ข้ามไปเนื้อหา

เดอะ ไวร์เลส เฮาส์

เดอะ ไวร์เลส เฮาส์
The Wireless House
แผนที่
ก่อตั้ง13 มกราคม พ.ศ. 2568 (10 เดือนก่อน) (2568-01-13)
ที่ตั้งวัน แบงค็อก ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
พิกัดภูมิศาสตร์13°43′36″N 100°32′45″E / 13.726574059451512°N 100.54582991455231°E / 13.726574059451512; 100.54582991455231
ประเภทพิพิธภัณฑ์อนุรักษ์
ผลงานสำคัญเสาสัญญาณวิทยุของอดีตสถานีวิทยุศาลาแดง
ผลงานโบราณวัตถุมากกว่า 1,500 ชิ้น
ผู้อำนวยการจรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย
ภัณฑารักษ์นันทกานต์ ทองวานิช
สถาปนิกวทัญญู เทพหัตถี
เอกชัย ศิริเจริญกุล
นักประวัติศาสตร์กษมา เกาไศยานนท์
เจ้าของวัน แบงค็อก
ขนส่งมวลชน ลุมพินี
ที่จอดรถ12,000 คัน (ใต้ดินในโครงการ)

เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ (อังกฤษ: The Wireless House) เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ภายในโครงการ วัน แบงค็อก ในพื้นที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ภายในสวนไวร์เลส พาร์ค ถนนวิทยุ หน้าศูนย์การค้าเดอะ สตอรีส์ ชั้น G โดยปฏิสังขรณ์มาจากอาคารสถานีวิทยุศาลาแดงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ซึ่งถูกรื้อถอนเมื่อปี พ.ศ. 2544 แต่ขยับออกจากที่ตั้งจริงของสถานีวิทยุเดิม โดยมีเสาส่งสัญญาณของสถานีวิทยุเดิมบางส่วนจัดแสดงอยู่ด้านข้าง ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรทั้งหมด 4 ส่วน รวมถึงโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่สถาปนิกและนักโบราณคดีค้นพบระหว่างทำฐานรากของโครงการ และผลงานศิลปะชิ้นต่าง ๆ มีพิธีเปิดอาคารเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568 ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10:00 – 20:00 น.

ภูมิหลัง

[แก้]
อาคารสถานีวิทยุศาลาแดงหลังเดิม

เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ เป็นอาคารที่โครงการวัน แบงค็อก สร้างขึ้นเพื่อให้ความสำคัญและวางแนวทางในการผสานองค์ประกอบทางศิลปะและวัฒนธรรมในพื้นที่ดั้งเดิมของโครงการ รวมถึงสืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไปในอนาคต[1] โดยอนุรักษ์อาคารสถานีวิทยุศาลาแดง สถานีวิทยุแห่งแรกของประเทศไทย ที่กระทรวงทหารเรือ (ปัจจุบันคือกองทัพเรือไทย) จัดตั้งขึ้น และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2456 (พ.ศ. 2457 หากนับแบบปัจจุบัน) ก่อนจะพระราชทานนามถนนที่ตัดผ่านหน้าสถานีวิทยุว่า ถนนวิทยุ และ Wireless Road ในเวลาต่อมา[2]

อย่างไรก็ตาม สถานีวิทยุศาลาแดงเริ่มลดบทบาทลงหลังจากเกิดกบฏแมนฮัตตัน ซึ่งผลทำให้กองสัญญาณทหารเรือต้องย้ายออกจากพื้นที่ ก่อนที่โรงเรียนเตรียมทหารจะเข้ามาใช้พื้นที่จัดการเรียนการสอนต่อตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504[2] โดยอาคารสถานีวิทยุและเสาส่งสัญญาณวิทยุได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. 2526[3] แต่ต่อมาบริเวณโดยรอบโรงเรียนเตรียมทหารแปรสภาพเป็นชุมชน และตัวโรงเรียนไม่สามารถขยายพื้นที่ได้อีก จึงย้ายออกไปตั้งในพื้นที่ใหม่ที่จังหวัดนครนายกในปี พ.ศ. 2543 และส่งมอบพื้นที่โรงเรียนเดิมคืนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ปัจจุบันคือสำนักงานพระคลังข้างที่) หลังจากนั้นในปีถัดมา (พ.ศ. 2544) บริษัท พี.คอน. ดีเวล็อปเมนท์(ไทย) จำกัด ได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และพัฒนาเป็นตลาดกลางคืนในชื่อสวนลุมไนท์บาซาร์ แต่ได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารสถานีวิทยุศาลาแดงออกทั้งหมด คงเหลือเพียงฐานรากอาคารและเสาวิทยุโบราณ[2]

การสำรวจและปฏิสังขรณ์

[แก้]
วิดีโอหลายคลิปจากแหล่งข้อมูลภายนอก
video icon One Bangkok: The Wireless House Documentary, วิดีโอยูทูบ

อย่างไรก็ตาม ตามแผนแม่บทของโครงการ วัน แบงค็อก นั้น อาคารอนุรักษ์สถานีวิทยุศาลาแดงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งจริงของสถานีวิทยุเดิม แต่ขยับออกมาตั้งอยู่ภายในสวนไวร์เลส พาร์ค หน้าศูนย์การค้าเดอะ สตอรีส์ ใต้อาคารวัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4 แทน[2] เนื่องจากโครงการจำเป็นต้องขุดเจาะฐานรากในพื้นที่ที่ตั้งของสถานีวิทยุเดิมเพื่อสร้างพื้นที่จอดรถใต้ดินจำนวน 4 ชั้น ประกอบกับเจ้าของพื้นที่ คือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ทำหนังสือถึงกรมศิลปากรเพื่อขออนุญาตย้ายตำแหน่งของอาคารอนุรักษ์สถานีวิทยุดังกล่าวไปตั้งใกล้กับถนนวิทยุ เพื่อให้บุคคลภายนอกมองเห็นอาคารสถานีวิทยุได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งกรมศิลปากรก็อนุญาตให้สำนักงานฯ ดำเนินการตามแผนได้ ส่วนพื้นที่ที่ตั้งจริงของสถานีวิทยุเดิมนั้นอยู่บนถนน วัน แบงค็อก บูเลอวาร์ด และศูนย์การค้าโพสต์ 1928 บริเวณใต้อาคารวัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 5 โดยอาคารดังกล่าวก็ออกแบบให้มีลักษณะของสัญญาณโทรเลขเช่นกัน[4] ทั้งนี้ มีหลักฐานปรากฏเป็นหมุดเขตประกาศโบราณสถานฝังอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งกรมศิลปากรมิได้ออกประกาศให้เพิกถอนแต่อย่างใด

ในปี พ.ศ. 2559 ที่ วัน แบงค็อก เริ่มเข้าสำรวจพื้นที่ที่ตั้งโครงการในเบื้องต้นนั้น เดิมมีแผนจะทำงานร่วมกับกรมศิลปากรเฉพาะการขนย้ายเสาส่งสัญญาณวิทยุเท่านั้น โดยโครงการ วัน แบงค็อก ได้ติดต่อให้ กษมา เกาไศยานนท์ มาเป็นนักโบราณคดีประจำโครงการ แต่หลังจากเริ่มขุดพื้นดินเพื่อปรับพื้นที่แล้ว ก็ค้นพบฐานรากของอาคารสถานีวิทยุที่หลงเหลืออยู่จากการรื้อถอนด้วย จึงกลับไปหารือกับกรมศิลปากรเกี่ยวกับการย้ายฐานราก[3] และยังได้รับความร่วมมือกับกรมศิลปากรในการขุดค้นทางโบราณคดีเพิ่มเติมจนค้นพบส่วนอื่น ๆ ของสถานีวิทยุ โดยเฉพาะตอม่อสะพานที่เชื่อมต่อกับประตูทางเข้าหลักของสถานีวิทยุ รวมถึงโบราณวัตถุที่เริ่มค้นพบอีกจำนวนมาก[2]

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการในส่วนโบราณคดีแล้ว สถาปนิกอนุรักษ์คือ วทัญญู เทพหัตถี จึงนำข้อมูลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เกี่ยวกับสถานีวิทยุ เช่น ผังที่ตั้ง ฐานราก ภาพถ่าย เอกสารสำรวจ รวมถึงข้อมูลที่ได้จากนักโบราณคดี มาปฏิสังขรณ์ (Reconstruction) ขึ้นใหม่ ตามรูปทรงเดิมที่ปรากฏในภาพถ่ายทั้งหมด โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สเก็ตช์อัปมาช่วย ก่อนดำเนินการขุดรากถอนเสาเข็มเก่าเพื่อฝังกลบ และเคลื่อนย้ายฐานรากอาคารสถานีวิทยุและเสาส่งสัญญาณวิทยุความสูง 60 เมตร ไปตั้งในจุดที่วางไว้ในแผนแม่บทเดิม ซึ่งสถาปนิกอนุรักษ์ตกลงกับกรมศิลปากรว่าใช้วิธีตัดฐานรากออกเป็น 10 ชิ้น ก่อนย้ายออกครั้งละ 1 ชิ้นและนำมาประกอบใหม่ เช่นเดียวกับเสาวิทยุที่ตัดแบ่งออกเป็น 7 ท่อน ก่อนย้ายออกแล้วนำมาประกอบใหม่ โดยนำมาจัดแสดงด้านนอกอาคารเฉพาะบางส่วน[2]

เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ เริ่มเปิดอย่างไม่เป็นทางการพร้อมกับพิธีเปิดโครงการ วัน แบงค็อก เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ก่อนจะมีพิธีเปิดอาคารนี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568[5] ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 111 ปีของการเปิดอาคารสถานีวิทยุศาลาแดง[6]

การจัดสรรพื้นที่

[แก้]

เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ มีพื้นที่จัดแสดงทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร ดังนี้

ภายในอาคาร

[แก้]

พื้นที่ภายในอาคาร เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ จัดแสดงนิทรรศการถาวรที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของสถานีวิทยุศาลาแดงและบริเวณโดยรอบ จำนวน 4 ส่วน ดังนี้[5][1]

  1. ยุควิทยุโทรเลข นำเสนอความสำคัญของสถานีวิทยุศาลาแดง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสื่อสารไร้สายในประเทศไทย ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมของอาคารสถานีวิทยุ เทคโนโลยีวิทยุโทรเลข และการเชื่อมต่อกับยุโรปโดยตรงเป็นครั้งแรก รวมถึงระบุความแตกต่างระหว่างโทรเลขและวิทยุโทรเลข โดยนิทรรศการในส่วนนี้มีพื้นที่จำลองการส่งข้อความทางโทรเลขด้วยรหัสมอร์สอีกด้วย โดยให้ผู้เข้าชมเลือกภาษาซึ่งใช้ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากนั้นกรอกชื่อผู้ส่งสารและผู้รับสาร แล้วพิมพ์ข้อความเพื่อแปลงเป็นรหัสมอร์ส จากนั้นเคาะรหัสมอร์สผ่านเครื่องเคาะสัญญาณตามข้อความที่พิมพ์จนครบ จากนั้นข้อความจะถูกส่งเป็นจดหมายไปยังฝั่งตรงข้าม ซึ่งสามารถส่งออกได้ทั้งด้วยวิธีพิมพ์หรือดาวน์โหลด[2] โดยเป็นการนำระบบโทรเลขกลับมาใช้ในประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ กสท โทรคมนาคม ในขณะนั้น ยกเลิกบริการโทรเลขในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
  2. ยุควิทยุกระจายเสียง บอกเล่าเรื่องราวของสถานีวิทยุศาลาแดง ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับนำร่องทดลองระบบกระจายเสียงแห่งแรกของประเทศไทย แสดงพัฒนาการของวิทยุกระจายเสียงในประเทศไทย บรรยากาศและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการกระจายเสียงในยุคนั้น โดยผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้ลองฟังเสียงประเภทต่าง ๆ ที่ออกอากาศในสมัยนั้น รวมถึงระบุความแตกต่างระหว่างวิทยุแร่และวิทยุหลอดสุญญากาศ
  3. การขุดค้น อนุรักษ์ และปฏิสังขรณ์ ระบุความสำคัญของการอนุรักษ์อาคารสถานีวิทยุศาลาแดงซึ่งเป็นโบราณสถาน รวมถึงจัดแสดงโบราณวัตถุจำนวนมากกว่า 1,500 ชิ้นที่ขุดค้นพบในพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต นำเสนอข้อมูลในการปฏิสังขรณ์อาคารสถานีวิทยุโดยการนำหลักฐานข้อมูล และองค์ความรู้ทั้งหมดที่มีมาบูรณาการร่วมกัน ทั้งข้อมูลในเชิงโบราณคดีเมือง (Urban Archaeology) ขั้นตอนการขุดค้นและอนุรักษ์อาคารสถานีวิทยุ พร้อมโมเดลอาคารเดอะ ไวร์เลส เฮาส์ ที่แสดงถึงขั้นตอนการปฏิสังขรณ์อาคารสถานีวิทยุโทรเลข ตั้งแต่การย้ายฐานอาคารเดิมมาวางในชั้นฝังกลบของที่ตั้งใหม่เพื่อรักษาสภาพ การสร้างชั้นใต้ถุนสำหรับจัดเก็บโบราณวัตถุ และการใช้โครงสร้างสมัยใหม่ในการสร้างอาคารให้กลับมาตามรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิม เป็นต้น
  4. ย่านวิทยุ – พระราม 4 อดีต – ปัจจุบัน – อนาคต แสดงเรื่องราวพัฒนาการของย่านที่ตั้งโครงการ วัน แบงค็อก และพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งแต่เป็นทุ่งศาลาแดง รวมถึงความเป็นสมัยใหม่ในแง่มุมต่าง ๆ ของย่านดังกล่าวในปัจจุบัน และระบุถึงศักยภาพในอนาคตของพื้นที่ โดยนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดการพัฒนาเมือง สถานที่สำคัญภายในย่าน และความทรงจำของผู้คนต่อย่านดังกล่าว โดยมีประติมากรรม PintONE ของวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ผู้ได้รับรางวัลศิลปาธร สาขาการออกแบบ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ขุดพบในพื้นที่ เช่น ไหน้ำปลา และเศษกระเบื้อง และผลงาน Greeting of Times โดย นักรบ มูลมานัส ซึ่งนำภาพผู้คน สิ่งของ สถาปัตยกรรม และกิจกรรมต่าง ๆ ในย่านดังกล่าวมาเรียบเรียงขึ้นใหม่ด้วยเทคนิคการตัดแปะบนแม่พิมพ์ทองแดงโลหะ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสื่อสารด้วยวิทยุโทรเลขในอดีต

ภายนอกอาคาร

[แก้]

ด้านหน้าอาคาร เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ มีการจำลองพื้นที่ให้คล้ายกับพื้นที่สถานีวิทยุศาลาแดงในอดีต โดยกศมาได้ส่งตัวอย่างดินที่ขุดจากในพื้นที่จริงไปยังห้องปฏิบัติการให้นักวิทยาศาสตร์ทดสอบละอองเรณูอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์ถึงชนิดของพืชที่เคยปลูกในพื้นที่ แล้วส่งผลวิเคราะห์ต่อให้วรรณพร พรประภา ซึ่งเป็นภูมิสถาปนิก นำไปปรับใช้กับการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมด้านหน้าอาคาร โดยปลูกต้นไม้ 3 กลุ่มในตระกูลเดียวกับพืชที่ค้นพบในผลการวิเคราะห์ให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ดังนี้[7]

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งก่อสร้างอีก 3 อย่าง ดังนี้[6]

  • ด้านหน้าอาคาร มีสะพานไม้ความยาว 12 เมตรทอดเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งเป็นการจำลองแบบจากสถานีวิทยุศาลาแดงเดิมที่สมัยโบราณจะสร้างสะพานข้ามทุ่งนาเข้าสู่สถานี โดยนำชิ้นส่วนตอม่อสะพานเดิม 2 ชิ้นที่ขุดพบมาประกอบกลับเข้าไปด้วย แต่ปรับเปลี่ยนให้ร่วมสมัยขึ้น โดยใช้กระจกเป็นราวสะพานแทนราวไม้รูปกากบาทแบบเดิม[2]
  • ผลงาน Metropolitan Symphony เป็นประติมากรรมลำโพงสีทองและสีเงินหลายขนาด โดย ยูริ ซูซูกิ ศิลปินชาวญี่ปุ่น และออกแบบมาให้รองรับการใช้งานจริงด้วย โดยผู้เข้าชมคนหนึ่งสามารถทดลองพูดในลำโพงสีเงิน และให้ผู้เข้าชมอีกคนหนึ่งฟังเสียงที่ออกมาผ่านลำโพงสีทองได้ ซึ่งมีทั้งหมด 2 ชิ้น โดยชิ้นแรกตั้งอยู่ด้านหน้าอาคาร เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ ส่วนอีก 1 ชิ้นจัดแสดงที่โถงของอาคารวัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 3 เป็นการชั่วคราว โดยในอนาคตหลังจากศูนย์การค้าโพสต์ 1928 เปิดให้บริการแล้ว จะถูกนำไปจัดแสดงที่อาคารดังกล่าวบริเวณพื้นที่จริงของอดีตสถานีวิทยุศาลาแดง ที่โครงการทำหมุดระบุเขตประกาศโบราณสถานไว้ และทั้ง 2 ชิ้นสามารถส่งเสียงถึงกันได้ด้วยรูปแบบการสื่อสารไร้สายโดยใช้รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าเช่นเดียวกับการส่งวิทยุโทรเลข[8]
  • เสาส่งสัญญาณวิทยุโทรเลขของสถานีวิทยุศาลาแดงในอดีต จัดแสดงที่ด้านหลังของอาคาร โดยจากเสาจริงที่มีความสูงรวม 60 เมตร โครงการตัดแบ่งออกเป็น 7 ท่อน ก่อนนำมาประกอบเพื่อจัดแสดงเฉพาะ 3 ท่อนด้านบนสุด ความยาว 20 เมตร เพื่อความปลอดภัย และไม่เป็นการรบกวนพื้นที่โดยรอบ ส่วนอีก 4 ท่อนล่าง ความยาว 40 เมตร โครงการนำไปฝังกลบไว้ที่ชั้นใต้ถุนภายในอาคาร[9]

นอกจากนี้ ภายในอาคารศูนย์การค้าเดอะ สตอรีส์ ชั้น G ส่วนที่ติดกับอาคาร เดอะ ไวร์เลส เฮาส์ ยังมีห้องปฏิบัติการกระจายเสียง (Broadcasting Studio) ในชื่อ เดอะ ไวร์เลส คลับ (The Wireless Club) ซึ่งจะเป็นห้องสำหรับเปิดเพลงโดยนักจัดรายการวิทยุใต้ดิน ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้ที่เข้ามาใช้บริการภายในโครงการ และยังสอดคล้องกับวิวัฒนาการของวิทยุในด้านวิถีชีวิตของมนุษย์ จากการสื่อสารผ่านสัญญาณวิทยุด้วยรหัสโทรเลขหรือรหัสมอร์สในอดีต เป็นการเปิดวิทยุกระจายเสียงเพื่อฟังเพลงเป็นหลักในปัจจุบัน โดยในตอนกลางวันจะเป็นร้านกาแฟ และในตอนกลางคืนจะปรับเป็นบาร์แสดงดนตรี[3] รวมถึงมีการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกและแผ่นเสียง[10] โดยส่วนนี้เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568[11]

ระเบียงภาพ

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 NG Thai (15 มกราคม 2025). "The Wireless House One Bangkok บันทึก 111 ปี ความรุ่งเรืองแห่งปัจจุบันและอนาคตของถนนวิทยุ". เนชั่นแนล จีโอกราฟิก ประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2025.
  2. 1 2 3 4 5 6 7 8 กิจชัยนุกูล, พัทธดนย์ (10 มกราคม 2025). "The Wireless House One Bangkok ฟื้นสถานีวิทยุโทรเลขเก่าเป็นนิทรรศการเล่าอดีตถนนวิทยุ". เดอะคลาวด์. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  3. 1 2 3 เรืองเวส, พู่กัน (2 พฤศจิกายน 2024). "ลายแทงงานศิลปะ One Bangkok ตั้งแต่นิทรรศการรากเหง้าถนนวิทยุ ถึงชิ้นงานหาดูยากเข้าชมฟรี". เดอะคลาวด์. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  4. บุณยโยธิน, เกริก (25 ตุลาคม 2024). "ONE Bangkok เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ หวังต่อยอดจาก Smart City ใจกลางเมืองสู่ "เมืองกลางใจ" ที่ใช้ใจสร้าง". Propholic. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2025. และ Tower 5 สูง 30 ชั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ของสถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรกของประเทศไทย จึงได้รับการออกแบบให้มีการถึงสะท้อนเอกลักษณ์เป็นสัญญาณของโทรเลข{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  5. 1 2 "The Wireless House ณ One Bangkok นิทรรศการที่จะชวนทุกคนย้อนรอยประวัติศาสตร์ของถนนวิทยุกว่า 111 ปี". ไทยรัฐ. 13 มกราคม 2025. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  6. 1 2 Ohnabelle (15 มกราคม 2025). "The Wireless House One Bangkok ย้อนอดีต 111 ปีของถนนวิทยุ จุดเริ่มต้นการสื่อสารไร้สาย". HappeningBKK. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  7. ศิริสลุง, ณัฐฐาภรณ์ (21 กรกฎาคม 2025). "มัดรวมทุกไฮไลต์ ส่องความแฮปเพนนิ่งของถนนวิทยุในอดีตแบบจัดเต็มที่ The Wireless House One Bangkok". DETOUR. once. สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2025.
  8. "คุยกับ Yuri Suzuki ผู้สร้างประติมากรรมเสียง กับผลงาน Metropolitan Symphony ที่ One Bangkok". artofth. 23 มกราคม 2025. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2025.
  9. "The Wireless House One Bangkok โครงการที่พาเราย้อนเวลา 111 ปี เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์บนถนนวิทยุ". WHAT'S UP. urban creature. 20 มกราคม 2025. สืบค้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2025.
  10. "รีวิว The Wireless House One Bangkok นิทรรศการสถานีวิทยุโทรเลขแห่งแรกของไทย ชมฟรี!!". ทรูไอดี. 3 เมษายน 2025. สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2025.
  11. "Weekend Alert: อยากเป็นคนเท่ ก็เร่ไปทำกิจกรรมพวกนี้กัน". ไทยรัฐพลัส. 25 เมษายน 2025. สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2025.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

13°43′36″N 100°32′45″E / 13.726574059451512°N 100.54582991455231°E / 13.726574059451512; 100.54582991455231