เผ่าเลวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เผ่าเลวี (อังกฤษ: Levites) เป็น 1 ในบรรดา 12 เผ่าของวงศ์วานอิสราเอล ตามบันทึกในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิม ในหมวดเบญจบรรณ และตามพระคัมภีร์โทราห์ของศาสนายูดาห์ เลวีมาจากชื่อของบุตรชายคนที่ 3 ของยาโคบ (อิสราเอล) กับนางเลอาห์ ภรรยาคนแรก เลวีเป็นเผ่าเดียวที่พระยาห์เวห์ทรงยกเว้นไม่ให้ได้รับมรดกจากแผ่นดินคานาอัน แต่ให้มีหน้าที่เป็นปุโรหิตและผู้ปฏิบัติงานในสถานนมัสการ

บุตรของยาโคบ ตามชื่อภรรยา (ญ = บุตรสาว)
(ตัวเลขในวงเล็บคือลำดับของการเกิด)
เลอาห์ รูเบน (Reuben) (1) สิเมโอน (Simeon) (2) เลวี (Levi) (3) ดีนาห์ (Dinah) (ญ)
ยูดาห์ (Judah) (4) อิสสาคาร์ (Issachar) (9) เศบูลุน (Zebulun) (10)
ราเชล โยเซฟ (Joseph) (11) เบนยามิน (Benjamin) (12)
เอฟราอิม บุตรโยเซฟ (11.1) มนัสเสห์ บุตรโยเซฟ (11.2)
บิลลาห์
(สาวใช้นางราเชล)
ดาน (Dan) (5) นัฟทาลี (Naphtali) (6)
ศิลปาห์
(สาวใช้นางเลอาห์)
กาด (Gad) (7) อาเชอร์ (Asher) (8)


กำเนิดเลวี[แก้]

เมื่อยาโคบไปอยู่กับลาบัน ลุงของตน ลาบันให้ยาโคบทำงาน 7 ปี เพื่อแลกกับนางราเชล บุตรสาวคนเล็กของตน แต่เมื่อครบ 7 ปีตามกำหนด ลาบันกลับให้ยาโคบแต่งงานกับนางเลอาห์ บุตรีคนโต ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นธรรมเนียมที่คนพี่จะต้องแต่งก่อนคนน้อง ยาโคบจึงต้องทำงานอีก 7 ปีเพื่อให้ได้นางราเชล เมื่ออยู่กินกันนั้น ยาโคบรักนางราเชล และชังนางเลอาห์ พระเจ้าจึงทรงเบิกครรภ์ของนางให้มีบุตรชายแก่ยาโคบ ถึง 4 คนติดต่อกัน และเลวี เป็นบุตรคนที่สามของยาโคบ กับนางเลอาห์นั่นเอง

เหตุที่ได้ชื่อว่า เลวี เนื่องด้วยเมื่อคลอดนั้น มารดาได้กล่าวว่า "ครั้งนี้สามีจะสนิทสนมกับข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้ามีบุตรชายกับเขาสามคนแล้ว"[1] เลวี จึงมาจากคำภาษาฮีบรู ที่แปลว่า สนิทสนม

คำพยากรณ์ของยาโคบที่มีต่อเลวี[แก้]

ก่อนยาโคบจะสิ้นใจ ท่านได้เรียกบรรดาบุตรของท่านมา เพื่อบอกเหตุอันจะเกิดภายหน้าแก่บุตรของท่าน คำพยากรณ์ของยาโคบที่มีต่อเลวี มีดังนี้

"...สิเมโอนกับเลวีเป็นพี่น้องกัน กระบี่ของเขาเป็นเครื่องอาวุธร้ายกาจ จิตวิญญาณของเราเอ๋ย อย่าเข้าไปในที่ขุมนุมของเขา จิตใจของเราเอ๋ย อย่าเข้าร่วมในที่ประชุมของเขา เหตุว่าเขาฆ่าคนด้วยความโกรธ เขาตัดเอ็นน่องวัวตัวผู้ตามอำเภอใจเขา ให้ความโกรธของเขาถูกแช่งเพราะรุนแรง ให้ความโมโหของเขาถูกสาปเพราะดุร้าย เราจะให้เขาแตกแยกกันในพวกยาโคบ จะให้เขาพลัดพรากกันในคนอิสราเอล..."[2]

เลวี และสิเมโอนฆ่าเชเคม[แก้]

ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อยาโคบเดินทางกลับจากปัดดานอารัมใหม่ ๆ นั้น เมื่อพำนักอยู่ในเมืองเชเคม แคว้นคานาอันนั้น ดีนาห์ บุตรสาวของยาโคบ ซึ่งเป็นน้องสาวของสิเมโอน และเลวี ถูกเชเคม บุตรชายโฮเมอร์ เจ้าเมืองเชเคมนั้นทำลายความบริสุทธิ์ ในครั้งนั้นบรรดาบุตรของยาโคบได้พากันออกอุบายให้โฮเมอร์ เชเคม และบรรดาผู้ชายชาวเมืองนั้นตัดปลายหนังองคชาต เพื่อเข้าสุหนัตก่อนจะยกนางดีนาห์ให้แก่เชเคม ครั้นเมื่อชาวเมืองนั้นอยู่ระหว่างพักฟื้น สิเมโอน และเลวีได้ถือดาบเข้าไปฆ่าฟันชาวเมืองนั้น และปล้นริบเอาทรัพย์สิน สิ่งของ และจับบุตรภรรยาของคนเหล่านั้นไปเป็นทาส ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้ยาโคบไม่พอใจ[3]

แผนผังตระกูลเลวี[แก้]

ตามตระกูลของท่านดังแผนผังด้านล่างนี้

 
 
 
 
 
 
 
 
เลวี
 
 
 
Melcha
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เกอร์โชน
 
โคอาท
 
เมรารี
 
โยเคเบด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อัมราม
 
อิสฮาร์
 
เฮโบรน
 
อุสซีเอล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มีเรียม
 
อาโรน
 
โมเสส
 
 
 

คำอวยพรของโมเสสแก่เผ่าเลวี[แก้]

ก่อนโมเสสจะสิ้นชีวิต พระเจ้าได้ทรงเรียกท่านขึ้นไปยังภูเขาอาบาริม แผ่นดินโมอับ ตรงข้ามเมืองเยรีโค นั้น ที่นั่น โมเสสได้กล่าวอวยพรชนเผ่าต่าง ๆ ของวงศ์วานอิสราเอล โดยบทอวยพรแก่เผ่าเลวี เป็นดังนี้

"...ทูมมิมและอูริม ของพระองค์อยู่กับผู้จงรักภักดีของพระองค์...ผู้กล่าวถึงบิดามารดาของเขาว่า ข้าพเจ้าไม่รู้จักเขาแล้ว เขาไม่จำพี่น้องของเขา และไม่รู้จักลูกของตน เพระว่าเขาปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์ และรักษาพระสัญญาของพระองค์ เขาทั้งหลายจะสอนกฎหมายของพระองค์แก่ยาโคบ และสอนธรรมบัญญัติแก่อิสราเอล เขาจะวางเครื่องหอมต่อพระพักตร์พระองค์ และถวายเครื่องเผาบูชาบนแทนบูชาของพระองค์...ขอทรงตีทำลายบั้นเอวแห่งศัตรูของเขา...อย่าให้ลุกขึ้นอีกได้"[4]

บทบาทของชาวเลวีในอิสราเอล[แก้]

ตระกูลปุโรหิต[แก้]

ในหนังสืออพยพ บทที่ 28 พระเจ้าตรัสสั่งให้โมเสสนำอาโรนพี่ชายของท่าน และบุตรของเขา ซึ่งเป็นชนเผ่าเลวีนั้น แยกออกจากวงศ์วานอิสราเอล และแต่งตั้งให้ท่าน และบุตรหลานของท่านเป็นปุโรหิต ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า และในหนังสือเลวีนิติ บทที่ 21 ได้กล่าวถึงแบบอย่างความประพฤติที่ปุโรหิตจะต้องปฏิบัติชีวิตในความบริสุทธิ์ เช่น ห้ามแตะต้องศพ ห้ามแต่งงานกับคนต่างชาติ ห้ามแต่งงานกับหญิงที่เป็นมลทิน หรือหญิงม่าย ไม่ให้โกนศีรษะหรือหนวดเครา อย่าปล่อยผม ห้ามบุตรสาวของปุโรหิตเป็นโสเภณี เป็นต้น

ในหนังสือกันดารวิถี บทที่ 16 ได้กล่าวถึง โคราห์ ชายเผ่าเลวีที่คิดกบฏต่อ โมเสส และอาโรน และตั้งตนเป็นปุโรหิตเอง แต่สุดท้าย โคราห์และพวก ก็ถูกพระเจ้าลงโทษโดยการให้แผ่นดินสูบพวกเขาไป เป็นการยืนยันการทรงเลือกของพระเจ้าที่จะมอบตำแหน่งปุโรหิต ให้แก่ตระกูลของอาโรน

งานและหน้าที่ของคนเลวี[แก้]

ในหนังสือกันดารวิถี ได้กล่าวถึงหน้าที่ของเผ่าเลวี ที่แตกต่างจากเผ่าอื่น ๆ โดยให้มีหน้าที่ปรนนิบัติงานของสถานนมัสการ โดยแบ่งออกงานออกเป็น 3 กลุ่มตามวงศ์วานของเผ่าเลวี ดังนี้

  • วงศ์วานเกอร์โชน มีจำนวนผู้ชายอายุ 1 เดือนขึ้นไปจำนวน 7,500 คน ต้องตั้งค่ายอยู่ข้างหลังพลับพลาด้านทิศตะวันตก โดยมีหน้าที่รับผิดชอบงานในพลับพลา ได้แก่ งานพลับพลา งานเต็นท์ พร้อมเครื่องเต็นท์ แท่นบูชา และสิ่งของทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ [5]
  • วงศ์วานโคอาท มีจำนวนผู้ชายอายุ 1 เดือนขึ้นไปจำนวน 8,600 คน ต้องตั้งค่ายอยู่ทางใต้ของพลับพลา มีหน้าที่ดูแลหีบพระโอวาท โต๊ะขนมปัง คันประทีป แท่นบูชาทั้งสอง และเครื่องใช้สถานนมัสการซึ่งปุโรหิตใช้งาน และม่าน [6]
  • วงศ์วานเมรารี มีจำนวนผู้ชายอายุ 1 เดือนขึ้นไปจำนวน 6,200 คน ต้องตั้งค่ายอยู่ด้านเหนือของพลับพลา มีหน้าที่ดูแลงานไม้กรอบพลับพลา ไม้กลอน ไม้เสา ฐานรองและเครื่องประกอบทั้งหมด เสารอบลานพลับพลา พร้อมกับฐานรองหลักหมุดและเชือกโยง [7]

พระเจ้าทรงกำหนดให้คนเลวีทำงาน เมื่อมีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป จนกระทั่งถึงอายุ 50 ปีจึงให้หยุดปฏิบัติงาน ซึ่งแตกต่างจากเผ่าอื่น ๆ ที่มีกำหนดอายุทำงานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และในขณะเดียวกัน พระเจ้าทรงนำคนเลวี ตั้งแต่เมื่ออายุ 1 เดือนขึ้นไป ในขณะที่ทรงนับคนเผ่าอื่น เมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป

สิ่งที่จัดสรรไว้ให้เลวีและปุโรหิต[แก้]

ในหนังสือกันดารวิถี พระเจ้าทรงจัดสรรให้บรรดาปุโรหิต และคนเลวีนั้น ได้รับจัดสรรสิ่งต่าง ๆ จากบรรดาของถวายของอิสราเอลที่ไม่ได้นำไปเผาไฟ ให้เป็นสิ่งที่จัดไว้ให้แก่ปุโรหิต และคนเลวี นอกจากนี้ ยังทรงกำหนดให้อิสราเอล มีการไถ่บรรดาบุตรหัวปีของตนจากพระเจ้า เป็นเงิน 5 เชเขล ซึ่งส่วนนี้จะตกเป็นของปุโรหิต และคนเลวีตามสัดส่วนเช่นกัน

นอกจากนี้ ในการแบ่งดินแดนคานาอัน แม้พระเจ้าจะทรงยกเว้น คนเลวี ที่จะไม่ได้รับมรดกจากแผ่นดินคานาอันก็ตาม แต่ทรงกำหนดให้แต่ละเผ่าของอิสราเอล ได้จัดสรรหัวเมืองให้แก่คนเลวีตามขนาดของแต่ละเผ่า ซึ่งประกอบด้วยเมืองลี้ภัยจำนวน 6 เมือง และหัวเมืองอื่น ๆ อีก 22 เมือง[8] โดยแบ่งตามวงศ์วานของเลวีดังนี้

อ้างอิง[แก้]

  1. หนังสือปฐมกาล บทที่ 29 ข้อที่ 34
  2. หนังสือปฐมกาล บทที่ 49 ข้อที่ 5-7
  3. หนังสือปฐมกาล บทที่ 34
  4. หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 33 ข้อที่ 8-11
  5. หนังสือกันดารวิถี บทที่ 3 ข้อที่ 21-26
  6. หนังสือกันดารวิถี บทที่ 3 ข้อที่ 27-32
  7. หนังสือกันดารวิถี บทที่ 3 ข้อที่ 33-37
  8. หนังสือกันดารวิถี บทที่ 35

ดูเพิ่ม[แก้]