เอจิ สึบูรายะ
เอจิ สึบูรายะ | |||||
|---|---|---|---|---|---|
円谷 英二 | |||||
สึบูรายะขณะถ่ายทำ The Three Treasures ใน ค.ศ. 1959 | |||||
| เกิด | เออิจิ สึมูรายะ[a] กรกฎาคม 7, ค.ศ. 1901[b] ซูกางาวะ จังหวัดฟูกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่น | ||||
| เสียชีวิต | 25 มกราคม ค.ศ. 1970 (68 ปี) อิโต จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น | ||||
| สุสาน | สุสานคาทอลิกฟูจู ฟูจู โตเกียว | ||||
| ศิษย์เก่า | โรงเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าโตเกียวคันดะ | ||||
| อาชีพ |
| ||||
| ปีปฏิบัติงาน | 1919–1969 | ||||
| ผลงาน | รายการทั้งหมด | ||||
| ตำแหน่ง | ประธานสึบูรายะโปรดักชันส์[8] | ||||
| คู่สมรส | มาซาโนะ อารากิ (สมรส 1930) | ||||
| บุตร | 4,[c] รวมถึงฮาจิเมะ, โนโบรุ และอากิระ | ||||
| ญาติ |
| ||||
| ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง | |||||
| รับใช้ | จักรวรรดิญี่ปุ่น | ||||
| แผนก/ | กองทัพบกจักรวรรดิญี่ปุ่น | ||||
| ประจำการ | ค.ศ. 1921–1923[10] | ||||
| ชื่อภาษาญี่ปุ่น | |||||
| คันจิ | 円谷 英二 | ||||
| คานะ | つぶらや えいじ | ||||
| |||||
| เว็บไซต์ | เว็บไซต์ทางการ | ||||
| ลายมือชื่อ | |||||
เอจิ สึบูรายะ (ญี่ปุ่น: 円谷 英二; โรมาจิ: Tsuburaya Eiji; 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1901[b] – 25 มกราคม ค.ศ. 1970) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เทคนิคพิเศษชาวญี่ปุ่น และผู้ก่อตั้งสึบูรายะพรอดักชันส์ และเป็นบุคคลสำคัญผู้ให้กำเนิดอุลตร้าแมน
ประวัติการทำงาน
[แก้]เอจิ สึบูรายะ ได้เริ่มงานในวงการภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1919 ในฐานะผู้ช่วยช่างภาพของโยชิโร เอดามาซะที่สตูดิโอในเกียวโต ก่อนจะมาทำงานที่โชชิกุสตูดิโอส์ในตำแหน่งผู้กำกับภาพในปี ค.ศ. 1927 ซึ่งจากความมุ่งมั่น ในการทำงานนั้นทำให้เอจิ สึบูรายะเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์มากมาย จนในปี ค.ศ. 1937 เอจิ สึบูรายะ ก็ได้เข้ามาทำงานที่โทโฮในฐานะหัวหน้าแผนกเทคนิคพิเศษสำหรับภาพยนตร์ ซึ่งหลังจากที่ได้ทำเทคนิคพิเศษให้กับภาพยนตร์ของโทโฮกว่า 20 เรื่อง ในปี ค.ศ. 1954 เอจิ สึบูรายะก็ได้สร้างภาพยนตร์สัตว์ประหลาดที่กลายเป็นแม่แบบให้กับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ต่อมานั่นก็คือก็อตซิลลา เรื่องราวของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ได้รับสารกัมมันตภาพรังสี ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหล[11]เข้าทำลายบ้านเมืองของมนุษย์ ซึ่งเอจิ สึบูรายะเองได้ใช้เทคนิคการสร้างที่ต่างจากทางฝั่งตะวันตกที่จะใช้วิธีการถ่ายทำแบบ Stop motion ซึ่งคือการใช้แบบจำลองย่อส่วนมาขยับหน้ากล้องแล้วทำการถ่ายทำไปทีละเฟรม แต่เอจิ สึบูรายะได้สร้างชุดยางสัตว์ประหลาดให้นักแสดงสวมใส่ถ่ายกับฉากที่เป็นโมเดลย่อส่วนอย่างสมจริง บวกกับความเชี่ยวชาญของการใช้มุมกล้อง ทำให้ก็อตซิลลากลายเป็นตัวละครที่มีชีวิตและน่ากลัว จนได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกและมีการสร้างภาคอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย[12]
ก่อตั้งสึบูรายะพรอดักชันส์และกำเนิดอุลตร้าแมน
[แก้]จากความสำเร็จของก็อตซิลลานี้เองทำให้ เอจิ สึบูรายะ ได้ก่อตั้งบริษัทของตนเองขึ้นมาในปี ค.ศ. 1963 ซึ่งก็คือสึบูรายะพรอดักชันส์เพื่อผลิตภาพยนตร์ชุดฉายโทรทัศน์ โดยผลงานเรื่องแรกของบริษัทก็คือ อุลตร้า Q โดยออกฉายในประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1966 ทางสถานี TBS โดยอุลตร้า Q นั้นเป็นเรื่องราวลึกลับ สยองขวัญของสิ่งมีชีวิตและสัตว์ประหลาดจากนอกโลก เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์ของอัลเฟรด ฮิตช์ค็อก ผู้กำกับชาวอเมริกันซึ่งกำลังโด่งดังมากในขณะนั้น หลังจากอุลตร้า Q ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทางทีมงานของสึบูรายะพรอดักชันส์ก็ได้เริ่มผลงานชุดที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวผู้ทรงคุณธรรมที่เดินทางมายังโลก เพื่อคอยช่วยเหลือชาวโลกจากมนุษย์ต่างดาวและจากสัตว์ประหลาดยักษ์ที่มารุกราน ที่ภายหลังได้กลายมาเป็นฮีโร่ที่พวกเรารู้จักกันดีนั่นก็คือ ยอดมนุษย์อุลตร้าแมน โดยออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ TBS ในวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1966 และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยเทคนิคการถ่ายทำที่ล้ำสมัย รวมไปถึงการออกแบบคาแรกเตอร์อันน่าประทับใจ และเรื่องราวที่สนุกสนานน่าติดตาม ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีเหล่าพี่น้องอุลตร้าตามออกมาอีกหลายภาคหลายตอนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน[12]
ถึงแก่กรรม
[แก้]เอจิ สึบูรายะถึงแก่กรรมในวันที่ 25 มกราคม ค.ศ. 1970 ด้วยโรคมะเร็งปอด โดยท่ามกลางความอาลัยของเหล่าลูกศิษย์ลูกหาและผู้คนที่เคยร่วมงานกับท่านมา ซึ่งด้วยผลงานที่ท่านได้สร้างขึ้นมาอย่างมากมายและโดดเด่นนั้นทำให้ชื่อของเอจิ สึบูรายะกลายเป็นตำนานของวงการภาพยนตร์เทคนิคพิเศษของญี่ปุ่นไปตลอดกาล[12]
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ ชื่อเกิดของเขาโดยทั่วไปอ้างเป็น เออิจิ สึบูรายะ[1][2][3] เพื่อหลีกเลี่ยงการสอบสวนถึงความพยายามของเขาในช่วงสงคราม สึบูรายะจึงเปลี่ยนชื่อบนจอ (screen name) ของเขาเป็นชื่อตามกฎหมายหลังสงคราม[4]
- 1 2 แหล่งข้อมูลหลายแห่งระบุวันเกิดที่ 5, 7 หรือ 10 กรกฎาคม[5][6] แม้ว่าครอบครัวของเขาตอนแรกบันทึกวันเกิดของเขาที่ 10 กรกฎาคม[5][7] ตัวสึบูรายะเอง[7] ญาติของเขา และบริษัทของเขาระบุวันเกิดที่ 7 กรกฎาคม[6] วันที่หลังนี้ถือว่าเหมาะสมเพราะตรงกับเทศกาลทานาบาตะของญี่ปุ่น[3]
- ↑ ลูกคนที่สองเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก[9]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Iwabatake 1994, pp. 138–139.
- ↑ Matsuda 2001, p. 154.
- 1 2 Ragone 2014, p. 18.
- ↑ Matsuda 2001, pp. 14–15.
- 1 2 Takeuchi & Yamamoto 2001, p. 324.
- 1 2 "The Founder – Eiji Tsuburaya". Tsuburaya Productions. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ February 28, 2023. สืบค้นเมื่อ February 27, 2023.
- 1 2 "すかがわ市M78光の町サポーター" [Sukagawa City M78 Town of Light Supporter]. M78 Town of Light, Sukagawa City (ภาษาญี่ปุ่น). Tsuburaya Productions. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 30, 2022. สืบค้นเมื่อ December 29, 2022.
- ↑ Ragone 2014, p. 76.
- ↑ Ragone 2014, p. 23.
- ↑ Matsuda 2001, pp. 10–12.
- ↑ หนังสือ เปิดตำนานอุลตร้าแมน ULTRAMAN CHRONICLES Vol.1 จากสำนักพิมพ์ CULTURE MASTEX หน้า 110
- 1 2 3 หนังสือ เปิดตำนานอุลตร้าแมน ULTRAMAN CHRONICLES Vol.1 จากสำนักพิมพ์ CULTURE MASTEX หน้า 111
ข้อมูล
[แก้]- Iwabatake, Toshiaki (September 1, 1994). テレビマガジン特別編集 誕生40周年記念 ゴジラ大全集 [TV Magazine Special Edition: 40th Anniversary of the Birth of Godzilla Complete Works] (ภาษาญี่ปุ่น). Kodansha. ISBN 4-06-178417-X.
- Matsuda, Takehisa, บ.ก. (August 10, 2001). 円谷英二特撮世界 [Eiji Tsuburaya's World of Tokusatsu] (ภาษาญี่ปุ่น). Keibunsha. ISBN 4-7669-3848-8.
- Ragone, August (November 1, 2007). Eiji Tsuburaya: Master of Monsters (hardcover ed.). Chronicle Books. ISBN 978-0-8118-6078-9.
- Ragone, August (May 6, 2014). Eiji Tsuburaya: Master of Monsters (paperback ed.). Chronicle Books. ISBN 978-1-4521-3539-7.
- Takeuchi, Hiroshi; Yamamoto, Shingo, บ.ก. (May 7, 2001). 円谷英二の映像世界 [Eiji Tsuburaya's Visual World] (ภาษาญี่ปุ่น) (2nd ed.). Jitsugyo no Nihon Sha (ตีพิมพ์ July 11, 2001). ISBN 4-40839474-2.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์ทางการ
(ในภาษาญี่ปุ่น) - เอจิ สึบูรายะ ที่อินเทอร์เน็ตมูวีเดตาเบส
- เอจิ สึบูรายะ ที่เจแปนนิสมูวีเดตาเบส (ในภาษาญี่ปุ่น)
- เอจิ สึบูรายะ ในนครซูกางาวะ (ในภาษาญี่ปุ่น)
- เอจิ สึบูรายะ ที่โทโฮ (ในภาษาญี่ปุ่น)
- เอจิ สึบูรายะ ที่สึบูรายะโปรดักชันส์
- เอจิ สึบูรายะ at Tsuburaya Station (ในภาษาญี่ปุ่น)
- Eiji Tsuburaya Museum (ในภาษาญี่ปุ่น)