เทียนทะเล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เทียนทะเล
Pemphis acidula bushes.jpg
พุ่มต้น เทียนทะเล (Pemphis acidula) บนหาดของ Réunion Island
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
ไม่ได้จัดลำดับ: Angiosperms
ไม่ได้จัดลำดับ: Eudicots
ไม่ได้จัดลำดับ: Rosids
อันดับ: Myrtales
วงศ์: Lythraceae
สกุล: Pemphis
สปีชีส์: acidula
ชื่อพ้อง
  • Macclellandia griffithiana Wight
  • Melanium fruticosum Spreng.
  • Melanium rupestre Zipp.
  • Millania rupestris Zipp. ex Bl.
  • Pemphis angustifolia Roxb.
  • Pemphis setosa Blanco

เทียนทะเล หรือ เทียนเล (ชื่อวิทยาศาสตร์: Pemphis acidula) ในภาษาอังกฤษรู้จักกันในชื่อ Bantigue (อ่านว่า bahn-tee-geh ) หรือ Mentigi เป็นพืชดอกในวงศ์ Lythraceae เป็นพืชทนเค็ม พบได้ทั่วไปตามแนวป่าชายเลน ในเขตร้อนแถบ อินโด - แปซิฟิกที่เติบโตบนชายฝั่งหิน เทียนทะเลถูกจำแนกอยู่มีเพียงสปีชีส์เดียวในสกุล Pemphis (โดยมีการอธิบายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2318) มานาน จนเรียกได้เป็นชนิดต้นแบบ ของสกุล Pemphis จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้พบว่าน่าจะนี้มีอย่างน้อยหนึ่งชนิด

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

เทียนทะเล ชื่อวิทยาศาสตร์ Pemphis acidula J.R. Forst. จัดเป็นไม้ชนิดเดียวในสกุล Pemphis ที่พบในประเทศไทย [2] เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 8 เมตร แต่บางต้นอาจสูงได้ถึง 11 เมตร ลำต้นเป็นปุ่มปม แตกกิ่งแขนงจำนวนมาก ลำต้นมักบิดงอเนื่องมาจากแรงลม บางครั้งพบลำต้นมีลักษณะเลื้อย แคระ สูงเพียง 15 เซนติเมตร [2] และต้นที่มีอายุมากผิวของลำต้นมักแห้งตายเป็นหย่อม ๆ

ใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ปลายใบแหลม ใบขนาดเล็ก ค่อนข้างอวบน้ำ

ดอกสีขาวออกตามซอกใบ กลีบดอก 6 กลีบ กลีบดอกรูปขอบขนาน [2] ฐานรองดอกเป็นรูปถ้วยปากแตรสีเขียว บางครั้งปนแดง

ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เป็นพืชที่เจริญเติบโตเร็วและสามารถสร้างรากและตาใหม่ได้เร็วมาก มักเริ่มออกดอกและออกเมล็ดเมื่อสูงประมาณ 1-4 เมตร

การแพร่กระจายและถิ่นที่อยู่[แก้]

เทียนทะเล (P. acidula) เป็น พืชทนเค็ม (halophyte) พุ่มไม้ที่พบได้ตามแนวชายฝั่ง ในเขตร้อนแถบอินโด-แปซิฟิก เป็นไม้พุ่มที่เจริญเติบโตในดินทราย ดินเหนียว และหินปูนของ โซนฝั่งทะเล ของ มหาสมุทรอินเดีย และตะวันตกและภาคกลางของ มหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากนี้ยังพบในแนวป่าชายเลน (ป่าโกงกาง)

ในประเทศไทยพบได้ในป่าชายเลนตามป่าชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ที่ผ่านมาผู้คนนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับและบอนไซ [2]

แต่ในบางพื้นที่พบว่ามีจำนวนประชากรลดลงอย่างมาก เนื่องจากการขยายพื้นที่อยู่อาศัยรุกรานพื้นที่ป่าธรรมชาติ และที่เร่งการสูญพันธุ์คือการขุดไปค้าขายทำบอนไซ

การใช้ประโยชน์[แก้]

เทียนทะเลมีประโยชน์สำหรับการป้องกันชายฝั่งจากลมที่มีความแรง และเป็นพืชที่แข็งแรง ในเวลาเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นได้ดีมาก [2]

เนื้อไม้ของเทียนทะเลเป็นไม้เนื้อแข็ง มีคุณค่าตามประเพณีในหลายวัฒนธรรม จากความแข็ง น้ำหนักมาก ทนทานต่อการเน่าและการบิดโก่งตัว (ความแปรปรวนของรูปทรง) เนื่อไม้มีผิวละเอียดตามธรรมชาติและอาจใช้เป็นไม้เท้า เสารั้ว มือจับอุปกรณ์เครื่องมือ และแม้แต่สมอเรือ ในเมือง เรอูนียง และ ประเทศมอริเชียส เป็นที่รู้จักกันในชื่อ bois matelot [3] ใน มัลดีฟส์ เทียนทะเลถูกใช้ในการต่อเรือแบบดั้งเดิม เป็นโครงเรือและหมุดเพื่อยึดแผ่นไม้ของตัวเรือเข้าด้วยกันตามภูมิปัญญาท้องถิ่น [4] รวมถึง "ตะปูไม้" ในพิธีไสยศาสตร์ท้องถิ่น [5]

เทียนทะเล เป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้ที่ใช้ในการทำ บอนไซ ในพื้นที่เขตร้อนหรือมีอากาศแบบร้อนชื้นและยังทนทานต่อลมแรง เช่น พายุไต้ฝุ่น จึงเป็นบอนไซพบมากที่สุดใน ฟิลิปปินส์ และยังแพร่กระจายปลูกเป็นบอนไซใน ไต้หวัน และ หมู่เกาะริวกิว ของ ญี่ปุ่น เนื่องจากได้รับความนิยมและมีมูลค่าสูงในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบบอนไซจึงเป็นหนึ่งในรายชื่อสายพันธุ์ที่ถูกจัดอยู่ในประเภท 'คุกคาม' โดย กรมสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ของฟิลิปปินส์ การรวบรวมการขายและการขนส่ง Pemphis acidula ป่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายในฟิลิปปินส์และมีโทษปรับและจำคุกไม่เกินหกปี

ในประเทศไทย ราชกิจจานุเบกษา ยังได้เผยแพร่คำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่องมาตรการคุ้มครองทรัพยากรไม้เทียนทะเล เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563 เป็นการอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 ประกอบมาตรา 17 และ 27 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 เพื่อคุ้มครองทรัพยากรไม้เทียนทะเลไม่ให้ได้รับความเสียหายจากการลักลอบขุด โดยผู้ที่ฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ [6]

ในเกาะ Marovo, ตองกา, ตาฮิติ และ หมู่เกาะ อื่น ๆ ใน มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ใช้ทำเครื่องมือไม้ เช่น สาก ด้ามเครื่องมือ อาวุธ และหวี [7]

สารสกัดจากเปลือกของเทียนทะเลออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบรัดตัวมากขึ้นและถี่ขึ้น ซึ่งมีการใช้เป็นยาทำแท้งในเกาะวานูอาตู[8]

เปลือกต้นเทียนทะเลมีสารสำคัญคือ แทนนิน เป็นองค์ประกอบ 19-43% นำมาใช้ในการฟอกหนัง เปลือกเมื่อนำมาฝนให้สีแดงนำมาเป็นสีย้อมได้

อ้างอิง[แก้]

  1. IUCN Red List of Threatened Species
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 https://www.matichonweekly.com/column/article_340923
  3. xycol.net Pemphis acidula J.R. Forst., 1775 - Nom pilote : miki miki
  4. http://www.fao.org/3/ai387e/AI387E06.htm
  5. Xavier Romero-Frias, The Maldive Islanders, A Study of the Popular Culture of an Ancient Ocean Kingdom. NEI (1999), ISBN 84-7254-801-5
  6. https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/894294
  7. Pawley, Andrew; Osmond, Meredith (eds). 2008. The lexicon of Proto Oceanic: The culture and environment of ancestral Oceanic society. Volume 3: Plants. Pacific Linguistics 599. Canberra: Pacific Linguistics, Australian National University.
  8. https://www.matichonweekly.com/column/article_340923

อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "tpl" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "ipni2" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "cck" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "cjp" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า

อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "fao" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า