ข้ามไปเนื้อหา

เทือกเขาทเวลฟ์เบนส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทือกเขาทเวลฟ์เบนส์
ทเวลฟ์พินส์; เบนนาเบโอลา
แผนที่
จุดสูงสุด
ยอดเบนบอน
ความสูง729 เมตร (2,392 ฟุต)
พิกัด53°30′N 9°49′W / 53.50°N 9.81°W / 53.50; -9.81
ข้อมูลเชิงขนาด
พื้นที่161.3 ตารางกิโลเมตร (62.3 ตารางไมล์)
ชื่อ
ชื่อท้องถิ่นNa Beanna Beola
ข้อมูลทางภูมิศาสตร์
ที่ตั้งคอนเนมารา เทศมณฑลกอลเวย์
ประเทศไอร์แลนด์
จังหวัดคอนน็อต
แผนที่ภูมิประเทศOSi Discovery 37 และ 44
ข้อมูลทางธรณีวิทยา
อายุหินพรีแคมเบรียนแคมเบรียน
ประเภทหินควอร์ตไซต์ ชีสต์ หินอ่อน ไนส์ และหินแกบโบร

เทือกเขาทเวลฟ์เบนส์ (อังกฤษ: Twelve Bens หรือ Twelve Pins; ไอริช: Na Beanna Beola; อังกฤษแบบเก่าว่า เบนนาเบโอลา หรือ Benna Beola) เป็นเทือกเขาควอร์ตไซต์ที่มียอดแหลมและสันเขาหินในภูมิภาคคอนเนมารา เทศมณฑลกอลเวย์ ทางตะวันตกของประเทศไอร์แลนด์ ยอดสูงสุดคือ เบนบอน (Binn Bhán) สูง 729 เมตร[1] แม้มีความสูงไม่ถึง 1,000 เมตร แต่ยอดหินคมและสันเขาที่สูงเด่นเหนือพรุ ทะเลสาบ และชายฝั่งแอตแลนติกทำให้เป็นภูมิประเทศภูเขาที่มีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไอร์แลนด์[2]

ในความหมายกว้าง เทือกเขานับรวมกลุ่มภูเขาการ์รอนทางเหนือและยอดรอบนอกบางแห่งทางตะวันตก พื้นที่รวม 16,163 เฮกตาร์ได้รับการกำหนดเป็น พื้นที่อนุรักษ์พิเศษทเวลฟ์เบนส์/การ์รอนคอมเพล็กซ์ (Twelve Bens/Garraun Complex SAC; รหัส 002031) ภายใต้เครือข่าย Natura 2000 ของสหภาพยุโรป[3] พื้นที่เพียงบางส่วนอยู่ในอุทยานแห่งชาติคอนเนมารา ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่อยู่บนที่ดินเอกชนหรือคอมมอนเนจ แต่โดยทั่วไปเปิดให้เข้าถึงเพื่อกิจกรรมนันทนาการอย่างรับผิดชอบ[4]

ชื่อ

[แก้]

คำว่า ben ในชื่อภาษาอังกฤษเป็นรูปแผลงของคำไอริช binn หมายถึง “ยอดเขา”[5] ชื่อไอริช Na Beanna Beola แปลว่า “ยอดเขาของเบโอลา” ตามตำนานท้องถิ่น เบโอลาเป็นยักษ์โฟโมเรียนและหัวหน้ากลุ่มฟีร์โบลก ชื่อนี้ยังปรากฏในชื่อหมู่บ้านทูมเบโอลา (Tuaim Beola)[5][6]

ชื่อภาษาอังกฤษว่า “สิบสองเบนส์” ไม่ได้ระบุรายชื่อยอดทั้งสิบสองไว้อย่างเด็ดขาด นักวิชาการด้านชื่อสถานที่ พอล เทมแพน ชี้ว่ามียอดจำนวนเกือบยี่สิบยอดในพื้นที่ที่มีคำว่า ben หรือ binn อยู่ในชื่อ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึง “ภูเขาสูงสิบสองลูกของเบนนาเบโอลา” ก็ไม่ได้แจกแจงรายชื่อ[5] ด้วยเหตุนี้ รายชื่อที่ใช้กันในปัจจุบันจึงเป็นการจัดกลุ่มเชิงภูมิประเทศ มิใช่บัญชีดั้งเดิมที่พิสูจน์ยืนยันได้

ภูมิศาสตร์

[แก้]
แม่น้ำเกล็นโคฮันและแนวสันเขาทเวลฟ์เบนส์

แกนเทือกเขาทเวลฟ์เบนส์ประกอบด้วยยอดที่ระบุได้ 22 ยอดสูงกว่า 100 เมตร โดยมีเบนบอนเป็นศูนย์กลาง ทางเหนือแยกออกไปเป็นกลุ่มการ์รอน ซึ่งมียอดหลักคือการ์รอนสูง 598 เมตร และทางตะวันตกมียอดรอบนอกอีกหลายแห่ง เมื่อนับแบบกว้างจึงมียอดที่ระบุได้ 38 ยอดสูงกว่า 100 เมตร[7][8]

แนวเขาถูกล้อมรอบทางตะวันออกด้วยหุบเขาอินาคและถนน R344 ส่วนถนน N59 ล้อมแกนเทือกเขาจากด้านใต้ ตะวันตก และเหนือ กลุ่มการ์รอนอยู่ทางเหนือของ N59 ใกล้ล็อกคายล์มอร์[7] ฝั่งตรงข้ามหุบเขาอินาคทางตะวันออกคือเทือกเขามอมเทิร์กส์ ทั้งสองเทือกเขาประกอบขึ้นเป็นภาพจำของภูมิประเทศภูเขาคอนเนมารา และเชื่อมกันด้วยเส้นทางเดินเวสเทิร์นเวย์ในระดับหุบเขา[7]

กลุ่มยอดและหุบเขาธารน้ำแข็ง

[แก้]

แกนเทือกเขามักอธิบายเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มใต้ที่ล้อมหุบเขาเกล็นโคฮัน กลุ่มกลางรอบเบนบอน และกลุ่มเหนือรอบเบนบรัก ธารน้ำแข็งยุคน้ำแข็งได้กัดเซาะหุบเขารูปตัวยูและแอ่งธารน้ำแข็งลึก ทำให้ยอดหลายกลุ่มเรียงตัวเป็นแนว “เกือกม้า” รอบหุบเขา[9]

หุบเขาหลัก ได้แก่

  • เกล็นโคฮัน (Glencoaghan) ทางใต้ ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำเกล็นโคฮัน
  • โอเวนกลิน (Owenglin) ทางตะวันตก
  • เกลนอีนัก (Gleninagh) ทางตะวันออก เป็นที่ตั้งของสันหินแคร์ร็อตริดจ์
  • พอลลัดเดิร์ก (Polladirk) ทางตะวันตกเฉียงเหนือ
  • เกล็นคอร์เบต (Glencorbet) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งระบายน้ำสู่ระบบแม่น้ำคายล์มอร์[9]

ยอดเขาสำคัญ

[แก้]

ตารางนี้แสดงรายชื่อ “สิบสองเบนส์” ที่ใช้กันแพร่หลายในการอธิบายแกนเทือกเขา รายชื่อเป็นข้อตกลงทางภูมิประเทศสมัยใหม่ ไม่ใช่รายชื่อที่บันทึกเป็นทางการในเอกสารยุคแรก[5][7]

ยอดเขาหลักที่มักนับเป็นทเวลฟ์เบนส์
ชื่ออังกฤษ ชื่อไอริช ความสูง (เมตร) ความหมายโดยสังเขป
เบนบอน (Benbaun) Binn Bhán 729 ยอดสีขาว; ยอดสูงสุดของเทือกเขา
เบนคอร์ (Bencorr) Binn Chorr 711 ยอดแหลม
เบนคอลลาดัฟฟ์ (Bencollaghduff) Binn Dubh 696 ยอดสีดำ
เบนบรีน (Benbreen) Binn Braoin 691 ชื่อสัมพันธ์กับบุคคลหรือคำว่า “หยดน้ำ”
เดอร์รีแคลร์ (Derryclare) Binn Doire Chláir 677 ยอดแห่งป่าโอ๊กของเดอร์รีแคลร์
เบนโกเวอร์ (Bengower) Binn Gabhar 664 ยอดแพะ
มักกานัคต์ (Muckanaght) Muiceanach 654 เนินคล้ายหมู
เบนฟรี (Benfree) Binn Fraoigh 638 ยอดเฮเทอร์
เบนคัลลาห์ (Bencullagh) An Chailleach 632 ยอดของหญิงชราหรือคาลิแอค
เบนบรัก (Benbrack) Binn Bhreac 582 ยอดด่าง
เบนเลตเตอรี (Benlettery) Binn Leitrí 577 ยอดเนินลาดชื้น
เบนเกล็นนิสกี (Benglenisky) Binn Ghleann Uisce 516 ยอดแห่งหุบเขาน้ำ

ธรณีวิทยา

[แก้]
ยอดควอร์ตไซต์และสันเขาหินของเบนคอร์

แกนทเวลฟ์เบนส์ประกอบด้วยหินแปรจากตะกอนทะเล ซึ่งเรียกรวมว่า คอนเนมาราดัลเรเดียน หินต้นกำเนิดสะสมตัวในทะเลตื้นอบอุ่นราว 700–550 ล้านปีก่อนในช่วงปลายพรีแคมเบรียนถึงแคมเบรียน ต่อมาการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและการปิดของมหาสมุทรไอแอพีทัสแปรสภาพตะกอนเหล่านี้เป็นชีสต์และหินผลึก[4][10]

ยอดเขาแกนหลักมีควอร์ตไซต์ทนการผุพังปกคลุม จึงเหลือเป็นสันเขาและยอดแหลม ขณะที่เชิงเขาและหุบเขามีชีสต์และหินอ่อนสีเทามากกว่า กลุ่มการ์รอนทางเหนือมีธรณีวิทยาต่างออกไป โดยพบไนส์ หินทราย หินโคลน หินแกบโบร ไมกาชีสต์ และหินอ่อนในบริเวณต่าง ๆ[3][4] ธารน้ำแข็งในช่วงปลายยุคน้ำแข็งเป็นผู้หล่อรูปภูมิประเทศปัจจุบัน ทิ้งตะกอนทราย กรวด ดินธารน้ำแข็ง และก้อนหินต่างถิ่นไว้ทั่วพื้นที่[4]

ธรรมชาติและการอนุรักษ์

[แก้]

พื้นที่อนุรักษ์พิเศษทเวลฟ์เบนส์/การ์รอนคอมเพล็กซ์ครอบคลุม 16,163 เฮกตาร์ และเป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความหลากหลายสูงของไอร์แลนด์ แหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญ ได้แก่ ทะเลสาบน้ำธาตุอาหารต่ำ ฮีทภูเขา พรุคลุมที่ยังทำงาน ป่าโอ๊กหลงเหลือ พืชพรรณแบบ Rhynchosporion และลานหิน–เนินหินซิลิกา[3] ชนิดพันธุ์ที่เป็นเป้าหมายการอนุรักษ์รวมหอยมุกน้ำจืด ปลาแซลมอนแอตแลนติก นาก และ slender naiad ซึ่งเป็นพืชน้ำชนิดหนึ่ง[3]

พื้นที่พรุคลุมเป็นหนึ่งในถิ่นอาศัยสำคัญของพื้นที่อนุรักษ์

การอนุรักษ์ต้องสมดุลระหว่างการปกป้องพรุและลุ่มน้ำ การเลี้ยงสัตว์บนที่สูง การเข้าถึงพื้นที่เอกชน และกิจกรรมกลางแจ้ง พื้นที่ในอุทยานแห่งชาติคอนเนมาราช่วยให้มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้มาเยือนและเส้นทางเดินบางส่วน ขณะที่พื้นที่ภูเขาอื่นต้องอาศัยการเดินอย่างระมัดระวังและเคารพสิทธิของเจ้าของที่ดิน[4][3]

การเดินเขาและการปีนหน้าผา

[แก้]
มุมมองสู่หุบเขาพอลลัดเดิร์กจากไดมอนด์ฮิลล์

ทเวลฟ์เบนส์เป็นพื้นที่สำคัญของการเดินเขา วิ่งภูเขา และปีนหน้าผาในไอร์แลนด์ แต่สันเขามีหินเปียกลื่น หมอก ลมแรง และการขึ้นลงชัน จึงเหมาะกับผู้ที่มีทักษะนำทางและประเมินสภาพอากาศ เส้นทางรูปเกือกม้าหลายเส้นใช้สันเขาล้อมหุบเขาธารน้ำแข็ง ได้แก่เกล็นโคฮัน โอเวนกลิน เกลนอีนัก และเกล็นคอร์เบต[7][8]

เส้นทางเกล็นโคฮันฮอร์สชู (Glencoaghan Horseshoe) ระยะราว 16 กิโลเมตร มักใช้เวลา 8–9 ชั่วโมง และผ่านยอดสำคัญหลายยอด จึงมักได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินสันเขาคลาสสิกของไอร์แลนด์[8][11] “Twelve Bens Challenge” ซึ่งขึ้นยอดที่เลือกครบทั้งสิบสองภายในหนึ่งวัน เป็นกิจกรรมสำหรับผู้เดินเขาที่มีประสบการณ์และไม่ควรถือเป็นเส้นทางมาตรฐานสำหรับผู้เริ่มต้น[12]

หน้าผาในหุบเขาเกลนอีนัก โดยเฉพาะบริเวณแคร์ร็อตริดจ์ (Carrot Ridge) เป็นแหล่งปีนหน้าผาที่มีชื่อเสียงของเทือกเขา การปีนต้องใช้ทักษะเฉพาะและควรอ้างอิงข้อมูลเส้นทางที่เป็นปัจจุบันจากองค์กรปีนเขาหรือผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม[13]

แกลเลอรี

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Benbaun". MountainViews Online Database. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Twelve Bens". Encyclopaedia Britannica. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 3 4 5 "Twelve Bens/Garraun Complex SAC". National Parks and Wildlife Service. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. 1 2 3 4 5 "Geology". Connemara National Park. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. 1 2 3 4 Tempan, Paul (กุมภาพันธ์ 2012). "Irish Hill and Mountain Names" (PDF). Mountaineering Ireland / MountainViews. น. 17–18. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. "The Twelve Pins or Benna Beola / Na Beanna Beola". Placenames Database of Ireland. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. 1 2 3 4 5 Dillon, Paddy (2001). Connemara: Collins Rambler's Guide. HarperCollins. ISBN 978-0002201216.
  8. 1 2 3 Fairbairn, Helen (2014). Ireland's Best Walks: A Walking Guide. Collins Press. ISBN 978-1848892118.
  9. 1 2 Lynam, Joss; Robinson, Tim (1988). Mountains of Connemara: Hill Walker's Guide. Folding Landscape. ISBN 978-0950400242.
  10. Hennessy, Ronán (29 สิงหาคม 2012). "Connemara before Clifden: The geology of Connemara". Clifden Heritage / University College Cork. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. Doherty, Tom (22 มิถุนายน 2016). "The Twelve Bens of Connemara are a hard walk but worth it". The Irish Times. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. "12 Bens Challenge". Na Beanna Beola Hill Walking Club. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. "Gleann Eighneach". Irish Online Climbing Wiki. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]