เลื่อยวงเดือน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จักรวงเดือนที่กำลังตัดไม้

เลื่อยวงเดือน เป็นเครื่องจักรพื้นฐานสำหรับช่างเครื่องเรือนอย่างหนึ่ง สามารถทำงานได้หลายอย่าง เช่น เลื่อยตัด เลื่อยซอย บังใบ ตัดเข้ามุม ตัดเรียวและทำเดือยแบบต่างๆ อีกมาก ซึ่งจะทำงานได้อย่างคล่องตัว นับเป็นเครื่องจักรที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับช่างเครื่องเรือนอย่างหนึ่ง

โดยทั่วไปปกติเลื่อยวงเดือนจะมีหลายรูปแบบหลายขนาดแล้วแต่รุ่นที่แต่ละบริษัทผู้ผลิตได้ผลิตออกมา ลักษณะของการทำงานโดยทั่วๆ ไปของเครื่องแต่ละแบบจะคล้ายกัน จะมีต่างกันบ้างที่เทคนิคการทำงานหรืออุปกรณ์ช่วยที่ออกแบบมาให้สะดวกในการทำงานมากขึ้น ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่จะต้องยึดติดตายกับพื้นของโรงงาน ขนาดของเลื่อยวงเดือนจะกำหนดตามขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางของใบเลื่อย ซึ่งจะมีขนาดตั้งแต่ 8 นิ้ว - 16 นิ้ว โดยปกติเลื่อยวงเดือนจะสร้างเป็นสองแบบ คือ แบบที่เอียงแนวเครื่องกับแบบที่เอียงใบมีด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องว่าใหญ่เพียงใด ถ้าเป็นเครื่องขนาดใหญ่แล้วมันจะใช้วิธีการปรับเอียงที่ใบเลื่อย ซึ่งจะทำได้ง่ายเบาแรง

ส่วนประกอบที่สำคัญของเลื่อยวงเดือน[แก้]


== ชนิด ==

ใบเลื่อยแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน และถูกออกแบบมาให้ใช้กับวัสดุที่แตกต่างกัน สิ่งที่เพื่อนๆควรรู้ก่อนที่จะเลือกใบเลื่อยที่เหมาะกับวัสดุที่เราจะตัดคือ ชื่อเรียกส่วนประกอบต่างๆ เพราะส่วนประกอบเหล่านี้เองที่เป็นตัวบ่งชี้ว่า ใบเลื่อยนั้นๆเหมาะจะใช้ตัดอะไร (ชื่อภาษาไทย เป็นชื่อที่ Meplus แปลเอาเองนะครับ)

1. จำนวนฟัน : ในขณะที่ใบเลื่อยตรงๆ (เช่นเลื่อยมือ หรือเลื่อยจิ๊กซอ) เราดูความละเอียดของใบเลื่อย เป็น “ฟันต่อนิ้ว” หรือ “teeth per inch” (ที่เราพูดในตอนที่สาม) แต่ในเลื่อยวงเดือนนั้นความยาวเส้นรอบวงของใบเลื่อยเป็นขนาดตายตัวอยู่แล้ว เราจึงบอกแค่จำนวนฟันก็พอ แต่อย่าลืมว่า ใบเลื่อยขนาดเล็ก ก็จะมีเส้นรอบวงเล็กไปด้วย นั่นแปลว่า ใบเลื่อย 10 นิ้ว 40 ฟัน จะหยาบกว่า ใบเลื่อย 7 นิ้ว ที่มีจำนวนฟันเท่ากัน และเช่นเดียวกับฟันเลื่อยมือ ที่ยิ่งฟันน้อยก็ย่ิงตัดได้เร็ว แต่จะได้ผิวงานไม่เรียบร้อย เท่ากับตัดด้วยฟันที่ถี่กว่า


2. ลักษณะของฟัน : โดยทั่วไปนิยมใช้กันอยู่ สี่แบบ ได้แก่

Flat Top Grind (FTG) หรือฟันแบบปลายเรียบ บางครั้งเรียกว่า Rakers : ใบเลื่อยแบบนี้จะตัดไม้ด้วยลักษณะคล้ายสิ่วเล็กๆจำนวนมาก มีการกัดไม้และคายไม้ได้เร็ว ตัดขวางเสี้ยนไม้ได้ไม่เรียบร้อยมาก เหมาะกับการโกรกไม้(ตัดตามเสี้ยน)มากกว่า ใบแบบนี้จะทนกว่าใบ ATB Alternate Top Bevel (ATB) หรือฟันแบบเอียงสลับ : ฟันแบบนี้จะเอียงสลับกันไปมา และตัดผ่านไม้เหมือนใบมีดเล็กๆ มากกว่าสิ่ว จึงเฉือนเส้นใยของไม้ได้ดีกว่า เหมาะกับการตัดขวางเสี้ยนมากกว่า ใบอเนกประสงค์ส่วนใหญ่ที่เราได้มาพร้อมกับเลื่อยมักจะเป็นใบแบบนี้ Combination (ATBR) (คือ ATB+Rakers) หรือฟันแบบผสม : ใบแบบนี้จะมีฟันเลื่อยแบบที่ประกอบด้วยชุดฟัน ชุดละ 5ซี่ โดยจะเป็น ATB 4 ซี่ FTG 1 ซี่ ฟันชุดแบบนี้ จะทำให้เราได้ท้องคลองเลื่อยที่เรียบร้อยกว่า เนื่องจากมีฟัน TFG คอยเก็บท้องคลองเลื่อยให้ได้เหลี่ยมสวยงามเสมอ Triple-Chip Grind (TCG) หรือ ใบตัดพลาสติกและอลูมิเนียม (อันนี้ไม่รู้จะแปลตรงตัวว่าอะไร เอาชื่อตามหน้าที่ไปละกันนะ) : ใบแบบนี้จะมีจุดเด่นตรงที่ความทนทานของฟันเลื่อย โดยจะมีฟันที่ทำมุมทั้งสองด้านของฟัน ทำหน้าที่กัดวัสดุออกบางส่วนก่อน สลับกับ ฟันแบบ FTG ที่ตามเก็บความเรียบร้อยของคลองเลื่อยอีกที ใบแบบนี้ใช้ในการตัดพลาสติกเช่นอะคริลิกได้ดี เนื่อยจากไม่ทำให้เกิดการแตก หรือกระเทาะ ระหว่างตัด


3. มุมของฟัน (Hook, Rake) : เป็นมุมของฟันเลื่อยแต่ละซี่ที่ทำมุมกับเส้นผ่านศูนย์กลางของใบเลื่อย มุมนี้จะเป็นตัวกำหนดความรุนแรงในการกัดวัสดุของใบเลื่อย ยิ่งมุมมากก็ยิ่งกัดได้เร็ว แต่ก็มีโอกาสทำให้ชิ้นงานเสียหาย หรือไม่เรียบร้อยได้มาก แต่ยิ่งองศาน้อยก็ยิ่งต้องออกแรงส่งชิ้นงานมาก ซึ่งดีต่อการใช้กับเลื่อยองศาหรือเลื่อยรัศมี เพราะมันช่วยป้องกันการถีบกลับของไม้ได้ดีกว่า


</ref> https://meplushobby.com </ref>