เอกาทศมุข
| เอกาทศมุข พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 11 หน้า | |
|---|---|
| สันสกฤต | एकादशमुख (IAST) Ekādaśamukha |
| จีน | (Traditional) 十一面觀音(菩薩) (Simplified) 十一面观音(菩萨) (พินอิน: Shíyīmiàn Guānyīn (Púsà)) |
| ญี่ปุ่น | 十一面観音(菩薩)
(โรมาจิ: Jūichimen Kannon (Bosatsu)) |
| เกาหลี | 십일면관음(보살)
(RR: Sibilmyeon Gwaneum (Bosal)) |
| ทิเบต | བཅུ་གཅིག་ཞལ ไวลีย์: bcu gcig zhal THL: Chuchik Zhel |
| เวียดนาม | Thập Nhất Diện Quan Âm (Bồ Tát) |
| ข้อมูล | |
| นับถือใน | มหายาน, วัชรยาน |
ในพุทธศาสนา เอกาทศมุข (สันสกฤต: एकादशमुख, สัทอักษรสากล: [eːˈkɑːd̪ɐɕɐmukʰɐ], แปลว่า "11 หน้า"; จีน (ตัวเต็ม): 十一面觀音; ตัวย่อ: 十一面观音; พินอิน: Shíyīmiàn Guānyīn; ญี่ปุ่น: 十一面観音, Jūichimen Kannon) หรือ กวนอิมสิบเอ็ดพักตร์ เป็นพระโพธิสัตว์และรูปอวตารหนึ่งของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (กวนอิม) หนึ่งในหกรูปที่แทนการช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตในหกโลกของสังสารวัฏ เชื่อว่าพระเอกาทศมุขเป็นผู้ช่วยเหลือของโลกอสูร[1]
อีกพระนามคือ พระอวโลกิเตศวรแห่งแสงสว่างใหญ่ที่ส่องสว่างไปทั่วเอกภพ (大光普照觀世音; Dàguāng Pǔzhào Guānshìyīn; หรือ Daikō Fushō Kanzeon)
แม้ว่าจะจัดเป็นพระโพธิสัตว์ในสายวัชรยานหรือตันตระ แต่รูปเอกาทศมุขถือะป็นหนึ่งในรูปที่ปรากฏแรก ๆ สำหรับแสดงรูปพระอวโลกิเตศวร ซึ่งพบมาก่อนการเกิดขึ้นของพุทธศาสนาสายวัชรยาน[2] ไม่ปรากฏที่มาดั้งเดิมอย่างชัดเจน[3] แต่นักเขียน เช่น โลเกศ จันทระ เชื่อว่าเกี่ยวของกับเอกาทศรุทรของพระรุทรในปรัมปราวิทยาศาสนาฮินดูและพระเวทโบราณ[4][5][4][6]
ปรัมปราวิทยาพุทธมีหลายเรื่องเล่าถึงที่มาของ 11 ใบหน้าของพระเอกาทศมุข เรื่องเล่าหนึ่งบอกว่าพระอวโลกิเตศวรแยกเศียรและกร (แขน) เป็นหลายชิ้นเมื่อได้ค้นพบถึงความร้ายแรงของความชั่วร้ายและความทุกข์ทรมานที่มีอยู่ในโลก และตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความโศกเศร้า พระอมิตภพุทธเจ้าเห็นเช่นนั้นจึงประทานพรให้พระอวโลกิเตศวรมีสิบเอ็ดเศียร พันกร เพื่อจะช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตทั้งปวงได้[7]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "六観音 七観音 八大観音". Flying Deity Tobifudō (Ryūkō-zan Shōbō-in Official Website). สืบค้นเมื่อ 2022-09-04.
- ↑ Henmi (1960), p. 119.
- ↑ "Juuichimen Kannon (十一面観音)". JAANUS (Japanese Architecture and Art Net Users System). สืบค้นเมื่อ 2022-09-04.
- 1 2 Chandra (1988), p. 15.
- ↑ Neville (1999), pp. 5–8.
- ↑ Williams (1989), p. 233.
- ↑ "Chenrezig - Avolokiteshvara". Khacho Yulo Ling Buddhist Centre. สืบค้นเมื่อ 2022-09-04.