เสาแบบคลาสสิก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
องค์ประกอบของเสา
1. entablature = คานเหนือเสา
2. column = เสา
3. cornice = บัวคอร์นิซ
4. frieze = ลายตกแต่ง
5. architrave หรือ epistyle = หน้ากระดานทับหลัง
6. capital = หัวเสา
7. shaft = ลำต้นเสา
8. base = ฐานเสา
9. stylobate = ฐานใต้เสา
10. stereobate = ฐานแรก
นิยามของเสาแบบต่าง ๆ ใน Encyclopédie, vol. 18

เสาแบบคลาสสิก (อังกฤษ: Classical order) เป็นลักษณะเสาโบราณของสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก แต่ละแบบแยกจากกันได้โดยรูปทรง ลักษณะสัดส่วน และรายละเอียดของลักษณะของเสาที่ใช้ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา นักทฤษฎีสถาปัตยกรรมแบ่งแยกเสาแบบคลาสสิกออกเป็นห้ากลุ่ม แต่ละกลุ่มก็จะมีลักษณะของเสาที่แตกต่างกันที่ประกอบด้วยหน้ากระดานทับหลัง (architrave), แถบตกแต่ง (frieze) และบัวคอร์นิซ

การสร้างเสาแต่ละแบบก็ต่างกันออไปตั้งแต่เสาที่มีลักษณะอ้วนตันและปราศจากการตกแต่ง ไปจนเสาที่เพรียวและเต็มไปด้วยการตกแต่งอย่างงดงาม ที่แบ่งออกเป็น: เสาแบบทัสกัน (โรมัน), เสาแบบดอริก (กรีกและโรมัน), เสาแบบไอออนิก (กรีกและโรมัน), เสาแบบคอรินเทียน (กรีกและโรมัน) และเสาแบบคอมโพซิต (โรมัน)[1] ในสมัยโบราณจะมีเพียงสามแบบ คือ ดอริก ไอออนิก และคอรินเทียนที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยชาวกรีก ต่อมาชาวโรมันก็เพิ่มเสาทัสกันซึ่งเป็นแบบที่เรียบง่ายกว่าดอริก และแบบคอมโพซิตซึ่งมีการตกแต่งมากกว่าคอรินเทียน

คอลัมน์แบ่งออกเป็นสามส่วน: ลำตัวเสา (shaft) ฐานล่าง และ หัวเสา สิ่งก่อสร้างคลาสสิกจะมีองค์ประกอบตามแนวนอนที่รองรับด้วยเสาที่เป็นคานที่เรียกว่า เอนทาเบลเชอร์ (entablature) ซึ่งแบ่งออกเป็นสามส่วน: หน้ากระดานทับหลัง (architrave), แถบลายตกแต่ง (frieze) และบัวคอร์นิซ ความแตกต่างของเสาแบบคลาสสิกทราบได้จากลักษณะของหัวเสาที่ใช้ที่จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป

เสาทั้งต้นและคานประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ตั้งแต่ฐานใต้เสา (stylobate) ซึ่งเป็นแป้นแบนที่เป็นที่ตั้งของเสาบนฐานพลินท์ (plinth) ซึ่งอาจจะเป็นสี่เหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้ เป็นส่วนล่างสุดของฐาน ส่วนที่เหลือก็อาจจะตกแต่งด้วยบัว เช่นบัวมน (torus) หรือบัวเว้า (scotia) ที่แยกจากกันด้วยสันร่องเว้า (fillet หรือ band)

บนฐานก็จะเป็นลำต้นเสา (shaft) ที่ตั้งตามแนวดิ่ง ที่จะมีลักษณะเป็นแท่งกลมทั้งยาวและเพรียว ลำเสาบางทีก็จะมีการบากตกแต่งเป็นร่องตามแนวดิ่ง (fluting) ลำเสาตอนล่างจะใหญ่กว่าตอนบน ความแคบลงจะเริ่มตั้งแต่ขึ้นไปได้ราวหนึ่งในสามของเสา ที่ทำให้เสาดูเพรียวขึ้นกว่าความเป็นจริง

หัวเสา (capital) จะตั้งอยู่บนลำต้นเสาที่มีหน้าที่รับน้ำหนักที่กระจายลงมาบนคานลงมายังลำเสา แต่โดยทั่วไปแล้วหัวเสาจะเป็นสิ่งตกแต่งเพื่อความงดงาม หัวเสาที่ง่ายที่สุดคือหัวเสาแบบดอริกที่แบ่งออกเป็นสามส่วน คอเสา (necking) คือส่วนที่ต่อจากลำต้นเสา แต่แยกด้วยบัวหงายหัวเสา (echinus) อยู่เหนือคอเสาที่เป็นแป้นกลมที่โป่งออกมาไปเพื่อไปรับกับแป้นหัวเสา (abacus) ที่อาจจะเป็นสี่เหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้ที่รองรับคาน

อ้างอิง[แก้ไขต้นฉบับ]

  1. Small, Julien. The Five Orders of Classic Architecture[1]

ดูเพิ่ม[แก้ไขต้นฉบับ]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไขต้นฉบับ]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ เสาแบบต่าง ๆ