เซราฟีน หลุยส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เซราฟีน หลุยส์
Séraphine de Senlis (cropped).jpg
เซราฟีน หลุยส์
เกิด3 กันยายน ค.ศ. 1864
อาร์ซี, ประเทศฝรั่งเศส
เสียชีวิต11 ธันวาคม ค.ศ. 1942
ประเทศฝรั่งเศส
สัญชาติฝรั่งเศส
การศึกษาสูงสุดสอนตนเอง
สาขาจิตรกรรม
ประเภทงานศิลปะไร้มายา

เซราฟีน หลุยส์ หรือ เซราฟีนแห่งซ็องลี (ฝรั่งเศส: Séraphine Louis หรือ Séraphine de Senlis) (3 กันยายน ค.ศ. 1864 - 11 ธันวาคม ค.ศ. 1942) เป็นจิตรกรชาวฝรั่งเศสประเภทศิลปะไร้มายา

เซราฟีน หลุยส์ผู้สอนตนเองให้เขียนภาพได้รับแรงบันดาลจากความศรัทธาในศาสนาและจากหน้าต่างประดับกระจกสีในคริสต์ศาสนสถานและศิลปะคริสต์ศาสนาอื่น ๆ ความรุนแรงของภาพเขียนของเซราฟีนทั้งทางด้านการใช้สีและในการเขียนเลียนแบบบางครั้งก็ตีความหมายกันว่ามาจากจิตใต้สำนึกที่เกิดจากการดำรงชีพอยู่ระหว่างความเปี่ยมสุข (ecstasy) กับภาวะความผิดปกติทางจิต

ประวัติ[แก้]

เซราฟีนเกิดที่อาร์ซี (จังหวัดอวซ) เมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1864 บิดามีอาชีพแรงงานมารดามาจากครอบครัวเกษตรกร มารดาเสียชีวิตเมื่อเซราฟีนอายุครบหนึ่งปี ส่วนบิดาผู้ไปแต่งงานใหม่ก็มาเสียชีวิตก่อนที่เซราฟีนจะอายุครบเจ็ดปี เซราฟีนจึงตกอยู่ในความดูแลของพี่สาวคนโต งานแรกของเซราฟีนคือเป็นคนเลี้ยงแกะ เมื่อมาถึง ค.ศ. 1881 ก็เป็นสาวใช้ในคอนแวนต์ของคณะภคินีโพรวิเดนซ์ที่เมืองแกลร์มง เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 เซราฟีนก็ได้รับจ้างให้เป็นแม่บ้านในบ้านของครอบครัวคนชั้นกลางในเมืองซ็องลี

เมื่อทำงานอันหนักในเวลากลางวันเสร็จเซราฟีนก็จะเขียนภาพกับแสงเทียน ส่วนใหญ่เขียนคนเดียวอย่างลับ ๆ จนกระทั่งเมื่อนักสะสมศิลปะชาวเยอรมันวิลเฮล์ม อูเดอมาพบผลงานเข้าในปี ค.ศ. 1912 โดย[1] ขณะที่พำนักอยู่ที่ซ็องลีอูเดอเห็นภาพนิ่งของผลแอปเปิลของเพื่อนบ้านและเรียนรู้ด้วยความสนเทห์ว่าเป็นผลงานของเซราฟีนผู้เป็นแม่บ้าน[2] แต่การสนับสนุนยังแทบไม่ทันจะเริ่มเมื่ออูเดอถูกบังคับให้ออกจากฝรั่งเศสในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1914 เมื่อสงครามระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมันปะทุขึ้นเพราะอูเดอเป็นพลเมืองของฝ่ายศัตรูที่ไม่เป็นที่ต้องการของชาวเมือง เช่นเดียวกับเซราฟีนผู้ที่ชาวเมืองเห็นกันว่าเป็นผู้มี “บุคลิกพิกลจริต” (eccentric persona) อูเดอกลับมาพบกับเซราฟีนอีกครั้งในปี ค.ศ. 1927 เมื่ออูเดอผู้กลับมายังฝรั่งเศสและมาพักอยู่ที่ช็องตียี มาชมงานแสดงศิลปะของศิลปินท้องถิ่นและมาเห็นงานเขียนของเซราฟีนอีกครั้ง และทราบว่าเซราฟีนยังคงมีชีวิตอยู่และงานเขียนของเซราฟีนก็พัฒนาขึ้น ภายใต้การอุปถัมภ์ของอูเดอเซราฟีนก็เริ่มเขียนงานบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ที่บางกรอบสูงถึงสองเมตร และกลายมาเป็นจิตรกรผู้มีความสำเร็จในการเขียนภาพเชิงศิลปะไร้มายาของยุคนั้น ในปี ค.ศ. 1929 อูเดอก็จัดงานแสดงภาพเขียนโดย “จิตรกรแห่งหัวใจอันศักดิ์สิทธิ์” (Painters of the Sacred Heart) ที่มีงานเขียนของเซราฟีนแสดงอยู่ด้วย ที่เป็นการผลักดันงานเขียนของเซราฟีนจนประสบความสำเร็จทางการเงินที่เซราฟีนไม่เคยประสบมาก่อน และไม่พร้อมที่จะเข้าใจในสถานภาพใหม่ของตนเอง เมื่อ ในปี ค.ศ. 1930 เมื่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสทำลายเศรษฐกิจของผู้อุปถัมภ์ของเซราฟีนไปอูเดอก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะหยุดซื้อภาพเขียนของเซราฟีน

ในปี ค.ศ. 1932 เซราฟีนต้องเข้ารักษาตัวในสถานบำบัดผู้ป่วยด้วยโรคจิตด้วยอาการเป็น “โรคจิต” ที่โรงพยาบาลในแกลร์มงที่เซราฟีนไม่มีทางออกในการสร้างงานศิลปะ อูเดอรายงานว่าเซราฟีนเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1934 แต่อันที่จริงแล้วเซราฟีนมีชีวิตอยู่มาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1942 ในปีกหนึ่งของสถานพยาบาลที่แอร์เกอรี ที่เซราฟีนมาเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและไร้ญาติมิตร[2] (ข้อมูลบางแหล่งกล่าวว่าเซราฟีนถูกฝังในหลุมศพหมู่ (common grave)[3]

อูเดอยังคงแสดงงานศิลปะของเซราฟีนต่อมา -- ในปี ค.ศ. 1932 ในงานแสดงภาพเขียน “บรรพการสมัยใหม่” (The Modern Primitives) ในกรุงปารีส, ในปี ค.ศ. 1932-1938 ในงานแสดงภาพเขียน “ปรมาจารย์ยอดนิยมแห่งสัจศิลป์” (The Popular Masters of Reality) ในกรุงปารีส, ซูริก และนิวยอร์ก ในปี ค.ศ. 1942 ในงานแสดงภาพเขียน “บรรพกาลแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20” (Primitives of the 20th Century) ในกรุงปารีส และ ในปี ค.ศ. 1945 ในงานแสดงภาพเขียนของเซราฟีนคนเดียวในกรุงปารีส งานเขียนของเซราฟีนตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์มายอลในกรุงปารีส พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งซ็องลี พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนิส และพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งลีล

งานเขียนของเซราฟีนแห่งซ็องลี[แก้]

งานเขียนเซราฟีนเป็นงานเขียนที่เต็มไปด้วยพลังเชิงศิลปะแฟนตาซีที่ใช้การเขียนแบบซ้ำซ้อนลวดลาย (intensely repeated) และเพิ่มรายละเอียดการวางองค์ประกอบของดอกไม้ใบไม้อย่างวิจิตร เซราฟีนใช้สีและรงค์วัตถุที่ทำขึ้นเองจากสูตรที่พิสดารของตนเองที่ไม่เคยเปิดเผย ที่เป็นสีที่ยังคงรักษาความสดอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ผิวภาพเป็นผิวที่ด้าน (matte) ที่ออกไปทางที่ดูแล้วเหมือนขี้ผึ้ง ชื่อที่ลงมักจะใช้ “S. Louis” แกะด้วยมีดที่ทำให้เห็นสีรองพื้นที่ตรงกันข้ามกับสีบนผิวภาพ ในบางกรณีเซราฟีนก็ดูเหมือนจะลงชื่อก่อนเขียน

งานเขียนเซราฟีนเป็นงานเขียนของผู้ที่มีพลังจากภายในผู้ไม่อาจจะควบคุมความต้องการที่จะสร้างสรรงานศิลปะได้ – “อันเป็น “ความจำเป็นของพลังภายใน” อันสำคัญที่วาสซิลี คานดินสกีกล่าวถึง” เป็นคำที่แบร์ทร็อง ลอร์แก็ง ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์มายอลใช้ในบทนำในการเปิดงานแสดงภาพเขียน “เซราฟีนหลุยส์ในเซราฟีนแห่งซ็องลี” ที่ปารีสระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2008 ถึงวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2009[4]

ในภาพยนตร์[แก้]

ในปี ค.ศ. 2009 ชีวิตของเซราฟีนก็ได้รับการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ “เซราฟีน” โดยผู้กำกับชาวฝรั่งเศสมาร์แตง โปรโวสต์ และได้รับรางวัลรางวัลเซซาร์เจ็ดรางวัลรวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ดีเด่นประจำปี และ นักแสดงหญิงยอดเยี่ยมโดย โยลองเดอ โมโรผู้แสดงเป็นเซราฟีน

อ้างอิง[แก้]

  1. Hamilton, George Heard (1993). Painting and Sculpture in Europe 1880-1940. Yale University Press. p. 226. ISBN 0-300-05649-4.
  2. 2.0 2.1 Greer, Germaine (2001). The Obstacle Race: The Fortunes of Women Painters and Their Work. Tauris Parke Paperbacks. pp. 121–122. ISBN 1-860-64677-8.
  3. [1] Some sources still state she died in 1934.)
  4. Except as noted elsewhere, all the above information is derived as a translation from the text in the French wikipedia entry for Séraphine at http://fr.wikipedia.org/wiki/Séraphine_de_Senlis

Alain Virdondelet, Séraphine de Senlis, Albin Michel, 1986.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ เซราฟีน หลุยส์