เอาแฟร์ชตันเดินเอาส์รูอีเนิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เยอรมัน: Auferstanden aus Ruinen
เอาแฟร์ชตันเดินเอาส์รูอีเนิน
Nationalhymne der DDR.svg
สกอร์เพลง
เนื้อร้องโยฮัน โรเบิรต์ เบชเชอร์
ทำนองฮานส์ อิสเลอร์
รับไปใช้ค.ศ. 1949
เลิกใช้3 ตุลาคม ค.ศ. 1990

เอาแฟร์ชตันเดินเอาส์รูอีเนิน (เยอรมัน: Auferstanden aus Ruinen; ฟื้นฟูขึ้นจากซากปรักหักพัง) เป็นชื่อของเพลงชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน (เยอรมนีตะวันออก) ตั้งแต่ ค.ศ. 1949 ถึง ค.ศ. 1990

ประวัติ[แก้]

ในปี ค.ศ. 1949 เยอรมนีตะวันออกในความควบคุมของสหภาพโซเวียตภายใต้การยึดครองของฝ่ายสัมพันธมิตรได้กลายเป็นรัฐสังคมนิยมในนาม "สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน" สำหรับเพลงชาติของรัฐใหม่นั้น ประพันธ์บทร้องโดย โยฮัน โรเบิรต์ เบชเชอร์ กวีผู้ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ส่วนทำนองนั้น ได้มีการสรรหาดนตรีที่สามารถร้องเข้ากับบทประพันธ์ของเบชเชอร์ โดยผลงานของฮานส์ อิสเลอร์ เป็นผลงานที่ได้รับเลือก

เนื้อหาของบทเพลงสะท้อนถึงช่วงเริ่มแรกของการแบ่งแยกเยอรมัน ซึ่งในเวลานั้นชาวเยอรมันส่วนมากเห็นว่ากระบวนการรวมพื้นที่เยอรมนีที่ถูกยึดครองทั้งหมดได้ดำเนินไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ บทร้องของเบชเชอร์จึงมีการเน้นความหมายถึง "ความเป็นหนึ่งเดียว" ในหลายจุด และใช้ร่วมกับคำว่า "ปิตุภูมิ" (einig Vaterland) เพื่อสื่อความหมายถึงประเทศเยอรมนีทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าแนวคิดดังกล่าวก็ไม่เหมาะสมกับบริบทของสงครามเย็นที่ยิ่งอบอวลมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการสร้างกำแพงเบอร์ลินโดยรัฐบาลเยอรมนีตะวันออกในปี ค.ศ. 1961[1]

ในปี ค.ศ. 1973 เยอรมนีตะวันออกและเยอรมนีตะวันตกได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติพร้อมกัน หลังจากมีการเจรจาหลายครั้งระหว่างทั้งสองรัฐบาลเพื่อหารือข้อตกในการได้รับการรับรองสถานภาพร่วมกัน ต่อมาจึงมีการยกคำว่า "เยอรมนี" ออกจากรัฐธรรมนูญของเยอรมนีตะวันออก และมีการใช้เพียงทำนองเพลงชาติบรรเลงสำหรับโอกาสที่เป็นทางการเท่านั้น[2] ไม่มีการประพันธ์บทร้องใหม่ขึ้นมาแทนที่บทร้องของเบเชอร์ ซึ่งยังคงมีการใช้อยู่ในลักษณะไม่เป็นทางการ โดยเฉพาะหลังจากจุดเปลี่ยนทางการเมือง (เยอรมัน: die Wende) ในช่วงปลาย ค.ศ. 1989 ทันทีที่เกิดความชัดเจนว่าประเทศได้เคลื่อนไหวไปสู่การรวมชาติ สถานีโทรทัศน์ของเยอรมนีตะวันออกได้กลับมาดำเนินการและใช้เพลงนี้เป็นสัญญาณการปิดสถานี (sign-off) ทุกคืน โดยใช้เพลงฉบับขับร้องประกอบการบรรเลงเพลงด้วยวงซิมโฟนีพร้อมภาพประกอบเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเยอรมนีตะวันออก

"เอาแฟร์ชตันเดินเอาส์รูอีเนิน" ได้ยุติความเป็นเพลงชาติเมื่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมันสลายตัวและเข้าร่วมกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีในการรวมชาติเยอรมนีเมื่อปี ค.ศ. 1990 ดัสลีดแดร์ดอยท์เชินซึ่งประพันธ์ขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1841 ได้กลับมาเป็นเพลงชาติของเยอรมนีอันเป็นเอกภาพอีกครั้ง นายกรัฐมนตรีเยอรมนีตะวันออก โลธาร์ เด ไมซิแอร์ ได้เสนอให้เพิ่มบทร้องของเบชเชอร์รวมเข้าไปในเพลงชาติของเยอรมนีด้วย แต่ข้อเสนอนี้ได้รับการปฏิเสธจากนายกรัฐมนตรีเยอรมนีตะวันตก เฮลมุท โคล

ในช่วงสุดท้ายของการออกอากาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1990 สถานีวิทยุเบอร์ลินสากล (Radio Berlin International) ซึ่งเป็นสถานีวิทยุนานาชาติของเยอรมนีตะวันออก ได้ใช้เพลงนี้ในฉบับขับร้องเป็นสัญญาณการปิดสถานี

เนื้อร้อง[แก้]

ภาษาเยอรมัน คำแปล

1. Auferstanden aus Ruinen
Und der Zukunft zugewandt,
Lass uns dir zum Guten dienen,
Deutschland, einig Vaterland.
Alte Not gilt es zu zwingen,
Und wir zwingen sie vereint,
Denn es muss uns doch gelingen,
Dass die Sonne schön wie nie
Über Deutschland scheint,
Über Deutschland scheint.

1. ฟื้นฟูขึ้นจากซากปรักหักพัง
และเผชิญหน้ากับอนาคต
เราจงมุ่งรับใช้อย่างดีที่สุด
เพื่อเยอรมนี ปิตุภูมิอันเป็นหนึ่งเดียว
ความทุกข์ตรมเก่าผ่านพ้นแล้ว
เราก้าวไปมั่นคงเพื่อรวมกันเป็นหนึ่ง
เพราะเราต้องเดินหน้าต่อไป
เพื่อดวงตะวันอันงามอย่างที่ไม่เคยมีมา
ส่องแสงจ้าเหนือเยอรมนี
ส่องแสงจ้าเหนือเยอรมนี

2. Glück und Friede sei beschieden
Deutschland, unser'm Vaterland.
Alle Welt sehnt sich nach Frieden,
Reicht den Völkern eure Hand.
Wenn wir brüderlich uns einen,
Schlagen wir des Volkes Feind.
Lasst das Licht des Friedens scheinen,
Dass nie eine Mutter mehr
Ihren Sohn beweint,
Ihren Sohn beweint.

2. ความสุขและสันติภาพจงบังเกิดมี
แก่เยอรมนี ปิตุภูมิของพวกเรา
ทั่วทั้งโลกจงมีสันติภาพยืนยาว
ส่งผ่านมือของท่านไปสู่ปวงชน
หากแม้นเรารวมกันมั่นฉันพี่น้อง
เราจักทำลายศัตรูประชาชนลงได้
จงให้แสงแห่งสันติภาพเฉิดฉาย
เพื่อผู้เป็นมารดาจะได้ปราศจากการ
ไว้อาลัยแก่บุตรของตนเอง
ไว้อาลัยแก่บุตรของตนเอง

3. Lasst uns pflügen, lasst uns bauen,
Lernt und schafft wie nie zuvor,
Und der eignen Kraft vertrauend,
Steigt ein frei Geschlecht empor.
Deutsche Jugend, bestes Streben
Uns'res Volks in dir vereint,
Wirst du Deutschlands neues Leben,
Und die Sonne schön wie nie
Über Deutschland scheint,
Über Deutschland scheint.

3. เราจงหว่านไถ เราจงก่อร่าง
เรียนรู้และสรรค์สร้างอย่างที่ไม่เคยทำมา
และด้วยความเชื่อมันในกำลังของตน
ลูกหลานผู้เป็นเสรีชนจะเติบใหญ่
ยุวชนเยอรมัน ความพากเพียรแรงกล้า
ของประชาแห่งเรารวมอยู่ในตัวพวกเธอ
พวกเธอจะเป็นชีวิตใหม่ของเยอรมัน
และดวงตะวันอันงามอย่างที่ไม่เคยมีมา
ส่องแสงจ้าเหนือเยอรมนี
ส่องแสงจ้าเหนือเยอรมนี

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "East Germany (GDR) - Auferstanden aus Ruinen". NationalAnthems.me. สืบค้นเมื่อ 2011-11-02.
  2. Hymne der DDR at "LeMO"

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]