เดอะเฟมมอนสเตอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เดอะเฟมมอนสเตอร์
The Fame Monster.jpg
กาก้าในวิกผมบ็อบสีบลอนด์ สวมโอเวอร์โค้ตสีดำมันวาว โดยมือขวาจับคอเสื้อและนำมาปิดปากของเธอ มีคำว่า "Lady Gaga" และ "The Fame Monster" เขียนกำกับไว้ด้วยสีขาว โดยเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ และอักษร T ของคำว่า Monster ก็ถูกแทนที่ด้วยเครื่องหมาย †
อีพี โดย
วางตลาด18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 (ดูหัวข้อประวัติการจำหน่าย
บันทึกเสียงค.ศ. 2009
แนวเพลงป็อป อิเล็กโทรป็อป แดนซ์
ความยาว34:09
ค่ายเพลงอินเตอร์สโคป เชอร์รีทรี สตรีมไลน์ คอนไลฟ์
โปรดิวเซอร์เลดี้ กาก้า, ดาร์กไชลด์, เฟอร์นานโด แกริเบย์, เรดวัน, รอน แฟร์, สเปซ คาวบอย, เทดดี ริลีย์
ลำดับอัลบั้มของ เลดี้ กาก้า
The Fame
(ค.ศ. 2008)The FameString Module Error: Match not found
The Fame Monster
(ค.ศ. 2009)
Born This Way
(ค.ศ. 2011)Born This WayString Module Error: Match not found
ลำดับผลงานของ เลดี้ กาก้า
Hitmixes
(ค.ศ. 2009)
The Fame Monster
(ค.ศ. 2009)
"Born This Way"
(ค.ศ. 2011)
ภาพปกแบบอื่น
กาก้า ในวิกผมสีดำปกคลุมรอบ ๆ ใบหน้า ลำตัว และตาขวา อายไลเนอร์ไหลลงมาตามใบหน้าเป็นสองเส้นจากตาซ้าย มีคำว่า "Lady Gaga" และ "The Fame Monster" เขียนกำกับไว้ด้วยสีขาว โดยเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ และอักษร T ของคำว่า Monster ก็ถูกแทนที่ด้วยเครื่องหมาย †
ซิงเกิลจาก The Fame Monster
  1. "Bad Romance"
    จำหน่าย: 26 ตุลาคม ค.ศ. 2009
  2. "Telephone"
    จำหน่าย: 26 มกราคม ค.ศ. 2010
  3. "Alejandro"
    จำหน่าย: 20 เมษายน ค.ศ. 2010
 การจัดอันดับจากผู้เชี่ยวชาญ
คะแนนวิจารณ์
แหล่งข้อมูล การจัดอันดับ
Allmusic 4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg[1]
BBC Online (เป็นที่นิยม) [2]
Robert Christgau (A-) [3]
The Independent (เป็นที่นิยม) [4]
Los Angeles Times 3/4 starsStar full.svgStar full.svgStar empty.svg[5]
NME (8/10) [6]
The Observer 4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg[7]
Pitchfork Media (7.8/10) [8]
Rolling Stone 3.5/5 starsStar full.svgStar full.svgStar half.svgStar empty.svg[9]
Slant Magazine 3.5/5 starsStar full.svgStar full.svgStar half.svgStar empty.svg[10]

เดอะเฟมมอนสเตอร์ (อังกฤษ: The Fame Monster) เป็นอีพีลำดับที่สามของศิลปินหญิงชาวอเมริกัน เลดี้ กาก้า วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2009 ในตอนแรก 8 แทร็คจากอัลบั้มนี้ตั้งใจที่จะเป็นเพิ่มลงในอัลบั้มชุดแรก The Fame แต่ต่อมาเธอประกาศว่าเพลงใหม่ทั้งหมดนี้จะถูกวางจำหน่ายแบบอัลบั้มเดี่ยว เนื่องจากการทำเพิ่มเพลงลงอัลบั้มเดิมมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป และเนื้อหาในอัลบั้มใหม่มีเนื้อหาที่แตกต่างจากอัลบั้ม The Fame และไม่มีความจำเป็นต้องใช้เพลงจากอัลบั้มแรกมาสนับสนุน 5 สัปดาห์ต่อมาในวันที่ 15 ธันวาคม 2009 ได้มีการวางจำหน่ายอัลบั้มเดอะเฟมมอนสเตอร์ รุ่นดีลักซ์ที่มี 2 ซีดีจากเดอะเฟมมอนสเตอร์และ The Fame ที่มาในรูปแบบโบนัสดิสก์

เดอะเฟมมอนสเตอร์มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับด้านมืดของความโด่งดังที่เลดี้กาก้าพบเจอจากประสบการณ์จริงระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตปี 2008-2009 ผ่านคำเปรียบเทียบ "Monster-ปีศาจ" และเปรียบเทียบความรู้สึกต่อเดอะเฟมมอนสเตอร์กับ The Fame ว่าต่างกันเหมือนกับหยินหยาง เธอรบเร้าให้ต้นสังกัดอนุญาตให้เธอถ่ายภาพปกอัลบั้มในสไตล์โกธิคที่มืดหม่น โดยมีเฮดิ ซลิมาน เป็นช่างภาพ เพลงในอัลบั้มได้รับอิทธิพลจากเพลงโกธิคและแฟชั่นโชว์ เพลง Bad Romance, Telephone และ Dance in the Dark ต่างเป็นเพลงที่ได้รับคำวิจารณ์ในทางบวก บางประเทศอีพีนี้ขึ้นชาร์ตคู่กับอัลบั้ม The Fame ยกเว้นสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และญี่ปุ่นที่ขึ้นชาร์ตเป็นอัลบั้มเดี่ยวเท่านั้น เดอะเฟมมอนสเตอร์ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งในออสเตรเลีย เยอรมนี ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ โปแลนด์ และสหราชอาณาจักร

Bad Romance ถูกปล่อยเป็นซิงเกิลแรก และสามารถขึ้นชาร์ตอัลบั้มขายดีที่อันดับหนึ่งในประเทศแคนาดา สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ ติดชาร์ตอันดับที่ 2 ของออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และสวีเดน ซิงเกิลต่อมาคือ Telephone และ Alejandro ก็สามารถติดชาร์ตหนึ่งในสิบอันดับแรกของสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2009 4 วันหลังประกาศจำหน่ายอัลบั้มใหม่ เลดี้กาก้าประกาศทัวร์คอนเสิร์ตครั้งที่สองของเธอในชื่อว่า The Monster Ball Tour และจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2011 นี้

เดอะเฟมมอนสเตอร์ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่อวอร์ดทั้งสิ้น 6 สาขารางวัล 2 ใน 6 รางวัลที่เข้าชิง ได้แก่รางวัลอัลบั้มแห่งปีและรางวัลอัลบั้มเพลงป็อบยอดเยี่ยม

เบื้องหลังและการพัฒนา[แก้]

กาก้าอธิบายถึงเบื้องหลังของอัลบั้มนี้ว่ามีที่มาจากความหลงใหลในภาพยนตร์ปีศาจสยองขวัญ และเป็นคนที่สนใจความเสื่อมเสียของคนดังและความโด่งดังถือเป็นปีศาจร้ายในสังคม ซึ่งเป็นความลงตัวที่สมบูรณ์แบบระหว่างแนวคิดกับตัวอัลบั้ม

เลดี้กาก้าระบุว่า 8 เพลงในอัลบั้มใหม่ของเธอ จะถูกจำหน่ายพร้อมกับอัลบั้ม The Fame ที่เป็นอัลบั้มเปิดตัว เดอะเฟมมอนสเตอร์[11] กล่าวถึงด้านมืดของความโด่งดังที่ถูกปิดบัง ซ่อนเร้นผ่านประสบการณ์ของเธอเองระหว่างปี 2008-2009 [12] เธออธิบายเพิ่มเติมว่า "ในอัลบั้ม The Fame Monster เธอจะเขียนทุกอย่างที่ไม่ได้เขียนลงไปใน The Fame ช่วงเวลา 2 ปีที่ฉันเดินทางไปทั่วโลกฉันได้พบเจอปีศาจหลายตัว ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเพลงในแผ่นบันทึกเสียงนี้ เช่นความหวาดกลัวต่อปีศาจแห่งเซ็กส์, ปีศาจแอลกอฮอล์, ปีศาจแห่งความรัก, ปีศาจแห่งความตาย และปีศาจแห่งความโดดเดี่ยวของฉันเอง "ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ยุโรปตะวันออกยามค่ำคืน และได้ทดลองดนตรีจังหวะอิสดัสเทรียล, โกธิค, เพลงแด๊นซ์ในยุค 90 ความหลงใหลในลักษณะพิเศษของเพลงป็อบมีลานโคลิก และรันเวย์ ฉันเขียนเพลงขณะที่กำลังชมแฟชั่นโชว์เงียบ และรู้สึกอัดอั้นตันใจที่จะกล่าวว่า เพลงของฉันได้รับความสำเร็จของสิ่งที่กล่าวมา"[12] กาก้าเปรียบเทียบอารมณ์ของอัลบั้ม The Fame กับ The Fame Monster ว่าเป็นสิ่งที่แตกต่างกันราวกับหยินหยาง และรู้สึกแปลกๆ ในตัวเองขณะที่กำลังทำอัลบั้ม [12]

เพลง Speechless เป็นเพลงบัลลาดที่แต่งขึ้นเพื่อโจเซฟ พ่อของเธอที่ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจและไม่ยอมเข้ารับการรักษา กาก้าได้รับข่าวนี้ขณะที่กำลังทัวร์คอนเสิร์ตและแวะเขียนเพลงนี้ที่สตูดิโอแห่งหนึ่งเพื่ออ้อนวอนต่อพ่อของเธอ เพราะไม่อยากเสียพ่อไป และเหตุการณ์นี้ทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก จนกลายเป็นชื่อเพลง Speechless ในท่อนสุดท้ายของเพลง If I promise to you boy/That I’ll never talk again/And I’ll never love again/I’ll never write a song
/Won’t even sing along มีความนัยว่าหากว่าพ่อของเธอเป็นอะไรไป เธอจะยุติอาชีพการเป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงทันที [12]

เดอะเฟมมอนสเตอร์ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกที่อเมริกาเหนือและสหราชอาณาจักรในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2009 เว็บไซต์ของกาก้ายืนยันว่าอัลบั้ม The Fame Monster จะวางจำหน่ายในรุ่นดีลักซ์เท่านั้น ซึ่งจะได้โบนัสดิสก์จาก The Fame แต่เนื่องจากปัญหาด้านค่าใช้จ่ายทำให้ต้องเลื่อนการจำหน่ายรุ่นดีลักซ์ออกไป และจำหน่ายเวอร์ชันอัลบั้มเดี่ยวก่อน [13] [14]

ลักษณะการประพันธ์[แก้]

The Independent รู้สึกได้ว่า Bad Romance ถูกครอบงำและได้รับงดงามจากปกอัลบั้มขาวดำ และเครื่องหมายไม้กางเขนบนปกนั้นได้รับอิทธิพลตามแบบโกธิค บทร้องรับใน Bad Romance คล้ายกับเพลงของ โบนี่ย์เอ็ม และอัลบั้ม Black Celebration (1986) ของวงเดเพเช่ส์โมด มีความเป็นซอมบี้ในเพลง Monster ในท่อนร้อง "He ate my heart - เขากินหัวใจของฉัน"[4] [2] เหมือนชาวคอสแซ็คในเพลง Teeth ในเนื้อร้อง "Take a bite of my bad girl-กัดเนื้อนังเด็กสาวชั่วสักหน่อย" และเพลง Dance in the Dark "Silicon, saline, poison inject me - ซิลิโคน น้ำเกลือ ยาพิษ ฉีดใส่ฉันซิ" [15] เนื้อร้องสุดท้ายของเพลงมีชื่อของคนดังที่สิ้นชีวิตอย่างสลดใจปรากฏอยู่หลายชื่ออย่าง มาริลีน มอนโรล (นักแสดงเซ็กส์ซิมโบลยุค 50-60 ที่เสียชีวิตอย่างลึกลับ) , จูดี้ การ์แลนด์ (นักแสดงหญิงระดับตำนานของฮอลลีวู้ดที่เสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด) , ซิลเวีย พลาธ (นักเขียนและกวีสตรีชาวอเมริกันที่จบลงชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายด้วยเพียง 32 ปี) , ไดอาน่า-เจ้าหญิงแห่งเวลส์ (เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์จากการหลบหนีช่างภาพในวัย 36 ปี) , ลิเบอราซี (นักเปียโน และศิลปินการแสดงสดชาวเกย์ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน) และโจน เบเน่ แรมซีย์ (นางงามเด็กชาวอเมริกันปี 2539 ที่ถูกฆาตกรรมอำพราง ขณะอายุได้เพียง 6 ขวบ) เพลง Monster มีเสียงร้องซ้ำๆ กันจากซินธ์และใช้กลองเฮฟวี่เป็นเครื่องดนตรีในเพลง [4] [4][10]

เพลง Speechless ได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรีใยยุค 1970 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ก้าวร้าวจากเนื้อเพลง "I can't believe how you slurred at me with your half wired broken jaw - ฉันไม่เชื่อเลยเธอยังจะพูดจาอู้อี้กับในสภาพที่ยับเยินอย่างนั้นได้อีก" เพลงนี้ผสมผสานเสียงร้องประสานและกีตาร์ Pop Matters เปรียบเทียบผลงานนี้กับงานของเฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ และควีน Speechless ได้ รอน แฟร์ มาเป็นโปรดิวเซอร์ และใช้เครื่องดนตรีจริงๆ บรรเลงเพลงอย่าง กลอง กีตาร์ และเบสส์ ส่วนกาก้าเป็นผู้บรรเลงเปียโนเอง [16]

Dance in the Dark เป็นแทร็กที่ห้าจากอัลบั้ม ที่พรรณาถึงหญิงสาวที่รู้สึกอึดอัดใจเมื่อต้องมีเซ็กส์ กาก้าพูดถึงเพลงนี้ว่า "หล่อนไม่อยากให้ผู้ชายเห็นเธอเปลือยกาย เธอจะเป็นอิสระและปลดปล่อยความเป็นสัตว์ในตัวก็ต่อเมื่อปิดไฟให้มืดเท่านั้น" So happy I could die [17] เป็นเพลงที่นำเสนอความรู้สึกทางเพศผ่านเนื้อร้องท่อนที่ว่า "I love that lavender blonde/the way she moves the way she walks/I touch myself can't get enough -ฉันชอบผมสีบลอนด์สาเวนเดอร์นั่น/การเคลื่อนไหวการเดินของเธอ/ฉันสัมผัสร่างกายตัวเองแต่มันไม่พอดี" เพลงนี้จริงๆ แล้วเป็นเพลงรักและบ่งบอกความเป็นตัวเธอที่เล่าถึงภาพลักษณ์, การดื่ม, เต้นรำ และสัมผัสตัวเอง เสียงร้องเพลงนี้แสดงอารมณ์ท่เยือกเย็น และใช้โปรแกรมออโต้ทูนส์ปรับแต่งเสียง [4] [2] [4][10] เพลง Alejandro ผสมผสานทำนองดนตรีของ ABBA และ Ace of Base [2] เล่าเรื่องราวของกาก้าที่กำลังหลบหนีออกจากฮาเร็มของชายชาวละติน Telephone กล่าวถึงกาก้าที่เลือกเวทีแด้นซ์มากกว่ารับโทรศัพท์จากคนรักของเธอ ท่อน Verse ถูกร้องอย่างรวดเร็วในทำนองดับเบิ้ลบีต กาก้าอธิบายถึงเพลงนี้ว่าเป็นความกลัวต่ออาการหายใจไม่ออกและความกลัวที่เธอไม่สามารถให้ความสุขกับตัวเองได้ เพราะเป็นคนบ้างาน และไม่ได้ออกไปเที่ยวสนุกที่ไหน โทรศัพท์ในเพลงไม่ได้หมายถึงโทรศัพท์ที่เห็นเท่านั้น แต่หมายถึงเสียงในสมองเธอที่สั่งให้เธอให้มุ่งทำงานหนักมากกว่าเดิม [4][10] Teeth เป็นเพลงสุดท้ายจากอัลบั้มได้ทำนองจากเพลงสวดและเนื้อร้องในแบบ S&M พูดถึงการทำทารุณทรมานและกินเนื้อมนุษย์เพื่อจะได้รับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกว่า

การวางจำหน่ายและอาร์ตเวิร์ก[แก้]

แต่เดิมอัลบั้มเดอะเฟมมอนสเตอร์มีแผนจะวางจำหน่ายในรูปแบบใหม่แทนอัลบั้ม The Fame แต่กาก้าให้สัมภาษณ์ผ่าน MTV เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2009 ว่าอัลบั้มจะขายอัลบั้มเดี่ยวไปก่อนและจะมีรุ่นดีลักซ์และซุเปอร์ดีลักซ์จะวางจำหน่ายในวันที่ 15 ธันวาคม 2009 และรุ่นซุเปอร์ดีลักซ์จะมาในรูปแบบกล่องที่บรรจุโปสการ์ด, อัลบั้มภาพ, ผลงานอาร์ตเวิร์กทางทีมงานเฮ้าส์ออฟกาก้า รวมทั้งล็อกเก็ตบรรจุเส้นผมของเลดี้กาก้า [18]

3 พฤษภาคม 2010 เว็บไซต์ของกาก้าประกาศวางจำหน่ายเดอะเฟมมอนสเตอร์รุ่น USB ไดรว์ที่ผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งมี 8 แทร็กจากเดอะเฟมมอนสเตอร์ มิวสิกวีดีโอฉบับโจ่งแจ้ง, เพลงรีมิกซ์, ดิจิตอลบุ๊คเล็ต, ปกอัลบั้ม และอัลบั้มภาพ [19]

ภาพปกอัลบั้มเดอะเฟมมอนสเตอร์ได้เฮดิ ซลิมานเป็นผู้ถ่ายภาพ ในภาพแรก กาก้าใส่วิกสีบลอนด์พองฟู สวมแจ็กเก็ตสีดำ และอีกภาพใส่วิกผมสีดำที่กระเซอะกระเซิง มีอายไลเนอร์ไหลจากตาข้างซ้าย เพื่อให้หน้าปกของอัลบั้มออกมาน่ากลัวและมืดหม่นกว่าที่เคยทำมาและสอดคล้องกับธีมอัลบั้มนี้ ต้นสังกัดของกาก้ารู้สึกงุนงงต่อปกอัลบั้มขาวดำสไตล์โกธิคนี้ และคิดว่าจะทำให้ความเป็นป็อบลดลง แต่กาก้าให้เหตุผลต่อหน้าปกนี้ว่าต้องการนำเสนอหลักหยินหยาง ไม่ต้องการเห็นตัวเองทำตามแบบสาวบลอนด์คนอื่นๆ และอยากให้แฟนเพลงของเธอรับรู้ถึงความรู้สึกเดียวกับเธอเมื่อเห็นภาพนี้ [12]

การขึ้นลำดับชาร์ต[แก้]

ในสหรัฐอเมริกา อัลบั้มเดี่ยว เดอะเฟมมอนสเตอร์ ขึ้นชาร์ตที่อันดับ 5 ด้วยยอดขาย 174,000 ก๊อปปี้ ส่วนอัลบั้มดีลักซ์ที่รวม The Fame กับเดอะเฟมมอนสเตอร์ ข่นชาร์ตที่อันดับ 6 กับยอดขาย 151,000 ก๊อปปี้ และสามารถติดชาร์ตดิจิตอลดาวน์โหลดขายดีที่ 65,000 ดาวน์โหลด [20] 7 ใน 8 เพลงจากอัลบั้มนี้ยังติดชาร์ตเพลงดิจิตอลยอดนิยม และยังขึ้นชาร์ตอัลบั้มเพลงแดนซ์/อิเล็กทรอนิกส์แทนที่อัลบั้ม The Fame [21] เดือนมกรคม 2010 The Fame Monster ได้รับการรับรองยอดขายจากสมาคมผู้บันทึกเสียงแห่งสหรัฐอเมริกา (RIAA) สำหรับยอดขาย 1 ล้านแผ่น จากการสำรวจของศูนย์วิจัยนีลสันในสหรัฐอเมริกา อัลบั้ม The Fame Monster พบว่ามียอดขายกว่า 1.349 ล้านก๊อปปี้ [22] [23] ที่แคนาดาอัลบัมนี้เปิดตัวสูงสุดที่อันดับ 6 [24]

อัลบั้มเดอะเฟมมอนสเตอร์ ขึ้นชาร์ตคู่กับ The Fame ในออสเตรเลียแต่ต่อมาถูกพิจารณาให้เป็นอัลบั้มเดี่ยว นับตั้งแต่วันวางจำหน่ายที่ออสเตรเลียอัลบั้มใช้เวลา 18 สัปดาห์ก็สามารถครองชาร์ตอันดับหนึ่ฃซิงเกิลขายดี และได้รับการรับรองยอดขายจากสมาคมผู้บันทึกเสียงแห่งออสเตรเลีย ในระดับทองคำขาว x2 สำหรับยอดขาย 140,000 ก๊อปปี้ [25] [26] The Fame Monster ขึ้นชาร์ตคู่กับ The Fame ในหลายประเทศเช่น เดนมาร์ก, ไอร์แลนด์, เยอรมนี และสามารถขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งสองประเทศหลัง อัลบั้มขึ้นชาร์ตโอไรคอนของญี่ปุ่นที่อันดับสอง [27] [28] ส่วนในสหราชอาณาจักร มีการจำหน่ายอัลบั้ม The Fame Monster ในรุ่นดีลักซ์เท่านั้น จึงขึ้นชาร์ตควบคู่กับ The Fame 3 มกราคม 2010 อัลบั้มนี้ไต่ชาร์ตขึ้นไปแตะอันดับที่สอง ทุกเพลงจาก The Fame Monster สามารถติดชาร์ตซิงเกิล 110 ยอดนิยมในสหราชอาณาจักร รวมทั้งซิงเกิลที่ยังไม่ได้เปิดตัว Telephone ซึ่งสามารถขึ้นชาร์ตนี้ที่อันดับ 30 [29]

สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ 2010 เดอะเฟมมอนสเตอร์-The Fame ก็สามารถครองชาร์ตอันดับหนึ่งยาวนาน 4 สัปดาห์ แต่แล้วในวันที่ 21 มีนาคม 2010 อัลบั้มกลับมาครองแชมป์อย่างไม่คาดคิดอีกครั้ง [29] The album has reached thirteen on the European Top 100 Albums chart.[30] แทนที่อัลบั้ม Glee Cast ที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นผู้ครองแชมป์อันดับหนึ่งในเวลานั้น เดอะเฟมมอนสเตอร์ติดชาร์ตอัลบั้มท็อป 100 แห่งยุโรปที่อันดับ 13 และได้รับการรับรองจาก IFIP สำหรับยอดขาย 2 ล้านก๊อปปี้ทั่วยุโรป [31]

ซิงเกิล[แก้]

อัลบั้มเปิดตัวด้วยเพลง Bad Romance เธอแสดงเพลงนี้ครั้งแรกในรายการ Saturday Night Live เมื่อ 3 ตุลาคม 2009 3 วันต่อมาเพลง Bad Romance ได้ใช้เปิดเป็นเพลงประกอบในโชว์ชุดฟินาเล่คอลเลคชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2010 ของอเล็กซานเดอร์ แม็กควีนที่งานปารีสแฟชั่นวีค ซิงเกิลถูกวางจำหน่ายในรูปแบบดิจิตอลดาวน์โหลดเมื่อ 27 ตุลาคม 2009 [32] [33] [34]

Bad Romance ติดท็อปชาร์ตแคนาดาฮ็อต 100, ชาร์ตซิงเกิลแห่งสหราชอาณาจักร, ชาร์ตยุโรปฮ็อต 100, ชาร์ตซิงเกิลเยอรมัน, บัลกาเรีย, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, ฮังการี, ไอร์แลนด์, อิตาลี, นอร์เวย์, โรมานเนีย, สโลวาเกีย, สเปน และสวีเดน ซึ่งสามารถขึ้นชาร์ตสูงสุดที่ลำดับสองในประเทศสหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เบลเยียม และสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2010 Bad Romance ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในสาขาเพลงป็อบหญิงยอดเยี่ยม และมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ก็ได้เข้าชิงรางวัลสาขา [35] มิวสิกวีดีโอขนาดสั้นยอดเยี่ยม [36] [37] [38]

เพลงที่สอง Telephone ซึ่งกาก้าได้ร่วมงานกับนักร้องอาร์แอนด์บี บียอนเซ่ โนวลส์ กาก้าร้องเพลง Telephone ครั้งแรกในงานบริทอวอร์ด 2010 ในเวอร์ชันเปียโน และเพลง Dance in the Dark เพื่อไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของอเล็กซานเดอร์ แม็กควีน [39] มิวสิกวีดีโอเพลง Telephone ถูกเผยแพร่ครั้งแรกในรายการ E!News เมื่อ 11 มีนาคม 2010 1 วันก่อนการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ กาก้ากล่าวว่ามิวสิกวีดีโอนี้เป็นภาคต่อจาก Paparazzi ในรูปแบบภาพยนตร์สั้นเหมือนกัน Telephone ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ว่าเป็นแทร็กที่ดีที่สุดในอัลบั้มนี้ และยังสามารถขึ้นชาร์ตซิงเกิลในหลายประเทศก่อนหน้าที่จะมีการปล่อยเพลงนี้เมื่อ 22 มีนาคม 2010 ซิงเกิล Telephone ครองชาร์ตอันดับหนึ่งในสหราชอาณาจักรอีกครั้ง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่สองจากอัลบั้มนี้ที่ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งได้ รวมทั้งหมดเป็นครั้งที่ 4 กับอัลบั้มเดิม ซิงเกิลสามารถติดชาร์ตบิลบอร์ดฮ็อต 100 แห่งสหรัฐอเมริกาในอันดับที่ 3 กลายเป็นเพลงที่ 6 ของเลดี้กาก้าที่สามารถขึ้นชาร์ตท็อปเท็นได้ [40] และเป็นเพลงที่ถูกเปิดในรายการวิทยุในอเมริกามากครั้งที่สุดนับตั้งแต่ปีก่อตั้ง 1992 ของนีลสันบีเอสบี ทำลายสถิติของมารายห์ แครีย์และบียอนเซ่ Telephone ยังได้รับเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในสาขาเพลงป็อบ Collaboration ยอดเยี่ยม.[41]

Alejandro ถูกปล่อยเพลงที่สามและเพลงสุดท้าย [42] ในตอนแรก Dance in the Dark ถูกเลือกไว้ให้เป็นเพลงที่จะปล่อยต่อจาก Telephone แต่กาก้ากลับเลือกที่จะปล่อยเพลง Alejandro โดยไม่ปรึกษากับบริษัทต้นสังกัดและเกิดความขัดแย้งระหว่างกาก้ากับต้นสังกัดที่จะปล่อย Alejandro เป็นเพลงสุดท้ายจากอัลบั้มนี้ [43] [44] กาก้าอธิบายสาเหตุที่เลือก Alejandro เพราะเพลงนี้ได้ออกอากาศบนวิทยุแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน 2010 ในอเมริกา Alejandro ติดชาร์ตซิงเกิลในออสเตรเลีย, แคนาดา 1 ใน 5 ลำดับแรก และติด 10 อันดับแรกในชาร์ตซิงเกิลหลายประเทศ ที่สหรัฐอเมริกา เพลงนี้ขึ้นชาร์ตสูงสุดที่อันดับ 5 และกลายเป็นเพลงที่ 7 แล้วที่สามารถติดชาร์ต 10 อันดับแรกบนชาร์ตบิลบอร์ดฮ็อต 100 [45] [46]

รายชื่อเพลง[แก้]

ลำดับ ชื่อเพลงผู้แต่งโปรดิวเซอร์ ยาว
1. "Bad Romance"  RedOne, Lady Gagaเรดวัน 4:55
2. "Alejandro"  เรดวัน, เลดี้ กาก้าเรดวัน 4:34
3. "Monster"  RedOne, เลดี้ กาก้า, Space CowboyRedOne 4:09
4. "Speechless"  เลดี้ กาก้าRon Fair 4:31
5. "Dance in the Dark"  เลดี้ กาก้า, Fernando GaribayGaribay 4:49
6. "Telephone" (featuring Beyoncé)เลดี้ กาก้า, Rodney Jerkins, LaShawn Daniels, ลาโซเนต แฟรงคลิน, บียอนเซ่ โนวส์Jerkins 3:41
7. "So Happy I Could Die"  เลดี้ กาก้า, เรดวัน, สเปซ คาวบอยRedOne, เลดี้ กาก้า, สเปซ คาวบอย 3:55
8. "Teeth"  เลดี้ กาก้า, ทาจา ไรลีย์Teddy Riley 3:41

ชาร์ตและการดำเนินการ[แก้]

ประวัติการจำหน่าย[แก้]

ประเทศ วันวางจำหน่าย รูปแบบ สังกัด รุ่น
ธงชาติของญี่ปุ่น ญี่ปุ่น 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009[69] ซีดีและดิจิทัลดาวน์โหลด Universal Music เดลักซ์
ธงชาติของอิตาลี อิตาลี

[70]

ธงชาติของออสเตรเลีย ออสเตรเลีย 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009[71][72][73] เดลักซ์และจำกัดจำนวน
ธงชาติของชิลี ชิลี ปกติและเดลักซ์
ธงชาติของเยอรมนี เยอรมนี
Flag of Ireland ไอร์แลนด์ เดลักซ์
Flag of the United States สหรัฐ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009[74] Interscope, Streamline, Kon Live, Cherrytree
Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร Polydor
ธงชาติของแคนาดา แคนาดา Universal Music
ธงชาติของอาร์เจนตินา อาร์เจนตินา

[75]

ธงชาติของแคนาดา แคนาดา 1 ธันวาคม ค.ศ. 2009[76] ปกติ
ธงชาติของโคลอมเบีย โคลอมเบีย 4 ธันวาคม ค.ศ. 2009[77]
Flag of the United States สหรัฐ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2009[78] บ็อกซ์เซต Interscope, Streamline, Kon Live, Cherrytree ซูเปอร์เดลักซ์
แอลพี ปกติ
ธงชาติของออสเตรเลีย ออสเตรเลีย 18 ธันวาคม ค.ศ. 2009[79] ดิจิทัลดาวน์โหลด Universal Music ปกติ (ฉบับโจ่งแจ้ง)
21 ธันวาคม ค.ศ. 2009[80] ซีดี
Flag of the United States สหรัฐ 26 มกราคม ค.ศ. 2010[81] ดิจิทัลดาวน์โหลด Interscope, Streamline, Kon Live, Cherrytree
Flag of the People's Republic of China จีน 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010[82] ซีดี Universal Music ปกติ
ธงชาติของญี่ปุ่น ญี่ปุ่น 16 เมษายน ค.ศ. 2010[83] ซีดีและดีวีดี Universal Music ปกติ (ฉบับโจ่งแจ้ง)
ทั่วโลก 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2010[84] ยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ Interscope, Streamline, Kon Live, Cherrytree จำกัดจำนวน (ฉบับโจ่งแจ้ง)
ธงชาติของอิตาลี อิตาลี 8 มิถุนายน ค.ศ. 2010[85] ซีดี Universal Music กล่องสอดจำกัดจำนวน
ธงชาติของเยอรมนี เยอรมนี 22 ตุลาคม ค.ศ. 2010[86][87] ปกติ (ฉบับโจ่งแจ้ง)
20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010[88] ดิจิทัลดาวน์โหลด

อ้างอิง[แก้]

  1. Erlewine, Stephen Thomas (2009-11-25). "Lady Gaga | The Fame Monster". Allmusic. Rovi Corporation. สืบค้นเมื่อ 2009-11-25. Italic or bold markup not allowed in: |work= (help)
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Lester, Paul (2009-11-20). "Lady Gaga The Fame Monster Review". BBC. BBC Online. สืบค้นเมื่อ 2009-11-23. Italic or bold markup not allowed in: |work= (help)
  3. Christgau, Robert. "Consumer Guide: The Fame Monster". MSN Music. สืบค้นเมื่อ 2010-03-02. Archived from the original on 2010-03-26.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 Price, Simon (2009-11-22). "Album: Lady Gaga, The Fame Monster (Polydor)". The Independent. UK. สืบค้นเมื่อ 2009-11-23.
  5. Wood, Mikael (2009-11-23). "Album review: Lady Gaga's 'The Fame Monster'". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24.
  6. Patashnik, Ben (2009-12-03). "Album review: Lady Gaga – 'The Fame Monster' (Polydor)". NME. UK: IPC Media. Missing or empty |url= (help); |access-date= requires |url= (help)
  7. Empire, Kitty (2009-11-22). "Lady Gaga: The Fame Monster". The Guardian. UK. สืบค้นเมื่อ 2009-11-23.
  8. Plagenhoef, Scott (2009-01-13). "Album review: Lady Gaga – 'The Fame Monster'". Pitchfork Media. สืบค้นเมื่อ 2009-01-14.
  9. Dolan, Jon (2010-11-23). "The Fame Monster by Lady GaGa". Rolling Stone. Jann Wenner. สืบค้นเมื่อ 2010-10-30.
  10. 10.0 10.1 10.2 10.3 Cinquemani, Sal (2009-11-18). "Lady Gaga: The Fame Monster". Slant Magazine. สืบค้นเมื่อ November 19, 2009.
  11. Harding, Cortney (2009-10-01). "Lady Gaga: First Lady". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2009-10-08.
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 12.4 Press Release (2009-10-08). "Lady Gaga Returns With 8 New Songs on 'The Fame Monster'". Yahoo!. สืบค้นเมื่อ 2009-10-09.
  13. Vena, Jocelyn; Calloway, Sway (2009-11-23). "Lady Gaga Gets 'Dark' On The Fame Monster". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-11-24. Italic or bold markup not allowed in: |work= (help)
  14. Dinh, James (2009-11-10). "Lady Gaga's Fame Monster: New Songs To Be Released On Single CD". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-11-10. Italic or bold markup not allowed in: |work= (help)
  15. Ditzian, Eric (2009-12-16). "Lady Gaga Explains Real Meaning Of 'Dance In The Dark'". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-12-18. Italic or bold markup not allowed in: |work= (help)
  16. Hiatt, Brian (2009-10-21). "Inside The Monster Ball: Lady Gaga Reveals Plans for Ambitious New Tour". Rolling Stone. Jann Wenner. ISSN 0035-791X. สืบค้นเมื่อ 2009-10-22.
  17. Ditzian, Eric (2009-12-16). "Lady Gaga Explains Real Meaning Of 'Dance In The Dark'". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ 2009-12-18. Italic or bold markup not allowed in: |work= (help)
  18. Vena, Jocelyn (2010-02-16). "Lady Gaga Pays Tribute To Alexander McQueen At Brit Awards". MTV (MTV Networks). สืบค้นเมื่อ 2010-02-17.
  19. Kung, Michelle (2009-11-22). "American Music Awards 2009: Adam Lambert, Lady Gaga Dazzle". The Wall Street Journal. Dow Jones & Company. สืบค้นเมื่อ 2009-11-23.
  20. 20.0 20.1 Pietrolungo, Silvio (2009-12-02). "Susan Boyle Sees Dream Soar To No. 1 On Billboard 200". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2009-12-03.
  21. 21.0 21.1 "Billboard Dance/Electronic Albums". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. 2009-12-12. สืบค้นเมื่อ 2009-12-04.
  22. Grein, Paul (2010-08-12). "Week Ending Nov. 28, 2010: The King and Queen of Hip Hop". Yahoo!. สืบค้นเมื่อ 2010-12-01.
  23. "Searchable Database – RIAA – Lady Gaga". Recording Industry Association of America. 2010-01-07. สืบค้นเมื่อ 2010-01-13.
  24. 24.0 24.1 "Canadian Albums Chart: Week Ending January 20, 2010". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. 2010-01-30. สืบค้นเมื่อ 2010-11-03.
  25. "Lady Gaga – The Fame Monster (album)". Australian Recording Industry Association australian-charts.com. 2010-04-12. สืบค้นเมื่อ 2010-04-12.
  26. "ARIA album Chart week of 05/04/2010". Australian Recording Industry Association. 2010. สืบค้นเมื่อ 2010-04-05.
  27. 27.00 27.01 27.02 27.03 27.04 27.05 27.06 27.07 27.08 27.09 27.10 27.11 27.12 27.13 27.14 "Lady Gaga – The Fame Monster (album)". Ultratop 50. Hung Medien. สืบค้นเมื่อ 2009-12-01.
  28. 28.0 28.1 Reporter, MC. "Lady Gaga an der Spitze der Album-Charts". Media Control Charts. สืบค้นเมื่อ 2010-01-05.
  29. 29.0 29.1 29.2 "Lady Gaga – The Fame positions". The Official Charts Company. ChartStats.com. 2009-11-30. สืบค้นเมื่อ 2009-12-02. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "uk" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  30. 30.0 30.1 30.2 Sexton, Paul (2010-02-04). "Lady Gaga, Ke$ha Rule Euro Charts". Billboard. Nielsen Business Media, inc. สืบค้นเมื่อ 2010-02-05.
  31. "IFPI Platinum Europe Awards – Q4 2010". International Federation of the Phonographic Industry. July 2010. สืบค้นเมื่อ 2010-08-18.
  32. Reporter, RS (2009-09-29). "Lady Gaga Readies New Single for "SNL," "The Fame" Re-Release". Rolling Stone. Jann Wenner. ISSN 0035-791X. |access-date= requires |url= (help)
  33. Reporter, RS (2009-10-05). "Lady Gaga Fights Madonna, Debuts "Bad Romance" on "Saturday Night Live"". Rolling Stone. Jann Wenner. ISSN 0035-791X. สืบค้นเมื่อ 2009-10-07.
  34. "SHOWstudio presents Alexander McQueen S/S10 Live". SHOWstudio.com. 2009-10-07. สืบค้นเมื่อ 2009-10-08.
  35. "Chartifacts – Week Commencing: November 30, 2009 Issue #1031" (PDF). ARIA Charts Pandora.nla.gov.au. 2009-11-30. สืบค้นเมื่อ 2009-12-02.
  36. Pietroluongo, Silvio (2009-11-05). "DeRulo Tops Hot 100 But Swift Swoops In". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2009-11-05.
  37. "Canadian Hot 100 – Week of November 14, 2009". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. 2009-11-14. สืบค้นเมื่อ 2009-11-05.
  38. http://www.usatoday.com/life/music/awards/grammys/2010-12-01-grammy-nominations-list_N.htm?loc=interstitialskip
  39. Vena, Jocelyn (2010-02-16). "Lady Gaga Pays Tribute To Alexander McQueen At Brit Awards". MTV (MTV Networks). สืบค้นเมื่อ 2010-02-17.
  40. Pietrolungo, Silvio (2010-03-17). "Rihanna's 'Rude Boy' rules Hot 100". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2010-03-18.
  41. Trust, Gary (2010-03-15). "Lady Gaga, Beyonce Match Mariah's Record". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2010-03-18.
  42. "Lady Gaga – Gaga Still Releasing Alejandro In U.S." contactmusic. 2010-04-05. สืบค้นเมื่อ 2010-04-06.
  43. "Lady GaGa Will Release Alejandro As Next Single". MTV (MTV Networks). 2010-04-06. สืบค้นเมื่อ 2010-04-16.
  44. "Future Releases". FMQB. สืบค้นเมื่อ 2010-03-17.
  45. "Lady Gaga – Alejandro (Song)". Ultratop 50. Hung Medien. สืบค้นเมื่อ 2010-05-31.
  46. "Billboard – Lady Gaga – Alejandro". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. สืบค้นเมื่อ 2010-05-31.
  47. "CAPIF – Argentinian Albums Chart". Argentine Chamber of Phonograms and Videograms Producers. 2010-08-09. สืบค้นเมื่อ 2010-08-09.
  48. "CD – TOP 20 Semanal" (in Brazilian Portuguese). Associação Brasileira dos Produtores de Discos. สืบค้นเมื่อ 2010-05-14.CS1 maint: unrecognized language (link)
  49. "Fame Monster – TOP50 Prodejní". International Federation of the Phonographic Industry. TOP50 Prodejní. 2010-01-17. สืบค้นเมื่อ 2010-01-25.
  50. "Ελληνικό Chart (Week 44/2010)". IFPI Greece. November 2010. สืบค้นเมื่อ November 18, 2010.
  51. "Top 40 album – és válogatáslemez – lista". Mahasz (in Hungarian). Magyar Hanglemezkiadók Szövetsége. สืบค้นเมื่อ 2010-07-08. Italic or bold markup not allowed in: |work= (help)CS1 maint: unrecognized language (link)
  52. "Japanese Oricon Top 30 Albums". Oricon (in Japanese). สืบค้นเมื่อ 2010-05-15.CS1 maint: unrecognized language (link)
  53. "Lady Gaga - The Fame Monster (Album)". Recording Industry Association of New Zealand. Hung Medien. สืบค้นเมื่อ 2010-09-27.
  54. "Official Retail Sales Chart – OLiS Poland". OLiS. สืบค้นเมื่อ 2010-01-15.
  55. "Российский чарт 01-2010". 2M-Online (in Russian). สืบค้นเมื่อ 2010-01-25.CS1 maint: unrecognized language (link)
  56. "ARIA Charts: Year End: Top 100 Albums 2009". Australian Recording Industry Association. สืบค้นเมื่อ 2009-12-30.
  57. "Album 2009 – Hitlisten.NU". Tracklisten. สืบค้นเมื่อ 2010-04-21.
  58. "Best of 2009: Irish Albums Chart". Irish Recorded Music Association. สืบค้นเมื่อ 2010-02-02.
  59. "Årslista Albums – År 2009". Swedish Recording Industry Association. สืบค้นเมื่อ 2010-10-09.
  60. "Jaaroverzichten 2010 (Flanders)" (in Dutch). Ultratop. Hung Medien. สืบค้นเมื่อ 2010-12-26.CS1 maint: unrecognized language (link)
  61. "Ultratop Belgian Charts". Ultratop. Hung Medien. 2010-12-26. สืบค้นเมื่อ 2010-12-26.
  62. "Charts Year End: Canadian Albums Chart". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. 2009-12-11. สืบค้นเมื่อ 2010-12-26.
  63. "Jaaroverzichten 2010" (in Dutch). MegaCharts. Hung Medien. สืบค้นเมื่อ 2010-12-26.CS1 maint: unrecognized language (link)
  64. "Charts Year End: European Top 100 Albums". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. 2010-12-22. สืบค้นเมื่อ 2010-12-26.
  65. "Myydyimmät levyt - 2010". IFPI. สืบค้นเมื่อ 2010-12-31.
  66. "アルバム 年間ランキング-ORICON STYLE ランキング" (in Japanese). Oricon. 2010-12-20. Archived from the original on 2010-12-20. สืบค้นเมื่อ 2010-12-20.CS1 maint: unrecognized language (link)
  67. "Best of 2010: Top Billboard 200". Billboard. Prometheus Global Media. สืบค้นเมื่อ 2010-12-09.
  68. "Best of 2010: Top Dance/Electronic Albums". Billboard. Prometheus Global Media. สืบค้นเมื่อ 2010-12-26.
  69. "The Monster – Lady Gaga". Universal Music. 2009-10-30. สืบค้นเมื่อ 2009-10-30.
  70. "The Monster (Deluxe)". iTunes. 2009-11-18. สืบค้นเมื่อ 2010-09-04. Italic or bold markup not allowed in: |work= (help)
  71. "The Fame Monster". ladygaga.com.au. สืบค้นเมื่อ March 19, 2010.
  72. "The Fame Monster: Limited Edition Dual Album CD". ladygaga.com.au. สืบค้นเมื่อ March 19, 2010.
  73. "The Fame Monster – Lady GaGa (Mimix Chile)". Mimix.cl. สืบค้นเมื่อ 2009-11-20.
  74. "The Fame Moster 2 Disc". Billboard. Nielsen Business Media, Inc. 2009-11-24. สืบค้นเมื่อ 2009-10-08.
  75. "THE FAME MONSTER (2CDS)". Musimundo. 2009-11-23. สืบค้นเมื่อ 2010-07-26. Italic or bold markup not allowed in: |work= (help)
  76. "The Fame Monster". HMV Group. สืบค้นเมื่อ 2009-11-22.
  77. "Lady Gaga estrenó 'The Fame Moster'". El Espectador. สืบค้นเมื่อ 2010-10-20.
  78. "Lady Gaga Releases Brand New Album on November 23". Interscope Records. 2009-11-12. สืบค้นเมื่อ 2009-11-15.
  79. "The Fame Monster Australia". iTunes. สืบค้นเมื่อ 2010-04-22.
  80. "Lady Gaga – The Fame Monster (CD, Album, Exp) at Discogs". Discogs. สืบค้นเมื่อ 2010-03-17.
  81. "The Fame Monster (Explicit)". iTunes. สืบค้นเมื่อ 2010-02-04.
  82. "Lady Gaga: The Fame Monster". Amazon.cn. 2010-02-01. สืบค้นเมื่อ 2010-02-09.
  83. "The Fame Monster (Explicit)". Discogs. สืบค้นเมื่อ 2010-06-16.
  84. "The Fame Monster Limited Edition USB Drive". LadyGaga.com. 2010-04-21. สืบค้นเมื่อ 2010-04-22.
  85. "Italian release of The Fame Monster". IBS.it. 2010-06-08. สืบค้นเมื่อ 2010-07-09.
  86. "Lady Gaga: The Fame Monster (8-Track)". Amazon.cn. 2010-10-22. สืบค้นเมื่อ 2010-10-26.
  87. "Lady Gaga: The Fame Monster (8-Track)". bravado.de. สืบค้นเมื่อ 2010-10-26.
  88. "Lady Gaga: The Fame Monster mp3". Amazon.de. 2010-11-20. สืบค้นเมื่อ 2010-11-05.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]