เมทิลีนไดฟีนิลไดไอโซไซยาเนต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
4,4'-methylene diphenyl diisocyanate
4,4'-methylene diphenyl diisocyanate
Methylene-diphenyl-diisocyanate-3D-vdW.png
ชื่อตาม IUPAC 1-isocyanato-4-[(4-isocyanatophenyl)methyl] benzene
ชื่ออื่น Pure MDI
4,4'-methylene diphenyl diisocyanate
4,4'-diphenylmethane diisocyanate
Bayer Desmodur 44
ตัวระบุ
เลขทะเบียน CAS [101-68-8][CAS]
PubChem 7570
RTECS number NQ9350000
SMILES
ChemSpider ID 7289
คุณสมบัติ
สูตรเคมี C15H10N2O2
มวลต่อหนึ่งโมล 250.25 g/mol
ลักษณะทางกายภาพ ของแข็งสีขาวหรือเหลืองอ่อน
ความหนาแน่น 1.230 g/cm3 ของแข็ง
จุดหลอมเหลว

40 °C (313 K)

จุดเดือด

314 °C (587 K)

ความสามารถละลายได้ ใน น้ำ ทำปฏิกิริยา
ความอันตราย
การจำแนกของ EU Harmful (Xn)
R-phrases R20, R36/37/38,

R42/43

S-phrases (S1/2), S23, S36/37, S45
จุดวาบไฟ 212–214 °C (Cleveland open cup)
สารอื่นที่เกี่ยวข้อง
Isocyanatesที่เกี่ยวข้อง Toluene diisocyanate
Naphthalene diisocyanate
Hexamethylene diisocyanate
Isophorone diisocyanate
สารประกอบที่เกี่ยวข้อง Polyurethane
 Yes check.svg 14 (verify) (what is: Yes check.svg 10/X mark.svg 10?)
หากมิได้ระบุเป็นอื่น ข้อมูลข้างต้นนี้คือข้อมูลสาร ณ ภาวะมาตรฐานที่ 25 °C, 100 kPa
แหล่งอ้างอิงของกล่องข้อมูล

เมทิลีนไดฟีนิลไดไอโซไซยาเนต (methylene diphenyl diisocyanate: MDI) เป็นไดไอโซไซยาเนตที่มีโครงสร้างแบบวงอะโรมาติก ประกอบด้วยไอโซเมอร์สำคัญสามแบบได้แก่ 2,2'-MDI, 2,4'-MDI และ 4,4'-MDI ซึ่งไอโซเมอร์ 4,4'-MDI จะถูกเรียกว่า MDI บริสุทธิ์; MDI ทำปฏิกิริยากับพอลิยอล (polyol) ได้พอลิยูริเทนในโรงงานอุตสาหกรรม MDI ในรูปพอลิเมอร์จะมีลักษณะเป็นของผสมของ MDI ในรูปมอนอเมอร์และพอลิไอโซไซยาเนต (polyisocynate) ซึ่งมีมวลโมเลกุลสูงกว่า

MDI เป็นไดไอโซไซยาเนตที่ถูกผลิตขึ้นมากที่สุดในตลาดโลก คือสูงถึง 61.3% ใน พ.ศ. 2543 [1]

การผลิต[แก้]

  1. การควบแน่นของอะนิลีนและฟอร์มัลดีไฮด์ ได้ผลผลิตเป็นเมทิลีนไดอะนิลีน (MDA) พอลิเมอร์
  2. ฟอสจีเนชันของ MDA พอลิเมอร์ ได้ผลผลิตเป็นของผสม MDI พอลิเมอร์
  3. การแยก MDI บริสุทธิ์ เพื่อจะผลิตสารตั้งต้นของ MDI พอลิเมอร์ ด้วยวิธีการกลั่นหรือการตกผลึก

[1]

การนำไปใช้[แก้]

MDI ใช้ในการผลิตโฟมพอลิยูริเทนชนิดแข็ง (ตัวอย่างการนำไปใช้งานเช่น ฉนวนกันความร้อนในตู้เย็น ตู้แช่ หรือในอาคาร เป็นต้น) และชนิดยืดหยุ่น (ตัวอย่างการนำไปใช้งานเช่น ฟองน้ำ ในเบาะรถยนต์ เบาะมอเตอร์ไซค์ พื้นรองเท้า ลูกล้อ เป็นต้น) เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการนำ MDI ไปใช้เพื่อผลิตสารเคลือบผิว กาว และอิลาสโตเมอร์ (elastomer)

ความปลอดภัย[แก้]

หากร่างกายได้รับ MDI มากเกินไปจะเกิดผลด้านลบต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่การเป็นโรคหืด ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องมีการควบคุม อย่างเข้มงวด มิให้ผู้ปฏิบัติงาน ได้รับ MDI มากเกินขีดจำกัดในระหว่างการทำงาน อย่างไรก็ดีหากผลของการรับ MDI เข้าสู่ร่างกาย ได้พัฒนาจนแสดงอาการของโรคหืดและผู้ป่วยเกิดความไวต่อไดไอโซไซยาเนต ในกรณีนี้แม้ว่า ความเข้มข้นของ MDI ที่ผู้ป่วยได้รับจะน้อยกว่าขีดจำกัดมาก แต่ก็อาจเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้

MDI ในรูปไอ ละอองลอย หรือของเหลวที่กระเด็นเปื้อน อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อดวงตา นอกจากนี้ MDI ก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนังในระดับปานกลาง โดยอาจทำให้ผิวหนังเกิดการแพ้หรืออักเสบซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก แม้ว่า MDI จะมีความเป็นพิษต่ำเมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารแต่ความเป็นพิษจะสูงขึ้นเมื่อร่างกายได้รับ MDI เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ อย่างไรก็ดีเมื่อศึกษาถึงผลในระยะยาวของการได้รับ MDI ที่มีต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานกลับไม่พบความสัมพันธ์เชิงคลินิกนอกเหนือไปจากการพัฒนาของอาการในระบบทางเดินหายใจ [2] ไม่ควรให้ความร้อนหรือพ่น MDI ยกเว้นแต่จะควบคุมเชิงวิศวกรรมอย่างเข้มงวดและผู้ปฏิบัติงานต้องสวมเครื่องป้องกันร่างกาย [3]

MDI มีความเป็นพิษต่ำต่อสัตว์บกและสัตว์น้ำ โดย MDI จะทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นพอลิยูเรีย (polyureas) ซึ่งอยู่ในรูปของแข็งและมีสมบัติเฉื่อยต่อการเกิดปฏิกิริยา ดังนั้น MDI ที่หกจะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อย [4]

กลุ่มผู้ผลิตหลักของ MDI ต่างก็เป็นสมาชิกของสถาบันไอโซไซยาเนตนานาชาติ (International Isocyanate Institute) ซึ่งมีเป้าหมายในการสนับสนุนการจัดการ MDI และ TDI อย่างปลอดภัยในสถานประกอบการ, ชุมชน และ สิ่งแวดล้อม ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการ, อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย, การเฝ้าสังเกต, การขนส่งเคลื่อนย้าย, การเก็บรักษา, การสุ่มตัวอย่างและวิเคราะห์ MDI, การจัดการกับอุบัติเหตุ, สุขภาพ และประเด็นสิ่งแวดล้อมมีการจัดพิมพ์ไว้ [5]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Randall, David; Lee, Steve (2002). The Polyurethanes Book. New York: Wiley. ISBN 0-470-85041-8. 
  2. European Chemicals Bureau (2005). European Union Risk Assessment Report, vol 59. Methylenediphenyl diisocyanate. http://ecb.jrc.ec.europa.eu/documents/Existing-Chemicals/RISK_ASSESSMENT/REPORT/mdireport304.pdf
  3. Almaguer, Daniel; et al. (September 2006). "Preventing Asthma and Death from MDI Exposure During Spray-on Truck Bed Liner and Related Applications". NIOSH Alert. The National Institute for Occupational Safety and Health. สืบค้นเมื่อ November 10, 2008. 
  4. MDI and the environment http://www.polyurethane.org/s_api/sec.asp?CID=815&DID=3428#
  5. Allport DC, Gilbert, DS and Outterside SM (eds) (2003). MDI and TDI: safety, health & the environment: a source book and practical guide. Chichester, Wiley. http://eu.wiley.com/WileyCDA/WileyTitle/productCd-0471958123.html

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]