เหรียญฟีลดส์
| เหรียญฟีลดส์ | |
|---|---|
ด้านหน้าของเหรียญฟีลดส์ | |
| รางวัลสำหรับ | ผลงานที่โดดเด่นในวิชาคณิตศาสตร์ อันเนื่องมาจากนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ |
| จัดโดย | สหภาพคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ (IMU) |
| รางวัล | 15,000 ดอลลาร์แคนาดา |
| รางวัลแรก | 1936 |
| เว็บไซต์ | mathunion |
ด้านหลังของเหรียญฟีลดส์ | |
เหรียญฟีลดส์ (อังกฤษ: Fields Medal) เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักคณิตศาสตร์จำนวน 2-4 คน ที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี ในการประชุมคณิตศาสตร์นานาชาติของสหภาพคณิตศาสตร์ระหว่างประเทศ (International Mathematics Union หรือ IMU) ซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี ชื่อของ ชื่อของรางวัลอุทิศแด่จอห์น ชาลส์ ฟีลดส์ นักคณิตศาสตร์ชาวแคนาดา[1]
รางวัลเหรียญฟีลดส์ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่าเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดสำหรับนักคณิตศาสตร์ และได้รับการบรรยายเป็นรางวัลโนเบลสาขาคณิตศาสตร์[2][3][4] ถึงแม้ว่าจะมีข้อแตกต่างที่สำคัญหลายประการ เช่น ความถี่ในการมอบรางวัล จำนวนรางวัล ขีดจำกัดอายุ มูลค่าทางการเงิน และเกณฑ์การพิจารณารางวัล[5] จากการสำรวจความเป็นเลิศทางวิชาการประจำปีของ ARWU พบว่าเหรียญฟีลดส์ถือเป็นรางวัลสูงสุดในสาขาคณิตศาสตร์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง[6] และจากการสำรวจชื่อเสียงอีกครั้งที่จัดทำโดย IREG ใน ค.ศ. 2013–14 พบว่าเหรียญฟิลดส์เป็นรางวัลระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับสองในสาขาคณิตศาสตร์ รองจากรางวัลอาเบล[7][8]
รางวัลนี้มอบให้พร้อมกับเงินรางวัลเป็นจำนวน 15,000 ดอลลาร์แคนาดา (ตั้งแต่ปี 2006)[9][10] ฟิลด์มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งรางวัลนี้ โดยเป็นผู้ออกแบบเหรียญรางวัลเอง และเป็นผู้จัดหาเงินทุนส่วนที่เป็นเงินสด แม้ว่าเขาเสียชีวิตไปก่อนที่รางวัลนี้จะได้รับการจัดตั้งขึ้น และแผนงานของเขาจึงอยู่ภายใต้การดูแลของจอห์น ไลต์ตัน ซิง[1]
มีการมอบรางวัลครั้งแรกใน ค.ศ. 1936 แก่นักคณิตศาสตร์ชาวฟินแลนด์ชื่อ ลาร์ส อาห์ลฟอร์ส (Lars Ahlfors) และนักคณิตศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ เจสซี่ ดักลาส (Jesse Douglas) และจัดมอบทุก ๆ 4 ปีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1950 โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนและให้เกียรตินักวิจัยวัยหนุ่มสาวที่อุทิศตนเพื่องานด้านคณิตศาสตร์ ใน ค.ศ. 2014 แมร์แยม มีร์ซอฆอนี นักคณิตศาสตร์ชาวอิหร่าน กลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเหรียญฟีลดส์[11][12][13] รวมแล้วมีผู้ได้รับเหรียญฟีลดส์ 64 คน
กลุ่มผู้ได้รับเหรียญฟิลด์สรุ่นล่าสุดได้รับรางวัลเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 2022 ในงานออนไลน์ซึ่งถ่ายทอดสดจากเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เดิมทีงานนี้มีกำหนดจัดขึ้นที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย แต่ถูกย้ายสถานที่เนื่องจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียใน ค.ศ. 2022
เงื่อนไขผู้ได้รับรางวัล
[แก้]เหรียญฟีลดส์ได้รับการยกย่องมานานแล้วว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในสาขาคณิตศาสตร์ และมักเรียกว่าเป็นรางวัลโนเบลสาขาคณิตศาสตร์[2][3][4] สิ่งนี้ต่างจากรางวัลโนเบล เนื่องจากเหรียญฟีลดส์จัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี อีกทั้งยังจำกัดอายุของผู้รับรางวัลไม่ให้เกิน 40 ปี ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการมอบรางวัล กฎอายุไม่เกิน 40 ปีอิงตามความปรารถนาของฟีลดส์ที่ว่า "แม้จะเป็นการยกย่องผลงานที่ได้ทำไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีจุดประสงค์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้รับรางวัลได้บรรลุผลงานที่ดียิ่งขึ้นไปอีก และเป็นการกระตุ้นให้ผู้อื่นพยายามอย่างต่อเนื่อง"[14] นอกจากนี้ บุคคลหนึ่งจะได้รับเหรียญฟีลดส์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และผู้ที่ได้รับรางวัลจะไม่มีสิทธิ์ได้รับเหรียญรางวัลในครั้งต่อไป[15]
เหรียญรางวัลนี้เริ่มมอบครั้งแรกใน ค.ศ. 1936 และมีผู้ได้รับไปแล้ว 64 คนจนถึง ค.ศ. 2022[16]มีเพียงผู้ที่มีปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์เท่านั้นที่ได้รับเหรียญรางวัลนี้[17] ยกเว้นผู้ที่จบปริญญาเอกสาขาฟิสิกส์สองคน (Edward Witten และ Martin Hairer)[18]
รายชื่อผู้ได้รับรางวัล
[แก้]- ค.ศ. 2022: Hugo Duminil-Copin (ฝรั่งเศส), June Huh (สหรัฐอเมริกา), James Maynard (อังกฤษ), Maryna Viazovska (ยูเครน)
- ค.ศ. 2018: Caucher Birkar (อิหร่าน), Alessio Figalli (อิตาลี), Peter Scholze (เยอรมนี), Akshay Venkatesh (อินเดีย/ออสเตรเลีย)
- ค.ศ. 2014: Artur Avila (บราซิล), Manjul Bhargava (แคนาดา), Martin Hairer (ออสเตรีย), Maryam Mirzakhani (อิหร่าน)
- ค.ศ. 2010: Elon Lindenstrauss (อิสราเอล), Ngô Bảo Châu (เวียดนาม), Stanislav Smirnov (รัสเซีย), Cédric Villani (ฝรั่งเศส)
- ค.ศ. 2006: Andrei Okounkov (รัสเซีย), Grigori Perelman (รัสเซีย) (ปฏิเสธรางวัล), Terence Tao (ออสเตรเลีย), Wendelin Werner (ฝรั่งเศส)
- ค.ศ. 2002: Laurent Lafforgue (ฝรั่งเศส), Vladimir Voevodsky (รัสเซีย)
- ค.ศ. 1998: Richard Ewen Borcherds (สหราชอาณาจักร), William Timothy Gowers (สหราชอาณาจักร), Maxim Kontsevich (รัสเซีย), Curtis T. McMullen (สหรัฐอเมริกา)
- ค.ศ. 1994: Efim Isakovich Zelmanov (รัสเซีย), Pierre-Louis Lions (ฝรั่งเศส), Jean Bourgain (เบลเยียม), Jean-Christophe Yoccoz (ฝรั่งเศส)
- ค.ศ. 1990: Vladimir Drinfeld (สหภาพโซเวียต), Vaughan Frederick Randal Jones (นิวซีแลนด์), Shigefumi Mori (ญี่ปุ่น), Edward Witten (สหรัฐอเมริกา)
- ค.ศ. 1986: Simon Donaldson (สหราชอาณาจักร), Gerd Faltings (เยอรมนีตะวันตก), Michael Freedman (สหรัฐอเมริกา)
- ค.ศ. 1982: Alain Connes (ฝรั่งเศส), William Thurston (สหรัฐอเมริกา), Shing-Tung Yau (จีน/สหรัฐอเมริกา)
- ค.ศ. 1978: Pierre Deligne (เบลเยียม), Charles Fefferman (สหรัฐอเมริกา), Grigory Margulis (สหภาพโซเวียต), Daniel Quillen (สหรัฐอเมริกา)
- ค.ศ. 1974: Enrico Bombieri (อิตาลี), David Mumford (สหรัฐอเมริกา)
- ค.ศ. 1970: Alan Baker (สหราชอาณาจักร), Heisuke Hironaka (ญี่ปุ่น), Sergei Petrovich Novikov (สหภาพโซเวียต), John Griggs Thompson (สหรัฐอเมริกา)
- ค.ศ. 1966: Michael Atiyah (สหราชอาณาจักร), Paul Joseph Cohen (สหรัฐอเมริกา), Alexander Grothendieck (ฝรั่งเศส), Stephen Smale (สหรัฐอเมริกา)
- ค.ศ. 1962: Lars Hörmander (สวีเดน), John Milnor (สหรัฐอเมริกา)
- ค.ศ. 1958: Klaus Roth (สหราชอาณาจักร), René Thom (ฝรั่งเศส)
- ค.ศ. 1954: Kunihiko Kodaira (ญี่ปุ่น), Jean-Pierre Serre (ฝรั่งเศส)
- ค.ศ. 1950: Laurent Schwartz (ฝรั่งเศส), Atle Selberg (นอร์เวย์)
- ค.ศ. 1936: Lars Ahlfors (ฟินแลนด์), Jesse Douglas (สหรัฐอเมริกา)
เหตุการณ์สำคัญ
[แก้]- ปี 1954 Jean-Pierre Serre เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลที่อายุน้อยที่สุด ด้วยวัย 27 ปี
- ปี 1966 Alexander Grothendieck ปฏิเสธที่จะรับรางวัล เพื่อประท้วงการรุกรานของโซเวียตในยุโรปตะวันออก Léon Motchane ทำหน้าที่เป็นผู้รับรางวัลแทนเขา
- ปี 1970 Sergei Novikov ถูกรัฐบาลโซเวียตกดดันไม่ให้รับรางวัลดังกล่าว
- ปี 1978 Grigory Margulis ถูกรัฐบาลโซเวียตกดดันไม่ให้รับรางวัลดังกล่าว Jacques Tits ทำหน้าที่เป็นผู้รับรางวัลแทนเขา
- ปี 1982 มีการเลื่อนการประชุมไปในปีถัดไป เนื่องจากมีการประกาศกฎอัยการศึกในวอร์ซอ รางวัลถูกมอบในปีต่อมา
- ปี 1990 Edward Witten เป็นนักฟิสิกส์คนแรกที่ได้รับรางวัล
- ปี 1998 Andrew Wiles ได้รับโล่เงินประกาศเกียรติคุณเป็นคนแรก จากผลงานการพิสูจน์ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา ถึงแม้ว่าไวลส์จะมีอายุเกิน 40 ปีในตอนที่ได้รับรางวัลแล้วก็ตาม (ไวลส์ตีพิมพ์บทพิสูจน์ทฤษฎีบทนี้ตอนอายุ 41 ปี)
- ปี 2006 กริกอรี เพเรลมาน (Grigori Perelman) ผู้พิสูจน์ข้อความคาดการณ์ของปวงกาเร ปฏิเสธที่จะรับรางวัลดังกล่าว
- ปี 2014 Maryam Mirzakhani เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัล[19] และ Artur Avila เป็นนักคณิตศาสตร์ที่มาจากทวีปอเมริกาใต้คนแรกที่ได้รับรางวัล[20]
เหรียญรางวัล
[แก้]
เหรียญรางวัลออกแบบและสร้างโดยประติมากรชาวแคนาดาชื่อ R. Tait McKenzie[21] ทำจากทองคำ 14 กะรัต มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 63.5 มิลลิเมตร และหนัก 169 กรัม[22]
- ด้านหน้าของเหรียญเป็นรูปของอาร์คิมิดีส และมีข้อความเป็นภาษาลาตินที่ระบุเป็นของมานิลิอุส กวีในคริสต์ศตวรรษที่ 1 ว่า: Transire suum pectus mundoque potiri ("เจริญเหนือตนเองและเข้าใจโลก")[23][24] ปี 1933 เขียนด้วยตัวเลขโรมัน และมีข้อผิดพลาด (MCNXXXIII แทนที่จะเป็น MCMXXXIII)[25] มีอักษรกรีกตัวพิมพ์ใหญ่ที่เขียนคำว่าม Ἀρχιμηδους หรือ "ของอาร์คิมิดีส"
- ด้านหลังของเหรียญมีจารึกเป็นภาษาลาตินว่า:
- Congregati
ex toto orbe
mathematici
ob scripta insignia
tribuere
- Congregati
คำแปล: "นักคณิตศาสตร์ผู้ประชุมจากทั่วโลกมอบรางวัล [นี้] สำหรับงานเขียนโดดเด่น"
ในส่วนพื้นหลังแสดงโลงศพของอาร์คิมีดีส ซึ่งสลักทฤษฎีบทของเขาไว้ (เกี่ยวกับทรงกลมและทรงกระบอก และมีกิ่งมะกอกอยู่ด้านหลัง (นี่คือผลทางคณิตศาสตร์ที่มีรายงานว่าอาร์คิมิดีสภูมิใจที่สุด: ทรงกลมบรรจุในทรงกระบอกที่มีความสูงและเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากัน อัตราส่วนระหว่างมวลทั้งสองเทียบเท่า 23)
ขอบเหรียญสลักชื่อผู้ได้รับรางวัล[26]
ข้อมูลเพิ่มเติม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "About Us: The Fields Medal". The Fields Institute, University of Toronto. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 April 2022. สืบค้นเมื่อ 21 August 2010.
- 1 2 Ball, Philip (2014). "Iranian is first woman to nab highest prize in maths". Nature (ภาษาอังกฤษ). doi:10.1038/nature.2014.15686. S2CID 180573813. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 October 2019. สืบค้นเมื่อ 29 March 2018.
- 1 2 "Fields Medal". www-history.mcs.st-andrews.ac.uk. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 May 2021. สืบค้นเมื่อ 29 March 2018.
- 1 2 "Fields Medal". The University of Chicago (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 April 2019. สืบค้นเมื่อ 29 March 2018.
- ↑ Klainerman, Sergiu (2015). "Is the Fields Medal the Nobel Prize of Mathematics?" (PDF). Notices of the American Mathematical Society. 62 (4): 327. ISSN 0002-9920. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 28 June 2022. สืบค้นเมื่อ 28 June 2022.
- ↑ "Top Award, ShanghaiRanking Academic Excellence Survey 2017 | Shanghai Ranking – 2017". Shanghairanking.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 October 2020. สืบค้นเมื่อ 29 March 2018.
- ↑ IREG Observatory on Academic Ranking and Excellence. IREG List of International Academic Awards (PDF). Brussels: IREG Observatory on Academic Ranking and Excellence. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 12 March 2019. สืบค้นเมื่อ 3 March 2018.
- ↑ Zheng, Juntao; Liu, Niancai (2015). "Mapping of important international academic awards". Scientometrics. 104 (3): 763–791. doi:10.1007/s11192-015-1613-7. S2CID 25088286.
- ↑ "Maths genius turns down top prize". BBC. 22 August 2006. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 August 2010. สืบค้นเมื่อ 22 August 2006.
- ↑ "Israeli wins 'Nobel' of Mathematics" เก็บถาวร 23 พฤษภาคม 2013 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, The Jerusalem Post
- ↑ "President Rouhani Congratulates Iranian Woman for Winning Math Nobel Prize". Fars News Agency. 14 August 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 December 2018. สืบค้นเมื่อ 14 August 2014.
- ↑ "IMU Prizes 2014". International Mathematical Union. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 December 2018. สืบค้นเมื่อ 12 August 2014.
- ↑ Dehghan, Saeed Kamali Dehghan (16 July 2017). "Maryam Mirzakhani: Iranian newspapers break hijab taboo in tributes". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 July 2017. สืบค้นเมื่อ 18 July 2017.
- ↑ McKinnon Riehm & Hoffman 2011, p. 183
- ↑ "Rules for the Fields Medal" (PDF). mathunion.org. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2 May 2018. สืบค้นเมื่อ 1 May 2018.
- ↑ "Fields Medal". International Mathematical Union. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 December 2018. สืบค้นเมื่อ 14 September 2020.
- ↑ Kollár, János (2014). "Is there a curse of the Fields medal?" (PDF). Princeton University. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 9 March 2022. สืบค้นเมื่อ 14 September 2020.
- ↑ "Edward Witten". World Science Festival. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 April 2022. สืบค้นเมื่อ 14 September 2020.
- ↑
- ↑
- ↑ "Fields Institute – The Fields Medal". Fields.utoronto.ca. 9 August 1932. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 April 2022. สืบค้นเมื่อ 21 August 2010.
- ↑ "Fields Medal". International Mathematical Union. 2022. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 December 2018. สืบค้นเมื่อ July 7, 2022.
- ↑ Riehm, C. (2002). "The early history of the Fields Medal" (PDF). Notices of the AMS. 49 (7): 778–782. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 26 October 2006. สืบค้นเมื่อ 28 April 2021.
The Latin inscription from the Roman poet Manilius surrounding the image may be translated 'To pass beyond your understanding and make yourself master of the universe.' The phrase comes from Manilius's Astronomica 4.392 from the first century A.D. (p. 782).
- ↑ "The Fields Medal". Fields Institute for Research in Mathematical Sciences (ภาษาอังกฤษ). 5 February 2015. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 April 2021. สืบค้นเมื่อ 23 April 2021.
- ↑ Knobloch, Eberhard (2008). "Generality and Infinitely Small Quantities in Leibniz's Mathematics: The Case of his Arithmetical Quadrature of Conic Sections and Related Curves". ใน Goldenbaum, Ursula; Jesseph, Douglas (บ.ก.). Infinitesimal Differences: Controversies between Leibniz and his Contemporaries. Walter de Gruyter.
- ↑ "The Fields Medal". Fields Institute for Research in Mathematical Sciences. 2015-02-05. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 April 2021. สืบค้นเมื่อ 2022-08-30.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- McKinnon Riehm, Elaine; Hoffman, Frances (2011). Turbulent Times in Mathematics: The Life of J.C. Fields and the History of the Fields Medal. Providence, RI: American Mathematical Society. ISBN 978-0-8218-6914-7.
- Monastyrsky, Michael (1998). Modern Mathematics in the Light of the Fields Medal. Wellesley, MA: A. K. Peters. ISBN 1-56881-083-0.
- Tropp, Henry S. (1976). "The Origins and History of the Fields Medal". Historia Mathematica. 3 (2): 167–181. doi:10.1016/0315-0860(76)90033-1..
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์ทางการ

- Overview at britannica.com