ข้ามไปเนื้อหา

เทศมณฑลคอร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทศมณฑลคอร์ก
Contae Chorcaí (ไอริช)
ตราราชการของเทศมณฑลคอร์ก
สมญา: 
เดอะเรเบลเคาน์ตี
ที่ตั้งของเทศมณฑลคอร์กในประเทศไอร์แลนด์
ที่ตั้งของเทศมณฑลคอร์กในประเทศไอร์แลนด์
ประเทศประเทศไอร์แลนด์
จังหวัดมุนสเตอร์
ภูมิภาคภูมิภาคใต้
เมืองเทศมณฑลคอร์ก
เมืองใหญ่
การปกครอง
  หน่วยงานท้องถิ่น
  เขตเลือกตั้งดาล
  เขตเลือกตั้งรัฐสภายุโรปเซาท์
พื้นที่
  ทั้งหมด
7,500 ตร.กม. (2,900 ตร.ไมล์)
  อันดับอันดับที่ 1
ความสูงจุดสูงสุด706 เมตร (2,316 ฟุต)
ประชากร
 (ค.ศ. 2022)[1]
  ทั้งหมด
584,156 คน
  ความหนาแน่น78 คน/ตร.กม. (200 คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลาUTC±0 (WET)
  ฤดูร้อน
(เวลาออมแสง)
UTC+1 (IST)
Eircode routing keys
T12, T23, T45, P12, P14, P17, P24, P25, P31, P36, P43, P47, P51, P56, P61, P67, P72, P75, P81, P85 (ส่วนใหญ่)
รหัสโทรศัพท์021, 022, 023, 024, 025, 026, 027, 028, 029 (ส่วนใหญ่)
รหัส ISO 3166IE-CO
รหัสทะเบียนรถC
เว็บไซต์www.corkcoco.ie
แผนที่

เทศมณฑลคอร์ก (อังกฤษ: County Cork; ไอริช: Contae Chorcaí) เป็นเทศมณฑลในประเทศไอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศในจังหวัดมุนสเตอร์ และอยู่ในภูมิภาคใต้ มีเมืองหลักคือคอร์ก และมีประชากรรวม 584,156 คนในการสำรวจสำมะโนประชากร ค.ศ. 2022[1]

คอร์กเป็นเทศมณฑลที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์และของเกาะไอร์แลนด์ มีอาณาเขตติดกับเทศมณฑลแคร์รีทางทิศตะวันตก เทศมณฑลลิเมอริกทางทิศเหนือ เทศมณฑลทิปเพอแรรีทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และเทศมณฑลวอเทอร์เฟิร์ดทางทิศตะวันออก ส่วนด้านใต้และตะวันตกเฉียงใต้หันออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก มีแนวชายฝั่งยาว คาบสมุทร อ่าว เกาะ ท่าเรือ และภูเขาทางตะวันตกที่ทำให้คอร์กเป็นหนึ่งในเทศมณฑลที่มีภูมิประเทศหลากหลายที่สุดของไอร์แลนด์[2]

ชื่อภาษาไอริช Corcaigh ได้รับการรับรองในฐานข้อมูลชื่อสถานที่ของไอร์แลนด์ หรือ Logainm โดยชื่อดังกล่าวสัมพันธ์กับคำที่หมายถึง “บึง” ซึ่งมักเชื่อมโยงกับที่ตั้งเดิมของเมืองคอร์กบริเวณลุ่มน้ำและปากแม่น้ำลี[3]

ศัพท์และอาณาเขต

[แก้]

คำว่า เทศมณฑลคอร์ก ในบทความนี้หมายถึงเทศมณฑลทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของคอร์ก ซึ่งรวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ภายใต้สภาเทศมณฑลคอร์กและพื้นที่ของสภานครคอร์ก อย่างไรก็ตาม ในทางการปกครองท้องถิ่นสมัยใหม่ นครคอร์กมีหน่วยงานปกครองแยกจากเทศมณฑลคอร์ก และเมืองคอร์กเป็นเขตนครอิสระทางการบริหารภายในเทศมณฑลทางภูมิศาสตร์นี้[2]

สภาเทศมณฑลคอร์กเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่ส่วนใหญ่ของเทศมณฑลนอกเขตนครคอร์ก และระบุว่าตนเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ตามขนาดพื้นที่ และใหญ่เป็นอันดับสองตามจำนวนประชากรที่ให้บริการ[4] ส่วนสภานครคอร์กรับผิดชอบเมืองคอร์กและพื้นที่เมืองโดยรอบ ซึ่งขยายขอบเขตใน ค.ศ. 2019 ให้ครอบคลุมพื้นที่อย่าง แบลลินคอลลิก, บลาร์นีย์, ทาวเวอร์ และแกลนไมร์ ตามแผนพัฒนาเมืองคอร์ก ค.ศ. 2022–2028[5]

ภูมิศาสตร์

[แก้]
มิเซนเฮดเป็นหนึ่งในจุดปลายคาบสมุทรทางตะวันตกเฉียงใต้ของคอร์ก
กูแกนบาร์ราในคอร์กตะวันตก

คอร์กเป็นเทศมณฑลที่ใหญ่ที่สุดของไอร์แลนด์ มีพื้นที่ประมาณ 7,500 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศแบ่งได้คร่าว ๆ เป็นสามส่วน คือ พื้นที่ภูเขาและคาบสมุทรชายฝั่งทางตะวันตก พื้นที่ลุ่มแม่น้ำและเมืองใหญ่บริเวณแม่น้ำลี–ท่าเรือคอร์ก และพื้นที่เกษตรกรรมกับเมืองตลาดทางเหนือและตะวันออกของเทศมณฑล[2]

จุดสูงสุดของเทศมณฑลคือน็อกบอย สูงประมาณ 706 เมตร บนพรมแดนคอร์ก–เคอร์รีในเทือกเขาชีฮี แหล่งข้อมูลด้านภูเขาของไอร์แลนด์ระบุว่าน็อกบอยเป็นยอดเขาสูงสุดของเทศมณฑลคอร์ก และอยู่ในกลุ่มยอดเขาสำคัญของประเทศ[6]

ชายฝั่งของคอร์กมีความซับซ้อนและยาวมาก ประกอบด้วยคาบสมุทรแบรา ชีพส์เฮด มิเซนเฮด และพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้รอบบันตรี สกิบเบอรีน คลอนาคิลตี และคินเซล ทางตอนกลางของชายฝั่งมีท่าเรือคอร์ก ซึ่ง Britannica ระบุว่าเป็นหนึ่งในท่าเรือธรรมชาติที่ดีที่สุดของยุโรป และมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์การค้า การเดินเรือ และเศรษฐกิจของคอร์ก[7]

แหล่งธรรมชาติสำคัญของเทศมณฑล ได้แก่ กูแกนบาร์รา หุบเขาแม่น้ำลี เดอะเกียราห์, ท่าเรือคอร์ก, อ่าวบันตรี, อ่าวโรริงวอเทอร์, หมู่เกาะเชอร์คินและเคลียร์, มิเซนเฮด, โอลด์เฮดออฟคินเซล และพื้นที่ชุ่มน้ำ–ป่าไม้หลายแห่ง เดอะเกียราห์ใกล้แมครูมได้รับการกำหนดเป็น Special Area of Conservation และ NPWS ระบุว่าเป็นพื้นที่ป่าอัลลูเวียลขนาดใหญ่ที่สุดของไอร์แลนด์ มีเครือข่ายร่องน้ำและเกาะเล็ก ๆ ปกคลุมด้วยไม้โอ๊ก แอช เฮเซล และฮอว์ธอร์น[8][9]

เมืองและการตั้งถิ่นฐาน

[แก้]
นครคอร์กตั้งอยู่ริมแม่น้ำลี
โคฟเป็นเมืองท่าในท่าเรือคอร์ก

เมืองหลักของเทศมณฑลคือคอร์ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศไอร์แลนด์และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม การคมนาคม และบริการของภาคใต้ เมืองคอร์กตั้งอยู่ริมแม่น้ำลีและบริเวณหัวท่าเรือคอร์ก มีประวัติศาสตร์เป็นเมืองท่า การค้า และศูนย์กลางเมืองของมุนสเตอร์ตอนใต้[7]

เมืองและชุมชนสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ แคร์ริกไลน์, โคฟ, มิดเดิลตัน, มาลโลว์, แบนดอน, เฟอร์มอย, คินเซล, ยูฮอล, แบนทรี, คลอนาคิลตี, สกิบเบอรีน, แมครูม, ชาร์ลวิลล์, มิตเชลส์ทาวน์, คาสเซิลทาวน์เบียร์ และคันเทิร์ก เมืองเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริการของภูมิภาคย่อยต่าง ๆ ตั้งแต่คอร์กตะวันออกและท่าเรือคอร์ก ไปจนถึงเวสต์คอร์ก นอร์ทคอร์ก และพื้นที่เกษตรกรรมตอนใน

สภาเทศมณฑลคอร์กแบ่งพื้นที่นอกเขตนครคอร์กเป็นเขตเทศบาล 8 เขต ได้แก่ แคร์ริกไลน์, แมครูม, โคฟ, อีสต์คอร์ก, แบนดอน–คินเซล, เฟอร์มอย, คันเทิร์ก–มาลโลว์ และเวสต์คอร์ก[10] โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนขนาดใหญ่และความหลากหลายของเทศมณฑล ซึ่งมีทั้งเมืองชายฝั่ง เมืองตลาด พื้นที่เกษตรกรรม เมืองท่า และชุมชนภูเขา

ประวัติศาสตร์

[แก้]
ปราสาทบลาร์นีย์เป็นหนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของคอร์ก
ชาร์ลส์ฟอร์ตใกล้คินเซลสะท้อนความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของชายฝั่งคอร์ก

พื้นที่คอร์กมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคคริสต์ศาสนาตอนต้น ยุคไวกิง และยุคนอร์มัน เมืองคอร์กพัฒนาจากชุมชนศาสนาคริสต์ยุคต้นริมแม่น้ำลี ต่อมากลายเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางการค้าในมุนสเตอร์ Britannica ระบุว่าเมืองคอร์กมีที่ตั้งสำคัญบนท่าเรือคอร์กบริเวณปากแม่น้ำลี และมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์จากอารามยุคต้นสู่เมืองท่าขนาดใหญ่[7]

ในยุคกลางและต้นสมัยใหม่ คอร์กมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะเมืองท่า พื้นที่เกษตรกรรม และดินแดนของตระกูลเกลิกและแองโกล-นอร์มันหลายกลุ่ม ปราสาทบลาร์นีย์ใกล้เมืองคอร์กเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเทศมณฑลและเกี่ยวข้องกับตระกูลแมกคาร์ธี ขณะที่คินเซลเป็นท่าเรือยุทธศาสตร์ทางชายฝั่งใต้ การรบที่คินเซลใน ค.ศ. 1601 เป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไอร์แลนด์ เพราะนำไปสู่ความพ่ายแพ้ของพันธมิตรเกลิกและสเปนต่ออังกฤษ และส่งผลต่อการสิ้นสุดระเบียบการเมืองเกลิกเก่าในไอร์แลนด์

ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 คอร์กเติบโตจากการค้า การเดินเรือ การส่งออกอาหาร และบทบาทของท่าเรือคอร์ก เมืองท่าอย่างโคฟ หรือเดิมชื่อควีนส์ทาวน์ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอพยพของชาวไอริชไปยังอเมริกาเหนือและพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะในช่วงและหลังทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ในไอร์แลนด์ คอร์กยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เรือเดินสมุทร เพราะโคฟเป็นท่าแวะสุดท้ายของเรือไททานิกใน ค.ศ. 1912

ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 คอร์กมีบทบาทสำคัญในขบวนการชาตินิยมไอร์แลนด์ สงครามประกาศอิสรภาพไอร์แลนด์ และสงครามกลางเมืองไอร์แลนด์ สมญา “The Rebel County” สะท้อนภาพลักษณ์ทางการเมืองและประวัติศาสตร์ของคอร์กในฐานะพื้นที่ที่มีบทบาทสูงในการต่อต้านอำนาจอังกฤษและการสร้างรัฐไอร์แลนด์สมัยใหม่

การปกครอง

[แก้]

เทศมณฑลคอร์กทางภูมิศาสตร์อยู่ภายใต้หน่วยงานท้องถิ่นสองแห่ง ได้แก่ สภาเทศมณฑลคอร์ก ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ส่วนใหญ่ของเทศมณฑลนอกเมือง และสภานครคอร์ก ซึ่งรับผิดชอบนครคอร์กและพื้นที่เมืองโดยรอบ สภาเทศมณฑลคอร์กระบุว่าให้บริการประชากรประมาณ 360,152 คน และเป็นหน่วยงานท้องถิ่นใหญ่ที่สุดของประเทศตามพื้นที่[4]

ในระดับรัฐสภา เทศมณฑลคอร์กครอบคลุมเขตเลือกตั้งดาลหลายเขต ได้แก่ คอร์กอีสต์, คอร์กนอร์ท-เซ็นทรัล, คอร์กนอร์ท-เวสต์, คอร์กเซาท์-เซ็นทรัล และคอร์กเซาท์-เวสต์ ส่วนในรัฐสภายุโรป คอร์กอยู่ในเขตเลือกตั้งเซาท์ แผนที่เขตเลือกตั้งดาล ค.ศ. 2024 ของรัฐบาลไอร์แลนด์ใช้เป็นกรอบแบ่งเขตเลือกตั้งสมัยปัจจุบัน[11]

แผนพัฒนาเทศมณฑลคอร์ก ค.ศ. 2022–2028 เป็นกรอบหลักด้านการวางแผนและการพัฒนาเชิงพื้นที่ของพื้นที่สภาเทศมณฑลคอร์ก โดยเป็นแผนหกปีและคาดว่าจะมีผลใช้บังคับจนถึง ค.ศ. 2028 เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างทาง[12] ส่วนพื้นที่เมืองอยู่ภายใต้แผนพัฒนาเมืองคอร์ก ค.ศ. 2022–2028 ซึ่งกำหนดทิศทางการเติบโตของนครคอร์กและพื้นที่เมืองที่ขยายออกไป[5]

เศรษฐกิจและคมนาคม

[แก้]

เศรษฐกิจของคอร์กเป็นหนึ่งในระบบเศรษฐกิจภูมิภาคที่สำคัญที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ ประกอบด้วยท่าเรือ การค้า การศึกษา เทคโนโลยี เภสัชกรรม อาหารและเกษตรแปรรูป พลังงาน การท่องเที่ยว การประมง เกษตรกรรม การบริการ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เมืองคอร์กเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ ขณะที่พื้นที่ท่าเรือคอร์ก มิดเดิลตัน โคฟ ริงกาสกิดดี คาร์ริกไลน์ มาลโลว์ แบนดอน คินเซล และเมืองเวสต์คอร์กมีบทบาทเฉพาะด้านอุตสาหกรรม การค้า การท่องเที่ยว และบริการ

ท่าเรือคอร์กเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของเทศมณฑลและประเทศ Britannica ระบุว่าท่าเรือคอร์กเป็นหนึ่งในท่าเรือธรรมชาติที่ดีที่สุดของยุโรป และมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งที่ทิโวลี, ริงกาสกิดดี และโคฟ[7] พื้นที่รอบท่าเรือยังเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยา เคมีภัณฑ์ การขนส่ง การท่องเที่ยวเรือสำราญ และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ

การท่องเที่ยวมีบทบาทสูง โดยเฉพาะเวสต์คอร์ก ชายฝั่งแอตแลนติก คินเซล โคฟ บลาร์นีย์ มิเซนเฮด กูแกนบาร์รา บันตรี เกาะเคลียร์ เกาะเชอร์คิน และเมืองตลาดประวัติศาสตร์หลายแห่ง เส้นทางไวลด์แอตแลนติกเวย์ผ่านชายฝั่งคอร์กตะวันตกและใต้ ทำให้ภูมิประเทศชายฝั่ง หมู่บ้านประมง อาหารทะเล และวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

โครงข่ายถนนสำคัญ ได้แก่ M8 ที่เชื่อมคอร์กกับดับลินผ่านเฟอร์มอยและทิปเปอร์แรรี, N20 ที่เชื่อมคอร์กกับมาลโลว์และลิเมอริก, N22 ที่เชื่อมคอร์กกับแมครูมและเคอร์รี, N25 ที่เชื่อมคอร์กกับมิดเดิลตัน ยูฮอล วอเตอร์ฟอร์ด และรอสส์แลร์, N27 ไปยังท่าอากาศยานคอร์ก และ N71 ที่เชื่อมเมืองคอร์กกับคินเซล แบนดอน คลอนาคิลตี สกิบเบอรีน แบนทรี และคิลลาร์นีย์ ทางรถไฟเชื่อมเมืองคอร์กกับดับลิน มาลโลว์ โคฟ และมิดเดิลตัน ส่วนท่าอากาศยานคอร์กให้บริการเที่ยวบินภายในยุโรปและเป็นสนามบินสำคัญของภาคใต้

วัฒนธรรมและสถานที่สำคัญ

[แก้]
อิงกลิชมาร์เก็ตในเมืองคอร์กเป็นตลาดอาหารประวัติศาสตร์ของเมือง
โอลด์เฮดออฟคินเซลทางชายฝั่งใต้ของคอร์ก

คอร์กมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งในฐานะ “เดอะเรเบลเคาน์ตี” และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางภาษา วรรณกรรม ดนตรี อาหาร กีฬา และการเมืองท้องถิ่นของไอร์แลนด์ เมืองคอร์กมีวัฒนธรรมเมืองท่าที่โดดเด่นและมักถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางเมืองหลักของภาคใต้ ขณะที่พื้นที่เวสต์คอร์กมีชื่อเสียงด้านศิลปะ ชุมชนชายฝั่ง อาหารท้องถิ่น ดนตรีพื้นบ้าน และภูมิทัศน์แอตแลนติก

สถานที่สำคัญของเทศมณฑล ได้แก่ เมืองคอร์ก อิงกลิชมาร์เก็ต, อาสนวิหารเซนต์ฟินบาร์, มหาวิทยาลัยคอลเลจคอร์ก, ปราสาทบลาร์นีย์, โคฟ, เกาะสไปก์, คินเซล, ชาร์ลส์ฟอร์ต, มิดเดิลตัน, โรงกลั่นเจมสัน มิดเดิลตัน, กูแกนบาร์รา, มิเซนเฮด, แบนทรีเฮาส์, เกาะเคลียร์, คลอนาคิลตี, สกิบเบอรีน, เดอะเกียราห์ และชายฝั่งเวสต์คอร์ก สถานที่เหล่านี้สะท้อนบทบาทของคอร์กในฐานะเทศมณฑลที่มีทั้งเมืองใหญ่ ท่าเรือ ประวัติศาสตร์การอพยพ ภูมิทัศน์ทะเล และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โดดเด่น

กีฬาเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์คอร์ก โดยเฉพาะเฮอร์ลิงและเกลิกฟุตบอล ทีมคอร์กของสมาคมกีฬาเกลิกมีประวัติความสำเร็จยาวนานทั้งในระดับมุนสเตอร์และระดับประเทศ นอกจากนี้ คอร์กยังมีวัฒนธรรมรักบี้ ฟุตบอล เรือใบ พายเรือ กอล์ฟ และกีฬาทางน้ำจากภูมิประเทศชายฝั่งและท่าเรือธรรมชาติที่กว้างใหญ่

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "Census 2022 Summary Results show Cork's population grew to 584,156". Central Statistics Office. 30 พฤษภาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  2. 1 2 3 "Cork". Encyclopaedia Britannica. 3 มีนาคม 2026. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  3. "Corcaigh / Cork". Placenames Database of Ireland. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  4. 1 2 "Welcome to Your Council". Cork County Council. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  5. 1 2 "Cork City Development Plan 2022–2028". Cork City Council. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  6. "Knockboy 706m". High Point Ireland. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  7. 1 2 3 4 "Cork". Encyclopaedia Britannica. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  8. "The Gearagh SAC 000108". National Parks and Wildlife Service. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  9. "The Gearagh Nature Reserve". National Parks and Wildlife Service. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  10. "Municipal Districts". Cork County Council. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  11. "Dáil Constituency Maps 2024". Government of Ireland. 8 พฤศจิกายน 2024. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
  12. "Cork County Development Plan 2022–2028". Cork County Council. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ County Cork