เอ็ด ชีแรน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอ็ด ชีแรน
Ed Sheeran, V Festival 2014, Chelmsford (14975337555).jpg
เอ็ด ชีแรน ในปี 2014
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง เอ็ดเวิร์ด คริสโตเฟอร์ ชีแรน
เกิด 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991 (26 ปี)
ฮาลิแฟกซ์ เวสต์ยอร์กไชร์, ประเทศอังกฤษ
แหล่งกำเนิด แฟรมลิงแฮม ซัฟฟอล์ก, ประเทศอังกฤษ
แนวเพลง
อาชีพ
  • นักร้อง นักแต่งเพลง
  • นักแสดง
เครื่องดนตรี
  • ร้องนำ
  • กีตาร์
ช่วงปี 2004–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง
เว็บไซต์ edsheeran.com

เอ็ดเวิร์ด คริสโตเฟอร์ "เอ็ด" ชีแรน (อังกฤษ: Edward Christopher "Ed" Sheeran) เกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1991[1] เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดงชาวอังกฤษ[2][3] เขาเกิดในฮาลิแฟกซ์ เวสต์ยอร์กไชร์ และเติบโตในแฟรมลิงแฮม ซัฟฟอล์ก เขาเข้าเรียนสถาบันดนตรีร่วมสมัย ในกิลฟอร์ด เซอร์รีย์ ในระดับปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 18 ปีในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 2009[4][5] ในต้นปี ค.ศ. 2011 ชีแรนออกอีพีชุด นัมเบอร์ไฟฟ์คอลลาบอเรชันส์โปรเจกต์ โดยไม่มีสังกัด และกลายเป็นที่สนใจของเอลตัน จอห์น และเจมี ฟ็อกซ์ หลังจากเซ็นสัญญากับค่ายอะไซลัมเรเคิดส์ อัลบั้มแรกของเขา + (อ่านว่า "พลัส") ออกจำหน่ายในเดือนกันยายน ค.ศ. 2011 และได้รับการรับรองระดับแพลตินัม 6 ครั้งในสหราชอาณาจักร อัลบั้มมีซิงเกิล "ดิเอทีม" ทำให้เขาได้รับรางวัลไอวอร์โนเวลโลอะวอร์ด สาขาเพลงยอดเยี่ยมด้านดนตรีและเนื้อเพลง[6] ในปี ค.ศ. 2012 ชีแรนได้รับรางวัลบริตอะวอดส์ สาขาศิลปินเดี่ยวชายชาวบริติชยอดเยี่ยม และศิลปินแจ้งเกิดชาวบริติช[7]

ชีแรนเริ่มมีชื่อเสียงในต่างประเทศในปี ค.ศ. 2012 ในสหรัฐอเมริกา เขาเป็นนักร้องรับเชิญในอัลบั้ม เรด สตูดิโออัลบั้มที่สี่ของเทย์เลอร์ สวิฟต์[8] เพลง "เอเวอรีทิงแฮสเชนด์" ได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี ค.ศ. 2013 สาขาเพลงแห่งปี ซึ่งเขาเล่นเพลงนี้ร่วมกับเอลตัน จอห์น[9][10] ปี ค.ศ. 2013 เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ร่วมทัวร์คอนเสิร์ต เดอะเรดทัวร์ กับสวิฟต์ในอเมริกาเหนือ[11] ในปลายปี ค.ศ. 2013 เขาแสดงดนตรีในการแสดงที่ขายบัตรหมดถึง 3 การแสดงที่แมดิสันสแควร์การ์เดน ในนิวยอร์ก

สตูดิโออัลบั้มที่สอง x (อ่านว่า "มัลติพลาย") ออกจำหน่ายวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2014[12] อัลบั้มขึ้นอันดับหนึ่งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 2015 อัลบั้ม x ได้รับรางวัลบริตอะวอร์ดสาขาอัลบั้มแห่งปี และเขาได้รับรางวัลไอวอร์โนเวลโลอะวอร์ดสาขานักแต่งเพลงแห่งปี[13][14] ซิงเกิลจากอัลบั้ม x "ทิงกิงเอาต์ลาวด์" ทำให้เขาได้รับรางวัลแกรมมีในงานประจำปี ค.ศ. 2016 สาขาเพลงแห่งปี และสาขาแสดงเดี่ยวชายยอดเยี่ยม ในทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกของเขา ชีแรนเล่นคอนเสิร์ตที่ขายบัตรหมดถึง 3 คอนเสิร์ตที่สนามกีฬาเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2015 เป็นการแสดงที่ใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน[15]

ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2017 ชีแรนออกสตูดิโออัลบั้มที่สาม ÷ (อ่านว่า "ดิไวด์")[16] มีซิงเกิลนำอย่าง "เชปออฟยู" และ "แคสเซิลออนเดอะฮิลล์" ที่ขึ้นสู่อันดับที่ 1 และอันดับที่ 6 ของบิลบอร์ดฮอต 100 ตามลำดับ[17]

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

ชีแรนเกิดในฮาลิแฟกซ์ เวสต์ยอร์กไชร์ และเคยอาศัยในเฮ็บเด็นบริดจ์ เมืองค้าขายในคาลเดอร์เดล ประเทศอังกฤษ[18] ครอบครัวของเขาย้ายไปแฟรมลิงแฮมในซัฟฟอล์กเมื่อครั้งเขาเป็นเด็ก[19] เขามีพี่ชายชื่อแมตธิว เกิดวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1989[20] แมตธิวศึกษาดนตรีที่มหาวิทยาลัยและปัจจุบันเป็นนักประพันธ์เพลงคลาสสิก บิดามารดาของเขาคือ จอห์น และอิโมเกน เกิดที่ลอนดอน ปู่และย่าของเขาเป็นชาวไอริช[21][22][23] ชีแรนกล่าวว่า บิดาของเขาเติบโตในครอบครัวคาทอลิก[24] "ขนาดใหญ่มาก" ปู่ของเขา บิล เป็นโปรเตสแตนต์ และภรรยาของเขา แอน เป็นคาทอลิก บิลและแอนเกษียณในโกรีย์ รัฐเวกซ์ฟอร์ด[25]

จอห์นเป็นภัณฑารักษ์ดูแลพิพิธภัณฑ์ศิลปะและอาจารย์สอนศิลปะ และอิโมเกนเป็นอดีตนักประชาสัมพันธ์ที่ผันตัวมาเป็นนักออกแบบอัญมณี[22][26] บิดามารดาของเขาดำเนินกิจการชื่อ ชีแรนล็อก ที่ปรึกษาด้านศิลปะอิสระ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990-2010[27] งานของเขาทำให้พวกเขาต้องไปลอนดอน และใช้เวลาสุดสัปดาห์เดินทางกับบุตร และเล่นดนตรีไปด้วย ความทรงจำวัยเด็กของชีแรนคือการได้ฟังเพลงของบ็อบ ดิลลัน และอีริก แคลปตัน ชีแรนกล่าวว่า อัลบั้มแรกที่เขารู้จักคืออัลบั้ม ไอริชฮาร์ตบีต ของแวน มอร์ริสัน ในวัยเด็ก จอห์นพาเขาไปคอนเสิร์ตหลายครั้งจนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างสรรค์งานดนตรี คอนเสิร์ตดังกล่าวรวมถึงชมอีริก แคลปตันที่โรยัลอัลเบิร์ตฮอลล์ พอล แม็กคาร์ตนีย์ที่เบอร์มิงแฮม และบ็อบ ดิลลัน[28]

ชีแรนเคยร้องเพลงในคณะประสานเสียงในโบสถ์แถวบ้านตั้งแต่อายุ 4 ปี หัดเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุน้อย และเริ่มแต่งเพลงขณะเรียนที่โทมัสมิลส์ไฮสกูลในแฟรมลิงแฮม[29][30] เมื่อเขาอายุ 11 ปี เขาไปชมการแสดงของเดเมียน ไรซ์ กับบิดาในประเทศไอร์แลนด์ นอกจากไรซ์แล้ว เขายังยกให้เดอะบีเทิลส์ ดิลลัน นิซลอพี และเอ็มมิเน็ม เป็นอิทธิพลทางดนตรีที่ใหญ่ที่สุดของเขาด้วย[31][32] เขาเป็นผู้อุดหนุนโรงละครยูทมิวสิกเธียเตอร์ยูเค[33] และแอกเซสทูมิวสิก ที่เขาเรียนวิชาพัฒนาศิลปิน[34][35] เขาได้รับคัดเลือกในองค์กรเนชันแนลยูทเธียเตอร์ในลอนดอนตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น[36][37]

อ้างอิง[แก้]

  1. O'Brien, Jon. "Ed Sheeran Biography". AllMusic.com. สืบค้นเมื่อ 10 December 2015. 
  2. "The 10 best Ed Sheeran songs". axs. 25 July 2014. สืบค้นเมื่อ 25 November 2015. 
  3. "Ed Sheeran Has Revealed His Very Good Reason For Becoming A Musician". BuzzFeed. 1 October 2015. สืบค้นเมื่อ 25 November 2015. 
  4. "Featured Alumni: Ed Sheeran - Musician/Songwriter". 6 October 2015. สืบค้นเมื่อ 8 November 2016. 
  5. "Ed Sheeran reveals embarrassing moment Elton John emailed him dodgy VIDEOS while he was at US customs". Daily Mirror. 21 May 2015. สืบค้นเมื่อ 8 November 2016. 
  6. "Ed Sheeran on The A Team's Ivor Novello success". MusicRadar. 23 May 2012. สืบค้นเมื่อ 24 November 2015. 
  7. "Brit Awards 2012: List of Winners". BBC News. 21 February 2012. สืบค้นเมื่อ 24 November 2015. 
  8. "New Video: Taylor Swift featuring Ed Sheeran, 'Everything Has Changed'". MTV News. 6 June 2013. สืบค้นเมื่อ 24 November 2015. 
  9. "2013 Grammy Nominations: The Full List". MTV News. 6 December 2012. สืบค้นเมื่อ 24 November 2015. 
  10. "Check Out The Full List Of 2013 Grammy Performers (And Mark Your Calendar!)". Teen Vogue. 24 January 2013. สืบค้นเมื่อ 24 November 2015. 
  11. "Ed Sheeran Calls Taylor Swift Opening Gig 'Mind-blowing'". MTV News. 31 October 2012. สืบค้นเมื่อ 24 November 2015. 
  12. "Ed Sheeran confirms new album title and release date". NME News. 6 April 2014. สืบค้นเมื่อ 24 November 2015. 
  13. "Winners". Brits. สืบค้นเมื่อ 25 November 2015. 
  14. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Novello
  15. "mtv review: ed sheeran absolutely smashes wembley stadium show". MTV. 12 July 2015. สืบค้นเมื่อ 24 November 2015. 
  16. "When are Ed Sheeran’s 2017 UK tour dates, when was his new album ‘Divide’ released and what songs are on it?". The Sun. สืบค้นเมื่อ April 13, 2017. 
  17. "Ed Sheeran - Chart history". Billboard. สืบค้นเมื่อ April 13, 2017. 
  18. "Ed Sheeran on Chris Moyles Show on Radio X". Radio X. 9 January 2017. สืบค้นเมื่อ 15 January 2017. แม่แบบ:Better source
  19. Walsh, John (6 December 2014). "Ed Sheeran: Boy next door who made it very big". The Independent. สืบค้นเมื่อ 8 November 2015. 
  20. "Ed Sheeran Talks with Bex". YouTube. 6 July 2014. สืบค้นเมื่อ 29 January 2016. 
  21. http://wjlondon.com/athurs-day-ed-sheeran-interview/
  22. 22.0 22.1 Nolan 2012, pp. 1–6.
  23. Welch, Andy (10 June 2011). "Ed Sheeran: Irish blood, English heart". Irish Independent. สืบค้นเมื่อ 8 November 2015. 
  24. Roman, Tyler (6 August 2013). "Q&A With Ed Sheeran At The Acoustic Café". Cbslocal.com. สืบค้นเมื่อ 8 November 2015. 
  25. Power, Ed (7 October 2011). "Q&A: Ed Sheeran". Irish Independent. สืบค้นเมื่อ 8 November 2015. 
  26. Sage, Sarky (31 March 2011). "Framlingham: Pop star Ed Sheeran's mum has success with jewellery range – News – East Anglian Daily Times". East Anglian Daily Times. สืบค้นเมื่อ 8 November 2015. 
  27. Larner, Catherine (20 May 2014). "The man who loves art". Suffolkmag.co.uk. สืบค้นเมื่อ 9 November 2015. 
  28. Ed sheeran : a visual journey. [S.l.]: Running Press. 2014. p. 27. ISBN 9780762456963. 
  29. Rock and Pop Features (3 August 2011). "Ed Sheeran: 'I haven't got used to the screams'". The Daily Telegraph (London). สืบค้นเมื่อ 8 June 2013. 
  30. "Introducing – Ed Sheeran". BBC Suffolk. April 2008. สืบค้นเมื่อ 11 August 2011. 
  31. "Ed Sheeran – The Interview". MTV. Retrieved 29 November 2014
  32. "Interview with UK Pop Sensation Ed Sheeran", axs. Retrieved 29 November 2014
  33. "Sheeran penned 26 new album tracks". MSN Music. MSN. 28 January 2013. สืบค้นเมื่อ 12 February 2013. 
  34. "Patron Ed Sheeran". Access to Music. Access to Music. สืบค้นเมื่อ 12 August 2015. 
  35. "Student Success Stories". Access to Music. Access to Music. สืบค้นเมื่อ 12 August 2015. 
  36. Haugh, Richard (22 April 2008). "Suffolk – Entertainment – Ed Sheeran". BBC. สืบค้นเมื่อ 8 June 2013. 
  37. "Ed Sheeran: 'I want a couple of months off' | Scout London > Music". Scout London. 1 February 2013. สืบค้นเมื่อ 8 June 2013.