เฝิง ต่าน
เฝิง ต่าน | |
|---|---|
| 馮紞 | |
| นายทหารม้ามหาดเล็ก (散騎常侍 ซานฉีฉางชื่อ) | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 286 | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| ขุนนางมหาดเล็ก (侍中 ชื่อจง) | |
| ดำรงตำแหน่ง ?–ค.ศ. 286 | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| ผู้ช่วยขุนนางตรวจสอบ (御史中丞 ยฺวี่ฉื่อจงเฉิง) | |
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| เจ้าเมืองยีหลำ (汝南太守 หรู่หนานไท่โฉ่ว) | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 279 หรือ 280–? | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| ขุนพลพิทักษ์ฝ่ายซ้าย (左衛將軍 จั่วเว่ย์เจียงจฺวิน) | |
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |
| กษัตริย์ | สุมาเอี๋ยน |
| นายกองพันทหารม้าเร็ว (越騎校尉 เยฺว่ฉีเซี่ยวเว่ย์) | |
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |
| นายกองพันทหารราบ (步兵校尉 ปู้ปิงเซี่ยวเว่ย์) | |
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |
| เจ้าเมืองเว่ยจฺวิ้น (魏郡太守 เว่ย์จฺวิ้นไท่โฉ่ว) | |
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | ไม่ทราบ |
| เสียชีวิต | ค.ศ. 286 |
| บุตร |
|
| บุพการี |
|
| ญาติ |
|
| อาชีพ | ขุนนาง |
| ชื่อรอง | เฉ่าโจ้ว (少冑) |
เฝิง ต่าน (จีน: 馮紞; พินอิน: Féng Dǎn; เสียชีวิต ค.ศ. 286) หรือ บังซิม[a] ชื่อรอง เฉ่าโจ้ว (จีน: 少冑; พินอิน: Shǎozhòu) เป็นขุนนางในยุคราชวงศ์จิ้นตะวันตก
ประวัติ
[แก้]เฝิง ต่านเป็นชาวเมืองอันเป๋ง (安平郡 อานผิงจฺวิ้น) ซึ่งปัจจุบันคือนครเหิงฉุ่ย (衡水) มณฑลเหอเป่ย์[2] ปู่ของเฝิง ต่านคือเฝิง ฝู (馮浮) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการมณฑลราชธานี (司隸校尉 ซือลี่เซี่ยวเว่ย์) ของรัฐวุยก๊กในยุคสามก๊ก[3] บิดาของเฝืง ต่านคือเฝิง ยฺเหวียน (馮員) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว) ของเมืองจี้จฺวิ้น (汲郡)[4]
เฝิง ต่านในวัยเยาว์มีความเชียวชาญเรื่องคัมภีร์โบราณและประวัติศาสตร์ มีความสามารถในการโต้วาที[5] เฝิง ต่านเคยดำแหน่งตำแหน่งเจ้าเมืองของเมืองเว่ยจฺวิ้น (魏郡), นายกองพันทหารราบ (步兵校尉 ปู้ปิงเซี่ยวเว่ย์) และนายกองพันทหารม้าเร็ว (越騎校尉 เยฺว่ฉีเซี่ยวเว่ย์)[6] ต่อมาเฝิง ต่านได้รับความโปรดปรานจากสุมาเอี๋ยน (司馬炎 ซือหม่า เหยียน) จักรพรรดิผู้ก่อตั้งราชวงศ์จิ้นตะวันตก และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นขุนพลพิทักษ์ฝ่ายซ้าย (左衛將軍 จั่วเว่ย์เจียงจฺวิน)[7] เฝิง ต่านมีความสามารถในการทำให้สุมาเอี๋ยนทรงพอพระทัย ทำให้สุมาเอี๋ยนทรงโปรดปรานและไว้วางพระทัยเฝิง ต่านมากยิ่งขึ้น[8] ด้วยเหตุนี้เฝิง ต่านจึงสนิทสนมกับกาอุ้น (賈充 เจี่ย ชง), ซุนโจย (荀勗 สฺวิน ซฺวี่) และขุนนางคนสนิทคนอื่น ๆ เฝิง ต่าน, กาอุ้นและซุนโจยสามคนได้รวมเป็นกลุ่มกัน[9]
เมื่อ ค.ศ. 271 เมื่อจักรพรรดิสุมาเอี๋ยนทรงต้องการตั้งให้กาอุ้นไปรักษาภูมิภาคกวนต๋ง (關中 กวานจง) ซุนโจยวางแผนให้เจี่ย หนานเฟิง (賈南風) บุตรสาวของกาอุ้นได้สมรสกับรัชทายาทซือหม่า จง (司馬衷) เพื่อให้กาอุ้นยังคงอยู่ในลกเอี๋ยง (洛陽 ลั่วหยาง) นครหลวงของราชวงศ์จิ้นและรักษาอำนาจต่อไปได้ เฝิงต่านมีส่วนร่วมอย่างมากในแผนการนี้ การสมรสประสบผลสำเร็จจึงทำให้กาอุ้นยังคงอยู่ในราชสำนัก[10] ภายหลังจักรพรรดิสุมาเอี๋ยนทรงเห็นว่าเจี่ย หนานเฟิงมีนิสัยโหดร้ายจึงทรงมีพระประสงค์จากปลดเจี่ย หนานเฟิงจากการเป็นพระชายาของรัชทายาท เฝิง ต่านและคนอื่น ๆ ทูลทัดทานและขอร้องจึงทำให้สุมาเอี๋ยนทรงเปลี่ยนพระทัย[11] [12]
ในช่วงราชวงศ์จิ้นทำศึกพิชิตรัฐง่อก๊กเมื่อ ค.ศ. 279-280 เฝิง ต่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองของเมืองยีหลำ (汝南郡 หรู่หนานจฺวิ้น) และติดตามทัพของขุนพลองโยย (王濬 หวาง จฺวิ้น) ในการโจมตีเบาะเหลง (秣陵 มั่วหลิง)[13] ภายหลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยขุนนางตรวจสอบ (御史中丞 ยฺวี่ฉื่อจงเฉิง) และต่อมาเป็นขุนนางมหาดเล็ก (侍中 ชื่อจง)[14]
เมื่อ ค.ศ. 282 สุมาเอี๋ยนประชวรหนัก หลังจากอาการประชวรบรรเทาลง พระองค์ก็ทรงรับทราบว่าในระหว่างที่พระองค์ประชวร เหล่าขุนนางและราษฎรต่างสนับสนุนสุมาฮิวผู้เป็นเจอ๋อง (齊王 ฉีหวาง) และเป็นพระอนุชาของสุมาเอี๋ยนให้สืบราชบัลลังก์ สุมาฮิวนั้นมักทรงดูถูกซุนโจย อีกทั้งรัชทายาทซือหม่า จงก็ทรงด้อยสติปัญญา ซุนโจยจึงกลัวว่าหากสุมาฮิวได้สืบราชบัลลงก์จะเป็นผลเสียต่อตนเอง ซุนโจยและเฝิง ต่านจึงทูลเสนอจักรพรรดิสุมาเอี๋ยนให้ทรงมีรับสั่งให้สุมาฮิวเสด็จกลับไปเขตศักดินาของพระองค์ สุมาเอี๋ยนทรงไตร่ตรองแล้วจึงทรงรับข้อเสนอของทั้งสอง และทรงส่งคนไปเชิญสุมาฮิวให้ออกจากนครหลวง[15]
สุมาฮิวเกิดอาการประชวรด้วยความกังวลและความกริ้ว จักรพรรดิสุมาเอี๋ยนจึงทรงส่งแพทย์หลวงไปถวายการรักษา แต่เฝิง ต่านสมคบคิดกับแพทย์หลวงให้จงใจปฏิเสธที่จะถวายการรักษาสุมาฮิว ทำให้อาการประชวรของสุมาฮิวแย่ลงและสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา เดิมทีสุมาเอี๋ยนไม่ได้ทรงรังเกียจสุมาฮิวที่เป็นพระอนุชาร่วมบิดามารดา แต่พระองค์ตัดสินพระทัยส่งสุมาฮิวกลับไปเขตศักดินาเพื่อรักษาราชบัลลังก์ของพระองค์เอง หลังสุมาเอี๋ยนทรงทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ด้วยอาการประชวรของสุมาฮิว สุมาเอี๋ยนก็ทรงโทมนัสนัก เหล่าขุนนางและราษฎรต่างก็โศกเศร้าอย่างมากเช่นกัน ในช่วงเวลานี้เฝิง ต่านทูลเสนอสุมาเอี๋ยนว่า "เจอ๋อง (สุมาฮิว) ผู้นี้ทรงมีชื่อเสียงมากเกินไป การประชวรสิ้นพระชนม์ในบัดนี้นั้นถือเป็นโชคดีแก่วงศ์จิ้นอันยิ่งใหญ่ของเรา เหตุใดฝ่าบาทจึงทรงโสมนัสเกินควรเช่นนี้!" สุมาเอี๋ยนทรงได้ยินดังนั้นจึงหยุดกรรแสง[16]
ในช่วงเวลาที่ราชวงศ์จิ้นพิชิตง่อก๊กนั้น เฝิง ต่านรวมถึงกาอุ้น, ซุนโจย และคนอื่น ๆ เคยคัดค้านการบุกง่อก๊ก และมีความเห็นขัดแย้งกับจาง หฺวา (張華), เตาอี้ (杜預 ตู้ ยฺวี่) และคนอื่น ๆ แต่ในท้ายที่สุดทัพราชวงศ์จิ้นก็สามารถพิชิตง่อก๊กได้สำเร็จ ทำให้เฝิง ต่านรู้สึกละอายใจและหวาดกลัว เกรงว่าไม่ช้าก็เร็วที่จักรพรรดิสุมาเอี๋ยนจะทรงหมางเมินตนเพราะตนเคยคัดค้านการโจมตีง่อก๊ก อีกทั้งจาง หฺวาก็เคยพูดจาไม่ดีเกี่ยวเฝิง ฮุย (馮恢) พี่ชายของเฝิง ต่านให้สุมาเอี๋ยนทรงฟังด้วย ดังนั้นเฝิง ต่านจึงเกลียดจาง หฺวามาก ต่อมาจาง หฺวาถูกส่งไปปราบจลาจลที่มณฑลอิวจิ๋ว (幽州 โยวโจว) ทำให้จาง หฺวามีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในเวลานั้นขุนนางราชสำนักต่างทูลเสนอสุมาเอี๋ยนให้ทรงเรียกตัวจาง หฺวากลับมาราชสำนัก ในระหว่างการหารือเรื่องที่จะตั้งให้จาง หฺวาเป็นหัวหน้าสำนักราชเลขาธิการ (尚書令 ช่างชูลิ่ง) เฝิง ต่านก็ได้โอกาสใส่ร้ายจาง หฺวา โดยยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ที่อดีตที่จงโฮย (鍾會 จง ฮุ่ย) ได้รับมอบหมายให้พิชิตรัฐจ๊กก๊ก แต่กลับพยายามก่อกบฏเมื่อ ค.ศ. 264 หลังพิชิตจ๊กก๊กได้แล้ว แล้วเฝิง ต่านจึงทูลเสนอสุมาเอี๋ยนว่าไม่ควรมอบหมายความรับผิดชอบสำคัญให้จาง หฺวา ไม่เช่นนั้นจาง หฺวาอาจก่อปัญหาขึ้นในวันใดวันหนึ่งเหมือนที่จงโฮยเคยกระทำ สุมาเอี๋ยนทรงฟังคำเฝิง ต่านแล้วก็ไม่มอบหมายหน้าที่สำคัญให้จาง หฺวาอีกเลยจนกระทั่งพระองค์สวรรคต[17]
เมื่อ ต.ศ. 286 เฝิง ต่านล้มป่วย สุมาเอี๋ยนทรงแต่งตั้งให้เฝิง ต่านมีตำแหน่งเป็นนายทหารม้ามหาดเล็ก (散騎常侍 ซานฉีฉางชื่อ) ต่อมาไม่นานเฝิง ต่านก็เสียชีวิต[18]
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ ("เวลานั้นบังซิมกับซุนหยกเฝ้าอยู่ที่นั่น ครั้นได้ยินรับสั่งให้ไทอุยหมอหลวงไปรักษาซินอ๋อง ก็รีบกลับมาบ้านให้คนใช้ไปหาตัวไทอุยหมอหลวงนั้นมา") ไซจิ้น, พิมพ์ครั้งที่ 5, สำนักพิมพ์โฆษิต, 2551, หน้า 86.
- ↑ (馮紞,字少胄,安平人也。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (祖浮,魏司隸校尉。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (父員,汲郡太守。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (紞少博涉經史,識悟機辯。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (歷仕為魏郡太守,轉步兵校尉,徙越騎。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (得幸于武帝,稍遷左衛將軍。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (承顏悅色,寵愛日隆。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (賈充、荀勖並與之親善。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (充將鎮關右也,勖謂馮紞曰:「賈公遠放,吾等失勢。太子婚尚未定,若使充女得為妃,則不留而自停矣。」勖與紞伺帝間並稱「充女才色絕世,若納東宮,必能輔佐君子,有《關雎》后妃之德。」遂成婚。當時甚為正直者所疾,而獲佞媚之譏焉。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (帝將廢賈妃,勖與馮紞等諫請,故得不廢。時議以勖傾國害時,孫資、劉放之匹。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (充女之為皇太子妃也,紞有力焉。及妃之將廢,紞、勖幹沒救請,故得不廢。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (伐吳之役,紞領汝南太守,以郡兵隨王浚入秣陵。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (遷御史中丞,轉侍中。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (帝病篤得愈,紞與勖見朝野之望,屬在齊王攸。攸素薄勖。勖以太子愚劣,恐攸得立,有害於己,乃使紞言於帝曰:「陛下前者疾若不差,太子其廢矣。齊王為百姓所歸,公卿所仰,雖欲高讓,其得免乎!宜遣還藩,以安社稷。」帝納之。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (及攸薨,朝野悲恨。初,帝友于之情甚篤,既納紞、勖邪說,遂為身後之慮,以固儲位。既聞攸殞,哀慟特深。紞侍立,因言曰:「齊王名過於實,今得自終,此乃大晉之福。陛下何乃過哀!」帝收淚而止。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (初謀伐吳,紞與賈充、荀勖同共苦諫不可。吳平,紞內懷慚懼,疾張華如讎。及華外鎮,威德大著,朝論當徵為尚書令。紞從容侍帝,論晉魏故事,因諷帝,言華不可授以重任,帝默然而止。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
- ↑ (太康七年,紞疾,詔以紞為散騎常侍,賜錢二十萬、床帳一具。尋卒。) จิ้นชู เล่มที่ 39.
บรรณานุกรม
[แก้]- ฝาง เสฺวียนหลิง (648). จิ้นชู.