ข้ามไปเนื้อหา

เฝิง ต่าน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เฝิง ต่าน
馮紞
นายทหารม้ามหาดเล็ก
(散騎常侍 ซานฉีฉางชื่อ)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 286
กษัตริย์สุมาเอี๋ยน
ขุนนางมหาดเล็ก (侍中 ชื่อจง)
ดำรงตำแหน่ง
?–ค.ศ. 286
กษัตริย์สุมาเอี๋ยน
ผู้ช่วยขุนนางตรวจสอบ (御史中丞 ยฺวี่ฉื่อจงเฉิง)
ดำรงตำแหน่ง
?–?
กษัตริย์สุมาเอี๋ยน
เจ้าเมืองยีหลำ (汝南太守 หรู่หนานไท่โฉ่ว)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 279 หรือ 280–?
กษัตริย์สุมาเอี๋ยน
ขุนพลพิทักษ์ฝ่ายซ้าย
(左衛將軍 จั่วเว่ย์เจียงจฺวิน)
ดำรงตำแหน่ง
?–?
กษัตริย์สุมาเอี๋ยน
นายกองพันทหารม้าเร็ว
(越騎校尉 เยฺว่ฉีเซี่ยวเว่ย์)
ดำรงตำแหน่ง
?–?
นายกองพันทหารราบ (步兵校尉 ปู้ปิงเซี่ยวเว่ย์)
ดำรงตำแหน่ง
?–?
เจ้าเมืองเว่ยจฺวิ้น (魏郡太守 เว่ย์จฺวิ้นไท่โฉ่ว)
ดำรงตำแหน่ง
?–?
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิดไม่ทราบ
เสียชีวิตค.ศ. 286
บุตร
  • เฝิง ปัว (馮播)
  • เฝิง สฺยง (馮熊)
บุพการี
  • เฝิง ยฺเหวียน (馮員) (บิดา)
ญาติ
  • เฝิง ฝู (馮浮) (ปู่)
  • เฝิง ฮุย (馮恢) (พี่ชาย)
อาชีพขุนนาง
ชื่อรองเฉ่าโจ้ว (少冑)

เฝิง ต่าน (จีน: 馮紞; พินอิน: Féng Dǎn; เสียชีวิต ค.ศ. 286) หรือ บังซิม[a] ชื่อรอง เฉ่าโจ้ว (จีน: 少冑; พินอิน: Shǎozhòu) เป็นขุนนางในยุคราชวงศ์จิ้นตะวันตก

ประวัติ

[แก้]

เฝิง ต่านเป็นชาวเมืองอันเป๋ง (安平郡 อานผิงจฺวิ้น) ซึ่งปัจจุบันคือนครเหิงฉุ่ย (衡水) มณฑลเหอเป่ย์[2] ปู่ของเฝิง ต่านคือเฝิง ฝู (馮浮) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการมณฑลราชธานี (司隸校尉 ซือลี่เซี่ยวเว่ย์) ของรัฐวุยก๊กในยุคสามก๊ก[3] บิดาของเฝืง ต่านคือเฝิง ยฺเหวียน (馮員) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว) ของเมืองจี้จฺวิ้น (汲郡)[4]

เฝิง ต่านในวัยเยาว์มีความเชียวชาญเรื่องคัมภีร์โบราณและประวัติศาสตร์ มีความสามารถในการโต้วาที[5] เฝิง ต่านเคยดำแหน่งตำแหน่งเจ้าเมืองของเมืองเว่ยจฺวิ้น (魏郡), นายกองพันทหารราบ (步兵校尉 ปู้ปิงเซี่ยวเว่ย์) และนายกองพันทหารม้าเร็ว (越騎校尉 เยฺว่ฉีเซี่ยวเว่ย์)[6] ต่อมาเฝิง ต่านได้รับความโปรดปรานจากสุมาเอี๋ยน (司馬炎 ซือหม่า เหยียน) จักรพรรดิผู้ก่อตั้งราชวงศ์จิ้นตะวันตก และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นขุนพลพิทักษ์ฝ่ายซ้าย (左衛將軍 จั่วเว่ย์เจียงจฺวิน)[7] เฝิง ต่านมีความสามารถในการทำให้สุมาเอี๋ยนทรงพอพระทัย ทำให้สุมาเอี๋ยนทรงโปรดปรานและไว้วางพระทัยเฝิง ต่านมากยิ่งขึ้น[8] ด้วยเหตุนี้เฝิง ต่านจึงสนิทสนมกับกาอุ้น (賈充 เจี่ย ชง), ซุนโจย (荀勗 สฺวิน ซฺวี่) และขุนนางคนสนิทคนอื่น ๆ เฝิง ต่าน, กาอุ้นและซุนโจยสามคนได้รวมเป็นกลุ่มกัน[9]

เมื่อ ค.ศ. 271 เมื่อจักรพรรดิสุมาเอี๋ยนทรงต้องการตั้งให้กาอุ้นไปรักษาภูมิภาคกวนต๋ง (關中 กวานจง) ซุนโจยวางแผนให้เจี่ย หนานเฟิง (賈南風) บุตรสาวของกาอุ้นได้สมรสกับรัชทายาทซือหม่า จง (司馬衷) เพื่อให้กาอุ้นยังคงอยู่ในลกเอี๋ยง (洛陽 ลั่วหยาง) นครหลวงของราชวงศ์จิ้นและรักษาอำนาจต่อไปได้ เฝิงต่านมีส่วนร่วมอย่างมากในแผนการนี้ การสมรสประสบผลสำเร็จจึงทำให้กาอุ้นยังคงอยู่ในราชสำนัก[10] ภายหลังจักรพรรดิสุมาเอี๋ยนทรงเห็นว่าเจี่ย หนานเฟิงมีนิสัยโหดร้ายจึงทรงมีพระประสงค์จากปลดเจี่ย หนานเฟิงจากการเป็นพระชายาของรัชทายาท เฝิง ต่านและคนอื่น ๆ ทูลทัดทานและขอร้องจึงทำให้สุมาเอี๋ยนทรงเปลี่ยนพระทัย[11] [12]

ในช่วงราชวงศ์จิ้นทำศึกพิชิตรัฐง่อก๊กเมื่อ ค.ศ. 279-280 เฝิง ต่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองของเมืองยีหลำ (汝南郡 หรู่หนานจฺวิ้น) และติดตามทัพของขุนพลองโยย (王濬 หวาง จฺวิ้น) ในการโจมตีเบาะเหลง (秣陵 มั่วหลิง)[13] ภายหลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยขุนนางตรวจสอบ (御史中丞 ยฺวี่ฉื่อจงเฉิง) และต่อมาเป็นขุนนางมหาดเล็ก (侍中 ชื่อจง)[14]

เมื่อ ค.ศ. 282 สุมาเอี๋ยนประชวรหนัก หลังจากอาการประชวรบรรเทาลง พระองค์ก็ทรงรับทราบว่าในระหว่างที่พระองค์ประชวร เหล่าขุนนางและราษฎรต่างสนับสนุนสุมาฮิวผู้เป็นเจอ๋อง (齊王 ฉีหวาง) และเป็นพระอนุชาของสุมาเอี๋ยนให้สืบราชบัลลังก์ สุมาฮิวนั้นมักทรงดูถูกซุนโจย อีกทั้งรัชทายาทซือหม่า จงก็ทรงด้อยสติปัญญา ซุนโจยจึงกลัวว่าหากสุมาฮิวได้สืบราชบัลลงก์จะเป็นผลเสียต่อตนเอง ซุนโจยและเฝิง ต่านจึงทูลเสนอจักรพรรดิสุมาเอี๋ยนให้ทรงมีรับสั่งให้สุมาฮิวเสด็จกลับไปเขตศักดินาของพระองค์ สุมาเอี๋ยนทรงไตร่ตรองแล้วจึงทรงรับข้อเสนอของทั้งสอง และทรงส่งคนไปเชิญสุมาฮิวให้ออกจากนครหลวง[15]

สุมาฮิวเกิดอาการประชวรด้วยความกังวลและความกริ้ว จักรพรรดิสุมาเอี๋ยนจึงทรงส่งแพทย์หลวงไปถวายการรักษา แต่เฝิง ต่านสมคบคิดกับแพทย์หลวงให้จงใจปฏิเสธที่จะถวายการรักษาสุมาฮิว ทำให้อาการประชวรของสุมาฮิวแย่ลงและสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา เดิมทีสุมาเอี๋ยนไม่ได้ทรงรังเกียจสุมาฮิวที่เป็นพระอนุชาร่วมบิดามารดา แต่พระองค์ตัดสินพระทัยส่งสุมาฮิวกลับไปเขตศักดินาเพื่อรักษาราชบัลลังก์ของพระองค์เอง หลังสุมาเอี๋ยนทรงทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ด้วยอาการประชวรของสุมาฮิว สุมาเอี๋ยนก็ทรงโทมนัสนัก เหล่าขุนนางและราษฎรต่างก็โศกเศร้าอย่างมากเช่นกัน ในช่วงเวลานี้เฝิง ต่านทูลเสนอสุมาเอี๋ยนว่า "เจอ๋อง (สุมาฮิว) ผู้นี้ทรงมีชื่อเสียงมากเกินไป การประชวรสิ้นพระชนม์ในบัดนี้นั้นถือเป็นโชคดีแก่วงศ์จิ้นอันยิ่งใหญ่ของเรา เหตุใดฝ่าบาทจึงทรงโสมนัสเกินควรเช่นนี้!" สุมาเอี๋ยนทรงได้ยินดังนั้นจึงหยุดกรรแสง[16]

ในช่วงเวลาที่ราชวงศ์จิ้นพิชิตง่อก๊กนั้น เฝิง ต่านรวมถึงกาอุ้น, ซุนโจย และคนอื่น ๆ เคยคัดค้านการบุกง่อก๊ก และมีความเห็นขัดแย้งกับจาง หฺวา (張華), เตาอี้ (杜預 ตู้ ยฺวี่) และคนอื่น ๆ แต่ในท้ายที่สุดทัพราชวงศ์จิ้นก็สามารถพิชิตง่อก๊กได้สำเร็จ ทำให้เฝิง ต่านรู้สึกละอายใจและหวาดกลัว เกรงว่าไม่ช้าก็เร็วที่จักรพรรดิสุมาเอี๋ยนจะทรงหมางเมินตนเพราะตนเคยคัดค้านการโจมตีง่อก๊ก อีกทั้งจาง หฺวาก็เคยพูดจาไม่ดีเกี่ยวเฝิง ฮุย (馮恢) พี่ชายของเฝิง ต่านให้สุมาเอี๋ยนทรงฟังด้วย ดังนั้นเฝิง ต่านจึงเกลียดจาง หฺวามาก ต่อมาจาง หฺวาถูกส่งไปปราบจลาจลที่มณฑลอิวจิ๋ว (幽州 โยวโจว) ทำให้จาง หฺวามีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในเวลานั้นขุนนางราชสำนักต่างทูลเสนอสุมาเอี๋ยนให้ทรงเรียกตัวจาง หฺวากลับมาราชสำนัก ในระหว่างการหารือเรื่องที่จะตั้งให้จาง หฺวาเป็นหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการ (尚書令 ช่างชูลิ่ง) เฝิง ต่านก็ได้โอกาสใส่ร้ายจาง หฺวา โดยยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ที่อดีตที่จงโฮย (鍾會 จง ฮุ่ย) ได้รับมอบหมายให้พิชิตรัฐจ๊กก๊ก แต่กลับพยายามก่อกบฏเมื่อ ค.ศ. 264 หลังพิชิตจ๊กก๊กได้แล้ว แล้วเฝิง ต่านจึงทูลเสนอสุมาเอี๋ยนว่าไม่ควรมอบหมายความรับผิดชอบสำคัญให้จาง หฺวา ไม่เช่นนั้นจาง หฺวาอาจก่อปัญหาขึ้นในวันใดวันหนึ่งเหมือนที่จงโฮยเคยกระทำ สุมาเอี๋ยนทรงฟังคำเฝิง ต่านแล้วก็ไม่มอบหมายหน้าที่สำคัญให้จาง หฺวาอีกเลยจนกระทั่งพระองค์สวรรคต[17]

เมื่อ ต.ศ. 286 เฝิง ต่านล้มป่วย สุมาเอี๋ยนทรงแต่งตั้งให้เฝิง ต่านมีตำแหน่งเป็นนายทหารม้ามหาดเล็ก (散騎常侍 ซานฉีฉางชื่อ) ต่อมาไม่นานเฝิง ต่านก็เสียชีวิต[18]

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. "บังซิม" เป็นชื่อที่ปรากฏในนวนิยายเรื่องไซจิ้นซึ่งแปลเป็นภาษาไทยในปี พ.ศ. 2410[1]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ("เวลานั้นบังซิมกับซุนหยกเฝ้าอยู่ที่นั่น ครั้นได้ยินรับสั่งให้ไทอุยหมอหลวงไปรักษาซินอ๋อง ก็รีบกลับมาบ้านให้คนใช้ไปหาตัวไทอุยหมอหลวงนั้นมา") ไซจิ้น, พิมพ์ครั้งที่ 5, สำนักพิมพ์โฆษิต, 2551, หน้า 86.
  2. (馮紞,字少胄,安平人也。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  3. (祖浮,魏司隸校尉。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  4. (父員,汲郡太守。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  5. (紞少博涉經史,識悟機辯。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  6. (歷仕為魏郡太守,轉步兵校尉,徙越騎。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  7. (得幸于武帝,稍遷左衛將軍。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  8. (承顏悅色,寵愛日隆。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  9. (賈充、荀勖並與之親善。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  10. (充將鎮關右也,勖謂馮紞曰:「賈公遠放,吾等失勢。太子婚尚未定,若使充女得為妃,則不留而自停矣。」勖與紞伺帝間並稱「充女才色絕世,若納東宮,必能輔佐君子,有《關雎》后妃之德。」遂成婚。當時甚為正直者所疾,而獲佞媚之譏焉。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  11. (帝將廢賈妃,勖與馮紞等諫請,故得不廢。時議以勖傾國害時,孫資、劉放之匹。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  12. (充女之為皇太子妃也,紞有力焉。及妃之將廢,紞、勖幹沒救請,故得不廢。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  13. (伐吳之役,紞領汝南太守,以郡兵隨王浚入秣陵。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  14. (遷御史中丞,轉侍中。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  15. (帝病篤得愈,紞與勖見朝野之望,屬在齊王攸。攸素薄勖。勖以太子愚劣,恐攸得立,有害於己,乃使紞言於帝曰:「陛下前者疾若不差,太子其廢矣。齊王為百姓所歸,公卿所仰,雖欲高讓,其得免乎!宜遣還藩,以安社稷。」帝納之。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  16. (及攸薨,朝野悲恨。初,帝友于之情甚篤,既納紞、勖邪說,遂為身後之慮,以固儲位。既聞攸殞,哀慟特深。紞侍立,因言曰:「齊王名過於實,今得自終,此乃大晉之福。陛下何乃過哀!」帝收淚而止。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  17. (初謀伐吳,紞與賈充、荀勖同共苦諫不可。吳平,紞內懷慚懼,疾張華如讎。及華外鎮,威德大著,朝論當徵為尚書令。紞從容侍帝,論晉魏故事,因諷帝,言華不可授以重任,帝默然而止。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
  18. (太康七年,紞疾,詔以紞為散騎常侍,賜錢二十萬、床帳一具。尋卒。) จิ้นชู เล่มที่ 39.

บรรณานุกรม

[แก้]