เหตุกราดยิงโรงเรียนประถมวลาดีสลาฟ ริบนีการ์
| เหตุกราดยิงโรงเรียนประถมวลาดีสลาฟ ริบนีการ์ | |
|---|---|
โรงเรียนประถมวลาดีสลาฟ ริบนีการ์ ภาพถ่ายเมื่อมกราคม 2023 | |
| สถานที่ | โรงเรียนประถมวลาดีสลาฟ ริบนีการ์ กรุนสกีเวนัก วรัชชาร์ เบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย |
| พิกัด | 44°48′20″N 20°28′04″E / 44.80556°N 20.46778°E |
| วันที่ | 3 May 2023 (CEST, UTC+02:00) |
| เป้าหมาย | นักเรียนและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนประถมวลาดีสลาฟ ริบนีการ์ |
| ประเภท | กราดยิงหมู่, กราดยิงโรงเรียน, กุมารฆาต |
| อาวุธ | ปืนพก Zastava CZ99 สองกระบอก |
| ตาย | 10 |
| เจ็บ | 6 |
| ผู้ก่อเหตุ | คอสตา เคซมานอวิช (Kosta Kecmanović) |
| เหตุจูงใจ | ไม่ทราบ (กำลังสืบสวน) |
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เกิดเหตุกราดยิงหมู่ที่โรงเรียนประถมวลาดีสลาฟรีบนีการ์ นักเรียนคนหนึ่งใช้ปืนสังหารนักเรียนและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนประถมวลาดีสลาฟ ริบนีการ์ ในเทศบาลวรัชชาร์ กรุงเบลเกรด สาธารณรัฐเซอร์เบีย เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย ในจำนวนนี้เป็นนักเรียน 9 คน และยามรักษาความปลอดภัย 1 คน โดยทางตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียนวัย 13 ปี
ภูมิหลัง
[แก้]เซอร์เบียมีกฎหมายปืนที่เคร่งครัด แต่กระนั้นก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการถือครองอาวุธปืนมากที่สุด[1] ในปี 2561 มีการประมาณการณ์จำนวนปืนส่วนบุคคลอยู่ที่ 39.1 กระบอกต่อ 100 คน ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 3 ของโลก (เท่ากับมอนเตเนโกร) เป็นรองเพียงสหรัฐอเมริกากับเยเมน[2] โดยอาวุธผิดกฎหมายสามารถพบแพร่หลายในบอลข่านตะวันตกนับตั้งแต่ยุคสงครามยูโกสลาเวียเป็นต้นมา[1][3]
การกราดยิงในประเทศเซอร์เบียเกิดขึ้นน้อยมาก[3] ในศตวรรษที่ 21 เหตุกราดยิงในเซอร์เบียเกิดเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ได้แก่ที่ยาบูโกวัซเมื่อปี 2550 โดยมีผู้เสียชีวิต 9 ราย บาดเจ็บ 5 คน ในปี 2556 ที่เวลีกา อีวังซา มีผู้เสียชีวิต 14 ราย และในปี 2559 ที่ชีทิชเต มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ผู้บาดเจ็บ 22 คน[3] ในปี 2562 เคยมีเหตุพยายามกราดยิงโรงเรียนในเวลีกา ปลานา แต่ผู้ก่อเหตุถูกระงับไว้ได้หลังยิงกระสุนขึ้นเพดานไปแค่ 2 นัด[4][5]
เหตุกราดยิง
[แก้]เหตุกราดยิงเริ่มต้นในเวลาราว 8:30 นาฬิกา ตามเวลาออมแสงยุโรปกลาง[6] ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าหลังเข้าไปในโรงเรียนแล้ว ผู้ก่อเหตุเริ่มจากการยิงยามรักษาความปลอดภัย ตามด้วยเด็กนักเรียนที่เขาเจอในโถงทางเดิน จากนั้นจึงเข้าไปในห้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เขาเริ่มยิงครูและตามด้วยกราดยิงนักเรียนในห้องโดยสุ่ม[1] ก่อนจะเผชิญหน้ากับตำรวจที่เวลา 8:42 น. ขณะอยู่ที่ลานโรงเรียน[7] ตามข้อมูลของตำรวจ[3][8] ผู้ต้องสงสัยถือครองปืนพก Zastava CZ99 2 กระบอก[1][9]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 Sekularac, Ivana; Vasović, Aleksandar (2023-05-03). "Belgrade school shooting: boy kills 9 in planned attack". Reuters (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2023. สืบค้นเมื่อ 2023-05-03.
- ↑ Sekulić, Sara (3 May 2023). "Srbija na trećem mestu u svetu po broju oružja u rukama civila". N1 (ภาษาเซอร์เบีย). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2023. สืบค้นเมื่อ 3 May 2023.
- 1 2 3 4 "Belgrade shooting: Huge police operation after Serbia school attack". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 3 May 2023. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2023. สืบค้นเมื่อ 3 May 2023.
- ↑ Stevanović, Katarina (22 November 2019). "Pucnjava u školi u Velikoj Plani: Osumnjičeni uhapšen, nema povređenih". BBC News (ภาษาSerbian (Latin script)). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2023. สืบค้นเมื่อ 3 May 2023.
- ↑ Savanović, Dunja (2023-05-03). "Nije prvi put da naoružani napadač uđe u školu, profesor priča kako su se borili". N1 (ภาษาเซอร์เบีย). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2023. สืบค้นเมื่อ 2023-05-03.
- ↑ "Pucnjava na Vračaru, ima mrtvih". B92 (ภาษาเซอร์เบีย). 3 May 2023. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2023. สืบค้นเมื่อ 3 May 2023.
- ↑ "Tragedija u Beogradu: Učenik osumnjičen da je ubio osmoro dece u školi i čuvara, napad planirao mesecima - policija". BBC News (ภาษาSerbian (Latin script)). 3 May 2023. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2023. สืบค้นเมื่อ 3 May 2023.
- ↑ "MUP: Dečak se sam prijavio, imao spisak i plan i molotovljeve koktele". N1 (ภาษาเซอร์เบีย). 3 May 2023. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2023. สืบค้นเมื่อ 3 May 2023.
- ↑ Paunović, Jelena (3 May 2023). "Ovo je pištolj iz kog je učenik pucao u Osnovnoj školi "Vladislav Ribnikar" na Vračaru: Ukrao ga iz kuće". Telegraf (ภาษาเซอร์เบีย). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2023. สืบค้นเมื่อ 3 May 2023.
