เม็กกาโลดอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เม็กกาโลดอน
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ไมโอซีนไพลโอซีน ~(23 ถึง 2.6 ล้านปีก่อน)
Carcharodon megalodon.jpg
เปรียบเทียบขนาดเม็กกาโลดอนกับมนุษย์ เมื่อ ค.ศ. 1909[1]
Carcharodon megalodon SI.jpg
ภาพจำลองของเม็กกาโลดอน
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Chondrichthyes
ชั้นย่อย: Elasmobranchii
อันดับ: Lamniformes
วงศ์: Otodontidae
สกุล: Carcharocles
สปีชีส์: C.  megalodon
ชื่อทวินาม
Carcharocles megalodon
Agassiz, 1843
ชื่อพ้อง
  • Procarcharodon megalodon Casier, 1960
  • Megaselachus megalodon Glikman, 1964
  • Otodus megalodon Agassiz, 1843

เม็กกาโลดอน (อังกฤษ: Megalodon; มาจากภาษากรีกโบราณคำว่า μέγας (megas) "ใหญ่, ทรงพลัง" และ ὀδoύς (odoús), "ฟัน"—ต้นกำเนิดคือ odont-, ตามที่เห็นในรูปแบบสัมพันธ์รูปแบบ ὀδόντος, odóntos; หมายความโดยรวม คือ ฟันใหญ่[2]) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เม็ก (Meg[3]) ปลาฉลามขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carcharocles megalodon โดยเดิมใช้ชื่อวิทยาศาตร์ว่า Carcharodon megalodon ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกันกับปลาฉลามขาว (C. carcharias) ด้วยเชื่อว่ามีพฤติกรรมและลักษณะคล้ายคลึงกัน แม้ว่าเม็กกาโลดอนจะมีขนาดใหญ่กว่ามาก และจัดอยู่ในวงศ์ Lamnidae แต่ปัจจุบันได้มีการพิจารณาใหม่ให้ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carcharocles megalodon และอยู่ในวงศ์ Otodontidae ซึ่งเป็นวงศ์ของปลาฉลามขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ยุคก่อยประวัติศาสตร์ ในอันดับ Lamniformes[4][5][6]

ในช่วงที่มีชีวิตอยู่[แก้]

เม็กกาโลดอน มีชีวิตอยู่ในราว 23 ถึง 2.6 ล้านปีก่อน (ไมโอซีนตอนต้นถึงไพลโอซีน[4]) ถึงโดยแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรในแถบทวีปอเมริกาใต้ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เม็กกาโลดอนกินอาหารโดยไม่เลือก และอาจจะกินวาฬได้ด้วย เนื่องจากมีการขุดค้นพบกระดูกวาฬที่มีรอบฟันคล้ายรอยฟันของปลาฉลามกัด เชื่อว่าเป็นรอยฟันของเม็กกาโลดอน โดยเหยื่อของเม็กกาโลดอนชนิดหนึ่ง คือ ออโดเบ็นโอเซ็ทออป ซึ่งเป็นวาฬในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีลักษณะคล้ายนาร์วาฬในยุคปัจจุบัน

ขนาด[แก้]

ภาพแสดงขนาดของปลาฉลามชนิดต่าง ๆ เทียบกับมนุษย์ (สีเขียว-ปลาฉลามขาว, สีแดง-เม็กกาโลดอน)
ขนาดฟันของเม็กกาโลดอนเมื่อเทียบกับฟันของปลาฉลามขาวในยุคปัจจุบัน

ขนาดของเม็กกาโลดอน อาจมีความยาวประมาณ 20–22 เมตร (มากกว่า 60 ฟุต) ฟันของเม็กกาโลดอน มีความยาวประมาณ 21 เซนติเมตร พบที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา และมีขนาดกรามใหญ่ถึง 2 เมตร นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเม็กกาโลดอนที่ยังอ่อน จะอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเล และตัวใหญ่จะออกหากินตามทะเลเปิดและก้นมหาสมุทร โดยสามารถว่ายน้ำและโจมตีเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว

การสูญพันธุ์และการอ้างว่ามีการพบเห็น[แก้]

ปัจจุบัน เม็กกาโลดอนได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วราว 2 ล้านปีก่อน คาดว่าอาจเป็นเพราะ วาฬเริ่มอพยพสู่เขตน้ำเย็น ซึ่งเม็กกาโลดอนอาศัยอยู่ได้แค่เขตน้ำอุ่นเท่านั้น มันไม่สามารถเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายได้เหมือน ปลาฉลามขาว จึงไม่มีอาหารขนาดใหญ่พอสำหรับมัน จึงเป็นสาเหตุให้เม็กกาโลดอนเริ่มสูญพันธุ์ไปจนหมด แต่ยังเหลือปลาที่มีความใกล้เคียงกันที่สุดก็คือ ปลาฉลามขาว ความใหญ่และน่ากลัวของเม็กกาโลดอนทำให้มีผู้นำไปสร้างเป็นนวนิยายและภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง เช่น Shark Attack 3: Megalodon ในปี ค.ศ. 2002, นวนิยายเรื่อง Megalodon เขี้ยวมหึ...สึนามิ นวนิยายแนววิทยาศาสตร์สยองขวัญ โดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักเขียนและนักสมุทรศาสตร์ชาวไทย ในปี ค.ศ. 2005 หรือสารคดีทางโทรทัศน์เรื่อง Megalodon: The Monster Shark Lives เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2013 ทางช่องดิสคัฟเวอรี [7]

อย่างไรก็ดี ในปี ค.ศ. 1933 มีชายชาวอเมริกันคนหนึ่งอ้างว่า เขาได้พบเห็นปลาฉลามตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าปลาฉลามปกติทั่วไปหลายเท่า โดยพบที่มหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งของสหรัฐอเมริกา เขาอ้างว่าเฉพาะหัวส่วนของมันมีขนาดใหญ่ราว 10 ฟุต[3]

อนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ติดตั้งกล้องน้ำลึกเพื่อบันทึกภาพการกินเหยื่อของฉลาม และพบฉลามตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก โดยที่นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่า มันคือปลาฉลามชนิดไหน แต่อาจมีความเป็นไปได้ว่า คือ เม็กกาโลดอน (แต่มีผู้สันนิษฐานว่า คือ ปลาฉลามสลีปเปอร์แปซิฟิก (Somniosus pacificus) ซึ่งโตเต็มที่ยาวได้ 7 เมตร)

อ้างอิง[แก้]

  1. Helfman, Gene; Collette, Bruce; Facey, Douglas (1997). The diversity of fishes. Wiley Blackwell. ISBN 978-0-86542-256-8. 
  2. μέγας. Liddell, Henry George; Scott, Robert; A Greek–English Lexicon at Perseus Project. Also, ὀδούς in Liddell and Scott. Retrieved 11 August 2013.
  3. 3.0 3.1 Mystery Hunters (TV Series 2002– ) ที่อินเทอร์เน็ตมูวีเดตาเบส
  4. 4.0 4.1 Pimiento, C.; MacFadden, B. J.; Clements, C. F.; Varela, S.; Jaramillo, C.; Velez-Juarbe, J.; Silliman, B. R. (2016-03-30). "Geographical distribution patterns of Carcharocles megalodon over time reveal clues about extinction mechanisms". Journal of Biogeography 43 (8): 1645–1655. doi:10.1111/jbi.12754. 
  5. Pimiento, C.; Clements, C. F. (2014-10-22). "When Did Carcharocles megalodon Become Extinct? A New Analysis of the Fossil Record". PLoS ONE 9 (10): e111086. doi:10.1371/journal.pone.0111086. 
  6. Pimiento, C.; Balk, M. A. (2015-06-04). "Body-size trends of the extinct giant shark Carcharocles megalodon: a deep-time perspective on marine apex predators". Paleobiology 41 (3): 479–490. PMC 4541548. PMID 26321775. doi:10.1017/pab.2015.16. 
  7. "Shark Week 'Megalodon: The Monster Shark Lives' Tries To Prove Existence Of Prehistoric Shark (VIDEO)". Huff Post Green. 5 August 2013. สืบค้นเมื่อ 11 August 2013. 

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

เอกสารอ่านเพิ่มเติม[แก้]

  • Bretton W. Kent (1994). Fossil Sharks of the Chesapeake Bay Region. Egan Rees & Boyer, Inc.; 146 pages. ISBN 1-881620-01-8
  • Dickson, K. A.; Graham, J. B. (2004). "Evolution and consequences of endothermy in fishes". Physiological and Biochemical Zoology 77 (6): 998–1018. PMID 15674772. doi:10.1086/423743.