เม็กกาโลดอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เม็กกาโลดอน
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่:
BurdigalianZanclean, c. 23–3.6Ma
Large black model of shark jaws with two visible rows of teeth, suspended by wires inside a room.
แบบจำลองของขากรรไกรเม็กกาโลดอน ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Chondrichthyes
ชั้นย่อย: Elasmobranchii
อันดับ: Lamniformes
วงศ์: Otodontidae
สกุล: Otodus
สปีชีส์: O.  megalodon
ชื่อทวินาม
Otodus megalodon
Agassiz, ค.ศ. 1843
ชื่อพ้อง[1][2][3][4]

เม็กกาโลดอน (อังกฤษ: Megalodon; มาจากภาษากรีกโบราณคำว่า μέγας (megas) "ใหญ่, ทรงพลัง" และ ὀδoύς (odoús), "ฟัน"—ต้นกำเนิดคือ odont-, ตามที่ในรูปแบบสัมพันธ์รูปแบบ ὀδόντος, odóntos; หมายความโดยรวม คือ ฟันใหญ่[5]) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เม็ก (Meg[6]) ปลาฉลามขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา เดิมใช้ชื่อวิทยาศาตร์ว่า Carcharocles megalodon แต่ปัจจุบันได้มีการพิจารณาใหม่ให้ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Otodus megalodon อยู่ในวงศ์ Otodontidae ซึ่งเป็นวงศ์ของปลาฉลามขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในอันดับ Lamniformes[7][8][9]

ในช่วงที่มีชีวิตอยู่[แก้]

เม็กกาโลดอน มีชีวิตอยู่ในราว 23 ถึง 2.6 ล้านปีก่อน (ไมโอซีนตอนต้นถึงไพลโอซีน[7]) ถึงโดยแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรในแถบทวีปอเมริกาใต้ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เม็กกาโลดอนกินอาหารโดยไม่เลือก และอาจจะกินวาฬได้ด้วย เนื่องจากมีการขุดค้นพบกระดูกวาฬที่มีรอยฟันคล้ายรอยฟันของปลาฉลามกัด เชื่อว่าเป็นรอยฟันของเม็กกาโลดอน โดยเหยื่อของเม็กกาโลดอนชนิดหนึ่ง คือ ออโดเบ็นโอเซ็ทออป ซึ่งเป็นวาฬในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีลักษณะคล้ายนาร์วาฬในยุคปัจจุบัน

ขนาด[แก้]

ประมาณโดยเฉลี่ย[แก้]

เนื่องจากเม็กกาโลดอนเป็นปลากระดูกอ่อนเวลาที่มันตายจะไม่ลงเหลือมาเป็นซากดึกดำบรรพ์จึงมีการประมาณขนาดที่ขัดแย้งกันมากมาย การศึกษาในปี 2015 ประมาณความยาวเฉลี่ย 10.5 เมตร (34 ฟุต) เป็นไปได้ว่าเม็กกาโลดอนทั่วโลก มีขนาดร่างกายและพฤติกรรมที่แต่งต่างกันเนื่องความกดดันทางระบบนิเวศที่ต่างกัน และในปี 2020 โดยพิจารณาจากปลาฉลามขาว ปลาฉลามมาโก Lamna ชี้ให้เห็นว่าเม็กกาโลดอน ยาว 16 ม. (52 ฟุต) จะมีส่วนหัวที่ยาว 4.65 ม. (15.3 ฟุต), 1.41 ม. (4 ฟุต 8 นิ้ว) ร่องเหงือกสูงครีบหลังสูง 1.62 ม. (5 ฟุต 4 นิ้ว) ครีบอกยาว 3.08 ม. (10 ฟุต 1 นิ้ว) และครีบหางสูง 3.85 ม. (12 ฟุต 8 นิ้ว) เม็กกาโลดอนเพศผู้ที่โตเต็มที่อาจมีมวล 12.6 ถึง 33.9 เมตริกตัน (13.9 ถึง 37.4 ตันสั้น) และตัวเมียที่โตเต็มที่อาจมีน้ำหนัก 27.4 ถึง 59.4 เมตริกตัน (30.2 ถึง 65.5 ตันสั้น)และตัวเมียที่โตเต็มที่อาจมีน้ำหนัก 27.4 ถึง 59.4 เมตริกตัน (30.2 ถึง 65.5 ตันสั้น) ความเร็วในการว่ายน้ำคาดว่าโดยทั่วไปแล้วเม็กกาโลดอนจะว่ายน้ำที่ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (11 ไมล์ต่อชั่วโมง) - โดยทั่วไปแล้วมวลร่างกายอยู่ที่ 48 เมตริกตัน (สั้น 53 ตัน) ซึ่งสอดคล้องกับสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่ เช่นวาฬฟิน (Balaenoptera physalus) ซึ่งโดยทั่วไปจะว่ายน้ำด้วยความเร็ว 14.5 ถึง 21.5 กม. / ชม.

สถานที่ค้นพบฟอสซิล[แก้]

เม็กกาโลดอนมีการกระจายพันธุ์ทั่วโลกและพบฟอสซิลของเม็กกาโลดอนในหลาย ๆ ที่ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศแองโกลา ประเทศลิเบีย ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอิตาลี ประเทศสเปน ประเทศโปรตุเกส สหราชอาณาจักร ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแอนติกาและบาร์บูดา ประเทศเม็กซิโก ประเทศเอกวาดอร์ ประเทศเวเนซุเอลา ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศอียิปต์ ประเทศมาดากัสการ์ ประเทศไนจีเรีย ประเทศอินเดีย ประเทศญี่ปุ่น ประเทศพม่า ประเทศออสเตรีย ประเทศเบลเยี่ยม ประเทศไซปรัส ประเทศเช็กเกีย ประเทศเดนมาร์ก ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนี ประเทศมอลตา ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศโปแลนด์ ประเทศสโลวาเกีย ประเทศตุรกี ประเทศบาร์เบโดส ประเทศคิวบา ประเทศเกรเนดา ประเทศจาเมกา ปวยร์โตรีโก ประเทศปานามา ประเทศอาร์เจนตินา ประเทศชิลี ประเทศโคลอมเบีย ประเทศเปรู ประเทศอุรุกวัย ประเทศฟิจิ และ เฟรนช์โปลินีเซีย

การสูญพันธุ์และการอ้างว่ามีการพบเห็น[แก้]

ปัจจุบัน เม็กกาโลดอนได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วราว 2 ล้านปีก่อน คาดว่าอาจเป็นเพราะ วาฬเริ่มอพยพสู่เขตน้ำเย็น ซึ่งเม็กกาโลดอนอาศัยอยู่ได้แค่เขตน้ำอุ่นเท่านั้น มันไม่สามารถเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายได้เหมือน ปลาฉลามขาว จึงไม่มีอาหารขนาดใหญ่พอสำหรับมัน จึงเป็นสาเหตุให้เม็กกาโลดอนเริ่มสูญพันธุ์ไปจนหมด แต่ยังเหลือปลาที่มีความใกล้เคียงกันที่สุดก็คือ ปลาฉลามขาว ความใหญ่และน่ากลัวของเม็กกาโลดอนทำให้มีผู้นำไปสร้างเป็นนวนิยายและภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง เช่น Shark Attack 3: Megalodon ในปี ค.ศ. 2002, นวนิยายเรื่อง Megalodon เขี้ยวมหึมาสึนามิ นวนิยายแนววิทยาศาสตร์สยองขวัญ โดย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักเขียนและนักสมุทรศาสตร์ชาวไทย ในปี ค.ศ. 2005 หรือสารคดีทางโทรทัศน์เรื่อง Megalodon: The Monster Shark Lives เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2013 ทางช่องดิสคัฟเวอรี [10]

อย่างไรก็ดี ในปี ค.ศ. 1933 มีชายชาวอเมริกันคนหนึ่งอ้างว่า เขาได้พบเห็นปลาฉลามตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าปลาฉลามปกติทั่วไปหลายเท่า โดยพบที่มหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งของสหรัฐอเมริกา เขาอ้างว่าเฉพาะหัวส่วนของมันมีขนาดใหญ่ราว 10 ฟุต[6]

อนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ติดตั้งกล้องน้ำลึกเพื่อบันทึกภาพการกินเหยื่อของฉลาม และพบฉลามตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก โดยที่นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้ว่า มันคือปลาฉลามชนิดไหน แต่อาจมีความเป็นไปได้ว่า คือ เม็กกาโลดอน (แต่มีผู้สันนิษฐานว่า คือ ปลาฉลามสลีปเปอร์แปซิฟิก (Somniosus pacificus) ซึ่งโตเต็มที่ยาวได้ 7 เมตร)

อ้างอิง[แก้]

  1. "Otodus (Megaselachus) megalodon (Agassiz, 1837)". SharkReferences.com. สืบค้นเมื่อ 24 October 2017.
  2. Eastman, C. R. (1904). Maryland Geological Survey. 2. Baltimore, Maryland: Johns Hopkins University. p. 82.
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ cappetta
  4. Hay, O. P. (1901). "Bibliography and Catalogue of the Fossil Vertebrata of North America". Bulletin of the United States Geological Society (179): 308.
  5. μέγας. Liddell, Henry George; Scott, Robert; A Greek–English Lexicon at Perseus Project. Also, ὀδούς in Liddell and Scott. Retrieved 11 August 2013.
  6. 6.0 6.1 Mystery Hunters (TV Series 2002– ) ที่อินเทอร์เน็ตมูวีเดตาเบส
  7. 7.0 7.1 Pimiento, C.; MacFadden, B. J.; Clements, C. F.; Varela, S.; Jaramillo, C.; Velez-Juarbe, J.; Silliman, B. R. (2016-03-30). "Geographical distribution patterns of Carcharocles megalodon over time reveal clues about extinction mechanisms". Journal of Biogeography. 43 (8): 1645–1655. doi:10.1111/jbi.12754.
  8. Pimiento, C.; Clements, C. F. (2014-10-22). "When Did Carcharocles megalodon Become Extinct? A New Analysis of the Fossil Record". PLoS ONE. 9 (10): e111086. doi:10.1371/journal.pone.0111086.
  9. Pimiento, C.; Balk, M. A. (2015-06-04). "Body-size trends of the extinct giant shark Carcharocles megalodon: a deep-time perspective on marine apex predators". Paleobiology. 41 (3): 479–490. doi:10.1017/pab.2015.16. PMC 4541548. PMID 26321775.
  10. "Shark Week 'Megalodon: The Monster Shark Lives' Tries To Prove Existence Of Prehistoric Shark (VIDEO)". Huff Post Green. 5 August 2013. สืบค้นเมื่อ 11 August 2013.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

เอกสารอ่านเพิ่มเติม[แก้]

  • Bretton W. Kent (1994). Fossil Sharks of the Chesapeake Bay Region. Egan Rees & Boyer, Inc.; 146 pages. ISBN 1-881620-01-8
  • Dickson, K. A.; Graham, J. B. (2004). "Evolution and consequences of endothermy in fishes". Physiological and Biochemical Zoology. 77 (6): 998–1018. doi:10.1086/423743. PMID 15674772.