ข้ามไปเนื้อหา

เอจิ สึบูรายะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอจิ สึบูรายะ
円谷 英二
สึบูรายะขณะถ่ายทำ The Three Treasures ใน ค.ศ. 1959
เกิดเออิจิ สึมูรายะ[a]
(1901-07-07)กรกฎาคม 7, ค.ศ. 1901[b]
ซูกางาวะ จังหวัดฟูกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่น
เสียชีวิต25 มกราคม ค.ศ. 1970(1970-01-25) (68 ปี)
อิโต จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น
สุสานสุสานคาทอลิกฟูจู ฟูจู โตเกียว
ศิษย์เก่าโรงเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าโตเกียวคันดะ
อาชีพ
  • ผู้กำกับเทคนิคพิเศษ
  • ผู้กำกับภาพ
  • นักเขียนบท
  • บรรณาธิการ
  • โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์
  • นักธุรกิจ
  • นักประดิษฐ์
  • นักบิน
ปีปฏิบัติงาน1919–1969
ผลงานรายการทั้งหมด
ตำแหน่งประธานสึบูรายะโปรดักชันส์[8]
คู่สมรสมาซาโนะ อารากิ (สมรส 1930)
บุตร4,[c] รวมถึงฮาจิเมะ, โนโบรุ และอากิระ
ญาติ
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
รับใช้จักรวรรดิญี่ปุ่น
แผนก/สังกัดกองทัพบกจักรวรรดิญี่ปุ่น
ประจำการค.ศ. 1921–1923[10]
ชื่อภาษาญี่ปุ่น
คันจิ円谷 英二
คานะつぶらや えいじ
การถอดเสียง
โรมาจิTsuburaya Eiji
เว็บไซต์เว็บไซต์ทางการ
ลายมือชื่อ

เอจิ สึบูรายะ (ญี่ปุ่น: 円谷 英二; โรมาจิ: Tsuburaya Eiji; 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1901[b] – 25 มกราคม ค.ศ. 1970) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เทคนิคพิเศษชาวญี่ปุ่น และผู้ก่อตั้งสึบูรายะพรอดักชันส์ และเป็นบุคคลสำคัญผู้ให้กำเนิดอุลตร้าแมน

ประวัติการทำงาน

[แก้]

เอจิ สึบูรายะ ได้เริ่มงานในวงการภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1919 ในฐานะผู้ช่วยช่างภาพของโยชิโร เอดามาซะที่สตูดิโอในเกียวโต ก่อนจะมาทำงานที่โชชิกุสตูดิโอส์ในตำแหน่งผู้กำกับภาพในปี ค.ศ. 1927 ซึ่งจากความมุ่งมั่น ในการทำงานนั้นทำให้เอจิ สึบูรายะเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์มากมาย จนในปี ค.ศ. 1937 เอจิ สึบูรายะ ก็ได้เข้ามาทำงานที่โทโฮในฐานะหัวหน้าแผนกเทคนิคพิเศษสำหรับภาพยนตร์ ซึ่งหลังจากที่ได้ทำเทคนิคพิเศษให้กับภาพยนตร์ของโทโฮกว่า 20 เรื่อง ในปี ค.ศ. 1954 เอจิ สึบูรายะก็ได้สร้างภาพยนตร์สัตว์ประหลาดที่กลายเป็นแม่แบบให้กับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ต่อมานั่นก็คือก็อตซิลลา เรื่องราวของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ได้รับสารกัมมันตภาพรังสี ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหล[11]เข้าทำลายบ้านเมืองของมนุษย์ ซึ่งเอจิ สึบูรายะเองได้ใช้เทคนิคการสร้างที่ต่างจากทางฝั่งตะวันตกที่จะใช้วิธีการถ่ายทำแบบ Stop motion ซึ่งคือการใช้แบบจำลองย่อส่วนมาขยับหน้ากล้องแล้วทำการถ่ายทำไปทีละเฟรม แต่เอจิ สึบูรายะได้สร้างชุดยางสัตว์ประหลาดให้นักแสดงสวมใส่ถ่ายกับฉากที่เป็นโมเดลย่อส่วนอย่างสมจริง บวกกับความเชี่ยวชาญของการใช้มุมกล้อง ทำให้ก็อตซิลลากลายเป็นตัวละครที่มีชีวิตและน่ากลัว จนได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกและมีการสร้างภาคอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย[12]

ก่อตั้งสึบูรายะพรอดักชันส์และกำเนิดอุลตร้าแมน

[แก้]

จากความสำเร็จของก็อตซิลลานี้เองทำให้ เอจิ สึบูรายะ ได้ก่อตั้งบริษัทของตนเองขึ้นมาในปี ค.ศ. 1963 ซึ่งก็คือสึบูรายะพรอดักชันส์เพื่อผลิตภาพยนตร์ชุดฉายโทรทัศน์ โดยผลงานเรื่องแรกของบริษัทก็คือ อุลตร้า Q โดยออกฉายในประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1966 ทางสถานี TBS โดยอุลตร้า Q นั้นเป็นเรื่องราวลึกลับ สยองขวัญของสิ่งมีชีวิตและสัตว์ประหลาดจากนอกโลก เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์ของอัลเฟรด ฮิตช์ค็อก ผู้กำกับชาวอเมริกันซึ่งกำลังโด่งดังมากในขณะนั้น หลังจากอุลตร้า Q ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทางทีมงานของสึบูรายะพรอดักชันส์ก็ได้เริ่มผลงานชุดที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวผู้ทรงคุณธรรมที่เดินทางมายังโลก เพื่อคอยช่วยเหลือชาวโลกจากมนุษย์ต่างดาวและจากสัตว์ประหลาดยักษ์ที่มารุกราน ที่ภายหลังได้กลายมาเป็นฮีโร่ที่พวกเรารู้จักกันดีนั่นก็คือ ยอดมนุษย์อุลตร้าแมน โดยออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ TBS ในวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1966 และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยเทคนิคการถ่ายทำที่ล้ำสมัย รวมไปถึงการออกแบบคาแรกเตอร์อันน่าประทับใจ และเรื่องราวที่สนุกสนานน่าติดตาม ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีเหล่าพี่น้องอุลตร้าตามออกมาอีกหลายภาคหลายตอนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน[12]

ถึงแก่กรรม

[แก้]

เอจิ สึบูรายะถึงแก่กรรมในวันที่ 25 มกราคม ค.ศ. 1970 ด้วยโรคมะเร็งปอด โดยท่ามกลางความอาลัยของเหล่าลูกศิษย์ลูกหาและผู้คนที่เคยร่วมงานกับท่านมา ซึ่งด้วยผลงานที่ท่านได้สร้างขึ้นมาอย่างมากมายและโดดเด่นนั้นทำให้ชื่อของเอจิ สึบูรายะกลายเป็นตำนานของวงการภาพยนตร์เทคนิคพิเศษของญี่ปุ่นไปตลอดกาล[12]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ชื่อเกิดของเขาโดยทั่วไปอ้างเป็น เออิจิ สึบูรายะ[1][2][3] เพื่อหลีกเลี่ยงการสอบสวนถึงความพยายามของเขาในช่วงสงคราม สึบูรายะจึงเปลี่ยนชื่อบนจอ (screen name) ของเขาเป็นชื่อตามกฎหมายหลังสงคราม[4]
  2. 1 2 แหล่งข้อมูลหลายแห่งระบุวันเกิดที่ 5, 7 หรือ 10 กรกฎาคม[5][6] แม้ว่าครอบครัวของเขาตอนแรกบันทึกวันเกิดของเขาที่ 10 กรกฎาคม[5][7] ตัวสึบูรายะเอง[7] ญาติของเขา และบริษัทของเขาระบุวันเกิดที่ 7 กรกฎาคม[6] วันที่หลังนี้ถือว่าเหมาะสมเพราะตรงกับเทศกาลทานาบาตะของญี่ปุ่น[3]
  3. ลูกคนที่สองเสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก[9]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Iwabatake 1994, pp. 138–139.
  2. Matsuda 2001, p. 154.
  3. 1 2 Ragone 2014, p. 18.
  4. Matsuda 2001, pp. 14–15.
  5. 1 2 Takeuchi & Yamamoto 2001, p. 324.
  6. 1 2 "The Founder – Eiji Tsuburaya". Tsuburaya Productions. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ February 28, 2023. สืบค้นเมื่อ February 27, 2023.
  7. 1 2 "すかがわ市M78光の町サポーター" [Sukagawa City M78 Town of Light Supporter]. M78 Town of Light, Sukagawa City (ภาษาญี่ปุ่น). Tsuburaya Productions. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 30, 2022. สืบค้นเมื่อ December 29, 2022.
  8. Ragone 2014, p. 76.
  9. Ragone 2014, p. 23.
  10. Matsuda 2001, pp. 10–12.
  11. หนังสือ เปิดตำนานอุลตร้าแมน ULTRAMAN CHRONICLES Vol.1 จากสำนักพิมพ์ CULTURE MASTEX หน้า 110
  12. 1 2 3 หนังสือ เปิดตำนานอุลตร้าแมน ULTRAMAN CHRONICLES Vol.1 จากสำนักพิมพ์ CULTURE MASTEX หน้า 111

ข้อมูล

[แก้]
  • Iwabatake, Toshiaki (September 1, 1994). テレビマガジン特別編集 誕生40周年記念 ゴジラ大全集 [TV Magazine Special Edition: 40th Anniversary of the Birth of Godzilla Complete Works] (ภาษาญี่ปุ่น). Kodansha. ISBN 4-06-178417-X.
  • Matsuda, Takehisa, บ.ก. (August 10, 2001). 円谷英二特撮世界 [Eiji Tsuburaya's World of Tokusatsu] (ภาษาญี่ปุ่น). Keibunsha. ISBN 4-7669-3848-8.
  • Ragone, August (November 1, 2007). Eiji Tsuburaya: Master of Monsters (hardcover ed.). Chronicle Books. ISBN 978-0-8118-6078-9.
    • Ragone, August (May 6, 2014). Eiji Tsuburaya: Master of Monsters (paperback ed.). Chronicle Books. ISBN 978-1-4521-3539-7.
  • Takeuchi, Hiroshi; Yamamoto, Shingo, บ.ก. (May 7, 2001). 円谷英二の映像世界 [Eiji Tsuburaya's Visual World] (ภาษาญี่ปุ่น) (2nd ed.). Jitsugyo no Nihon Sha (ตีพิมพ์ July 11, 2001). ISBN 4-40839474-2.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]