ข้ามไปเนื้อหา

เชลล์ พีแอลซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เชลล์ พีแอลซี
ชื่อเดิม
  • ฟอร์ทดีลลิมิเต็ด (2002–2004)
  • รอยัลดัตช์เชลล์ พีแอลซี (2004–2022)[1][2]
ประเภทมหาชน
การซื้อขาย
ISINGB00BP6MXD84
อุตสาหกรรม
ก่อนหน้า
  • รอยัลดัตช์ปิโตรเลียม (1890)
  • "เชลล์" ทรานสปอร์ตแอนด์เทรดดิง (1897)
ก่อตั้งเมษายน 1907; 119 ปีที่แล้ว (1907-04) (ในนาม รอยัลดัตช์เชลล์)
20 กรกฎาคม 2005; 21 ปีก่อน (2005-07-20) ในเชลล์เซ็นเตอร์ ลอนดอน (นิติบุคคลปัจจุบัน)
ผู้ก่อตั้ง
สำนักงานใหญ่เชลล์เซ็นเตอร์
ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
พื้นที่ให้บริการทั่วโลก
บุคลากรหลัก
ผลิตภัณฑ์
ตราสินค้า
รายได้ลดลง US$266.9 พันล้าน (2025)[3]
รายได้จากการดำเนินงาน
ลดลง US$34.4 พันล้าน (2025)[3]
รายได้สุทธิ
เพิ่มขึ้น US$18.1 พันล้าน (2025)[3]
สินทรัพย์ลดลง US$370.4 พันล้าน (2025)[3]
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง US$175.3 พันล้าน (2025)[3]
พนักงาน
96,000 (2026)[4]
แผนก
บริษัทในเครือ
รายการ
เว็บไซต์www.shell.com.hk แก้ไขสิ่งนี้ที่วิกิสนเทศ
เชิงอรรถ / อ้างอิง
  • a เดิมชื่อ "รอยัลดัตช์ เพื่อการแสวงหาประโยชน์จากบ่อน้ำมันในดัตช์อีสต์อินดีส"

เชลล์ พีแอลซี (อังกฤษ: Shell plc) เป็นบริษัทน้ำมันและแก๊สข้ามชาติสัญชาติบริติช มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ[5] เชลล์เป็นบริษัทมหาชนจำกัดโดยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลักที่ตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSE) และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รองที่ยูโรเน็กซต์อัมสเตอร์ดัม รวมถึงตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เชลล์จัดเป็นองค์กรหลักในกลุ่มบิกออยล์ (Big Oil) และเป็นบริษัทน้ำมันและแก๊สเอกชนที่มีรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากเอ็กซอนโมบิล) ทั้งยังติดกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากทุกอุตสาหกรรม[6] หากวัดจากปริมาณการปล่อยแก๊สเรือนกระจก ทั้งที่เกิดจากกระบวนการผลิตของตนเองและจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหมดที่บริษัทจำหน่าย เชลล์เป็นองค์กรที่ปล่อยแก๊สเรือนกระจกมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลกในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1988–2015

เชลล์ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 1907 จากการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัทรอยัลดัตช์ปิโตรเลียม (Royal Dutch Petroleum Company) ของเนเธอร์แลนด์ กับ บริษัท "เชลล์" ทรานสปอร์ตแอนด์เทรดดิง (The "Shell" Transport and Trading Company) ของสหราชอาณาจักร โดยฝ่าย รอยัลดัตช์ ถือครองสัดส่วนหุ้นร้อยละ 60 การควบรวมกิจการครั้งนี้มีคาลูสเต กูลเบนเคียน นักธุรกิจผู้มั่งคั่งด้านน้ำมันชาวบริติชเชื้อสายอาร์เมเนีย เป็นผู้ดำเนินการ[7] บริษัทที่ควบรวมกันก้าวขึ้นเป็นคู่แข่งรายสำคัญของสแตนดาร์ดออยล์ของสหรัฐอย่างรวดเร็วและกลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกภายใน ค.ศ. 1920[8] เชลล์เริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมเคมีเป็นครั้งแรกใน ค.ศ. 1929 และเป็นหนึ่งในกลุ่ม "เจ็ดพี่น้อง" (Seven Sisters) ที่ทรงอิทธิพลและครอบครองอุตสาหกรรมปิโตรเลียมทั่วโลกตั้งแต่กลางทศวรรษ 1940 ถึงกลางทศวรรษ 1970 ต่อมาใน ค.ศ. 1964 เชลล์เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการขนส่งแก๊สธรรมชาติเหลว (LNG) ทางทะเลเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของโลก[9] ใน ค.ศ. 1970 บริษัทได้เข้าซื้อกิจการบิลลิตัน (Billiton) ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่ ก่อนจะขายกิจการนี้ไปใน ค.ศ. 1994 ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของบีเอชพี (BHP) ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา แก๊สธรรมชาติได้กลายมาเป็นภาคธุรกิจที่ทวีความสำคัญต่อเชลล์มากขึ้น[10] โดยบริษัทได้เข้าซื้อกิจการบีจีกรุป (BG Group) ใน ค.ศ. 2016[10]

เชลล์ดำเนินธุรกิจในลักษณะขยายธุรกิจทางแนวดิ่ง (certically integrated) ครอบคลุมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมน้ำมันและแก๊ส ตั้งแต่การสำรวจ การผลิต การกลั่น การขนส่ง การจำหน่ายและการตลาด ปิโตรเคมี การผลิตไฟฟ้า ตลอดจนการซื้อขายพลังงาน เชลล์มีเครือข่ายการดำเนินงานในกว่า 99 ประเทศ[11] มีกำลังการผลิตประมาณ 3.7 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน และมีสถานีบริการน้ำมันราว 44,000 แห่งทั่วโลก[12][13] ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2019 เชลล์มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วคิดเป็นปริมาณรวม 11.1 พันล้าน (1.76 × 109 ลูกบาศก์เมตร) บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ[14] สำหรับเชลล์ยูเอสเอ (Shell USA) บริษัทในสาขาหลักในสหรัฐอ ถือเป็นหนึ่งในหน่วยธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท[15] นอกจากนี้เชลล์ยังถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 44[16] ในไรเซน (Raízen) บริษัทร่วมทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับโคซาน (Cosan) และเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่อันดับ 3 ที่มีฐานการดำเนินงานในประเทศบราซิล[17] นอกเหนือจากแบรนด์หลักอย่างเชลล์แล้ว บริษัทยังเป็นเจ้าของตราสินค้าจิฟฟีลูบ เพนน์ซอยล์ และเควกเกอร์สเตตอีกด้วย

เชลล์เป็นหุ้นองค์ประกอบในดัชนี FTSE 100 มีมูลค่าตามราคาตลาด 199 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2022 ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในบรรดาบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน และสูงเป็นอันดับ 44 ของโลก[18] ในด้านรายได้ เชลล์สร้างรายได้ 284 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน ค.ศ. 2024 ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญในรอบทศวรรษเมื่อเทียบกับรายได้ 451 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน ค.ศ. 2013[19]

ประวัติ

[แก้]

จุดเริ่มต้น

[แก้]

บริษัทรอยัลดัตช์ปิโตรเลียม (ดัตช์: Koninklijke Nederlandse Petroleum Maatschappij) เป็นบริษัทของเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1890 เพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำมันในจังหวัดสุมาตราเหนือของประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน[20] ส่วนบริษัท "เชลล์" ทรานสปอร์ตแอนด์เทรดดิง (อังกฤษ: Shell Transport and Trading Company) เป็นบริษัทของอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1897 โดยมาร์คัส ซามูเอล และซามูเอล ซามูเอล ผู้ต่อยอดกิจการของครอบครัวในลอนดอน[21] มาสู่ธุรกิจนำเข้าและขายหอยทะเล จึงได้ใช้ชื่อ "เชลล์" นับตั้งแต่นั้นมา[22]

จากนั้น บริษัททั้งสองได้รวมตัวกันเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1907 เพื่อแข่งขันในตลาดน้ำมันของโลก[23] โดยบริษัทฝั่งเนเธอร์แลนด์มีกรรมสิทธิ์ร้อยละ 60 ดูแลในส่วนของการขุดเจาะและการกลั่น[24] ส่วนฝั่งอังกฤษมีกรรมสิทธิ์ร้อยละ 40 ดูแลในส่วนของการจัดเก็บและขนส่ง[25]

ศตวรรษที่ 20

[แก้]

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เชลล์เป็นผู้ป้อนน้ำมันให้กับกองทัพนอกประเทศ กองทัพอากาศ และกองเรือของอังกฤษ[26]

เชลล์เข้าควบรวมกิจการขอบริษัทเม็กซิกันอีเกิลปิโตรเลียม ในปี ค.ศ. 1919 และก่อตั้งเป็นบริษัทเชลล์-เม็กซ์จำกัด ดำเนินธุรกิจในสหราชอาณาจักรในชื่อ "เชลล์" และ "อีเกิล" ในปี ค.ศ. 1921 จากนั้นได้ก่อตั้งบริษัทเชลล์เคมิคอลในปี ค.ศ. 1929 และเติบโตขึ้นมาเป็นบริษัทน้ำมันผู้นำของโลกในช่วงปลายทศวรรษ ผลิตน้ำมันดิบราวร้อยละ 11 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก และมีเรือบรรทุกน้ำมันราวร้อยละ 10 ของจำนวนเรือทั่วโลก[26]

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทั่วโลก เชลล์-เม็กซ์ได้รวมแผนงานการตลาดในอังกฤษเข้ากับบริติชปิโตรเลียมและตั้งเป็นบริษัทเชลล์-เม็กซ์และบีพีเมื่อปี ค.ศ. 1932 ดำเนินการค้าน้ำมันด้วยกันจนถึงปี ค.ศ. 1975

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมนีเข้ายึดครองเนเธอร์แลนด์ บริษัทได้ย้ายอาคารสำนักงานในเนเธอร์แลนด์ไปอยู่ที่กือราเซา ส่วนสำนักงานใหญ่ในกรุงโคเปนเฮเกนถูกยึดโดยตำรวจลับเกสตาโพของนาซีเยอรมนี จึงถูกโจมตีอย่างหนักจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพอังกฤษ[27]

เชลล์เป็นบริษัทแรกในเนเธอร์แลนด์ที่ซื้อและใช้คอมพิวเตอร์ในองค์กรเมื่อปี ค.ศ. 1952 คอมพิวเตอร์มีชื่อว่า แฟร์รันตี มาร์ก 1 ใช้ในหน่วยงานวิจัยที่อัมสเตอร์ดัม ต่อมาเชลล์เข้าซื้อกิจการของบิลลิตัน บริษัทเหมืองในปี ค.ศ. 1970 แต่ได้ขายออกไปในปี ค.ศ. 1994[28]

ศตวรรษที่ 21

[แก้]

เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004 บริษัทเชลล์ประกาศว่าจะสร้างระบบทุนเดียวจึงได้ตั้งบริษัทแม่ในนาม บริษัทรอยัลดัตช์เชลล์จำกัด (มหาชน) ขึ้นเพื่อถือหุ้นของบริษัท โดยเข้าตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนและอัมสเตอร์ดัม ส่วนอาคารสำนักงานใหญ่แผนกภาษียังอยู่ที่เดอะเฮก สำนักธุรการอยู่ที่ลอนดอน การรวมบริษัทแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2005 โดยเจ้าของเดิมได้ถือครองหุ้นตามสัดส่วนที่มีอยู่เดิม

วิวัฒนาการของโลโกบริษัท

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Shell PLC overview – Find and update company information – GOV.UK". Companies House (ภาษาอังกฤษ). 5 กุมภาพันธ์ 2002. สืบค้นเมื่อ 30 มกราคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Modern Slavery Act Statement 2022" (PDF). Shell. สืบค้นเมื่อ 30 มกราคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 3 4 5 "4th Quarter 2025 and Full Year Unaudited Results" (PDF). Shell. สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. "Our People". Shell plc. สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. "Shell begins trading under simpler, single-line share structure". Reuters. 31 มกราคม 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2022. สืบค้นเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. "Global 500". Fortune (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 กรกฎาคม 2018. สืบค้นเมื่อ 18 มกราคม 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. Vassiliou, M.S. (2009). Historical dictionary of the petroleum industry. Lanham, Md.: Scarecrow Press. น. 226–7. ISBN 978-0810862883.
  8. Garavini, Giuliano (2019). The Rise and Fall of OPEC in the Twentieth Century. Oxford University Press. น. 14. ISBN 978-0-19-883283-6. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 มีนาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 2 เมษายน 2021.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. Peebles, Malcolm (1980). Evolution of the Gas Industry. Macmillan International Higher Education. น. 194. ISBN 978-1-349-05155-7. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 16 สิงหาคม 2021.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. 1 2 Fox, Justin (8 เมษายน 2015). "Stop Calling Shell an Oil Company". Bloomberg. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 ตุลาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2016.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "Tax Contribution Report" (PDF). Shell. 2020. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 16 ธันวาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 17 ธันวาคม 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. "Shell at a glance". Royal Dutch Shell plc. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 29 สิงหาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. "8 Apr 2015 – Recommended Cash and Share Offer Announcement" (PDF). Royal Dutch Shell plc. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 30 ตุลาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. "Shell Annual Report and Accounts 2019Annual Report and Accounts 2019" (PDF). Royal Dutch Shell. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 4 มีนาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. "Exploration & Production in the United States". Royal Dutch Shell plc. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 24 กรกฎาคม 2011. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. "Shareholding Structure". Raízen RI (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 ธันวาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 17 ธันวาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "Sugarcane Ethanol"
  18. "Largest Companies by Market Cap". companiesmarketcap.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 เมษายน 2021. สืบค้นเมื่อ 15 กันยายน 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. "Shell (SHEL) – Revenue". companiesmarketcap.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-08-30.
  20. Merrillees 2015, p. 60.
  21. Mark Forsyth (2011). The Etymologicon: A Circular Stroll through the Hidden Connections of the English Language. Icon Books. น. 140. ISBN 978-1-84831-319-4. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 28 มกราคม 2016. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2015.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. "The beginnings". shell.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 31 มีนาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  23. Fred Aftalion (2001). A History of the International Chemical Industry. Chemical Heritage Foundation. น. 142. ISBN 978-0-941901-29-1. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 28 มกราคม 2016. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2015.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  24. F. C. Gerretson (1953). History of the Royal Dutch. Brill Archive. น. 346. GGKEY:NNJNHTLUZKG.
  25. F. C. Gerretson (1953). History of the Royal Dutch. Brill Archive. น. 346. GGKEY:NNJNHTLUZKG. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 28 มกราคม 2016. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2015.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. 1 2 "The early 20th century". shell.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 31 มีนาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. Velschow, Klaus. "The Bombing of the Shellhus on March 21, 1945". milhist.dk. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 10 เมษายน 2014. สืบค้นเมื่อ 21 เมษายน 2015.
  28. "Analysis: Cash bounty lures miners into risky empire-building". Reuters. 27 กันยายน 2010. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 19 มิถุนายน 2013. สืบค้นเมื่อ 22 เมษายน 2011.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

บรรณานุกรม

[แก้]

ผลงานที่รับผิดชอบ

[แก้]

(ตามลำดับเวลา)

ผลงานอื่น

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]