เยี่ย จื่อเหมย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เยี่ย จื่อเหมย
ชื่อเกิดเยี่ยจื่อเหมย
ชื่อเล่นดาราสาวอกภูเขาไฟ (Big Boba)
เกิด วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 (53 ปี)
ฮ่องกง
ชื่ออื่น เอมี่ ยิป (Amy Yip)
อาชีพ นักแสดงเกรดสาม
ปีที่แสดง ปีพ.ศ. 2528-2539
ผลงานเด่น -โอมเนื้อหนังมังผี (พ.ศ. 2533)
-โอมเนื้อหนังมังผี ภาค2 (พ.ศ. 2534)
-อาบรักกระบี่คม ภาค1 (พ.ศ. 2534)
ค่าย -เอทีวี
-โกลเดนฮาร์เวสต์
ข้อมูลบนเว็บ IMDb

เยี่ยจื่อเหมย (จีน:葉子楣; พินอิน :Yè Zǐmèi; กวางตุ้ง :Ye4 Zi3 Mei2; อังกฤษ:Amy Yip) เป็นอดีตนักแสดงดาวโป๊หญิงอันดับหนึ่งชาวฮ่องกง ในยุค 90s ที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากทั่วเอเชีย กับหนังเรท R (18+) ในยุคสมัยนั้น ด้วยหน้าอกที่มีขนาดใหญ่เกือบ 40 นิ้ว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเธอที่ใคร ๆ ต้องจดจำ และด้วยขนาดใหญ่โตของหน้าอกนี้เอง ก็ได้นำพาให้เธอมาเล่นหนังเรทอาร์ จนโด่งดัง กลายเป็น เซ็กซี่สตาร์ เบอร์หนึ่งของฮ่องกงในช่วง ปลายยุค 1980s - 1990s ซึ่งเป็นยุคที่หนังเรทอาร์ ทางฝั่งฮ่องกงรุ่งเรืองสุด ๆ จนเธอได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชินีหนังเรทอาร์ แห่งเอเชีย อีกฉายาที่ถูกเรียกบ่อย ๆ จากสื่อคือ ดาราสาวอกภูเขาไฟ (Big Boba) อีกทั้งเธอยังได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับของหนังเรทอาร์สุดอื้อฉาวเรื่อง อาบรักกระบี่คม ภาค1 (Sex and Zen 1991) ที่ฮิตถล่มถลายจนต้องสร้างภาคต่อตามมาอีกหลายภาค ก่อนหน้าที่จะสร้างเป็นภาพยนตร์ ภาค3D เรื่อง ตำรารักทะลุจอ [1][2][3][4][5]


เธอเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2528 ซึ่งจริง ๆ แล้ว แรกเริ่มเดิมทีนั้น เธอเริ่มเป็นที่รู้จักและแจ้งเกิดในฐานะนักแสดง จากผลงานละครทีวีของสถานีโทรทัศน์เอทีวี (ATV) และมีผลงานการแสดงอยู่หลายเรื่อง แต่ทว่า...ด้วยหน้าตาของเธอที่ไม่โดดเด่นมากนักออกจะแนวจีนบ้าน ๆ แถมฝีมือการแสดงก็ดูแสนจะธรรมดา จึงทำให้เธอแค่เป็นที่รู้จักเท่านั้น แต่ไม่ได้โดดเด่น หรือโด่งดังอะไรเลย

หลังจากหมดสัญญาการเป็นนักแสดงกับทางช่องเอทีวี เธอก็ออกมารับเล่นภาพยนตร์ โดยเริ่มแสดงภาพยนตร์กับค่าย บริษัท โกลเดนฮาร์เวสต์ และมีโอกาสได้ร่วมเล่นในหนังที่เฉินหลงแสดง และมีชื่อเสียงขึ้นมาในระดับหนึ่งต่อมาด้วยหน้าอกที่มีขนาดใหญ่จึงมีคนชักชวนเธอให้เล่นหนังเกรดสาม และเธอก็จับจุดขายได้ว่า รูปร่างและหน้าอกไซส์ขนาดใหญ่ยักษ์ของเธอนั้น เป็นที่สนใจของผู้คน มากกว่าใบหน้าของเธอ ซะอีก ดังนั้นเธอจึงใช้มันให้เป็นประโยชน์ และก็สำเร็จตามสูตร เหมือนสูตรความสำเร็จของยุคนั้น ที่ดาราขาลงหรือดาราที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงแต่ใจกล้า ที่จะรับเล่นหนังเรทอาร์ เพื่อดึงชื่อเสียงให้ได้รับความสนใจขึ้นมา และเธอก็เป็นหนึ่งในนั้นเมื่อได้เกิดกระแสที่โด่งดังไปทั่วเอเชียขึ้นมาทันที ในตอนที่ภาพยนตร์เรื่อง โอมเนื้อหนังมังผี (Erotic Ghost Story 1990) ซึ่งเป็นภาพยนตร์จีนแนวอีโรติก กำกับโดย หลันไนไฉ (Lam Nai Choi) ที่ออกฉายทั้งในฮ่องกงและประเทศแถบทวีปเอเชีย เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2533 ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เธอแจ้งเกิดในฐานะ เซ็กซี่สตาร์ อย่างเต็มตัวและกลายเป็นหนึ่งในดาวยั่วที่ได้รับความนิยมชั้นแนวหน้าของฮ่องกง ในยุค 90s ต่อมาเธอก็มีผลงานแนวนี้ตามออกมาอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง อาบรักกระบี่คม ภาค1 (Sex and Zen 1991) เป็นภาพยนตร์เรทอาร์ที่โด่งดังไปทั่วเอเชีย จนเธอได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชินีหนังเรทอาร์ และกลายเป็นภาพยนตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเธอ

ต่อมาในปีพ.ศ. 2535 หลังจากแสดงภาพยนตร์เรื่อง เนื้อ..นม..ไข่ (Stooges in Hong Kong 1992) เธอเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพที่ข้อกระดูกจนต้องรับการผ่าตัด กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องรับงานน้อยลง เพราะต้องพักรักษาตัว จากเหตุการณ์เจ็บป่วยในครั้งนี้ทำให้เธอได้พบรักกับ หมอที่เป็นแพทย์ด้านกระดูก ที่ดูแลและผ่าตัดให้กับเธอ ทั่งคู่ตัดสินใจคบหากันในเวลาต่อมา พร้อม ๆ กับที่เธอเริ่มค่อย ๆ ถอนตัวออกจากวงการ

ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่เธอเล่นทิ้งทวนก่อนที่จะประกาศแขวนเต้าและหันหลังให้กับวงการ คือเรื่อง ซือเจ๊...ลุยแหลก (Top fighter 1996) หลังจากเรื่องนี้ เธอก็ได้อำลาวงการไปใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุขกับแฟนหนุ่มโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานหรือมีบุตรด้วยกันแต่อย่างใด

ปัจจุปันเธอมีชีวิตที่หรูหรา และอาศัยในบ้านพักหรูย่าน แฮปปี้ วัลเล่แมนชั่น (Happy Valley mansion) ที่มีมูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท และยังเป็นเจ้าของรถยนต์หรู ที่มีมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท โดยที่เธอประสบความสำเร็จอย่างมากกับธุรกิจร้านอาหาร เธอมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ใน จงหวน (Zhonghuan) หนึ่งแห่ง และยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นและอาหารจีนในมาเก๊า อีกหนึ่งแห่ง ซึ่งร้านดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ ที่เป็นทั้งคลับสปอร์ต และ แหล่งท่องเที่ยว ที่มีมูลค่ามากกว่า 24 ล้านบาท

ประวัติ[แก้]

เยี่ยจื่อเหมย เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 ที่ฮ่องกง เธอเป็นบุตรคนที่3 จากบรรดาพี่น้องทั้งหมด 4 คน แรกเริ่มบิดาและมารดาของเธออาศัยอยู่ที่ไทชาน มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งตั้งอยู่ตอนใต้สุดของประเทศจีน ติดกับทะเลจีนใต้ ใกล้กับเกาะฮ่องกงและมาเก๊า

ต่อมาครอบครัวของเธอได้เดินทางอพยพออกจากถิ่นฐานเดิม ไปยังประเทศฮ่องกง เมื่อปีพ.ศ. 2502 และพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าราคาถูก ย่านนิคมอุตสาหกรรมในเขตอำเภอไควชุง (Kwai Chung) พ่อเปิดร้านตัดผมเลี้ยงชีพ และส่งเธอจนเรียนจบในระดับชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนอนุสรณ์ ลกซิ้ง (Lok Sin Tong Leung Chik Wai Memorial School) ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในฮ่องกง

ปีพ.ศ. 2527 เธอได้ไปสมัครเรียนการแสดงของสถานีโทรทัศน์เอทีวี และผ่านการคัดเลือก โดยใช้เวลาฝึกอบรมการแสดงกับทางค่ายอยู่ 1 ปี ต่อมาในปีพ.ศ. 2528 เธอจบการแสดงจากชั้นฝึกอบรมของสถานีโทรทัศน์เอทีวี (ATV) และกลายเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว เธอมีผลงานละครทีวีกับทางค่ายเอทีวี 3 ปี และมีโอกาสร่วมแสดงในละครเด่น ๆ ของทางค่าย เช่น "จี้กง", "เดชนางพญาผมขาว", "3 คู่ชูชื่น" เป็นต้น แต่ทว่า...เธอกลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก เพราะโดยส่วนใหญ่บทที่เธอได้รับจะเป็นตัวสมทบที่ไม่ค่อยโดดเด่นอะไรมาก จนกระทั่งหมดสัญญาการเป็นนักแสดงให้กับทางค่ายเอทีวี ในปีพ.ศ. 2530

หลังจากนั้นเธอได้หันไปเป็นนักแสดงภาพยนตร์ให้กับค่าย โกลเดนฮาร์เวสต์ และมีโอกาสได้ร่วมเล่นเป็นตัวประกอบในหนังที่เฉินหลงแสดง เช่น เรื่อง ฉีจี้ (Miracles 1989) หรือหนังที่มี โจวซิงฉือ แสดงนำ เช่น เรื่อง คนเล็กทะลุโลก (in Look Out, Officer ! 1990) ต่างก็ทำให้เธอมีชื่อเสียงขึ้นมาในระดับหนึ่ง นอกจากนี้เธอได้โชว์ความสามารถทางการแสดงในภาพยนตร์แนวสยองขวัญ อย่างเรื่อง ดุดี ผีน้ำลึก (Mortuary Blues 1990) แต่เนื่องจากสัดส่วนรูปร่างโดยเฉพาะหน้าอกขนาดใหญ่เกือบ 40 นิ้วของเธอ เป็นที่สนใจจากผู้คนมาโดยตลอด จึงทำให้เธอถูกชักชวนให้เล่นภาพยนตร์เรทอาร์ แบบเต็มรูปแบบ และตัวเธอเองก็จับจุดได้ว่า "หน้าอก" ของเธอคือจุดขาย

จนกระทั่งปีพ.ศ. 2533 เมื่อภาพยนตร์เรทอาร์ เรื่อง โอมเนื้อหนังมังผี ภาค1 (Erotic Ghost Story 1990) ออกฉายทั่วเอเชีย ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้ทำให้เธอโด่งดังขึ้นมาและแจ้งเกิดเธอในฐานะ "นักแสดงเกรดสาม" อย่างเต็มตัว จนต้องมีผลงานทำนองนี้ตามมาอีกหลายเรื่อง เช่น ผีดี...ราศรีโด่ (Ghostly Vixen 1990), คนเหล็กหญิง (Robotrix 1991), ขายรัก...ไม่ขายใจ (Easy Money 1991), โอมเนื้อหนังมังผี ภาค2 (Erotic Ghost Story 2 1991) และภาพยนตร์เรทอาร์ที่โด่งดังที่สุดในชีวิตการแสดงของเธอ จนขึ้นหิ้งระดับตำนานมาจนถึงทุกวันนี้ เรื่อง อาบรักกระบี่คม ภาค1 (Sex and Zen 1991) อีกทั้งฉากการปรากฏตัวของเธออันแสนวาบหวิว ในเรื่อง คนเล็ก...เกิดมาต้มตามพรหมลิขิต (The Magnificent Scoundrels 1991) ว่ากันว่าเป็นฉากที่ทำให้ผู้ชมที่เป็นผู้ชายต่างพากันน้ำลายไหล กันเป็นแถว จากความสำเร็จของผลงานเหล่านี้ได้ทำให้เธอขึ้นแท่นเป็น นักแสดงดาวโป๊หญิงอันดับหนึ่ง ของฮ่องกง จนได้รับการขนานนามจากสื่อเลยว่าเป็น ราชินีหนังเรทอาร์ แห่งเอเชีย

ปีถัดมาพ.ศ. 2535 เธอยังคงมีผลงานเรทอาร์ ที่ได้รับความนิยม เช่น ผู้หญิงอย่างว่า...ก็มีหัวใจ (China Dolls 1992), เนื้อ..นม..ไข่ (Stooges in Hong Kong 1992) อีกทั้งยังมีโอกาสร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่มี หลิวเต๋อหัว แสดงนำ อย่างเรื่อง ชีวิตเธอ ชีวิตข้า ชีวิตเดียว (The Prince of Temple Street 1992) อีกด้วย ในขณะที่เธอกำลังโด่งดังและไปได้สวยกับเส้นทางในวงการบันเทิงอยู่นั้น เธอก็เกิดปัญหาเรื่องสุขภาพที่ข้อกระดูกจนต้องรับการผ่าตัด กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องรับงานน้อยลง เพราะต้องพักรักษาตัว จากเหตุการณ์เจ็บป่วยในครั้งนี้ทำให้เธอได้พบรักกับ หมอที่เป็นแพทย์ด้านกระดูก ที่ดูแลและผ่าตัดให้กับเธอ

หลังจากนั้นเธอแทบจะไม่ได้รับงานแสดงเลย พร้อมๆ กับเริ่มหมดยุคหนังเกรดสาม ของฮ่องกง ผลงานท้าย ๆ ก่อนที่เธอจะหันหลังให้กับวงการมายาอย่างถาวร คือเรื่อง ผู้หญิงคนนี้...ไม่ใช่ของเล่น (Underground Judgement 1994) และ ซือเจ๊...ลุยแหลก (Top fighter 1996) จนในปีพ.ศ. 2540 เธอก็ออกจากวงการไปทำธุรกิจร้านอาหารจนประสบความสำเร็จรุ่งเรือง โดยเธอมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ใน จงหวน (Zhonghuan) และยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นและอาหารจีนในมาเก๊า อีกด้วย ปัจจุปันเธอมีชีวิตที่หรูหรา และอาศัยในบ้านพักหรูย่าน แฮปปี้ วัลเล่แมนชั่น (Happy Valley mansion) และใช้ชีวิตครอบครัวกับแฟนหนุ่มอย่างมีความสุขโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานหรือมีบุตรด้วยกันแต่อย่างใด

ผลงานบางส่วน[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประวัติ:เยี่ยจื่อเหมย
  2. "อดีตดาวยั่วรุ่นเดอะ เยี่ยจื่อเหมย". 星洲日報. 13 มิถุนายน 2555.
  3. "ประวัติ เยี่ยจื่อเหมย". AM730. 12 กรกฎาคม 2556.
  4. "ประวัติ เยี่ยจื่อเหมย". mydramalist.
  5. "ข้อมูลบางส่วนของ เยี่ยจื่อเหมย". china.org.cn. 11 มิถุนายน 2554.

แหล่งข้อมูล[แก้]