เศรษฐกิจสีเขียว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นให้เกิดความกินดีอยู่ดีของมนุษย์และความเท่าเทียมทางสังคมโดยลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและทรัพยากรของระบบนิเวศน์เป็นผลลัพธ์ โดยทั่วไปแล้วเศรษฐกิจสีเขียวเป็นความพยายามในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์พร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแทนการแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียวและการดำเนินธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลืองและก่อมลพิษ โดยดำเนินระบบหรือทำการพัฒนาโดยตั้งอยู่บนฐานของการพัฒนาแบบยั่งยืนและคำนึงถึงความสัมพันธ์ของระบบนิเวศน์และเศรษฐกิจ (Cheng Siwei, 2011: 2)[1]

อรรถาธิบาย[แก้]

ในช่วงยี่สิบถึงสามสิบปีที่ผ่านมา เมื่อมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศโลกมากขึ้นและปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่ขาดแคลนกลายเป็นปัญหาในระดับระหว่างประเทศ เศรษฐกิจสีเขียวได้รับความสนใจทั้งในฐานะการพัฒนาที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ การแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบเชิงบรรษัทของผู้ผลิต และกระแสความนิยมธรรมชาติอันเกิดจากการตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมในหมู่ผู้บริโภคที่สร้างตลาดใหม่ขึ้นมาในระบบเศรษฐกิจ แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวเกิดขึ้นและพัฒนาไปพร้อมกับการพัฒนาการผลิตแบบคาร์บอนต่ำ (low-carbon development) ซึ่งหมายถึงรูปแบบของการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ ที่มีกระบวนการลดการใช้พลังงานคาร์บอน และเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาด ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นคือการช่วยลดการปล่อยคาร์บอนอันเป็นสาเหตุของปัญหาเรือนกระจกและโลกร้อน และมีเป้าหมายระยะยาวคือสร้างระบบอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ประเด็นที่มักจะถูกหยิบยกให้เป็นประเด็นหลักของเศรษฐกิจสีเขียวคือพลังงานสีเขียว เนื่องจากพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของโลก และเป็นต้นเหตุสำคัญของการทำลายสิ่งแวดล้อมและการปล่อยมลพิษ ประเด็นพลังงานสีเขียวจึงเป็นประเด็นที่ใหญ่มากประเด็นหนึ่งและอาจได้รับการพิจารณาโดยมิได้เกี่ยวข้องอะไรกับเศรษฐกิจสีเขียวในฐานะประเด็นเอกเทศ

องค์ประกอบของความเป็นเศรษฐกิจสีเขียว คาร์ล เบิร์คคาร์ท แบ่งเศรษฐกิจสีเขียวออกเป็น 6 ส่วน ดังนี้

  • พลังงานซึ่งนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น พลังงานน้ำ ลม แสงแดด ความร้อนใต้พิภพ ฯลฯ เป็นพลังงานธรรมชาติที่ไม่หมดไปเหมือนเชื้อเพลิงฟอสซิลชนิดต่างๆ และไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • อาคารสีเขียว อาคารซึ่งออกแบบและสร้างให้ใช้ทรัพยากรในการก่อสร้างน้อยและประหยัดพลังงานในการใช้สอย เช่น การติดตั้งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบหมุนเวียนน้ำฝนมาใช้ภายในอาคาร ฯลฯ
  • พาหนะสะอาด ยานพาหนะซึ่งใช้พลังงานทางเลือกหรือพลังงานสะอาดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น รถไฮบริดจ์ รถพลังไฟฟ้า ฯลฯ
  • การจัดการน้ำ มีการอนุรักษ์แหล่งน้ำในธรรมชาติ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเชิงเศรษฐกิจให้มีการใช้งานคุ้มค่า มีการบำบัดน้ำเสียจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย ฯลฯ
  • การจัดการของเสีย การนำขยะกลับมาใช้ใหม่ การบำบัดของเสีย การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ให้เกิดขยะน้อยที่สุด
  • การจัดการที่ดิน การอนุรักษ์ที่ดิน การฟื้นฟูสภาพดิน การจัดพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง ป่าชุมชน เกษตรอินทรีย์ ฯลฯ

เป้าหมายของเศรษฐกิจสีเขียวแตกต่างกันไปตามคำจำกัดความ ซึ่งมองได้ว่าเศรษฐกิจสีเขียวนั้นเป็นสำนักเศรษฐศาสตร์แบบใหม่ที่ยกให้ระบบนิเวศน์เหนือกว่ากำไรสุทธิหรือเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งที่เพิ่มเข้าไปในแนวคิดเศรษฐศาสตร์สำนักต่างๆ เช่น เศรษฐศาสตร์สำนักคลาสสิกจะมองว่าธรรมชาติเป็นทุนอย่างหนึ่ง (natural capital) หรือสำนักมาร์กซิสต์มองว่าธรรมชาติเป็นเหมือนกับชนชั้นกรรมาชีพที่ถูกกดขี่จากการแสวงหาประโยชน์ของนายทุน แต่โดยรวมแล้วเศรษฐกิจสีเขียวมีเป้าหมายคือการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ทั้งในแง่การใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากการปนเปื้อนของมนุษย์ สมดุลของระบบนิเวศน์และความหลากหลายทางธรรมชาติ (และยังรวมไปจนถึงการพัฒนาสังคมในด้านอื่นๆอย่างยั่งยืน เช่น การสร้างโอกาสให้แก่พลเมืองอย่างเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้นในทุกๆด้านด้วยเช่นกัน)[2][3]

ข้อวิจารณ์[แก้]

เศรษฐกิจสีเขียวถูกวิจารณ์ว่าเป็นความพยายามรูปแบบใหม่ของบรรษัทที่จะควบคุมและบิดเบือนกลไกตลาดด้วยระบบราคาสินค้าที่อิงกับกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นโยบายต่างๆตั้งแต่การผลิตจนถึงการบริโภคของเศรษฐกิจสีเขียวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมยังเป็นการขัดขวางการพัฒนาประเทศ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อีกทั้งระบบการเมืองการปกครองและโครงสร้างทางเศรษฐกิจของระบบตลาดและบรรษัทก็มิได้อยู่ในสภาพที่สามารถจะรองรับเศรษฐกิจสีเขียวได้ การกดดันให้รัฐบาลออกกฎหมายที่เอื้อต่อเศรษฐกิจสีเขียวหรือกดดันให้บรรษัทต่างๆ ทำตามแนวทางสีเขียวจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม

ยิ่งไปกว่านั้น ยังคงมีคนบางกลุ่มเชื่อว่า ปัญหาสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศ และการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศน์เป็นเพียงเรื่องหลอกลวงที่สร้างขึ้นมาเพื่อหาช่องทางแสวงหาผลกำไรเท่านั้น เศรษฐกิจสีเขียวจึงเป็นเพียงความพยายามที่จะกดขี่ควบคุมระบบตลาดเสรีไม่ให้แสวงหาผลประโยชน์สูงสุดสำหรับมนุษย์ ซึ่งเป็นเจ้าเหนือทุกสิ่งในโลก อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงทางสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและร้ายแรงทั่วโลก และภัยพิบัติทางธรรมชาติอันรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความน่าเชื่อถือ และสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น “จริง” ในโลก

ตัวอย่างการนำไปใช้ในประเทศไทย[แก้]

สำหรับในส่วนของประเทศไทยนั้นเศรษฐกิจสีเขียวยังค่อนข้างได้รับความสนใจในวงจำกัด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประเทศไทยนั้นยังคงมีเป้าหมายหลักเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อตอบสนองตลาดโลก และตลาดในภูมิภาคมากกว่าการพัฒนาด้านการเกษตรกรรม แต่ก็ใช่ว่าภาครัฐเองจะมิได้ให้ความสนใจในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนเลย เพราะในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559) ในส่วนที่ 3 บทที่ 6 ว่าด้วยเรื่อง “ยุทธศาสตร์การปรับตัวทางเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน” นั้นได้ระบุไว้บางส่วนถึงการพัฒนาการเกษตร และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ “มุ่งการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้มีคุณภาพและยั่งยืนด้วยการมุ่งเน้นการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ สู่อุตสาหกรรมสีเขียวและคาร์บอนต่ำบนฐานความรู้เชิงสร้างสรรค์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน”

อ้างอิง[แก้]

  1. Siwei, Cheng. (2011). “Green Economy and Its Implementation in China”. In The Green Economy and Its Implementation in China. Singapore: Enrich Professional Publishing.
  2. MNN. Accessed September 30, 2012 from http://www.mnn.com/green-tech/research-innovations/blogs/how-do-you-define-the-green-economy.
  3. UNEP. Accessed September 30, 2012 from http://www.unep.org/greeneconomy/AboutGEI/WhatisGEI/tabid/29784/Default.aspx.