เฉิน เป่าเหลียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เฉิน เป่าเหลียน
Pauline Chan
เกิด23 พฤษภาคม ค.ศ. 1973(1973-05-23)
เซี่ยงไฮ้, ประเทศจีน
เสียชีวิต31 กรกฎาคม พ.ศ. 2002
เซี่ยงไฮ้, ประเทศจีน
อาชีพนักแสดง
ปีปฏิบัติงาน1990–2002

เฉิน เป่าเหลียน (อักษรจีน: 陳寶蓮 อังกฤษ: Chan Bo-Lin) (เกิด 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1973 - 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2002) เป็นนักแสดงภาพยนตร์อีโรติกชาวจีน ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษที่คนทั่วไปรู้จักคือ พอลลีน ชาน (อังกฤษ: Pauline Chan)

ประวัติ[แก้]

เริ่มเข้าวงการบันเทิง[แก้]

เธอเข้าประกวดมิสเอเชียเมื่อปี ค.ศ. 1990 ถึงแม้จะไม่ได้รางวัลชนะเลิศค แต่ก็ได้รับความสนใจจากบรรดาชาวฮ่องกง และผู้สร้างภาพยนตร์ จนได้มีโอกาสเข้าวงการบันเทิง และโด่งดังขึ้นมากับภาพยนตร์ประเภทวาบหวิว กลายเป็นราชินีแห่งภาพยนตร์เกรด 3 อีกคนในยุคนั้น ทำให้เธอประสบความสำเร็จถึงขั้นได้รับการยกย่องเป็น เซ็กส์ซิมโบล (Sex Symbol) แห่งยุค เธอมีผลงานในแนวดังกล่าวมากกว่า 25 เรื่องเลยทีเดียว[1][2]

ในปี ค.ศ. 1992 ขณะที่กำลังมีชื่อเสียงนั่นเอง เธอได้พบกับมหาเศรษฐีชาวไต้หวัน หวง เจินจง (黃任中 อังกฤษ: Huang Jen-chung) ที่อายุมากกว่าเธอ 33 ปี ในตอนนั้นมีข่าวว่าเธอได้กลายเป็นภรรยาน้อยของเขา จนกระทั่งเขาต้องออกมาแก้ข่าว บอกว่าระหว่างตนเองกับดาราสาวคนสวยไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรไปมากกว่าการเป็นพ่อบุญธรรมกับลูกสาวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สื่อกลับพบว่าทั้งสองมีพฤติกรรมแสดงความใกล้ชิดสนิทสนมมากขึ้นเรื่อยๆ และเกินเลยไปจากคำว่า"พ่อกับลูกสาว"อย่างที่ฝ่ายชายกล่าวอ้าง จนกระทั่งตัวของหวงต้องออกมายืนยันอีกครั้ง ว่าแม้เขาจะหลับนอนบนเตียงเดียวกับหญิงสาวอายุน้อยคราวลูกคนนี้มากกว่า 50 ครั้ง แต่เขาและเธอก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศต่อกันแต่อย่างใด

จนกระทั่งปลายยุค 1990s ชีวิตของเธอจึงเริ่มประสบปัญหาขึ้นมาเรื่อยๆ อาชีพในวงการภาพยนตร์ของเธอเริ่มมีน้อยลง ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าราชินีหนังเกรดสามคนนี้เริ่มใช้ยาเสพติดอย่างหนัก และหมกตัวอยู่ในไนท์คลับบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ[3][4]

ในตอนนั้นมีข่าวว่า หวง เจินจง รู้สึกเสียใจกับชีวิตที่ดิ่งลงเหวของหญิงสาวคนสนิทมาก เขาพยายามช่วยเหลือด้วยการส่งเธอไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ หวังว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง แต่สุดท้ายเธอก็โดนไล่ออกจากโรงเรียน หลังทำผิดกฏต่าง ๆ หลายครั้ง เธอจึงผลาญเงินที่ควรจะเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาไปกับเรื่องฟุ่มเฟือยต่างๆ แทน จนหวง เจินจง โมโหกับสิ่งที่เกิดขึ้นมา ถึงขั้นยุติความสัมพันธ์ทั้งหมดกับเธอ[5][6][7][8]

จุดอวสานของเธอ และปัญหาเรื่องบุตรในครรภ์[แก้]

ในปี ค.ศ. 1999 เฉินเป่าเหลียน เดินทางไปไต้หวันเพื่อขอคืนดีกับ หวง เจินจง แต่เขาก็ยังปฏิเสธ หลังจากนั้นอีกสามปี ดาราสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นอดีตราชินีหนังเกรดสาม จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงมาจากชั้นที่ 24 ของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง และเสียชีวิตลงในวันที่ 31 ก.ค. 2002[9][10]

ในจดหมายลาตาย เฉินเป่าเหลียน ที่ตอนนั้นอายุได้ 29 ปี เปรยถึงปัญหาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว เธอยังขอบคุณไปถึง หวง เจินจง กับสิ่งที่เขาทำ และขอร้องให้ทุกคนช่วยตามหาพ่อของลูกให้เธอด้วย

ว่ากันว่า ในตอนนั้น หวง เจินจง เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก ต่อมาเขายังยอมรับว่าตนเองยังคงมีรูปของ เฉินเป่าเหลียน อยู่ข้างๆ เตียงนอนเพื่อระลึกถึงเธอ จนในเดือน ก.พ. 2004 เขาจึงจากไปหลังจากโดนรุมเร้าจากโรคเบาหวานอยู่นาน เมื่ออายุได้ 64 ปี

ในตอนนั้นมีข่าวลือออกมาว่า พ่อของลูก เฉินเป่าเหลียน อาจจะเป็นดีเจหนุ่มอายุ 25 ปี คนหนึ่งจากไทเป[11][12] แต่ก็ไม่มีใครสามารถติดต่อเพื่อพูดคุยกับเขาได้ อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เมื่อเรื่องราวต่างๆ ได้ผ่านไปถึง 10 ปีเต็มทายาทของดาราสาวคนสวยเติบโตขึ้นมามาก สื่อในฮ่องกงกลับเชื่อว่าสุดท้ายแล้วอาจจะเป็น หวง เจินจง นั่นเองที่เป็นพ่อของลูก เพราะใบหน้าของเด็กกับเขาช่างดูละม้ายคล้ายคลึงกันเหลือเกิน

บุครของเธอในปัจจุบัน[แก้]

โดยปัจจุบันทายาทของดาราสาวอยู่ในการดูแลของ หวน จี ผู้จัดการของ หวัง เฟย ซึ่งรู้จักคุ้นเคยกับ เธอเป็นอย่างดี โดย หวน จี ตัดสินใจอุปการะเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรมตั้งแต่เด็กอายุเพียง 15 เดือนเท่านั้น และเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ มาตลอด

ข่าวจากฮ่องกงระบุว่า เนื่องจากลูกชายของ เฉินเป่าเหลียน ลืมตาดูโลกก่อนกำหนด สุขภาพของเขาจึงไม่ค่อยแข็งแรงนัก เมื่อตอนแรกเกิดก็เคยมีภาวะปอดบวม หวน จี ต้องใช้เงินในการรักษาพยาบาลไปไม่น้อย นอกจากนั้นยังมีข่าวอีกว่า หวัง เฟย เองก็ช่วยเหลือด้านการเงินในการรักษาให้กับเด็ก รวมถึงช่วยเหลือค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษา และอื่นๆ ที่จำเป็นอีกด้วย

รายงานข่าวระบุว่า ในวัย 10 ขวบลูกชายของ เฉินเป่าเหลียน มีผลการเรียนที่ไม่ดีนัก และค่อนข้างจะเป็นเด็กดื้อรั้้น

สำหรับ หวนจี นอกจากทำงานกับหวังเฟยมานานแล้ว เธอยังเป็นผู้จัดการของนักแสดงชาวไต้หวัน เชอรีล หยาง, นักร้องชื่อดัง เฟธ หยาง และเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ รวมถึงจัดคอนเสิร์ตที่ประสบความสำเร็จของวงการ ซึ่งทำให้ต้องมีงานยุ่งอยู่ตลอด และไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูกนัก แต่เธอก็พยายามพาลูกชายไปดูคอนเสิร์ต หรืองานเปิดตัวหนัง เมื่อมีเวลาว่าง นอกจากนั้น ก็ยังพยายามหาเวลาว่างในช่วงสุดสัปดาห์ให้กับลูกคนนี้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อทดแทนสิ่งที่แม่ของเธอไม่มี[13]

ผลงานด้านภาพยนตร์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]