เอดินซอน กาบานิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เอดิสัน คาวานี่
Edinson Cavani 2018.jpg
กาบานิกับอุรุกวัยในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เอดิสัน โรเบร์โต คาวานี่ โกเมซ[1]
วันเกิด 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987 (34 ปี)
สถานที่เกิด ซัลโต อุรุกวัย
ส่วนสูง 1.84 m (6 ft 0 in)[2]
ตำแหน่ง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
หมายเลข 21
สโมสรเยาวชน
2000–2005 ดานูบีโอ
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2005–2007 ดานูบีโอ 25 (9)
2007–2011 ปาแลร์โม 109 (34)
2010–2011นาโปลี (ยืม) 35 (26)
2011–2013 นาโปลี 69 (52)
2013–2020 ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 200 (138)
2020– แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 26 (10)
ทีมชาติ
2007 อุรุกวัย อายุไม่เกิน 20 ปี 14 (9)
2012 โอลิมปิกอุรุกวัย 5 (3)
2008– อุรุกวัย 118 (51)
เกียรติประวัติ
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2021
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2020

เอดินสัน โรเบร์โต คาวานี่ โกเมซ (สเปน: Edinson Roberto Cavani Gómez; เกิด 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987) เป็นนักฟุตบอลชาวอุรุกวัย ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และทีมชาติอุรุกวัย

กาบานิเริ่มเริ่มอาชีพโดยเล่นให้กับสโมสรดานูบิโอในมอนเตวิเดโอประเทศอุรุกวัย ซึ่งเขาเล่นที่นั่นเป็นเวลาสองปีก่อนที่จะย้ายไปเล่นที่ปาแลร์โมสโมสรในเซเรียอาอิตาลีในปี 2007 เขาเล่นให้ปาแลร์โมเป็นเวลา 4 ฤดูกาล โดยทำไป 34 ประตูจาก 109 นัดที่ลงสนามในลีก ในปี 2010 กาบานิเซ็นสัญญาย้ายร่วมทีมนาโปลีซึ่งเซ็นสัญญาในข้อตกลงของสัญญายืมตัวก่อนจะทำการซื้อขาดด้วยราคา 17 ล้านยูโร ต่อมา ในฤดูกาล 2011–12 เขาได้รับถ้วยรางวัลแรกกับสโมสรคือการคว้าแชมป์รายการโคปปาอิตาเลีย ซึ่งเขาทำประตูได้สูงสุดในรายการจำนวน 5 ประตู ในสองฤดูกาลแรกที่นาโปลี กาบิทำประตูได้จำนวน 33 ประตู รวมทุกรายการให้กับนาโปลี ก่อนที่จะทำได้ 38 ประตูในฤดูกาลที่ 3 ซึ่งเขาจบฤดูกาลด้วยการคว้าตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุดในลีกจำนวน 29 ประตู

ในวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 กาบานิเซ็นสัญญาย้ายไปร่วมทีมปารีสแซงต์ - แชร์กแมงด้วยค่าตัว 64 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นการย้ายทีมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในลีกเอิงของฝรั่งเศสในขณะนั้น กาบินิประสบความสำเร็จมากมายกับสโมสรด้วยการคว้าแชมป์ลีก 6 สมัย, แชมป์คูปส์เดลาลีกเอิง 5 สมัย และ คูปส์เดอฟรองซ์อีก 4 สมัย เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในการแข่งขันลีกเอิงในฤดูกาล 2016-17 และ คว้าตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุดในลีกในฤดูกาล 2016-17 และ 2017-18 ด้วยการทำไป 35 และ 28 ประตูตามลำดับ กาบินิยังถือเป็นผู้เล่นทีทำประตูรวมในทุกรายการได้มากที่สุดตลอดกาลของสโมสรปารีสแซงต์ - แชร์กแมง จำนวนทั้งสิ้น 200 ประตู ในปี 2020 กาบานิได้ย้ายร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในการแข่งขันระดับชาติ กาบินิลงสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2008 และ สามารถทำประตูได้ทันที ในนัดที่พบกับทีมชาติโคลอมเบีย นับจนถึงปัจจุบันกาบานิทำประตูให้ทีมชาติรวมทั้งสิ้น 51 ประตู ทำสถิติเป็นผู้ทำประตูให้ทีมชาติอุรุกวัยมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ตลอดกาลโดยเป็นรองเพียงหลุยส์ ซัวเรส ที่ทำไป 63 ประตู เขาเข้าร่วมการแข่งขันในรายการใหญ่ร่วมกับทีมชาติจำนวน 8 รายการ ได้แก่ ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2010, โกปาอเมริกาปี 2011, คอนเฟดเดอเรชั่น คัพ ปี 2013, ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2014, โกปาอเมริกาปี 2015, โกปาอาเมริกาเซนเตนาริโอปี 2016, ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2018 และ โกปาอเมริกาปี 2019 โดยสามารถพาอุรุกวัยคว้าอันดับที่ 4 ได้ในฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ และ คว้าแชมป์โกปาอเมริกาได้ในปี 2011 ซึ่งเป็นสถิติแชมป์สมัยที่ 15 ของทีมชาติอุรุกวัยในรายการดังกล่าว

ประวัติ[แก้]

กาบานิเกิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1987 โดยเขามีเชื้อสายอิตาลี คุณพ่อและคุณแม่ของเขาทั้งคู่ต่างก็มีเชื้อสายอิตาลี กาบานิสามารถสื่อสารได้สามภาษา ได้แก่ ภาษาอิตาลี ภาษาอังกฤษ และภาษาสเปน เขาชอบรับประทานพิซซาตั้งแต่เด็ก กาบานิเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ในวัย 12 ปี โดยติดทีมชาติของฟุตบอลทีมชาติอุรุกวัยในรุ่นอายุ 20 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 และติดทีมชาติชุดใหญ่คร้งแรกในปี ค.ศ. 2008

สโมสร[แก้]

ปาแลร์โม[แก้]

หลังจากประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับชิงแชมป์เยาวชนอเมริกาใต้ในปี 2007 มีรายงานว่ามีสโมสรใหญ่หลายทีมสนใจที่จะเซ็นสัญญากับกาบานิรวมทั้งยูเวนตุสและเอซี มิลาน โดยต่อมา เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2007 เมาริซิโอ ซัมปารินี ประธานสโมสรปาแลร์โมได้ประกาศการเซ็นสัญญากับกองหน้าชาวอุรุกวัยผ่านสื่อเป็นครั้งแรกและดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มกราคม ด้วยราคา 4.475 ล้านยูโร กาบานิเปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2007 ในเกมลีกนัดที่ปาแลร์โมเปิดบ้านพบกับฟิออเรนตินา โดยลงมาในฐานะตัวสำรองในนาทีที่ 55 ซึ่งทีมของเขาเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ 0-1 ซึ่งกาบานิใช้เวลาเพียง 15 นาทีในการทำประตูตีเสมอให้กับทีม โดยแฟนๆต่างยกย่องว่าประตูดังกล่าวคล้ายคลึงกับการทำประตูของ มาร์โก ฟัน บัสเติน ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติฮอลแลนด์ที่ทำได้ในรอบชิงชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 1988 อย่างไรก็ตามในฤดูกาลถัดมากาบานิประสบปัญหาในการแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ ฟาบริซิโอ มิคโคลี และ อเมารี สองกองหน้าที่ย้ายเข้ามาร่วมทีม

ต่อมา อเมารี ได้ย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุสในเดือนมิถุนายนปี 2008 ทำให้กาบานิได้กลับมาเป็นตัวหลักของทีมอีกครั้งโดยประสานงานร่วมกับมิคโคลีได้อย่างลงตัว และ เขาทำประตูได้ทั้งสิ้น 14 ประตู ในฤดูกาล 2008–09 กาบานิได้รับฉายาว่า "El Matador" เนื่องจากความเยือกเย็นในการทำประตู เขายังคงรักษาตำแหน่งตัวจริงของเขาได้ในฤดูกาล 2009–10 ภายใต้การทำทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ วอลเตอร์ เซงกา โดยปาแลร์โมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการมีลุ้นการทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้ในช่วงท้ายฤดูกาล ในเดือนมีนาคม 2010 กาบานิขยายสัญญากับทีมออกไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2014

ทีมชาติ[แก้]

กาบานิเล่นในตำแหน่งกองหน้า ได้รับใช้ทีมชาติชุดใหญ่จำนวน 118 นัด ทำไปได้ 51 ประตู โดยเป็นหนึ่งในสามกองหน้าตัวหลักของทีมชาติอุรุกวัยตลอดระยะเวลาหลายปีร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรส และ ดิเอโก ฟอร์ลัน

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

ดานูบีโอ
  • ตอร์เนโออาเปร์ตูรา ชนะเลิศ 1 สมัย: 2006-07

ทีมชาติ[แก้]

อุรุกวัย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Edinson Roberto CAVANI GOMEZ". SSC Napoli. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 29 August 2012. สืบค้นเมื่อ 14 February 2013.
  2. "Edinson Cavani". Paris Saint-Germain. สืบค้นเมื่อ 27 November 2019.