ข้ามไปเนื้อหา

เบนนี กู๊ดแมน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เบนนี กู๊ดแมน
กู๊ดแมนในปี ค.ศ. 1942
กู๊ดแมนในปี ค.ศ. 1942
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิดเบนจามิน เดวิด กู๊ดแมน
เกิด(1909-05-30)30 พฤษภาคม ค.ศ. 1909
ชิคาโก, รัฐอิลลินอยส์
เสียชีวิต13 มิถุนายน ค.ศ. 1986(1986-06-13) (77 ปี)
นิวยอร์กซิตี
แนวเพลง
อาชีพ
  • นักดนตรี
  • หัวหน้าวง
เครื่องดนตรีแคลริเน็ต
ช่วงปี1926–1986
ค่ายเพลง
เว็บไซต์bennygoodman.com

เบนจามิน เดวิด กู๊ดแมน (30 พฤษภาคม ค.ศ. 1909 – 13 มิถุนายน ค.ศ. 1986) เป็นนักแคลริเน็ตและหัวหน้าวงชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “ราชาแห่งสวิง”

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 จนถึงกลางทศวรรษที่ 1940 กู๊ดแมนได้เป็นผู้นำวงสวิง บิกแบนด์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดวงหนึ่งในสหรัฐอเมริกา คอนเสิร์ตของเขาที่คาร์เนกีฮอลล์ในนิวยอร์กซิตีเมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1938 ได้รับการบรรยายโดยบรูซ เอเดอร์ นักวิจารณ์ว่าเป็น "คอนเสิร์ตแจ๊สหรือดนตรีป็อปที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์: งานเปิดตัวดนตรีแจ๊ซสู่โลกของดนตรีที่ "น่าเคารพ"[1]

วงดนตรีของกู๊ดแมนเป็นจุดเริ่มต้นของนักดนตรีแจ๊สหลายคน เขาแสดงดนตรีอย่างต่อเนื่องจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตโดยยังคงสนใจดนตรีคลาสสิกไปด้วย

ชีวิตวัยเด็ก

[แก้]

กู๊ดแมนเป็นบุตรคนที่ 9 จากพี่น้องทั้งหมด 12 คนที่เกิดจากผู้อพยพชาวยิวที่ยากจนจากจักรวรรดิรัสเซีย เดวิด กู๊ดแมน พ่อของเขา เดินทางมายังสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1892 จากเมืองวอร์ซอในประเทศโปแลนด์ที่ถูกแบ่งแยก และกลายมาเป็นช่างตัดเสื้อ[2] โดรา กริซินสกี[2] แม่ของเขามาจากเกานัส พวกเขาพบกันที่เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ และย้ายไปชิคาโกก่อนที่กู๊ดแมนจะเกิด ด้วยรายได้ที่ไม่มากนักและสภาพครอบครัวใหญ่ พวกเขาจึงย้ายไปอยู่ในย่านแม็กซ์เวลล์สตรีท ซึ่งเป็นสลัมแออัดใกล้กับลานรถไฟและโรงงาน โดยมีผู้อพยพชาวเยอรมัน ไอร์แลนด์ อิตาลี โปแลนด์ สแกนดิเนเวีย และยิวอาศัยอยู่[3]

ทุกวันอาทิตย์ พ่อของเขามักพาลูก ๆ ไปชมฟรีคอนเสิร์ตที่ Douglass Park อยู่เสมอซึ่งเป็นครั้งแรกที่กู๊ดแมนได้สัมผัสประสบการณ์การแสดงสดระดับมืออาชีพ ด้วยความเชื่อว่าดนตรีอาจเป็นหนทางออกจากความยากจนสำหรับลูกชายของเขา พ่อของกู๊ดแมนจึงได้ส่งกู๊ดแมนวัย 10 ขวบและพี่ชายอีก 2 คนไปเรียนดนตรีฟรีที่ Kehelah Jacob Synagogue ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1919[4] พี่ชายของเขาได้รับทูบาและทรัมเป็ต ในขณะที่เบนนี น้องชายคนเล็กได้รับแคลริเน็ต เบนนียังได้เรียนแคลริเน็ตแบบคลาสสิกเป็นเวลาสองปีจากฟรานซ์ โชปป์ นักแคลริเน็ตซึ่งเป็นสมาชิกของวงชิคาโกซิมโฟนีออร์เคสตราอีกด้วย[5][6][7]

ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับกู๊ดแมน

[แก้]

เมื่อคราวเสด็จประพาสอเมริกาในปี พ.ศ. 2503 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงดนตรีกับเบนนี กู๊ดแมน 2 วันติดต่อกันครั้งแรกคือระหว่างงานเลี้ยงพระกระยาหารที่ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กในขณะนั้นจัดถวาย และครั้งที่ 2 คือเสด็จไปบ้านของกู๊ดแมน[8]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Eder, Bruce (November 2, 1999). "Live at Carnegie Hall: 1938 Complete". AllMusic. สืบค้นเมื่อ December 27, 2012.
  2. 1 2 "Biography". Benny Goodman – The Official Website of the King of Swing. Estate of Benny Goodman. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 30, 2010. สืบค้นเมื่อ November 5, 2010.
  3. Firestone, Ross (1993). Swing, Swing, Swing: The Life and Times of Benny Goodman (1st ed.). New York: Norton. pp. 18–24. ISBN 0-393-03371-6.
  4. "Benny Goodman". www.jewishvirtuallibrary.org. สืบค้นเมื่อ May 6, 2020.
  5. Wang, Richard (2001). "Goodman, Benny". Grove Music Online. doi:10.1093/gmo/9781561592630.article.11459. ISBN 978-1-56159-263-0. สืบค้นเมื่อ May 6, 2020.
  6. "Jazz: A Film By Ken Burns Selected Artist Biography — Benny Goodman". PBS. January 8, 2001. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ January 24, 2001. สืบค้นเมื่อ March 29, 2007.
  7. Erenberg, Lewis A. (September 8, 1999). Swingin' the Dream: Big Band Jazz and the Rebirth of American Culture. University of Chicago Press. ISBN 9780226215181. สืบค้นเมื่อ May 6, 2020 โดยทาง Google Books.
  8. "9 พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่หาชมได้ยากยิ่ง". GQThailand.

บรรณานุกรม

[แก้]