เฟทัลเฟรม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Fatal Frame
ผู้พัฒนา เท็กซ์โม่
ผู้จัดจำหน่าย เท็กซ์โม่
เครื่องเล่น PlayStation 2, Xbox, Wii, Nintendo 3DS, Wii U
แนว สยองขวัญ Survival Horror
รูปแบบ เล่นคนเดียว
สื่อบันทึก DVD, Nintendo optical discs

เฟทัลเฟรม (Fatal Frame, 零) หรือที่ยุโรปและออสเตรเลียรู้จักกันในชื่อว่า โปรเจกต์ซีโร่ (Project Zero) เป็นวิดีโอเกมแนวสยองขวัญใน เพลย์สเตชัน 2 และ เอกซ์บอกซ์ ซึ่งภายหลังมีการทำภาคต่อเพิ่มเติมใน เครื่องวี และ Nintendo 3DS อีกด้วย

เฟทัลเฟรม สร้างโดย เท็กซ์โม่ เฟทัลเฟรม เป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และได้รับการทำเป็นภาพยนตร์ในเวลาต่อมา

เรื่องย่อ[แก้]

Fatal Frame (零)[แก้]

ตรงนี้ไม่ใช่เกมครับแต่เป็นเนื้อเรื่องบางส่วนจากในเกมเพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น

เริ่มจาก Fatal Frame ที่ว่าใต้คฤหาสน์ฮิมุโระจะมีประตูนรกตั้งอยู่ และเพื่อปิดผนึกประตูนรกไม่ให้เปิดออกมาจึงมีพิธีกรรมเชือกเกิดขึ้น พิธีกรรมนี้จัดทำโดยเหล่านักบวชตระกูลฮิมุโระที่จะนำเด็กมาเล่นยักษ์ไล่จับ เด็กที่ถูกจับได้คนแรกจะกลายเป็นยักษ์คนต่อไป ส่วนคนสุดท้ายจะกลายเป็นมิโกะเชือก (คนทรงเชือก) เพราะเชื่อว่าเด็กคนสุดท้ายมีพลังแห่งความบริสุทธิ์สามารถหลบหลีกจากอำนาจของยักษ์ที่เต็มไปด้วยความทรมานในการสูญเสียดวงตา เด็กทั้งสองจะถูกเลี้ยงดูจนถึงวัยอันควรโดยเฉพาะเด็กที่จะได้เป็นมิโกะเชือกคนต่อไปจะถูกเลี้ยงโดยไม่ให้รู้จักกับโลกภายนอกเพื่อให้บริสุทธิ์ทั้งกายใจคิดแต่เรื่องอุทิศตนให้แก่พิธีกรรม เมื่ออายุครบกำหนดเด็กสาวที่ถูกจับคนแรกจะต้องสวมหน้ากากที่ทำลายดวงตาของตนเพื่อเป็นยักษ์คนต่อไป ส่วนเด็กสาวที่เป็นมิโกะเชือกจะสวมชุดกิโมโนสีขาวแล้วนำไปทำพิธีบูชายัญโดยจะถูกรัดด้วยเชือกที่คอ แขน และขาจนตาย จากนั้นนำเชือกไปปิดกั้นประตูนรกโดยเชื่อว่าวิญญาณอันบริสุทธิ์ของมิโกะเชือกจะทำหน้าที่ปิดผนึกประตูนรกต่อไป ส่วนร่างของมิโกะก็นำไปบูชาต่อ

ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีจนกระทั่งเมื่อถึงคิวของฮิมุโระ คิริเอะบุตรสาวของผู้นำตระกูลฮิมุโระที่ได้กลายเป็นมิโกะเชือกคนต่อไปตอนที่อายุได้ 7 ขวบ หลังจากถูกเลี้ยงดูจนใกล้จะถึงเวลาทำพิธี (ประมาณ 10 ปี) สาวใช้ของคิริเอะถูกฆ่าและโยนลงบ่อน้ำหลังคฤหาสน์เพื่อรักษาความลับของตระกูลทำให้คิริเอะต้องอยู่คนเดียว ในเวลานั่นเองที่คิริเอะได้มองออกจากนอกหน้าต่างห้องและพบกับแขกผู้มาเยี่ยมคฤหาสน์ ทั้ง 2 เริ่มพูดคุยกันถูกคอ โดยชายหนุ่มมักจะเล่าเรื่องราวของโลกภายนอกให้คิริเอะฟังเสมอจนหลงรักกันและกัน คิริเอะเริ่มไม่อยากตายเพราะต้องการอยู่กับคู่รักและออกไปเผชิญโลกภายนอก เมื่อเจ้าบ้านฮิมุโระรู้จึงรีบสั่งจัดการกับชายหนุ่มแล้วบอกกับคิริเอะว่าเขากลับไปแล้ว อย่างไรก็ตามคิริเอะได้รู้ความจริงในที่สุด เธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ตนเป็นต้นเหตุให้ชายหนุ่มต้องตาย

เมื่อพิธีกรรมมาถึงเหล่านักบวชทั้ง 5 (รวมเจ้าบ้านด้วย) ได้นำเชือกที่เปื้อนไปด้วยเลือดของคิริเอะ ไปปิดผนึกประตูนรก หากแต่วิญญาณของคิริเอะในเชือกไม่ได้บริสุทธิ์อีกต่อไปจึงไม่สามารถปิดผนึกประตูนรกได้ ประตูนรกเปิดออกอย่างรุนแรง กระจกที่ผนึกประตูแตกออกเป็น 5 ส่วน เหล่าวิญญาณพยาบาทมากมายพวยพุ่งออกมาอาละวาดฆ่าคนไปทั่ว ทั้งคนที่ตายไปแล้วยังกลายเป็นวิญญาณพยาบาทขึ้นมาอีก แม้แต่คิริเอะก็ถูกวิญญาณร้ายครอบงำกลายเป็นวิญญาณพยาบาทที่จะฆ่าคนโดยให้ทรมารเหมือนกับตัวเองก่อนตาย (วิญญาณส่วนที่บริสุทธิ์ของคิริเอะถูกแยกออกมาเป็นรูปร่างของคิริเอะตอนเด็ก) คฤหาสน์จมอยู่ในความมืดมิด ภายหลังพิธีกรรมล้มเหลว หัวหน้าตระกูลฮิมุโระ เกิดบ้าคลั่งเอาดาบคาตานะไล่ตัดคอคนในบ้านรวมทั้งนักบวชตายกันหมด จนเหลือเพียงหัวหน้าตระกูลและหลังจากนั้น หัวหน้าตระกูลก็ฆ่าตัวตายในที่สุด คฤหาสน์ฮิมุโระ ต้องคำสาบเชือกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

Fatal Frame (零 zero)[แก้]

มิกุ ฮินาซากิ

ทากามิเนะ จุนเซอิ นักเขียนนิตยสารและนวนิยายลึกลับ ได้เข้าไปหายังคฤหาสน์ฮิมุโระ เพื่อค้นหาหนังสือวิจัย พร้อมกับบรรณาธิการโอกาตะ โคจิ และโทโมเอะ ฮิราซากะ เพื่อนที่พึ่งได้ในเหตุการณ์เหนือธรรมชาติพวกเขานำสิ่งของไปเพียงแค่อาวุธกับไฟฉายเท่านั้น และไม่ได้กลับออกมาอีกเลย หลังจากนั้นฮินาซากิ มาฟุยุ ชายหนุ่มผู้มีพลังในการมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ จึงออกเดินทางไปที่แมนชั่นฮิมุโระเพื่อตามหา

ทากามิเนะ จุนเซอิ ที่ปรึกษาในสำนักพิมพ์ของเขา เขานำกล้องลึกลับที่ได้รับมาจากแม่ที่เสียแล้ว ติดตัวไปด้วยเพราะรู้ว่ามันอาจจะช่วยป้องกันตัวเขาได้ ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์มาฟุยุไม่ได้กลับมาหรือแม้แต่จะติดต่อกลับมา น้องสาวของเขา ฮินาซากิ มิกุ (นางเอก) ผู้มีความสามารถมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นเหมือนกับพี่ชายก็รู้สึกเป็นห่วง จึงออกเดินทางไปยังแมนชั่นฮิมุโระอีกคน มิกุ (มีพลังรุนแรงกว่าพี่ชาย) สามารถสัมผัสได้ว่าในแมนชั่นแห่งนี้มีอดีตเกี่ยวกับการฆ่าฟัน การสาปแช่ง และพิธีกรรมที่ลึกลับเคยเกิดขึ้น เธอพบกับกล้องลึกลับที่มาฟุยุนำมากับเขาตกอยู่ ซึ่งมันสามารถปราบผีได้เมื่อเธอถ่ายรูปใส่พวกนั้น

ในระหว่างที่เธออยู่ในแมนชั่น เธอพบกับการปรากฏตัวของพี่ชายที่หายไปของเธอบ่อยครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังได้พบกับ คิริเอะ หญิงสาวในชุดกิโมโนสีขาวที่มีวิญญาณอาฆาตมากมายติดตามตัว ปรากฏตัวขึ้นในแมนชั่น มิกุได้สืบจนรู้ว่า คิริเอะเป็นสาวบริสุทธิ์ที่ทุกเลือกให้เป็นมิโกะเชือกเพื่อที่จะคุ้มกันประตูนรกไม่ให้เปิดออกมา พร้อมกับวิญญาณอาฆาตมากมายที่จะหลั่งไหลออกมา แต่เพราะก่อนจะทำพิธีกรรมเธอได้หลงรักชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาทำให้วิญญาณเธอไม่อาจทำหน้าที่ได้เต็มที่ และถูกวิญญาณอาฆาตครอบงำในที่สุด มิกุยังพบว่ามาฟุยุ พี่ชายของเธอมีใบหน้าที่คล้ายกับชายคนรักของคิริเอะมาก คิริเอะจึงต้องการที่จะได้ตัวมาฟุยุไป ในที่สุดมิกุได้พบกับคิริเอะที่หน้าประตูนรก และได้ต่อสู้กัน แม้ว่าสุดท้ายกล้องจะแตกออก แต่มิกุก็เอาชนะคิริเอะ พร้อมกับกำจัดวิญญาณอาฆาตออกไปจากจิตใจ และจิตวิญญาณของคิริเอะ เมื่อกลับเป็นคิริเอะคนเดิม เธอรีบปิดผนึกประตูนรกแล้วบอกให้มิกุกับมาฟุยุหนีไปโดยที่เธอจะคอยปิดผนึกประตูนี้ไปตลอดกาล ไม่สามารถกลับชาติไปเกิดใหม่ได้ เมื่อเห็นเช่นนั้นมาฟุยุที่รู้ว่าคิริเอะต้องการที่จะอยู่กับคนรักด้วยเช่นกัน จึงตัดสินใจจะอยู่กับคิริเอะ โดยบอกให้มิกุหนีไปคนเดียว

มิกุฟื้นขึ้นอีกทีพบว่าตนอยู่หน้าแมนชั่นคนเดียว ในเวลาเดียวกันนั้นวิญญาณมากมายที่ถูกกักขังอยู่ในแมนชั่นก็ได้รับการปลดปล่อยขึ้นสู่ฟากฟ้า หลังจากนั้น...พลังของมิกุก็หายไปโดยมองไม่เห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นอีกเลย... (ถ้าเล่นโหมดยาก มาฟุยุจะรอดชีวิตด้วย)

Fatal Frame II: Crimson Butterfly (零 紅い蝶)[แก้]

มิโอะ และ มายุ อามาคุระ

มิโอะ และ มายุ อามาคุระ 2 พี่น้องฝาแฝด ไปยังสถานที่ที่ชอบในวัยเด็ก มายุเดินอย่างเหนื่อยอ่อนและพบกับผีเสื้อลึกลับโดยบังเอิญ มายุได้ตามผีเสื้อลึกลับตัวนั้นมาจนถึงป่าแห่งหนึ่ง เธอกังวลถึงฝาแฝดของเธอมาก มิโอะตามมายุมาตลอดทาง จนกระทั่งทั้งสองมาถึงหมู่บ้านที่ซ่อนอยู่ในหมอก ดูเหมือนว่าหมู่บ้านนี้จะถูกทอดทิ้ง แฝดทั้งสองเข้าใจถึงความทรมานของดวงวิญญาณที่ต้องท่องไปในโลกแห่งความตายอย่างรวดเร็ว และเข้าไปยังหมู่บ้านนั้น 2 พี่น้องตระกูลอามาคุระ พยายามค้นหาความจริง พวกเธอพบกับกล้องลึกลับที่สามารถโจมตีผีได้ หลังจากนั้นมิโอะได้พลัดพรากกับพี่สาวของเธอ มิโอะเด็ดเดี่ยวที่จะช่วยมายุและหนีออกจากที่นี่ ก่อนที่ทั้งสองจะได้พบกันดูเหมือนว่าผู้ที่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนี้จะถูกสาปแช่ง มายุได้คิดแผนการบางอย่างเอาไว้ และทำให้พวกเธอต้องตรงเข้าไปยังหมู่บ้านที่อยู่ลึกเข้าไป จนเจอ มายุ กลางหมู่บ้าน และเรี่ม chapeter แรก

Fatal Frame III: The Tormented (零 刺青ノ聲)[แก้]

เรอิ คุโรซาว่า

คุโรซาว่า เรย์ (นางเอกภาค 3) ช่างภาพอิสระ วัย 23 ปี ประสบอุบัติเหตุรถคว้ำทำให้คู่หมั้นของเธออาโสะ ยู เสียชีวิต หลังจากที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านด้วยความเสียใจหลายเดือนในที่สุดเรย์ก็กลับมาทำงานอีกครั้ง โดยได้รับมอบหมายให้ไปถ่ายภาพสิ่งลี้ลับในคฤหาสน์โบราณแห่งหนึ่งที่ลือว่าเป็นคฤหาสน์ผีสิง ที่นั่นเธอได้พบกับคู่หมั้นที่เสียชีวิตไปแล้ว หลังจากนั้นทุกคืน เรย์ จะฝันถึงยังคฤหาสน์ผีสิงที่เธอเพิ่งจะไปมา ในคืนที่มีหิมะตก ซึ่งในความฝันเธอจะพยายามตามหาคู่หมั้นของเธอในคฤหาสน์หลังนั้น

ในเวลาเดียวกันก่อนที่ยูจะเสียชีวิตได้นำน้องสาว ฮินาซากิ มิกุ (นางเอกภาค 1)ของเพื่อนสนิท (ฮินาซากิ มาฟุยุ) มาอยู่ด้วยเนื่องจากพี่ชายของเธอหายตัวไป มิกุจึงทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของเรย์ ซึ่งในวันที่เรย์ออกทำงานอีกครั้งหลังจากที่เก็บตัวอยู่ในบ้านมานาน มิกุก็ตามไปด้วย หลังจากนั้นมิกุก็ฝันเห็นคฤหาสน์หลังเดียวกันกับเรย์ เพียงแต่คนที่เธอตามหาคือพี่ชายที่หายตัวไปของเธอ เรย์กับมิกุได้พบกับหญิงสาวที่มีรอยสักคอยไล่ตามทั้งสอง และพบว่าเมื่อตื่นขึ้นจากความฝัน บนตัวของพวกเธอก็เริ่มมีรอยสักปรากฏขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวด อีกทั้งบ้านของพวกเธอก็เริ่มมีการปรากฏของวิญญาณที่ได้พบเจอในความฝัน ด้วยความหวาดกลัวทั้งสองได้ช่วยกันค้นหาข้อมูลจนได้รู้ว่าหากรอยสักลามไปทั่วตัวเมื่อไหร่พวกเธอจะต้องตาย (ลามไปถึงดวงตา)

ในระหว่างที่ฝันร้ายคุกคามทุกคืนอย่างห้ามไม่ได้ พวกเธอก็ได้รับการติดต่อจากอามาคุระ เคย์ (พระเอก,อาของนางเอกภาค 2)ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของยู เคย์พบมิโอะ (นางเอกภาค 2) หลานของตนหลังจากที่หายสาบสูญไปหลายวันเดินเหม่อลอยอยู่กลางป่า และพาเธอกลับบ้าน (ส่วนมายุ หายสาบสูญ)มิโอะไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง เอาแต่ซึมเศร้า กับนอน ซึ่งนอนนานขึ้นเรื่อยๆ เหมือนฝันร้าย โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการกระทำของเธอนั้นได้ดึงเอาเคย์เข้าไปในคฤหาสน์แห่งฝันร้ายด้วย เคย์ที่เข้าไปในคฤหาสน์จึงต้องออกตามหามิโอะ ซึ่งในเวลาเดียวกันมิโอะก็เอาแต่ตามหามายุ (นางเอกอีกคนในภาค 2) พี่สาวของตนในคฤหาสน์เช่นเดียวกัน เนื่องจากเคย์เป็นนักวิจัยเรื่องความเชื่อโบราณของท้องถิ่นจึงมีความรู้เยอะ และติดต่อมาหายูเพื่อขอความช่วยเหลือโดยที่ไม่รู้ว่ายูนั้นได้เสียชีวิตแล้ว

เรย์กับมิกุเริ่มรู้จากข้อมูลต่างๆ และข้อมูลจากเคย์ว่าสิ่งที่พวกตนกำลังทำอยู่จะนำตนไปสู่ความตาย (ไล่ตามคู่หมั้นกับพี่ชายที่เสียชีวิตแล้ว)แต่ก็ไม่อาจหักห้ามใจได้ กว่าเคย์จะมาถึงมิกุก็พลาดท่าให้กับความอ่อนแอของตนที่ไม่อาจหักห้ามตัวเองไม่ให้ตามพี่ชายไปจนไม่ตื่นจากฝันอีก เรย์กับเคย์เริ่มรู้ตัวตนที่แท้จริงของหญิงสาวในรอยสัก (เรกะ) ที่ไล่ตามพวกเธอในความฝัน (รายละเอียดติดตามในเกม) เคย์คิดว่าการที่หญิงสาวในรอยสักคนนี้ออกมาอาละวาดฆ่าคนเป็นว่าเล่นสืบเนื่องมาจากลิ่มที่ควรจะตอกศพเธออยู่หลุดออก จึงได้รวบรวมลิ่มเพื่อกลับไปตอบศพเธอไว้อีกที (ในความฝัน)กลับปรากฏความจริงอันน่าสะพรึงเพราะที่ศพของเธอมีลิ่มตอกอยู่แล้ว เขาคาดการณ์ผิด และถูกเรกะจับได้ในที่สุด เมื่อตื่นขึ้นเรย์พบว่าร่างของเคย์กลายเป็นขี้เถ้าไปเสียแล้ว เหลือเธอเพียงคนเดียว (เคย์ มีเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่านี้ โปรดติดตามรายละเอียดในเกม ซึ่งหากเล่นรอบที่ 2 จะรู้ละเอียดยิ่งกว่าเดิม และจากกลายเป็นขี้เถ้า จะกลายเป็นว่าแค่หลับไม่ตื่นเหมือนกับมิกุ)

ในที่สุด เรย์ก็ได้พบกับหญิงสาวในรอยสักอีกครั้ง และต่อสู้กัน โดยครั้งนี้เรย์รู้เรื่องอันน่าสงสารเกี่ยวกับเธอคนนี้ทั้งหมดแล้ว (โปรดติดตามในเกม)เมื่อเอาชนะได้ เรย์จัดการทำพิธีส่งวิญญาณสู่โลกหน้าเพื่อให้ทุกวิญญาณได้หลุดพ้นความทุกข์ ที่นั่นเธอได้พบกับยูอีกครั้ง และขอตามเขาไปที่โลกหน้าด้วย ยูพูดด้วยประโยค (ซึ้งโคตร)หนึ่งที่ทำให้เรย์ยอมมีชีวิตอยู่ต่อไป ก่อนจะดูดเอารอยสักต้องสาปจากเธอไปจนหมด และเดินไปโลกหน้า

เรย์ตื่นขึ้นพบว่ามิกุเองก็ตื่นเช่นกัน โดยทั้งคู่ได้เข้าใจถึงเหตุผลที่ตนควรมีชีวิตอยู่แล้ว (โปรดติดตามในเกมถึงเหตุผลที่ตัวละครทุกตัวถูกดึงไปยังคฤหาสน์แห่งฝันร้าย)หากเล่นให้เคย์รอดชีวิต เขาจะตื่นขึ้นในตอนจบเช่นกัน แล้วพามิโอะที่ตื่นเช่นกันมาแนะนำให้กับเรย์และมิกุ

Fatal Frame: Mask of the Lunar Eclipse (零 月蝕の仮面)[แก้]

เด็กสาว 5 คนที่อยู่ในโรงพยาบาลบนเกาะโรเก็ทซึถูกชายหนุ่มปริศนานามไฮบาระ โย ลักพาตัวไปอย่างลึกลับเพื่อทำพิธีกรรมบูชาจันทรคราส ซึ่งพวกเธอได้รับการช่วยเหลือโดยนักสืบคิริชิมา โชชิโร่(พระเอก)

หลายปีหลังจากเหตุการณ์นั้น เด็กทั้งห้าใช้ชีวิตปกติโดยปราศจากความทรงจำในอดีต จนกระทั่งเมื่อเด็กทั้งห้าอายุได้ 17 ปี ชิโนมิยะ มาริเอะ กับ นานามุระ โทโมเอะ สองในห้าเด็กสาวที่ถูกลักพาตัวไปในเหตุการณ์นั้นได้เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา (เหลืออีก 3 คน) อาโสะ มิซากิ (ตัวเด่นภาค 4), ทซึคิโมริ มาโดกะ (ตัวเกือบเด่นภาค 4) เด็กสาวอีกสองคนจึงออกเดินทางไปยังเกาะโรเก็ทซึเพราะคิดว่าสาเหตุที่มาริเอะกับโทโมเอะตายจะต้องมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับความทรงจำที่หายไปของพวกตน ไม่นานจากนั้นมินาซุกิ รูกะ ("นางเอก"ภาค 4) ที่สงสัยอยากรู้เกี่ยวกับความทรงจำที่หายไปของตนมานาน รวมกับความต้องการที่จะไขปริศนาการตายของเพื่อนทั้งสองคน อีกทั้งรู้ว่ามิซากิและมาโดกะที่ออกเดินทางไปยังเกาะโรเก็ทซึแต่ยังไม่กลับมา จึงออกเดินทางไปยังเกาะนั้นอีกคนโดยไม่ฟังคำเตือนของแม่ นักสืบโชชิโร่จึงถูกซายากะ แม่ของรูกะขอร้องให้ตามรูกะไปพร้อมกับช่วยเธอกลับมา

มิซากิกับมาโดกะเข้ามาถึงในโรงพยาบาลที่พวกเธอเคยอยู่ได้ไม่นาน ก็แยกจากกันด้วยสาเหตุบางอย่าง ในขณะที่มาโดกะกำลังตามหามิซากิก็ได้พบกับกล้องเก่าๆ ที่ทำให้เธอสามารถถ่ายรูปสิ่งที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า หลังจากนั้นเธอก็หายตัวไป (เหลือ 2 คน)...ในขณะเดียวกันมิซากิเดินอย่างไม่รู้ตัวมาหยุดอยู่ที่ที่หนึ่ง (มิซากิมีกล้องถ่ายวิญญาณอยู่กับตัวอยู่แล้ว [หากสังเกตดูจะพบว่านามสกุลอาโสะของมิซากิเป็นนามสกุลเดียวกันกับดร.อาโสะผู้ประดิษฐ์กล้องถ่ายวิญญาณ คาดว่าเธออาจมีความเกี่ยวข้องกับเขาจึงมีกล้องถ่ายวิญญาณติดตัว,อาโสะ มิซาโอะ พ่อของนางเอกฝาแฝดภาค 2,อาโสะ ยู คู่หมั้นของนางเอกในภาค 3 ก็เช่นกัน,ซึ่งเชื่อว่าตระกูลนี้มีคำสาปที่จะต้องมีอันเป็นไปอย่างน่ากลัว ไม่ก็หายสาบสูญ ซึ่งเป็นสาเหตุให้มิซาโอะเปลี่ยนมาใช้นามสกุลอามาคุระของภรรยา เพื่อหนีจากคำสาป {รู้สึกจะหนีไม่พ้นเพราะหายสาบสูญไป} นางเอกฝาแฝดในภาค 2 จึงมีนามสกุลอามาคุระตามแม่]...หมายเหตุเพิ่มเติม:ในบรรดากล้องของตัวละครทั้งหมดกล้องของมิซากิมีฟังชั่นที่ค่อนข้างสะดวกในการปราบผีอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องออกแรงวิ่งหนีผีเพื่อสร้างระยะห่างมากเหมือนคนอื่น แถมยังแรงอีกด้วย) เมื่อมิซากิก็รู้ตัวว่ามาโดกะไม่ได้ตามเธอมาจึงเริ่มออกตามหามาโดกะ แต่เหตุการณ์ประหลาดก็เริ่มปรากฏขึ้นเมื่อหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกันพยายามบอกใบ้มิซากิถึงอดีตของเธอ มิซากิจึงเริ่มค้นหาอดีตของตัวเองด้วยเช่นกัน

รูกะที่มาถึงโรงพยาบาลเองก็ได้พบกล้องเก่าๆ (กล้องอันเดียวกับที่มาโดกะพบ)เช่นเดียวกับเงาของมาโดกะที่ปรากฏตัวตามที่ต่างๆ ในโรงพยาบาล รูกะจึงเริ่มค้นหาเพื่อนทั้งสอง พร้อมกับอดีตของตัวเองเช่นเดียวกับมิซากิ

โชชิโร่ผู้ตามมาที่หลังพร้อมกับไฟฉายโบราณที่ได้รับมาจากซายากะซึ่งสามารถปกป้องเขาจากวิญญาณร้ายได้(ยิงรัวได้ไม่ต้องรอปรับโฟกัสเหมือนกล้อง ชาร์จแล้วยิงเพิ่มความแรงได้,ทั้งนี้ซายากะมีเหตุผลแอบแฝงที่ขอให้โชชิโร่มาที่เกาะโรเก็ทซึอีกครั้ง)เช่นเดียวกับกล้องของมิซากิกับรูกะ เริ่มการตามหารูกะในโรงพยาบาล (ดันเข้าฝั่งรักษาคนไข้หรือห้องฝ่าตัด ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับพวกรูกะกับมิซากิที่เป็นฝั่งห้องพักคนไข้) เขาได้พบว่าที่เกาะร้างแห่งนี้กำลังจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งไฮบาระ โย เองก็ได้กลับมาที่เกาะแห่งนี้เช่นกัน การสืบสวนของโชชิโร่จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง

Fatal Frame: Maiden of Black Water (零 濡鴉ノ巫女)[แก้]

ข้อมูลจะทยอยมาเร็ว ๆ นี้

ภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์เรื่อง "เฟทัลเฟรม" จัดสร้างโดย จอห์น โรเจอร์ จาก ดรีมเวิร์ก ใน ค.ศ. 2002

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • Fatal Frame

Official Japanese Website

  • Fatal Frame II: Crimson Butterfly

Official Japanese Website

  • Fatal Frame III: The Tormented

Official Japanese Website

  • Fatal Frame: Mask of the Lunar Eclipse

Official Japanese Website

  • Fatal Frame: Maiden of Black Water

Official Japanese Website