เทศมณฑลคอร์ก
เทศมณฑลคอร์ก
| |
|---|---|
| สมญา: เดอะเรเบลเคาน์ตี | |
ที่ตั้งของเทศมณฑลคอร์กในประเทศไอร์แลนด์ | |
| ประเทศ | ประเทศไอร์แลนด์ |
| จังหวัด | มุนสเตอร์ |
| ภูมิภาค | ภูมิภาคใต้ |
| เมืองเทศมณฑล | คอร์ก |
| เมืองใหญ่ | |
| การปกครอง | |
| • หน่วยงานท้องถิ่น | |
| • เขตเลือกตั้งดาล | |
| • เขตเลือกตั้งรัฐสภายุโรป | เซาท์ |
| พื้นที่ | |
• ทั้งหมด | 7,500 ตร.กม. (2,900 ตร.ไมล์) |
| • อันดับ | อันดับที่ 1 |
| ความสูงจุดสูงสุด (น็อกบอย) | 706 เมตร (2,316 ฟุต) |
| ประชากร (ค.ศ. 2022)[1] | |
• ทั้งหมด | 584,156 คน |
| • ความหนาแน่น | 78 คน/ตร.กม. (200 คน/ตร.ไมล์) |
| เขตเวลา | UTC±0 (WET) |
| • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) | UTC+1 (IST) |
| Eircode routing keys | T12, T23, T45, P12, P14, P17, P24, P25, P31, P36, P43, P47, P51, P56, P61, P67, P72, P75, P81, P85 (ส่วนใหญ่) |
| รหัสโทรศัพท์ | 021, 022, 023, 024, 025, 026, 027, 028, 029 (ส่วนใหญ่) |
| รหัส ISO 3166 | IE-CO |
| รหัสทะเบียนรถ | C |
| เว็บไซต์ | www |
![]() | |
เทศมณฑลคอร์ก (อังกฤษ: County Cork; ไอริช: Contae Chorcaí) เป็นเทศมณฑลในประเทศไอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศในจังหวัดมุนสเตอร์ และอยู่ในภูมิภาคใต้ มีเมืองหลักคือคอร์ก และมีประชากรรวม 584,156 คนในการสำรวจสำมะโนประชากร ค.ศ. 2022[1]
คอร์กเป็นเทศมณฑลที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์และของเกาะไอร์แลนด์ มีอาณาเขตติดกับเทศมณฑลแคร์รีทางทิศตะวันตก เทศมณฑลลิเมอริกทางทิศเหนือ เทศมณฑลทิปเพอแรรีทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และเทศมณฑลวอเทอร์เฟิร์ดทางทิศตะวันออก ส่วนด้านใต้และตะวันตกเฉียงใต้หันออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก มีแนวชายฝั่งยาว คาบสมุทร อ่าว เกาะ ท่าเรือ และภูเขาทางตะวันตกที่ทำให้คอร์กเป็นหนึ่งในเทศมณฑลที่มีภูมิประเทศหลากหลายที่สุดของไอร์แลนด์[2]
ชื่อภาษาไอริช Corcaigh ได้รับการรับรองในฐานข้อมูลชื่อสถานที่ของไอร์แลนด์ หรือ Logainm โดยชื่อดังกล่าวสัมพันธ์กับคำที่หมายถึง “บึง” ซึ่งมักเชื่อมโยงกับที่ตั้งเดิมของเมืองคอร์กบริเวณลุ่มน้ำและปากแม่น้ำลี[3]
ศัพท์และอาณาเขต
[แก้]คำว่า เทศมณฑลคอร์ก ในบทความนี้หมายถึงเทศมณฑลทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของคอร์ก ซึ่งรวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ภายใต้สภาเทศมณฑลคอร์กและพื้นที่ของสภานครคอร์ก อย่างไรก็ตาม ในทางการปกครองท้องถิ่นสมัยใหม่ นครคอร์กมีหน่วยงานปกครองแยกจากเทศมณฑลคอร์ก และเมืองคอร์กเป็นเขตนครอิสระทางการบริหารภายในเทศมณฑลทางภูมิศาสตร์นี้[2]
สภาเทศมณฑลคอร์กเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่ส่วนใหญ่ของเทศมณฑลนอกเขตนครคอร์ก และระบุว่าตนเป็นหน่วยงานท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ตามขนาดพื้นที่ และใหญ่เป็นอันดับสองตามจำนวนประชากรที่ให้บริการ[4] ส่วนสภานครคอร์กรับผิดชอบเมืองคอร์กและพื้นที่เมืองโดยรอบ ซึ่งขยายขอบเขตใน ค.ศ. 2019 ให้ครอบคลุมพื้นที่อย่าง แบลลินคอลลิก, บลาร์นีย์, ทาวเวอร์ และแกลนไมร์ ตามแผนพัฒนาเมืองคอร์ก ค.ศ. 2022–2028[5]
ภูมิศาสตร์
[แก้]

คอร์กเป็นเทศมณฑลที่ใหญ่ที่สุดของไอร์แลนด์ มีพื้นที่ประมาณ 7,500 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศแบ่งได้คร่าว ๆ เป็นสามส่วน คือ พื้นที่ภูเขาและคาบสมุทรชายฝั่งทางตะวันตก พื้นที่ลุ่มแม่น้ำและเมืองใหญ่บริเวณแม่น้ำลี–ท่าเรือคอร์ก และพื้นที่เกษตรกรรมกับเมืองตลาดทางเหนือและตะวันออกของเทศมณฑล[2]
จุดสูงสุดของเทศมณฑลคือน็อกบอย สูงประมาณ 706 เมตร บนพรมแดนคอร์ก–เคอร์รีในเทือกเขาชีฮี แหล่งข้อมูลด้านภูเขาของไอร์แลนด์ระบุว่าน็อกบอยเป็นยอดเขาสูงสุดของเทศมณฑลคอร์ก และอยู่ในกลุ่มยอดเขาสำคัญของประเทศ[6]
ชายฝั่งของคอร์กมีความซับซ้อนและยาวมาก ประกอบด้วยคาบสมุทรแบรา ชีพส์เฮด มิเซนเฮด และพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้รอบบันตรี สกิบเบอรีน คลอนาคิลตี และคินเซล ทางตอนกลางของชายฝั่งมีท่าเรือคอร์ก ซึ่ง Britannica ระบุว่าเป็นหนึ่งในท่าเรือธรรมชาติที่ดีที่สุดของยุโรป และมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์การค้า การเดินเรือ และเศรษฐกิจของคอร์ก[7]
แหล่งธรรมชาติสำคัญของเทศมณฑล ได้แก่ กูแกนบาร์รา หุบเขาแม่น้ำลี เดอะเกียราห์, ท่าเรือคอร์ก, อ่าวบันตรี, อ่าวโรริงวอเทอร์, หมู่เกาะเชอร์คินและเคลียร์, มิเซนเฮด, โอลด์เฮดออฟคินเซล และพื้นที่ชุ่มน้ำ–ป่าไม้หลายแห่ง เดอะเกียราห์ใกล้แมครูมได้รับการกำหนดเป็น Special Area of Conservation และ NPWS ระบุว่าเป็นพื้นที่ป่าอัลลูเวียลขนาดใหญ่ที่สุดของไอร์แลนด์ มีเครือข่ายร่องน้ำและเกาะเล็ก ๆ ปกคลุมด้วยไม้โอ๊ก แอช เฮเซล และฮอว์ธอร์น[8][9]
เมืองและการตั้งถิ่นฐาน
[แก้]

เมืองหลักของเทศมณฑลคือคอร์ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศไอร์แลนด์และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม การคมนาคม และบริการของภาคใต้ เมืองคอร์กตั้งอยู่ริมแม่น้ำลีและบริเวณหัวท่าเรือคอร์ก มีประวัติศาสตร์เป็นเมืองท่า การค้า และศูนย์กลางเมืองของมุนสเตอร์ตอนใต้[7]
เมืองและชุมชนสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ แคร์ริกไลน์, โคฟ, มิดเดิลตัน, มาลโลว์, แบนดอน, เฟอร์มอย, คินเซล, ยูฮอล, แบนทรี, คลอนาคิลตี, สกิบเบอรีน, แมครูม, ชาร์ลวิลล์, มิตเชลส์ทาวน์, คาสเซิลทาวน์เบียร์ และคันเทิร์ก เมืองเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริการของภูมิภาคย่อยต่าง ๆ ตั้งแต่คอร์กตะวันออกและท่าเรือคอร์ก ไปจนถึงเวสต์คอร์ก นอร์ทคอร์ก และพื้นที่เกษตรกรรมตอนใน
สภาเทศมณฑลคอร์กแบ่งพื้นที่นอกเขตนครคอร์กเป็นเขตเทศบาล 8 เขต ได้แก่ แคร์ริกไลน์, แมครูม, โคฟ, อีสต์คอร์ก, แบนดอน–คินเซล, เฟอร์มอย, คันเทิร์ก–มาลโลว์ และเวสต์คอร์ก[10] โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนขนาดใหญ่และความหลากหลายของเทศมณฑล ซึ่งมีทั้งเมืองชายฝั่ง เมืองตลาด พื้นที่เกษตรกรรม เมืองท่า และชุมชนภูเขา
ประวัติศาสตร์
[แก้]
พื้นที่คอร์กมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคคริสต์ศาสนาตอนต้น ยุคไวกิง และยุคนอร์มัน เมืองคอร์กพัฒนาจากชุมชนศาสนาคริสต์ยุคต้นริมแม่น้ำลี ต่อมากลายเป็นเมืองท่าและศูนย์กลางการค้าในมุนสเตอร์ Britannica ระบุว่าเมืองคอร์กมีที่ตั้งสำคัญบนท่าเรือคอร์กบริเวณปากแม่น้ำลี และมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์จากอารามยุคต้นสู่เมืองท่าขนาดใหญ่[7]
ในยุคกลางและต้นสมัยใหม่ คอร์กมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะเมืองท่า พื้นที่เกษตรกรรม และดินแดนของตระกูลเกลิกและแองโกล-นอร์มันหลายกลุ่ม ปราสาทบลาร์นีย์ใกล้เมืองคอร์กเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเทศมณฑลและเกี่ยวข้องกับตระกูลแมกคาร์ธี ขณะที่คินเซลเป็นท่าเรือยุทธศาสตร์ทางชายฝั่งใต้ การรบที่คินเซลใน ค.ศ. 1601 เป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไอร์แลนด์ เพราะนำไปสู่ความพ่ายแพ้ของพันธมิตรเกลิกและสเปนต่ออังกฤษ และส่งผลต่อการสิ้นสุดระเบียบการเมืองเกลิกเก่าในไอร์แลนด์
ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 คอร์กเติบโตจากการค้า การเดินเรือ การส่งออกอาหาร และบทบาทของท่าเรือคอร์ก เมืองท่าอย่างโคฟ หรือเดิมชื่อควีนส์ทาวน์ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอพยพของชาวไอริชไปยังอเมริกาเหนือและพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะในช่วงและหลังทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ในไอร์แลนด์ คอร์กยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์เรือเดินสมุทร เพราะโคฟเป็นท่าแวะสุดท้ายของเรือไททานิกใน ค.ศ. 1912
ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 คอร์กมีบทบาทสำคัญในขบวนการชาตินิยมไอร์แลนด์ สงครามประกาศอิสรภาพไอร์แลนด์ และสงครามกลางเมืองไอร์แลนด์ สมญา “The Rebel County” สะท้อนภาพลักษณ์ทางการเมืองและประวัติศาสตร์ของคอร์กในฐานะพื้นที่ที่มีบทบาทสูงในการต่อต้านอำนาจอังกฤษและการสร้างรัฐไอร์แลนด์สมัยใหม่
การปกครอง
[แก้]เทศมณฑลคอร์กทางภูมิศาสตร์อยู่ภายใต้หน่วยงานท้องถิ่นสองแห่ง ได้แก่ สภาเทศมณฑลคอร์ก ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ส่วนใหญ่ของเทศมณฑลนอกเมือง และสภานครคอร์ก ซึ่งรับผิดชอบนครคอร์กและพื้นที่เมืองโดยรอบ สภาเทศมณฑลคอร์กระบุว่าให้บริการประชากรประมาณ 360,152 คน และเป็นหน่วยงานท้องถิ่นใหญ่ที่สุดของประเทศตามพื้นที่[4]
ในระดับรัฐสภา เทศมณฑลคอร์กครอบคลุมเขตเลือกตั้งดาลหลายเขต ได้แก่ คอร์กอีสต์, คอร์กนอร์ท-เซ็นทรัล, คอร์กนอร์ท-เวสต์, คอร์กเซาท์-เซ็นทรัล และคอร์กเซาท์-เวสต์ ส่วนในรัฐสภายุโรป คอร์กอยู่ในเขตเลือกตั้งเซาท์ แผนที่เขตเลือกตั้งดาล ค.ศ. 2024 ของรัฐบาลไอร์แลนด์ใช้เป็นกรอบแบ่งเขตเลือกตั้งสมัยปัจจุบัน[11]
แผนพัฒนาเทศมณฑลคอร์ก ค.ศ. 2022–2028 เป็นกรอบหลักด้านการวางแผนและการพัฒนาเชิงพื้นที่ของพื้นที่สภาเทศมณฑลคอร์ก โดยเป็นแผนหกปีและคาดว่าจะมีผลใช้บังคับจนถึง ค.ศ. 2028 เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างทาง[12] ส่วนพื้นที่เมืองอยู่ภายใต้แผนพัฒนาเมืองคอร์ก ค.ศ. 2022–2028 ซึ่งกำหนดทิศทางการเติบโตของนครคอร์กและพื้นที่เมืองที่ขยายออกไป[5]
เศรษฐกิจและคมนาคม
[แก้]เศรษฐกิจของคอร์กเป็นหนึ่งในระบบเศรษฐกิจภูมิภาคที่สำคัญที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ ประกอบด้วยท่าเรือ การค้า การศึกษา เทคโนโลยี เภสัชกรรม อาหารและเกษตรแปรรูป พลังงาน การท่องเที่ยว การประมง เกษตรกรรม การบริการ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เมืองคอร์กเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ ขณะที่พื้นที่ท่าเรือคอร์ก มิดเดิลตัน โคฟ ริงกาสกิดดี คาร์ริกไลน์ มาลโลว์ แบนดอน คินเซล และเมืองเวสต์คอร์กมีบทบาทเฉพาะด้านอุตสาหกรรม การค้า การท่องเที่ยว และบริการ
ท่าเรือคอร์กเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของเทศมณฑลและประเทศ Britannica ระบุว่าท่าเรือคอร์กเป็นหนึ่งในท่าเรือธรรมชาติที่ดีที่สุดของยุโรป และมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งที่ทิโวลี, ริงกาสกิดดี และโคฟ[7] พื้นที่รอบท่าเรือยังเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยา เคมีภัณฑ์ การขนส่ง การท่องเที่ยวเรือสำราญ และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ
การท่องเที่ยวมีบทบาทสูง โดยเฉพาะเวสต์คอร์ก ชายฝั่งแอตแลนติก คินเซล โคฟ บลาร์นีย์ มิเซนเฮด กูแกนบาร์รา บันตรี เกาะเคลียร์ เกาะเชอร์คิน และเมืองตลาดประวัติศาสตร์หลายแห่ง เส้นทางไวลด์แอตแลนติกเวย์ผ่านชายฝั่งคอร์กตะวันตกและใต้ ทำให้ภูมิประเทศชายฝั่ง หมู่บ้านประมง อาหารทะเล และวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
โครงข่ายถนนสำคัญ ได้แก่ M8 ที่เชื่อมคอร์กกับดับลินผ่านเฟอร์มอยและทิปเปอร์แรรี, N20 ที่เชื่อมคอร์กกับมาลโลว์และลิเมอริก, N22 ที่เชื่อมคอร์กกับแมครูมและเคอร์รี, N25 ที่เชื่อมคอร์กกับมิดเดิลตัน ยูฮอล วอเตอร์ฟอร์ด และรอสส์แลร์, N27 ไปยังท่าอากาศยานคอร์ก และ N71 ที่เชื่อมเมืองคอร์กกับคินเซล แบนดอน คลอนาคิลตี สกิบเบอรีน แบนทรี และคิลลาร์นีย์ ทางรถไฟเชื่อมเมืองคอร์กกับดับลิน มาลโลว์ โคฟ และมิดเดิลตัน ส่วนท่าอากาศยานคอร์กให้บริการเที่ยวบินภายในยุโรปและเป็นสนามบินสำคัญของภาคใต้
วัฒนธรรมและสถานที่สำคัญ
[แก้]

คอร์กมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งในฐานะ “เดอะเรเบลเคาน์ตี” และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางภาษา วรรณกรรม ดนตรี อาหาร กีฬา และการเมืองท้องถิ่นของไอร์แลนด์ เมืองคอร์กมีวัฒนธรรมเมืองท่าที่โดดเด่นและมักถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางเมืองหลักของภาคใต้ ขณะที่พื้นที่เวสต์คอร์กมีชื่อเสียงด้านศิลปะ ชุมชนชายฝั่ง อาหารท้องถิ่น ดนตรีพื้นบ้าน และภูมิทัศน์แอตแลนติก
สถานที่สำคัญของเทศมณฑล ได้แก่ เมืองคอร์ก อิงกลิชมาร์เก็ต, อาสนวิหารเซนต์ฟินบาร์, มหาวิทยาลัยคอลเลจคอร์ก, ปราสาทบลาร์นีย์, โคฟ, เกาะสไปก์, คินเซล, ชาร์ลส์ฟอร์ต, มิดเดิลตัน, โรงกลั่นเจมสัน มิดเดิลตัน, กูแกนบาร์รา, มิเซนเฮด, แบนทรีเฮาส์, เกาะเคลียร์, คลอนาคิลตี, สกิบเบอรีน, เดอะเกียราห์ และชายฝั่งเวสต์คอร์ก สถานที่เหล่านี้สะท้อนบทบาทของคอร์กในฐานะเทศมณฑลที่มีทั้งเมืองใหญ่ ท่าเรือ ประวัติศาสตร์การอพยพ ภูมิทัศน์ทะเล และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โดดเด่น
กีฬาเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์คอร์ก โดยเฉพาะเฮอร์ลิงและเกลิกฟุตบอล ทีมคอร์กของสมาคมกีฬาเกลิกมีประวัติความสำเร็จยาวนานทั้งในระดับมุนสเตอร์และระดับประเทศ นอกจากนี้ คอร์กยังมีวัฒนธรรมรักบี้ ฟุตบอล เรือใบ พายเรือ กอล์ฟ และกีฬาทางน้ำจากภูมิประเทศชายฝั่งและท่าเรือธรรมชาติที่กว้างใหญ่
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "Census 2022 Summary Results show Cork's population grew to 584,156". Central Statistics Office. 30 พฤษภาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- 1 2 3 "Cork". Encyclopaedia Britannica. 3 มีนาคม 2026. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Corcaigh / Cork". Placenames Database of Ireland. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- 1 2 "Welcome to Your Council". Cork County Council. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- 1 2 "Cork City Development Plan 2022–2028". Cork City Council. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Knockboy 706m". High Point Ireland. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- 1 2 3 4 "Cork". Encyclopaedia Britannica. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- ↑ "The Gearagh SAC 000108". National Parks and Wildlife Service. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- ↑ "The Gearagh Nature Reserve". National Parks and Wildlife Service. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Municipal Districts". Cork County Council. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Dáil Constituency Maps 2024". Government of Ireland. 8 พฤศจิกายน 2024. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Cork County Development Plan 2022–2028". Cork County Council. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2026.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ County Cork
- เว็บไซต์สภาเทศมณฑลคอร์ก
- เว็บไซต์สภานครคอร์ก
- Corcaigh / Cork ที่ Logainm
- Census 2022 Cork ที่ Central Statistics Office
- Cork County Development Plan 2022–2028
- Cork City Development Plan 2022–2028
- The Gearagh SAC ที่ National Parks and Wildlife Service
- The Gearagh Nature Reserve ที่ National Parks and Wildlife Service
