ข้ามไปเนื้อหา

เอกนาถ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอกนาถ
ภาพจำลองของเอกนาถในแสตมป์ ค.ศ. 2003
ส่วนบุคคล
เกิดป.1533
ไปฐัณ, รัฐสุลต่านอะห์มัดนคร
มรณภาพ25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1600(1600-02-25) (66–67 ปี)
ศาสนาศาสนาฮินดู
บุพการี
  • สูรยนารายัณ (บิดา)
  • รุกมิณีบายี (มารดา)
ปรัชญาอัทไวตเวทานตะ, ไวษณพนิกาย
เกียรติยศสันต์ (นักบุญฮินดู)

เอกนาถ (มราฐี: एकनाथ; อักษรโรมัน: Eknath; ประมาณ ค.ศ. 1533 – 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1600[1])[2] เป็นนักบุญ นักปรัชญา และกวีชาวอินเดียในไวษณพนิกาย ท่านเป็นผู้ศรัทธาในพระวิฐฐัล เทพเจ้าฮินดูองค์หนึ่ง ท่านเป็นบุคคลสำคัญในสายวารกรี และมักถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณของนักบุญฮินดูชาวมราฐีผู้มีชื่อเสียงอย่างชญาเนศวรและนามเทพ

ชีวประวัติ

[แก้]

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชีวิตของท่านนั้นคลุมเครือ เชื่อกันว่าท่านอาศัยอยู่ในช่วงสามในสี่ส่วนหลังของศตวรรษที่ 16 ท่านเกิดในครอบครัวพราหมณ์เทศสถะฤคเวทแห่งวิศวามิตรโคตรที่เมืองไปฐัณ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในรัฐมหาราษฏระ บิดาชื่อสูรยนารายัณ และมารดาชื่อรุกมิณีบายี ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ยึดมั่นในอัศวาลยนสูตรซึ่งเป็นตำราอินเดียที่บรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับพิธีกรรมในครัวเรือนสำหรับผู้ครองเรือน บิดาของท่านมีตำแหน่งเป็นกุลกรรณีและดูแลบัญชีการเงิน เทพประจำตระกูลคือเอกวีรา[2]

บิดามารดาของท่านเสียชีวิตขณะที่ท่านยังเด็ก ท่านจึงได้รับการเลี้ยงดูโดยจักรปาณี ปู่ของท่าน ภานุทาส ปู่ทวดของท่าน ยังเป็นนักบุญผู้เป็นที่เคารพนับถืออีกท่านหนึ่งของสายวารกรี[3][4] เอกนาถเป็นศิษย์ของชนารทันสวามี[5] ผู้ซึ่งเป็นผู้ศรัทธาในพระทัตตาเตรยะ สมาธิ หรือศาลที่เคารพบูชาเอกนาถตั้งอยู่ที่ไปฐัณ ใกล้กับแม่น้ำโคทาวรี ทุกปีในช่วงเดือนมีนาคมจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเพื่อรำลึกถึงเอกนาถในเมืองไปฐัณ[6]

ผลงานทางวรรณกรรม

[แก้]

งานเขียนของเอกนาถประกอบด้วย บทประพันธ์ทางศาสนาฮินดูเรื่องภควตะปุราณะฉบับดัดแปลง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ เอกนาถีภควัต[7] นอกจากนี้ท่านยังเขียนมหากาพย์ฮินดูเรื่องรามายณะฉบับดัดแปลง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ภาวารถะรามายณะ ท่านยังประพันธ์บทประพันธ์เรื่องรุกมิณีสวยัมวัรหัสตมาลัก ซึ่งประกอบด้วยบทกวี 764 บท โดยอิงจากบทสวดภาษาสันสกฤตชื่อเดียวกัน ท่านยังพยายามเปลี่ยนจุดเน้นของวรรณกรรมมราฐีจากรูปแบบการประพันธ์เชิงจิตวิญญาณไปสู่รูปแบบการเล่าเรื่องอีกด้วย

เพื่อยืนยันถึงความสำคัญของภาษามราฐี ท่านเคยกล่าวไว้ดังนี้:[8]

ถ้าหากภาษาสันสกฤตถูกสร้างขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้า แล้วภาษาปรากฤตเกิดจากโจรและคนชั่วหรือ? ขอให้ความเข้าใจผิดเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องไร้สาระเถิด พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงเข้าข้างภาษาใดภาษาหนึ่ง สำหรับพระองค์แล้ว ภาษาปรากฤตและภาษาสันสกฤตนั้นเหมือนกัน ภาษามราฐีของข้าพเจ้านั้นคู่ควรแก่การแสดงออกถึงความรู้สึกอันสูงส่ง และเปี่ยมด้วยคุณค่า อุดมไปด้วยผลแห่งความรู้จากพระผู้เป็นเจ้า

ผลงานวรรณกรรมอื่น ๆ ของท่าน ได้แก่ ศุกศตัก (447 บท), สุขะ (510 บท), อานันทะ-ลหิรี (154 บท), จิรันชีวา-ปัฑ (42 บท), คีตา-สาร และ ปรหลาท-วิชยะ ท่านได้ริเริ่มรูปแบบใหม่ของทำนองเพลงสวดบูชาที่เรียกว่า ภารูท และประพันธ์ไว้เกือบ 300 บท[7]

อ้างอิง

[แก้]

แหล่งอ้างอิง

  1. "History of Dharmaśāstra" (PDF). สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2026. The date of his death is śake 1521 Phalguna dark half 6th day (25 February 1600).{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. 1 2 Ganesh Vasudeo Tagare (1994). Eknath. Sahitya Akademi. น. 4. ISBN 9788172014568. EKNATH : A BIOGRAPHICAL SKETCH* (A. D. 1533–1599). A reference to the Marathi Vangmaya Kosh (A biographical dictionary of Marathi writers) shows that there were three authors called "Eknath" and seven authors who used the mudrika (Pen-name) "Eka-Janardan" used by our author Eknath. Eknath was a Rigvedi Deshastha Brahmin, a follower of the Ashvalayana Sutra. His Gotra was Vishvamitra. His family deity was Ekaveera Devi (or Renuka). His family lived at Paithan, ...
  3. Novetzke (2013), pp. 141–142
  4. Schomer & McLeo (1987), p. 94
  5. "Coming Soon Page". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 7 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. George Michell (1 พฤษภาคม 2013). Southern India: A Guide to Monuments Sites & Museums. Roli Books Private Limited. น. 115. ISBN 978-81-7436-903-1.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. 1 2 Keune, Jon Milton (2011). Eknāth Remembered and Reformed: Bhakti, Brahmans, and Untouchables in Marathi Historiography (วิทยานิพนธ์). New York, NY, USA: Columbia University press. น. 32. doi:10.7916/D8CN79VK. hdl:10022/AC:P:11409. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2016.{{cite thesis}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. Chandra, Satish (2018). History of Medieval India. ISBN 978-93-5287-457-6.

บรรณานุกรม

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]