เซาเดีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เซาเดีย
IATA ICAO รหัสเรียก
SV SVA SAUDIA
ก่อตั้งกันยายน ค.ศ. 1945 (78 ปี)
ท่าหลักญิดดะฮ์
ท่ารองอัดดัมมาม
รียาด
สะสมไมล์Al Fursan Loyalty
พันธมิตรการบินสกายทีม
สกายทีมคาร์โก
บริษัทลูกฟลายอดีล
ขนาดฝูงบิน156
จุดหมาย121
สำนักงานใหญ่ซาอุดีอาระเบีย ญิดดะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย
บุคลากรหลัก
เว็บไซต์www.saudia.com

เซาเดีย (อังกฤษ: Saudia; อาหรับ: السعودية) หรือชื่อเดิม ซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์ เป็นสายการบินประจำชาติของประเทศซาอุดีอาระเบีย[2][3] โดยมีฐานการบินหลักที่ท่าอากาศยานนานาชาติสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลอะซีซในญิดดะฮ์ เซาเดียให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางกว่า 100 แห่งในตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยเที่ยวบินภายในประเทศและเที่ยวบินเช่าเหมาลำส่วนมากจะให้บริการในช่วงเราะมะฎอนและฮัจญ์ เซาเดียเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรทางการบินสกายทีมตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 เป็นสายการบินหลักในตะวันออกกลางที่เข้าร่วมหนึ่งในสามกลุ่มพันธมิตรทางการบิน เซาเดียเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งขององค์การสายการบินอาหรับ[4]

ประวัติ[แก้]

ช่วงแรก[แก้]

โบอิง 707 ของซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์ในปี 1982
ล็อคฮีด แอล-1011 ไตรสตาร์ของเซาเดียในปี 1987
โบอิง 747 เอสพีของเซาเดียในปี 1989

หลังจากการเข้าพบสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลอะซีซ อิบน์ ซะอูดของประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. โรเซอเวลต์แห่งสหรัฐในปี 1945 ประเทศซาอุดีอาระเบียเกิดการพัฒนาด้านการเดินอากาศ โรเซอร์เวลต์ได้มอบเครื่องบินดักลาส ดีซี-3 หนึ่งลำไว้เป็นของขวัญ จึงมีการนำเครื่องบินลำดังกล่าวมาทำการบินพร้อมกับการจัดตั้งสายการบินซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1945[5] ภายใต้การดูแลของกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย ได้มีการทำสัญญากับทรานส์เวิล์ดแอร์ไลน์ในการดำเนินการบินให้ในช่วงแรก

ซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์มีฐานการบินในท่าอากาศยานอัล-กันดารา ท่าอากาศยานหลักของญิดดะฮ์ในอดีต สายการบินมีการทำเที่ยวบินพิเศษจากเมืองลิดดา (ล็อด) ในปาเลนสไตน์ (ปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานนานาชาติเบนกูเรียนในเวลาต่อมา) สู่ญิดดะฮ์เพื่ออำนวยความสะดวกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ของผู้แสวงบุญชาวมุสลิมตามข้อกำหนดในช่วงการอาณัติโดยอังกฤษ ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1947 ซาอุดีอาระเบียนเริ่มปฏิบัติการโดยใช้เครื่องบินดีซี-3 จำนวน 5 ลำในเส้นทางญิดดะฮ์-รียาด-โฮฟุฟ-ดาห์ราน เริ่มให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศในเส้นทางญิดดะฮ์และไคโร และเริ่มให้บริการสู่เบรุต การาจี[6] และดามัสกัสในปี 1948 สายการบินได้เริ่มนำเครื่องบินบริสตอล 170 มาประจำการ เป็นการช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า

ในปี ค.ศ. 1962 ซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์รับมอบโบอิง 720 จำนวน 2 ลำ นับเป็นสายการบินแห่งที่สี่ในภูมิภาคที่นำอากาศยานไอพ่นมาให้บริการ ตามมิดเดิลอีสต์แอร์ไลน์และไซปรัสแอร์เวย์ที่เริ่มให้บริการเดอ ฮาวิลแลนด์ คอมเม็ทในปี 1960 และแอล อัลที่ให้บริการโบอิง 707 ในปี 1961[7] โดยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 ซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์ได้รับจดทะเบียนเป็นบริษัท โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีฟัยศ็อลลงนามพร้อมกับทั้งประกาศให้สายการบินเป็นบริษัทอิสระโดยสมบูรณ์ ในนามบริษัทอิสระ ซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์ได้สั่งซื้อเครื่องบินดีซี-6 และโบอิง 707 รวมถึงได้เข้าร่วมกับองค์การสายการบินอาหรับ และเริ่มให้บริการเที่ยวบินสู่ชัรญะฮ์ เตหะราน คาร์ทูม มุมไบ ตริโปลี ตูนิส ราบัต เจนีวา แฟรงก์เฟิร์ต และลอนดอน

ซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์เปลี่ยนชื่อเป็นเซาเดียในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1972 พร้อมกับทั้งมีการเปลี่ยนแปลงลวดลายอากาศยาน นอกจากนี้ได้มีสั่งซื้อโบอิง 737 และฟอกเกอร์ เอฟ-28 โดยนำ 737 ทดแทนที่ดักลาส ดีซี-9 ที่เก่ากว่า พร้อมทั้งเริ่มให้บริการโบอิง 747 อากาศยานโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เวลานั้น เป็นครั้งแรกในปี 1977 โดยเช่าจากมิดเดิลอีสต์แอร์ไลน์สามลำ เพื่อนำไปใช้ในเส้นทางสู่ลอนดอน สายการบินได้เริ่มเที่ยวบินขนส่งสินค้าทั้งหมดครั้งแรกระหว่างซาอุดีอาระเบียและยุโรป และมีการนำล็อคฮีด แอล-1011 และแฟร์ไชลด์ เอฟเอช-27 มาให้บริการ ในช่วงเวลาเดียวกันเซาเดียได้เพิ่มบริการอื่นๆ เช่น อาระเบียนเอกซ์เพรส 'เที่ยวบินไม่มีการจอง' ระหว่างญิดดะฮ์และรียาด ฝ่ายบริการการบินพิเศษ (Special Flight Services; SFS) ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยการบินพิเศษของเซาเดียที่ให้บริการเที่ยวบินพิเศษสำหรับราชวงศ์และหน่วยงานของรัฐ และเริ่มให้บริการเที่ยวบินสู่โรม ปารีส มัสกัต คาโน และสต็อกโฮล์ม

ในช่วงทศวรรษ 1980 เซาเดียเปิดเส้นทางบินสู่จาการ์ตา เอเธนส์ กรุงเทพฯ ธากา โมกาดิชู ไนโรบี นครนิวยอร์ก มาดริด สิงคโปร์ มะนิลา เดลี อิสลามาบาด โซล แบกแดด อัมสเตอร์ดัม โคลัมโบ นิซ ลาฮอร์ บรัสเซลส์ ดาการ์ กัวลาลัมเปอร์ และไทเป และเปิดตัวที่นั่งช้นธุรกิจในชื่อ ฮอไรซันคลาส มีการเปิดศูนย์ขนส่งสินค้ากลางที่บรัสเซลส์และไทเป และมีการเพิ่มแอร์บัส เอ300, โบอิง 747 และ เซสนา ไซเทชันเข้าในฝูงบิน ต่อมาในปี 1989 สายการบินเริ่มให้บริการไปยังลาร์นากาและอาดดิสอาบาบา ในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1982 เซาเดียเริ่มให้บริการเที่ยวบินตรงจากญิดดะฮ์สู่นครนิวยอร์กโดยใช้โบอิง 747 เอสพี ตามด้วยเส้นทางรียาด-นิวยอร์ก ในทศวรรษ 1990 เซาเดียเริ่มทำเส้นทางบินสู่ออร์แลนโด เจนไน แอสมารา วอชิงตัน ดี.ซี. โจฮันเนสเบิร์ก อะเล็กซานเดรีย มิลาน มาลากา และซานา พร้อมทั้งมีการเริ่มให้บริการเครื่องบินโบอิง 777, เอ็มดี-90 และเอ็มดี-11 และเปิดตัวอัตลักษณ์องค์กรใหม่ในวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1996 ซึ่งมาพร้อมกับลวดลายอากาศยาน เครื่องแบบพนักงานต้อนรับ และห้องโดยสารที่ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยได้เปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์อีกครั้ง

กิจการองค์กร[แก้]

กรรมสิทธิ์บริษัท[แก้]

เซาเดียมีรัฐเป็นเจ้าของทั้งหมด[8]

บริษัทลูก[แก้]

อัตลักษณ์องค์กร[แก้]

ในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2023 เซาเดียได้เปิดตัวอัตลักษณ์องค์กรใหม่ในงานอิเวนต์ในญิดดะฮ์ โดยเป็นการดัดแปลงอัตลักษณ์เก่าในช่วงปี 1971 ถึง 1996 ให้มีความทันสมัยมากขึ้น[14][15] เซาเดียได้เปิดตัวโลโก้ ลวดลายอากาศยาน เครื่องแบบพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินและพนักงานภาคพื้น ฯลฯ ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด[16] อัตลักษณ์ใหม่นี้จะนำเสนอแนวคิดเชิงนวัตกรรมในแง่การบริการ โดยมุ่งเน้นด้านดิจิทัลเป็นหลัก และเป็นการนำเสนอเอกลักษณ์ประจำชาติของประเทศให้แก่ผู้ใช้บริการ ด้วยการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และการบริการทั้งหมด มีการออกแบบและสร้างกลิ่นห้องโดยสารและเพลงต้อนรับใหม่ เพื่อให้สะท้อนถึงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของประเทศมากขึ้น รวมถึงอาหารบนเที่ยวบินที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารท้องถิ่น อัตลักษณ์ใหม่นี้สอดคล้องกับแผนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์วิชั่น 2030 ของซาอุดีอาระเบีย

เซาเดียเลือกใช้ชุดสีประกอบอัตลักษณ์ที่สะท้องถึงความเป็นตัวตน เอกลักษณ์ของประเทศ และเป้าหมายของสายการบิน โดยมีสามสีหลัก ดังนี้:

  สีเขียว แสดงถึง ความเป็นชาติ เป็นตัวแทนของธงชาติซาอุดีอาระเบีย และความทุ่มเทของสายการบินในการก้าวไปสู่เป้าหมายของซาอุดีวิชั่น 2030
  สีน้ำเงิน แสดงถึง ท้องทะเล ท้องฟ้า ความเป็นเอกภาพ และความเป็นหนึ่งเดียว
  สีส้มทะเลทราย แสดงถึง ความมั่งคั่ง ฐานะ ทรัพยากรมนุษย์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวซาอุดีอาระเบีย

โลโก้[แก้]

จากอัตลักษณ์ใหม่ของสายการบิน ได้มีการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยเป็นการปรับเปลี่ยนโลโก้ของสายการบินที่ใช้ในช่วงปี 1971 ถึง 1996 โดยจะเป็นภาพสัญลักษณ์ตัดทอนตราแผ่นดินของซาอุดีอาระเบีย และชื่อสายการบิน เซาเดีย เป็นภาษาอังกฤษและอาหรับในรูปแบบตัวพิมพ์ที่ใหม่ถูกดัดแปลงจากโลโก้ดั้งเดิม ทั้งหมดใช้สีเขียว

ลวดลายอากาศยาน[แก้]

ลวดลายปัจจุบัน (ค.ศ. 2023–ปัจจุบัน)

ลวดลายรูปแบบปัจจุบันจะมีโลโก้สายการบินสีขาวบนพื้นหลังสีเขียวบริเวณแพนหางของเครื่องบิน ปลายปีกมีสีเขียวพร้อมโลโก้สีขาวบริเวณส่วนล่าง ลวดลายใหม่นี้เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2023 บนโบอิง 787-10[17] โดยเครื่องบินใหม่ที่จะเข้ามาประจำการกับเซาเดียทุกลำจะมีลวดลายนี้ทั้งหมด

รางวัล[แก้]

เซาเดียได้รับเลือกให้เป็นสายการบินที่มีการพัฒนามากที่สุดในโลกประจำปี ค.ศ. 2017 และ 2020 โดยสกายแทร็กซ์

จุดหมายปลายทาง[แก้]

ณ เดือนตุลาคม ค.ศ. 2023 เซาเดียให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทาง 121 แห่งทั่วโลก โดยมีแผนที่จะให้บริการ 250 จุดหมายปลายทางภายในปี 2030

ข้อตกลงการบินร่วม[แก้]

ณ เดือนตุลาคม ค.ศ. 2023 เซาเดียได้ทำข้อตกลงการบินร่วมกับสายการบินต่างๆ ดังต่อไปนี้:[18]

ฝูงบิน[แก้]

ฝูงบินปัจจุบัน[แก้]

แอร์บัส เอ320-200 ของเซาเดีย
แอร์บัส เอ330-300 ของเซาเดีย
โบอิง 777-300อีอาร์ของเซาเดีย
โบอิง 787-9 ของเซาเดีย

ณ เดือนตุลาคม ค.ศ. 2023, เซาเดียมีเครื่องบินประจำการในฝูงบิน ดังนี้:[30][31][32][33]

ฝูงบินของเซาเดีย
เครื่องบิน ประจำการ คำสั่งซื้อ ผู้โดยสาร หมายเหตุ
F J Y รวม
แอร์บัส เอ320-200 38 12 120 132
132 144
20 90 110
แอร์บัส เอ321-200 15 20 145 165
แอร์บัส เอ321นีโอ 3 17 20 168 188 สั่งซื้อพร้อม 35 ตัวเลือก[34][35]
แอร์บัส เอ321เอกซ์แอลอาร์ 15[35] TBA
แอร์บัส เอ330-300 31 36 262 298
252 288
30 300 330
โบอิง 747-400 12 16 447 463 ให้บริการโดยแอร์แอตแลนตาไอซ์แลนดิก ใช้ในเที่ยวบินฮัจญ์
โบอิง 777-300อีอาร์ 33 12 36 242 290 หนึ่งลำสวมลวดลายย้อนยุค 1970s
30 351 381
383 413
12 393 405
โบอิง 787-9 13[36] 39[37][38] 24 274 298 สั่งซื้อพร้อม 10 ตัวเลือก[38]
โบอิง 787-10 5 24 333 357[39]
รวม 156 73
ฝูงบินของเซาเดียคาร์โก
โบอิง 747-400BDSF 2 สินค้า ให้บริการโดยแอร์แอตแลนตาไอซ์แลนดิก[40]
โบอิง 747-400F 1
รวม 3

เซาเดียมีอายุฝูงบินเฉลี่ย 8.6 ปี

ฝูงบินในอดีต[แก้]

คอนแวร์ 340 ของเซาเดียในปี 1959
ล็อคฮีด แอล-1011 ของเซาเดียในปี 1985
แมคดอนเนลล์ดักลาส เอ็มดี-90-30 ของเซาเดียในปี 2008
แอร์บัส เอ300-600R ของเซาเดียในปี 2010
โบอิง 747-400 ของเซาเดียในปี 2012

เซาเดียเคยให้บริการเครื่องบินดังต่อไปนี้:[41]

ฝูงบินในอดีตของเซาเดีย
เครื่องบิน รวม เริ่มประจำการ ปลดประจำการ หมายเหตุ
แอร์บัส เอ300-600 11 1984 2008 ลูกค้าเปิดตัว
แอร์บัส เอ330-300 1 2017 2023 HZ-AQ30 ถูกทำลายในเที่ยวบิน SV458 ระหว่างความขัดแย้งในประเทศซูดาน พ.ศ. 2566[42][43]
โบอิง 707-320 ไม่ทราบ 1969 1997
โบอิง 720 ไม่ทราบ ไม่ทราบ ไม่ทราบ
โบอิง 727-100 1 1976 2000s ดำเนินการสำหรับการบินหลวงซาอุดีอาระเบีย
โบอิง 727-200 ไม่ทราบ ไม่ทราบ ไม่ทราบ
โบอิง 737-200 26 1972 2007
โบอิง 747-100 19 1981 2010
โบอิง 747-100B 32 1979 2012
1 1996 HZ-AIH ตกในเที่ยวบิน SV763
โบอิง 747-200F 7 1981 2012
โบอิง 747-300 19 1983 2013 8 ลำถูกจัดเก็บ
ลำแรกถูกใช้เป็นเครื่องบินขนส่งสำหรับรัฐบาลและลูกค้าวีไอพี
โบอิง 747-300SF 1 2014 2015
โบอิง 747-8F 2 2013 2021 ปล่อยเช่าสำหรับสายการบินอื่นโดยผู้เช่า[44]
โบอิง 747 เอสพี 2 1981 1992
โบอิง 757-200 10 2008 2011 ทั้งหมดถูกเช่า
โบอิง 767-200อีอาร์ 5 2003 2012
โบอิง 767-300อีอาร์ 6 2012 2012
โบอิง 777-200อีอาร์ 23 1997 2019
คอนแวร์ 340 ไม่ทราบ 1960s 1970s
เอ็มบราเออร์ อีอาร์เจ-170 15 2005 2016 ทั้งหมดถูกจัดเก็บ
ฟอกเกอร์ เอฟ-28 2 1980 1986
ล็อคฮีด แอล-1011-200 17 1975 1998 HZ-AHP ถูกจัดแสดงอยู่ในในพิพิธภัณฑ์การเดินอากาศรียาด
1 1980 HZ-AHK ถูกทำลายในเที่ยวบิน SV163
ล็อคฮีด แอล-1011-500 2 1970s ไม่ทราบ ดำเนินการสำหรับการบินหลวงซาอุดีอาระเบีย
แมคดอนเนลล์ดักลาส ดีซี-8 37 1977 1998
แมคดอนเนลลล์ ดักลาส ดีซี-10 1 1975 1990s
แมคดอนเนลล์ ดักลาส เอ็มดี-11 2 1998 2013 ดำเนินการสำหรับการบินหลวงซาอุดีอาระเบีย
แมคดอนเนลล์ ดักลาส เอ็มดี-11F 4 1998 2014 ทั้งหมดถูกจัดเก็บ
แมคดอนเนลล์ดักลาส เอ็มดี-90-30 29 1998 2013 สองลำถูกจัดเก็บ

ฝูงบินอื่น[แก้]

โบอิง 747-400 ของการบินหลวงซาอุดีอาระเบีย จอดที่ท่าอากาศยานเจเอฟเคในลวดลายเดิมในปี 2018

เซาเดียมีฝูงบินสำหรับการบริการเช่าเหมาลำ, ขนส่งสำหรัลรัฐบาลและลูกค้าวีไอพี, การฝึกหัดบิน ฯลฯ ดังนี้:

ฝูงบินหน่วยการบินพิเศษเซาเดีย
เครื่องบิน รวม คำสั่งซื้อ หมายเหตุ
บีชคราฟท์ โบนันซา 6 ใช้สำหรับการฝึกหัดบิน
ดาสซอลท์ ฟัลคอน 900 2 ใช้สำหรับรัฐบาล
ดาสซอลท์ ฟัลคอน 7เอกซ์ 4 ใช้สำหรับการขนส่งเช่าเหมาลำ
กัลฟ์สตรีม ไฟว์ 6 ใช้สำหรับรัฐบาล
ฮอกเกอร์ 400 เอกซ์พี 6 ใช้สำหรับรัฐบาล
ฝูงบินสำหรับการบินหลวงซาอุดีอาระเบีย
เครื่องบิน รวม คำสั่งซื้อ หมายเหตุ
แอร์บัส เอซีเจ318 1 HZ-AS99
แอร์บัส เอ340-200เอกซ์ 1 ไม่สวมลวดลายเซาเดีย
1
โบอิง 747-300 1
โบอิง 747-400 1 ไม่สวมลวดลายเซาเดีย
โบอิง 757-200 1 ใช้สำหรับโรงพยาบาลเคลื่อนที่

ไม่สวมลวดลายเซาเดีย

โบอิง 777-300อีอาร์ 1 ไม่สวมลวดลายเซาเดีย
โบอิง 787-8 2 ไม่สวมลวดลายเซาเดีย

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Saudi Airlines entrusts Sami Sindi with the duties of the General Manager". News1. สืบค้นเมื่อ 28 October 2019.[ลิงก์เสีย]
  2. "Saudia outlines 2017 fleet delivery plan | Airframes content from ATWOnline". web.archive.org. 2017-01-21. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-01-21. สืบค้นเมื่อ 2023-10-01.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  3. "Saudi Arabian Airlines Ground Services Company: Private Company Information - Businessweek". web.archive.org. 2013-06-05. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-06-05. สืบค้นเมื่อ 2023-10-01.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  4. "AACO | Member Airlines". AACO: Arab Air Carriers Organization - الإتحاد العربي للنقل الجوي (ภาษาอังกฤษ).
  5. "Economy and Infrastructure" เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (PDF). Saudi Embassy. Retrieved 5 September 2014.
  6. "Preview unavailable - ProQuest". www.proquest.com.
  7. "El Al Brief History | Israel Airline Museum". www.israelairlinemuseum.org.
  8. "Saudia Group Airline Group Profile | CAPA". centreforaviation.com.
  9. "Saudia Cargo launches priority express service to Europe | Air Cargo Next" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2018-10-11.
  10. "AACO | Saudia Airlines announces launching flyadeal, a new low-cost carrier". AACO: Arab Air Carriers Organization - الإتحاد العربي للنقل الجوي (ภาษาอังกฤษ).
  11. "Saudia launches low cost Flyadeal airline". gulfnews.com (ภาษาอังกฤษ). 2016-04-18.
  12. "Saudia unveils new budget carrier, flyadeal". ch-aviation (ภาษาอังกฤษ).
  13. "Flyadeal's launch puts Saudia at higher altitude". Arab News (ภาษาอังกฤษ). 2016-04-19.
  14. www.saudia.com https://www.saudia.com/experience/about-us/corporate-communication/press-releases-and-news/press-releases/press-release-30092023?sc_lang=en. {{cite web}}: |title= ไม่มีหรือว่างเปล่า (help)
  15. Ranabhat, Sharad (2023-09-30). "Saudia Unveils New Brand Identity and Livery". SamChui.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
  16. "This is how we fly". www.saudia.com. สืบค้นเมื่อ 5 October 2023.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  17. Habib, Abid (2023-07-02). "Spotted: Saudia's Newest Boeing 787-10 Dreamliner In Stunning Retro Livery". Simple Flying (ภาษาอังกฤษ).
  18. "Saudia Airline Profile | CAPA". centreforaviation.com.
  19. "Aeroflot and Saudia Announce Codeshare Agreement" (Press release). Aeroflot. 25 August 2015.
  20. "SAUDI AIRLINES AND AIR FRANCE TO SIGN A CODESHARE AGREEMENT" (Press release). Saudia. 21 February 2011.
  21. "Saudia / CSA Czech Airlines begins codeshare partnership from late-Dec 2018". Routesonline. 1 January 2019.
  22. "Etihad / Saudia plans codeshare partnership from late-Oct 2018". Routesonline. 9 October 2018.
  23. "ETHIOPIAN AIRLINES / SAUDIA BEGINS CODESHARE PARTNERSHIP FROM MID-MARCH 2023". Aeroroutes. 3 April 2023.
  24. "SAUDIA / FLYADEAL BEGINS CODESHARE SERVICE FROM LATE-SEP 2023". Aeroroutes. 27 September 2023.
  25. "Saudia expands Garuda Indonesia codeshare to Australia from Sep 2018". Routesonline. 7 September 2018.
  26. "Saudia Airlines activates codeshare agreement with Gulf Air". Arab News. 25 April 2021.
  27. https://www.ita-airways.com/en_gb/fly-ita/ita-world/network.html
  28. "Korean Air / Saudia resumes codeshare service from March 2018". Routesonline. 14 March 2018.
  29. "Malaysia Airlines, Saudi Airlines announce codesharing agreement". New Straits Times. 22 December 2022.
  30. "OUR FLEET". 26 Saudia.
  31. "SAUDIA Fleet". www.planespotters.net. 20 October 2018. สืบค้นเมื่อ 29 October 2018.
  32. "Airbus Orders & Deliveries". Airbus. 31 January 2021. สืบค้นเมื่อ 2 March 2021.
  33. "Saudi Arabian Airlines Fleet Details and History". Planespotters.net (ภาษาอังกฤษ). 2023-10-03.
  34. Kaminski-Morrow, David (2019-06-18). "PARIS: Saudia takes A321XLR as part of extra Airbus deal". Flight Global.
  35. 35.0 35.1 "Saudi Arabian Airlines to boost A320neo Family fleet up to 100". Airbus (Press release). 18 June 2019.
  36. "Boeing 787 Orders and Deliveries Report". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 July 2018. สืบค้นเมื่อ 1 August 2019.
  37. Hofmann, Kurt (15 March 2019). "Saudi Arabian Airlines evaluates widebody order". m.atwonline.com (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 March 2019. สืบค้นเมื่อ 2019-03-16.
  38. 38.0 38.1 "SAUDIA to Grow Long-Haul Fleet with up to 49 Boeing 787 Dreamliners". Boeing. 14 March 2023. สืบค้นเมื่อ 14 March 2023.
  39. "Saudia temporary files Boeing 787-10 service in S20". Routesonline (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2019-08-12.
  40. "Saudia to wet-lease two more B747-400 freighters". ch-aviation. สืบค้นเมื่อ 24 April 2015.
  41. Saudi Arabian Airlines Fleet Details and History Plane Spotters. Retrieved 5 September 2014. เก็บถาวร 1 กุมภาพันธ์ 2013 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  42. Garbuno, Daniel Martínez (2023-04-16). "Saudia Airbus A330-300 & SkyUp Boeing 737-800 Damaged In Sudan Conflict". Simple Flying (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2023-08-31.
  43. Hogg, Ryan. "A Saudi Arabian airline said an A330 plane was involved in an 'accident' at Khartoum airport in Sudan". Business Insider (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2023-08-31.
  44. "Saudia disposes of its two B747-8 freighters". Ch-Aviation. 2 November 2021.