ข้ามไปเนื้อหา

เรือประจัญบานชั้นคิงจอร์จที่ 5 (ค.ศ. 1939)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คิงจอร์จที่ 5 ในปี ค.ศ. 1945
ภาพรวมชั้น
ชื่อ: เรือประจัญบานชั้นคิงจอร์จที่ 5
ผู้ใช้งาน: ธงกองทัพเรือของสหราชอาณาจักร ราชนาวี
ก่อนหน้าโดย: Nelson class
ตามหลังโดย:
ราคา: £7,393,134[1]
ในประจำการ: 1940–1951
เสร็จแล้ว: 5
สูญเสีย: 1
จำหน่ายทิ้ง: 4
ลักษณะเฉพาะ
ประเภท: เรือประจัญบาน
ขนาด (ระวางขับน้ำ):

36,727–40,000 long ton (37,316–40,642 ตัน) (standard)

42,076–45,360 long ton (42,751–46,088 ตัน) (deep load)
ความยาว:
  • 745 ft 1 in (227.1 m) (o/a)
  • 700 ft 1 in (213.4 m) (waterline)
ความกว้าง: 103 ft 2.5 in (31.5 m)
กินน้ำลึก: 33 ft 7.5 in (10.2 m)
ระบบพลังงาน:
ระบบขับเคลื่อน: 4 shafts; 4 geared steam turbine sets
ความเร็ว: 28 นอต (52 กิโลเมตรต่อชั่วโมง; 32 ไมล์ต่อชั่วโมง)
พิสัยเชื้อเพลิง: 15,600 nmi (28,900 km; 18,000 mi) at 10 นอต (19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง; 12 ไมล์ต่อชั่วโมง)
อัตราเต็มที่: 1422 (1941)
ระบบตรวจการและปฏิบัติการ:
ยุทโธปกรณ์:
สิ่งป้องกัน:
  • Main Belt: 14.7 นิ้ว (373 มิลลิเมตร)
  • Lower belt: 5.4 นิ้ว (137 มิลลิเมตร)
  • Deck: 4.88–5.88 นิ้ว (124–149 มิลลิเมตร)
  • Main turrets: 12.75 นิ้ว (324 มิลลิเมตร)
  • Barbettes: 12.75 นิ้ว (324 มิลลิเมตร)
  • Bulkheads: 10–12 นิ้ว (254–305 มิลลิเมตร)
  • Conning tower: 3–4 นิ้ว (76–102 มิลลิเมตร).[2]
อากาศยาน: 4 × Supermarine Walrus seaplanes
อุปกรณ์สนับสนุนการบิน: 1 × double-ended catapult (removed early 1944)

เรือประจัญบานชั้นคิงจอร์จที่ 5 (อังกฤษ: King George V-class battleship) เป็นชั้นเรือประจัญบานที่สร้างขึ้นโดยราชนาวีอังกฤษในช่วงก่อนและต้นสงครามโลกครั้งที่สอง

การออกแบบ

[แก้]

แนวทางการออกแบบเรือชั้นนี้เกิดขึ้นภายใต้ข้อผูกพันของ สนธิสัญญารัฐนาวีกรุงลอนดอนฉบับที่สอง ซึ่งกำหนดให้ประเทศผู้ลงนามสามารถสร้างเรือประจัญบานที่มีปืนใหญ่ไม่เกินขนาด 14 นิ้ว (356 มม.) และมีระวางขับน้ำไม่เกิน 35,000 ตัน ราชนาวีอังกฤษเลือกที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้โดยเคร่งครัด ในขณะที่บางประเทศอย่างญี่ปุ่นและอิตาลีถอนตัวและเริ่มสร้างเรือขนาดใหญ่กว่าโดยไม่ยึดตามสนธิสัญญา[3]

เรือชั้นคิงจอร์จที่ 5 ถูกออกแบบให้มีปืนใหญ่หลักขนาด 14 นิ้ว จำนวน 10 กระบอก ติดตั้งในสามป้อมปืน โดยหนึ่งในนั้นเป็นป้อมแบบ 4 กระบอก ซึ่งเป็นการชดเชยข้อเสียเปรียบในด้านขนาดลำกล้อง ซึ่งด้อยกว่าเรือประจัญบานของเยอรมัน อิตาลี และญี่ปุ่น แต่การออกแบบป้อมปืนสี่กระบอกในหนึ่งป้อมก็สร้างปัญหาทางกลไกและการบำรุงรักษาอยู่ไม่น้อย ในด้านการป้องกัน เรือชั้นนี้ใช้ระบบเกราะแบบ มีเกราะเฉพาะส่วนสำคัญ นอกจากนั้นไม่มีเกราะเลย เกราะข้างลำเรือมีความหนาถึง 373 มม. และดาดฟ้าหุ้มเกราะหลายชั้น รวมถึงมีการออกแบบป้องกันการระเบิดใต้น้ำอย่างรอบคอบ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงในการรบ เช่นในกรณีของเรือหลวงปรินส์ออฟเวลส์ (53) ที่สามารถทนต่อการยิงจากเรือประจัญบานบิสมาร์คในยุทธนาวีช่องแคบเดนมาร์ก

แม้มีข้อด้อยในด้านปืนหลัก แต่ก็มีข้อได้เปรียบที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือความสามารถในการรวมเทคโนโลยีควบคุมการยิงที่ทันสมัย เช่น ระบบเรดาร์แบบ 284 สำหรับการตรวจจับและเล็งเป้าหมายในทุกสภาพอากาศซึ่งถือว่าล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในยุคเดียวกัน เรือชั้นนี้ถูกออกแบบให้สามารถรองรับกำลังพลได้จำนวนมาก ในยามสงบประมาณ 1,314 นาย ในยามสงครามขยายได้ถึง 1,650 นาย

รายชื่อเรือในชั้น

[แก้]

เรือประจัญบานชั้นคิงจอร์จที่ 5 สร้างขึ้นจำนวน 5 ลำ ได้แก่:

อ้างอิง

[แก้]
  1. Burt, p. 389
  2. Konstam, p. 22
  3. Garzke, William H. & Dulin, Robert O. (1985). Battleships: Allied Battleships in World War II. Naval Institute Press.