ข้ามไปเนื้อหา

เอกาทศมุข

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอกาทศมุข
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 11 หน้า
จิตรกรรมรูปกวนอิมสิบเอ็ดหน้า สมัยราชวงศ์ซ่ง (960 - 1279) จากตุนหวง ประเทศจีน
สันสกฤตएकादशमुख
(IAST) Ekādaśamukha
จีน(Traditional)
十一面觀音(菩薩)
(Simplified)
十一面观音(菩萨)
(พินอิน: Shíyīmiàn Guānyīn (Púsà))
ญี่ปุ่น十一面観音(菩薩)(じゅういちめんかんのんぼさつ)
(โรมาจิ: Jūichimen Kannon (Bosatsu))
เกาหลี십일면관음(보살)
(RR: Sibilmyeon Gwaneum (Bosal))
ทิเบตབཅུ་གཅིག་ཞལ
ไวลีย์: bcu gcig zhal
THL: Chuchik Zhel
เวียดนามThập Nhất Diện Quan Âm (Bồ Tát)
ข้อมูล
นับถือในมหายาน, วัชรยาน
icon สถานีย่อยพระพุทธศาสนา

ในพุทธศาสนา เอกาทศมุข (สันสกฤต: एकादशमुख, สัทอักษรสากล: [eːˈkɑːd̪ɐɕɐmukʰɐ], แปลว่า "11 หน้า"; จีน (ตัวเต็ม): 十一面觀音; ตัวย่อ: 十一面观音; พินอิน: Shíyīmiàn Guānyīn; ญี่ปุ่น: 十一面観音, Jūichimen Kannon) หรือ กวนอิมสิบเอ็ดพักตร์ เป็นพระโพธิสัตว์และรูปอวตารหนึ่งของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (กวนอิม) หนึ่งในหกรูปที่แทนการช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตในหกโลกของสังสารวัฏ เชื่อว่าพระเอกาทศมุขเป็นผู้ช่วยเหลือของโลกอสูร[1]

อีกพระนามคือ พระอวโลกิเตศวรแห่งแสงสว่างใหญ่ที่ส่องสว่างไปทั่วเอกภพ (大光普照觀世音; Dàguāng Pǔzhào Guānshìyīn; หรือ Daikō Fushō Kanzeon)

แม้ว่าจะจัดเป็นพระโพธิสัตว์ในสายวัชรยานหรือตันตระ แต่รูปเอกาทศมุขถือะป็นหนึ่งในรูปที่ปรากฏแรก ๆ สำหรับแสดงรูปพระอวโลกิเตศวร ซึ่งพบมาก่อนการเกิดขึ้นของพุทธศาสนาสายวัชรยาน[2] ไม่ปรากฏที่มาดั้งเดิมอย่างชัดเจน[3] แต่นักเขียน เช่น โลเกศ จันทระ เชื่อว่าเกี่ยวของกับเอกาทศรุทรของพระรุทรในปรัมปราวิทยาศาสนาฮินดูและพระเวทโบราณ[4][5][4][6]

ปรัมปราวิทยาพุทธมีหลายเรื่องเล่าถึงที่มาของ 11 ใบหน้าของพระเอกาทศมุข เรื่องเล่าหนึ่งบอกว่าพระอวโลกิเตศวรแยกเศียรและกร (แขน) เป็นหลายชิ้นเมื่อได้ค้นพบถึงความร้ายแรงของความชั่วร้ายและความทุกข์ทรมานที่มีอยู่ในโลก และตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความโศกเศร้า พระอมิตภพุทธเจ้าเห็นเช่นนั้นจึงประทานพรให้พระอวโลกิเตศวรมีสิบเอ็ดเศียร พันกร เพื่อจะช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตทั้งปวงได้[7]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ "六観音 七観音 八大観音". Flying Deity Tobifudō (Ryūkō-zan Shōbō-in Official Website). สืบค้นเมื่อ 2022-09-04.
  2. ↑ Henmi (1960), p. 119.
  3. ↑ "Juuichimen Kannon (十一面観音)". JAANUS (Japanese Architecture and Art Net Users System). สืบค้นเมื่อ 2022-09-04.
  4. 1 2 Chandra (1988), p. 15.
  5. ↑ Neville (1999), pp. 5–8.
  6. ↑ Williams (1989), p. 233.
  7. ↑ "Chenrezig - Avolokiteshvara". Khacho Yulo Ling Buddhist Centre. สืบค้นเมื่อ 2022-09-04.