาเอลผ่านพ้นไป เจ้าหน้าที่ได้แจกผ้าปูจำนวน 4,800 ชิ้น หมอน 500 ใบและผ้าห่ม 1,500 ผืนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ มีทีมนักประดาน้ำกู้เรือที่จมและผู้เคราะห์ร้ายที่จมน้ำ[4] และมีการซ่อมแซมระบบการสื่อสารอย่างรวดเร็ว[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. "1995 Pacific hurricane season". National Hurricane Center. สืบค้นเมื่อ 11 พ.ค. 2552. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 Max Mayfield (1995). "Hurricane Ismael Tropical Cyclone Report". National Hurricane Center. สืบค้นเมื่อ 2009-05-11. 
  3. Max Mayfield (1995). "Tropical Storm Ismael Discussion Six". NHC. สืบค้นเมื่อ 2006-11-04. 
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 El Presidente de la Comisión Nacional (1996). "La Recomendación 64/96, del 30 de julio de 1996 por Huracan Ismael" (ใน Spanish). Comisión Nacional de los Derechos Humanos. สืบค้นเมื่อ 2009-05-11. 
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 Daniel Bitrán Bitrán (2001). "Caracterásticas del Impacto Socioeconómico de los Principales Desastres Ocurridos en México en el Período 1980 – 99" (ใน Spanish). Centro Nacional de Prevención de Desastres. สืบค้นเมื่อ 2009-05-11. 
  6. 6.0 6.1 Associated Press (1995). "Hurricane kills 91 in Mexico". สืบค้นเมื่อ 2009-05-11. 
  7. Sun-Sentinel Wire Services (1995). "Hurricane Toll in Mexico Passes 100; Marilyn Fades". สืบค้นเมื่อ 2009-05-11. 
  8. David Roth (2005). "Rainfall Summary for Hurricane Ismael". Hydrometerological Prediction Center. สืบค้นเมื่อ 2009-05-11. 
  9. National Climatic Data Center (1995). "Event Report for New Mexico". สืบค้นเมื่อ 2009-05-11. 
  10. NCDC (1995). "Event Report for Texas". สืบค้นเมื่อ 2009-05-11. 
  11. Hanna Rosin (2004). "Hurricane Names". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ 2009-05-11. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]