เลโอ บาเกอลันด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เลโอ บาเกอลันด์
บาเกอลันด์ในปี ค.ศ. 1916
บาเกอลันด์ในปี ค.ศ. 1916
เกิด 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1863(1863-11-14)
เกนต์ เบลเยียม
เสียชีวิต 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1944 (80 ปี)
บีคอน รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
สัญชาติ เบลเยียม/อเมริกัน
สาขาวิชา เคมี
ผลงาน เบคิไลต์
เกียรติประวัติ เหรียญจอห์น สก็อตต์ (ค.ศ. 1910)
รางวัลวิลลาร์ด กิบส์ (ค.ศ. 1913)
เหรียญเพอร์กิน (ค.ศ. 1916)
เหรียญแฟรงคลิน (ค.ศ. 1940)

เลโอ แฮ็นรีกึส อาร์ตืร์ บาเกอลันด์ (ดัตช์: Leo Henricus Arthur Baekeland; 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1863 - 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1944) เป็นนักเคมีและนักประดิษฐ์ชาวเบลเยียม/อเมริกัน

ประวัติ[แก้]

เลโอ บาเกอลันด์ เกิดในปี ค.ศ. 1863 ที่เมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม บิดาของเขาเป็นช่างทำรองเท้า ส่วนมารดาเป็นแม่บ้าน[1] บาเกอลันด์เรียนจบจากโรงเรียนช่างเทศบาลเกนต์ (Ghent Municipal Technical School) และได้รับทุนไปเรียนต่อด้านเคมีที่มหาวิทยาลัยเกนต์ เขาสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมขณะมีอายุแค่ 21 ปีเท่านั้น[2] ต่อมาบาเกอลันด์ได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ที่นั่นและแต่งงานกับบุตรสาวคนหนึ่งของหัวหน้าสาขาวิชาของเขา

ขณะที่ไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บาเกอลันด์ได้พบกับริชาร์ด แอนโทนี เจ้าของบริษัทถ่ายภาพ แอนโทนีสนใจในตัวบาเกอลันด์จึงเสนองานให้เขา บาเกอลันด์ย้ายมาทำงานที่บริษัทของแอนโทนีพร้อมรับตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ขณะทำงานที่นั่น เขาได้พัฒนากระดาษถ่ายภาพ Velox ซึ่งเขาขายให้กับบริษัทโกดัก

หลังจากนั้นบาเกอลันด์ก็หันมาสนใจในด้านพลาสติก เขามองหาสิ่งที่จะเอามาใช้แทนเชลแล็ก และเริ่มทดลองกับฟีนอลและฟอร์มาลดีไฮด์ จนในปี ค.ศ. 1909 เขาก็ได้ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า "เบคิไลต์"[3] ซึ่งต่อมาถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย และก่อให้เกิดกระแสการทำอุตสาหกรรมพลาสติกในภายหลัง

ในช่วงบั้นปลายชีวิต บาเกอลันด์มีพฤติกรรมแปลกแยกและเก็บตัว เขาเสียชีวิตด้วยอาการเลือดออกในสมองใหญ่ที่สถานพักฟื้นผู้ป่วยเรื้อรัง ในเมืองบีคอน รัฐนิวยอร์ก ขณะมีอายุได้ 80 ปี

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]