เวส บราวน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เวส บราวน์
Brown Manchester - Old Trafford - Manchester United vs Crawley Town.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เวสลีย์ ไมเคิล บราวน์
วันเกิด 13 ตุลาคม ค.ศ. 1979 (34 ปี)
สถานที่เกิด ลองไซท์, แมนเชสเตอร์ อังกฤษ
ส่วนสูง 6 ฟุต 1 นิ้ว
ตำแหน่ง แบ๊กขวา
เซนเตอร์แบ๊ก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ซันเดอร์แลนด์
หมายเลข 6
สโมสรเยาวชน
1992-1996 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
1996- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 355 (4)
ทีมชาติ**
1999- ทีมชาติอังกฤษ 21 (1)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 10:40, 26 June 2009 (UTC)
** นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 18:48, 15 October 2008 (UTC)

เวส บราวน์ (อังกฤษ: Wes Brown) มีชื่อเต็มว่า เวสลีย์ ไมเคิล บราวน์ (อังกฤษ: Wesley Michael Brown) เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1979 ที่ลองไซท์ ในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

ผลงาน[แก้]

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด[แก้]

บราวน์หลังจากเกมกับ บาร์เซโลนา เมื่อเดือน เมษายน ค.ศ. 2008

บราวน์เริ่มเล่นฟุตบอลให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะนักเตะเยาวชนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 จนถึงปี ค.ศ. 1996 ก่อนที่จะเลื่อนชั้น ขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในเวลาต่อมาโดย 2 ปีที่ติดทีมชุดใหญ่เขายังไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่เลยสักนัดจนวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1998

เขาจึงได้โอกาสสัมผัสเกม พรีเมียร์ลีก เป็นเกมแรกในนัดที่พบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในฐานะตัวสำรองโดยฤดูกาลต่อมาคือฤดูกาล 1998-99 เขาได้รับโอกาสให้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่มากขึ้นในตำแหน่งแบ๊กขวาและตำแหน่งที่เขาถนัดคือเซนเตอร์แบ๊ก แต่ในนัดชิงศึก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก กับ บาเยิร์น ที่สนาม คัมป์ นู เขากลับไม่ได้รับโอกาสให้ลงเล่น ซึ่งในฤดูกาลนี้แมนยูได้ทริปเปิลแชมป์คือแชมป์ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ และ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ไปครองในฤดูกาลถัดมาคือฤดูกาล 1999-2000 บราวน์ได้รับบาดเจ็บหนักเป็นครั้งแรกที่กล้ามเนื้อระหว่างฝึกซ้อมทำให้เขาพลาดการลงสนามให้กับแมนยู ซึ่งในฤดูกาลนั้นแมนยูก็ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองอีกสมัยหลังจากเขาอยู่กับแมนยูมานานถึง 12 ปีเขาก็ได้ต่อสัญญากับแมนยูพร้อมกับริโอ เฟอร์ดินานด์และไมเคิล คาร์ริค เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2008

ทีมชาติ[แก้]

เวส บราวน์ลงเล่นในนามทีมชาตินัดแรกในนัดที่เจอกับทีมชาติฮังการีเมื่อปี ค.ศ. 1999 และเขาเป็นหนึ่งในนักเตะชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2002 ที่ เกาหลี และ ญี่ปุ่น แต่ภายหลังหลุดจากทีมไปต่อมา สเวน โกรัน อีริคสัน กุนซือทีมชาติในขณะนั้นได้เรียกตัวเขากลับมาเพื่อลงเล่นในนัดกระชับมิตรกับทีมชาติอุรุกวัยแต่เขากลับถูกตัดชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2006ที่เยอรมัน

หลังจากนั้นเขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติอีกครั้งในยุคของสตีฟ แมคลาเรน ในนัดที่ชนะอันดอร์ราในศึก ยูโร 2008 รอบคัดเลือกโดยเขาจับคู่กับจอห์น เทอร์รีแทนริโอ เฟอร์ดินานด์ที่ได้รับบาดเจ็บหลังจากนั้นเขาได้จับคู่กับเทอร์รีอีกนัดในนัดอุ่นเครื่องกับบราซิลและในยุคของฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือคนปัจจุบันเขามีชื่อในนัดที่ทีมจะพบกับสวิสเซอร์แลนด์และฝรั่งเศสเขาทำประตูแรกในนามทีมชาติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2008ในนัดที่เจอกับสาธารณรัฐเช็กโดยเขากระโดดเหนือกองหลังทีมชาติเช็กและโหม่งทำประตูจากลูกเตะมุมของเดวิด เบคแฮม