เจ้าอุบลวรรณา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าอุบลวรรณา
เจ้าหญิงนครเชียงใหม่
U-bonwanna.jpg
สามีเจ้ามหาวงศ์ ณ เชียงใหม่
ชายสามัญชนไม่ปรากฏนาม
เจ้าราชบุตร (ดวงคำ ณ ลำปาง)
ชายพม่าไม่ปรากฏนาม
หม่องบอง
บุตรเจ้ารสสุคนธ์ ณ เชียงใหม่
เจ้าแพร ณ เชียงใหม่
เจ้าสุขเกษม ณ เชียงใหม่
เจ้าธรรมวงษา ณ เชียงใหม่
เจ้ากรรณนิกา ณ เชียงใหม่
ราชวงศ์ทิพย์จักร
พระบิดาพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์
พระมารดาเจ้าอุษา
ประสูติพ.ศ. 2385
เสียชีวิตพ.ศ. 2429 (ราว 44 ปี)
ศาสนาพุทธ

เจ้าอุบลวรรณา หรือสะกดว่า อุบลวัณณา (คำเมือง: LN-Chao Ubonwanna.png; พ.ศ. 2385–2429)[1] เป็นเจ้านายฝ่ายเหนือ เป็นพระธิดาในพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ประสูติแต่เจ้าอุษา[2] เป็นน้องสาวของแม่เจ้าทิพเกสร พระชายาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์

เจ้าอุบลวรรณาเป็นที่ยอมรับว่าเป็นนักธุรกิจหญิงผู้เฉียบแหลม[3] ที่มีบทบาททางด้านเศรษฐกิจอันโดดเด่นเคียงคู่กับแม่เจ้าทิพเกสร พระภคินี ที่มีความโดดเด่นด้านการปกครอง[4] ทั้งนี้เจ้าอุบลวรรณายังเป็นผู้อุปการะเจ้าดารารัศมี พระราชชายา หลังจากการเสียชีวิตของเจ้าทิพเกสร จนกระทั่งเสด็จมายังกรุงเทพฯ เพื่อรับราชการฝ่ายในของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกสองปีต่อมา

พระประวัติ[แก้]

เจ้าอุบลวรรณาเป็นธิดาองค์เล็กของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 6 กับเจ้าอุษา เป็นขนิษฐาร่วมอุทร กับเจ้าทิพเกสร ทั้งนี้ไม่มีการบันทึกเกี่ยวกับวันเกิดของนางอย่างแน่ชัด สรัสวดี อ๋องสกุล ระบุว่าเกิดใน พ.ศ. 2385[1] ส่วนเพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์ ได้สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดในปี พ.ศ. 2388[5] ขณะอายุได้ 5 ปี เจ้าอุบลวรรณาได้ติดตามเจ้าบิดา และเจ้าทิพเกสรลงไปเข้าเฝ้าถวายบรรณาการที่กรุงเทพมหานคร และลงไปกรุงเทพฯ หลายครั้ง ครั้งหนึ่งก็ใช้เวลาอาศัยอยู่ที่นั่นหลายเดือน ถือเป็นสตรีสูงศักดิ์จากเมืองเหนือที่เปิดโลกอันทันสมัยมาตั้งแต่ยังเยาว์[1]

เจ้าอุบลวรรณาสั่งสมความรู้และประสบการณ์จากการพบปะผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะหมอสอนศาสนาชาวต่างประเทศ ทำให้เธอมีความฉลาดหลักแหลม สนใจข่าวสารจากโลกภายนอก มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ทั้งนี้เจ้าอุบลวรรณามีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ปรัชญา และศาสนา รวมทั้งยังสามารถใช้ภาษาอังกฤษดี สามารถสื่อสารกับชาวตะวันตกและพม่าได้โดยไม่ต้องใช้ล่าม[1] ฮอลต์ ฮัลเลต (Holt Hallett) เคยกล่าวยกย่องเจ้าอุบลวรรณาไว้ว่า "นักประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์เชียงใหม่"[1]

เจ้าอุบลวรรณาเสียชีวิตราว พ.ศ. 2429[1] และสาเหตุแห่งการตายยังคงเป็นปริศนา ดร. มาเรียน อาลอนโซ ชีก หมอสอนศาสนาชาวอเมริกัน สหายคนสนิทของเจ้าอุบลวรรณาระบุว่า นางเสียชีวิตด้วยยาพิษ แต่มิได้ระบุว่าถูกลอบสังหารหรืออัตวินิบาตกรรม[5]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

อุปนิสัย[แก้]

เจ้าอุบลวรรณาเป็นสตรีที่มีรูปร่างหน้าตางดงาม มีความสามารถในการดนตรี, เย็บปักถักร้อย[6] และสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี เธอคบค้าสมาคมกับนักธุรกิจ จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็น "นักธุรกิจหญิงผู้เฉลียวฉลาด"[3] ดังปรากฏในบันทึกของคาร์ล บอค (Carl Bock) นักธรรมชาติวิทยาชาวนอร์เวย์ ได้บันทึกเนื้อความกล่าวถึงเจ้าอุบลวรรณา ไว้ตอนหนึ่งความว่า[7][6]

…เจ้าหญิงอุบลวรรณาเป็นผู้สนับสนุนมิชชันนารีเป็นอย่างดี ทั้งนี้มิใช่เพราะเธอเลื่อมใส หากแต่เธอฉลาด มองเห็นข้อได้เปรียบในการคบหาสมาคมกับชาวต่างประเทศ…

เจ้าอุบลวรรณามีคุณสมบัติในเรื่องความเมตตา ใจกว้าง ทั้งยังอุปการะเจ้าดารารัศมีด้วยกำพร้าพระมารดาตั้งแต่พระชันษา 11 ปี[6] ครั้นเมื่อเจ้าดารารัศมีถวายตัวต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้ากรุงสยาม เจ้าอุบลวรรณาก็ได้มอบค่าตอไม้อันเป็นรายได้ส่วนหนึ่งของท่านเองถวายแด่เจ้าดารารัศมีเพื่อเป็นของขวัญ และประดับพระเกียรติยศ[8] นอกจากนี้เจ้าอุบลวรรณายังเป็นผู้บูรณะวัดบุคคโล เขตธนบุรี ในช่วงที่ติดตามบิดาไปราชการที่กรุงเทพมหานคร และเปลี่ยนชื่อวัดตามนามของเธอว่า "วัดอุบลวรรณาราม"[9]

ครอบครัว[แก้]

เจ้าอุบลวรรณา มีบุตรธิดา 5 คน ได้แก่[8][7]

  1. เจ้ารสสุคนธ์ (ห่าน) ณ เชียงใหม่ (ญ.) สมรสกับเจ้าสิงห์คำ ณ เชียงใหม่ มีโอรสธิดา 2 คน และสมรสอีกครั้งกับพิณ บูรณศิลปิน มีบุตร 2 คน เป็นเจ้ามารดาของเจ้าจันทร ณ เชียงใหม่ พระชายาในเจ้าราชบุตร (วงศ์ตวัน ณ เชียงใหม่)[10]
  2. เจ้าแพร ณ เชียงใหม่ (ญ.)
  3. เจ้าสุขเกษม (กบ) ณ เชียงใหม่ (ช.)
  4. เจ้าน้อยธรรมวงษา (น้อยคำวงษา) ณ เชียงใหม่ (ช.) เจ้าบิดาของเจ้าศิริมา ณ เชียงใหม่
  5. เจ้ากรรณนิกา (เต่า) ณ เชียงใหม่ (ญ.) สมรสกับเจ้าราชวงศ์ (ชมชื่น ณ เชียงใหม่)[11] เป็นเจ้าย่าของเจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่

ทั้งนี้เจ้ารสสุคนธ์ เกิดแต่เจ้ามหาวงศ์ ณ เชียงใหม่[5] ส่วนเจ้าน้อยธรรมวงษา และเจ้ากรรณิกา เกิดกับเจ้าราชบุตร (ดวงคำ ณ ลำปาง)[12][13] นอกจากนี้บางแหล่งข้อมูลยังปรากฏนามธิดาอีกสองคน ได้แก่[11]

  1. เจ้าคำใต้ ณ เชียงใหม่ (ญ.)
  2. เจ้าบุษบรรณ ณ เชียงใหม่ (ญ.)

เจ้าอุบลวรรณาเป็นสุภาพสตรีที่เพียบพร้อมไปด้วยจรรยามารยาท มีชั้นเชิงด้านธุรกิจ แต่มีเรื่องอื้อฉาวด้านคู่ครอง เธอโต้ตอบท้าทายเจ้าราชบุตรว่าตนมีเสรีภาพในการเลือกคู่ครองหรือคบหากับใครก็ได้ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์[14] ทั้งนี้เจ้าอุบลวรรณาสมรสครั้งแรกกับเจ้ามหาวงศ์ ณ เชียงใหม่ แต่เลิกรากันเมื่อใดไม่ปรากฏ ตามรายงานของเดเนียล แมคกิลวารี ระบุว่าเมื่อแรกรู้จักกับพระนางในปี พ.ศ. 2425 เจ้าอุบลวรรณาก็ตกพุ่มหม้ายเสียแล้ว[5] ส่วนฮอลต์ ฮัลเลต (Holt Hallett) วานิชชาวอเมริกันได้ระบุเรื่องราวของพระนางในหนังสือ "เดินทางหนึ่งพันไมล์บนหลังช้างในรัฐฉาน" (A Thousand Miles on an Elephant in the Shan States) ว่า เจ้าอุบลวรรณามีบุตรชื่อ เจ้าสุขเกษมบุตรหัวปี และหลานสาวคือเจ้าดารารัศมี ซึ่งกำพร้ามารดา เด็กทั้งสองมีอายุห่างกันสองปี ฮัลเลตได้บันทึกอีกว่าบิดาของเจ้าสุขเกษมเป็นเพียงสามัญชนไม่มีเชื้อเจ้าจึงไม่เป็นที่ยอมรับของพระชายาพระเจ้าเชียงใหม่ (คือ เจ้าเทพไกรสร) เท่าใด[5]

จากบันทึกของเจ้าวงศ์จันทร์ คชเสนี ธิดาคนโตในเจ้าราชบุตร (วงศ์ตวัน ณ เชียงใหม่) และ หนังสือลำดับตระกูลคชเสนี กล่าวว่า เจ้าอุบลวรรณาสมรสกับเจ้าราชบุตร (หนานดวงคำ ณ ลำปาง) มีบุตรธิดาคือ เจ้าน้อยธรรมวงษา (น้อยคำวงษา) และเจ้ากรรณิกา (เต่า) ซึ่งเจ้าราชบุตร (หนานดวงคำ ณ ลำปาง) เป็นหลานตาของเจ้าชมภู บุตรของเจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง) ต้นสกุลคชเสนี [12][13]

ต่อมาเจ้าอุบลวรรณาสมรสอย่างลับ ๆ กับพ่อค้าไม้สักชาวพม่าซึ่งเป็นคนในบังคับอังกฤษผู้หนึ่ง แต่พระประยูรญาติใช้กฎเหล็กแห่งฐานันดรศักดิ์กีดกันทั้งสอง[5] ต่อมาเจ้าอุบลวรรณาก็ทรงสมัครรักใคร่กับพ่อค้าพม่าสามัญชนอีกคนหนึ่ง ชื่อหม่องบอง แต่เมื่อนัดพบกันในคืนเดือนมืด พม่าผู้นั้นก็ถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียก่อน[5] เจ้าอุบลวรรณาเสียใจมากและได้สืบหาฆาตกรอยู่หลายปี ท้ายที่สุดเจ้าอุบลวรรณาก็ครองโสดเป็นหม้ายจนสิ้นชีวิต[5]

การทำงาน[แก้]

เจ้าอุบลวรรณาเล็งเห็นอนาคตทางธุรกิจการค้า ดังปรากฏเมื่อครั้งที่ชาวจีนขอผูกขาดการต้มเหล้า ระหว่างการพิจารณานั้นแม่เจ้าทิพเกสรได้ล้มป่วย และมีการจัดพิธีทรงเจ้าตามความเชื่อในอดีตโดยเจ้าอุบลวรรณารับเป็น "ม้าขี่" หรือร่างทรง เมื่อวิญญาณที่มาเข้าร่างทรงได้แสดงความไม่พอใจอย่างมากที่จะอนุญาตให้คนจีนผูกขาดการต้มเหล้า ทั้งยังได้ขู่สำทับด้วยว่า หากมีการอนุญาตจะเกิดเหตุใหญ่ร้ายแรงกว่านี้ และการที่แม่เจ้าทิพเกสรเจ็บป่วยครั้งนี้เป็นเพียงการสั่งสอนเท่านั้น แม้จะไม่ทราบว่าการทรงเจ้าดังกล่าวเป็นจริงหรือเป็นอุบายของเจ้าอุบลวรรณาเอง แต่อย่างไรก็ตามก็ทำให้ล้มเลิกการผูกขาดการต้มเหล้าไป[8][7][6]

เจ้าอุบลวรรณาเป็นผู้ขอให้พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ซื้อป่าไม้ตั้งแต่จังหวัดเชียงรายไปจรดแดนพม่า และป่าไม้จังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้งหมด แล้วให้ชาวต่างชาติเช่าทำกิจการป่าไม้ ดังปรากฏในบันทึกของเจ้าวงศ์จันทร์ คชเสนี ความว่า "...ณ เชียงใหม่สายพระเจ้ากาวิโรรสจึงได้รับค่าตอไม้มากกว่าสายอื่น...ข้าพเจ้าจำได้ว่าเจ้ายายของข้าพเจ้าเปนธิดาของเจ้าหญิงอุบลวรรณามารับค่าตอไม้ เอากระบุงขนาดใหญ่อย่างใช้หาบข้าวมาโกยเงินจากบนโต๊ะที่นับไว้เปนกอง ๆ ลงกระบุงเต็มสองกระบุง เอากระด้งปิดปากกระบุง..."[15]

นอกจากนี้ยังเป็นกำลังสำคัญในการตั้งโรงงานต่าง ๆ เช่น โรงงานทอผ้า โรงทำเครื่องเงิน โรงแกะสลักไม้ โรงต้มเหล้า ฯลฯ ทำให้ราษฎรมีงานทำ มีรายได้ และมีเงินภาษีบำรุงบ้านเมือง[3][6] โดยใช้ความเป็นเจ้าและอำนาจทางการเมืองของตนในการปกป้องธุรกิจของตนไม่ถูกกระทบกระเทือน รวมทั้งพยายามต่อต้านอำนาจรัฐบาลสยามที่มีแนวโน้มในการลิดรอนอำนาจท้องถิ่น[1]

ลำดับสาแหรก[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 สรัสวดี อ๋องสกุล (26 เมษายน 2562). "บทบาทของขัตยนารีในประวัติศาสตร์ล้านนา". วารสารประวัติศาสตร์. หน้า 27-29
  2. รายพระนาม นาม เหล่าพระประยูรญาติ และ เชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ
  3. 3.0 3.1 3.2 แม่ญิงศรีล้านนา
  4. ภูเดช แสนสา. "คติแนวคิดและพัฒนาการของการก่อ "กู่" อัฐิในล้านนา ธรรมเนียมจาก "ราช" สู่ "ราษฎร์"" (PDF). เวียงท่ากาน. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2556.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6 5.7 เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์. (20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555). "เจ้าอุบลวรรณา เมื่อคิดจะรัก ต้องกล้าหักด่านฐานันดร". มติชนสุดสัปดาห์. 32:1666, หน้า 76
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 เจ้าอุบลวรรณา
  7. 7.0 7.1 7.2 "บุคคลสำคัญ: เจ้าอุบลวรรณา". เชียงใหม่ไทยแลนด์ดอตคอม. สืบค้นเมื่อ 15 มีนาคม 2556.
  8. 8.0 8.1 8.2 "เจ้าอุบลวรรณา". เชียงใหม่ไทยแลนด์ดอตคอม. สืบค้นเมื่อ 15 มีนาคม 2556.
  9. "วัดบุคคโล ประกายศรัทธาแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา". Goodlifeupdate. 17 สิงหาคม 2561. สืบค้นเมื่อ 8 พฤษภาคม 2563.
  10. แม่เจ้าจามรี
  11. 11.0 11.1 รายพระนามเหล่าพระประยูรญาติ และเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ. ชั้น ๕ (ชั้นหลาน) สาย ๑ - สายพระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ. เรียกดูเมื่อ 16 มีนาคม 2556
  12. 12.0 12.1 วงศ์จันทร์ คชเสนี. "ประวัติเจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง)". อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ เจ้าวงศ์จันทร์ คชเสนี. วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2540, ภาคผนวก
  13. 13.0 13.1 ลำดับสกุลคชเสนี กับ โบราณคดีมอญ ๒๕๐๘
  14. จิระนันท์ พิตรปรีชา. ลูกผู้ชายชื่อนายหลุยส์. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สยามบันทึก. 2552 , หน้า 109-110
  15. วงศ์จันทร์ คชเสนี. "บันทึกความทรงจำ". อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ เจ้าวงศ์จันทร์ คชเสนี. วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2540, หน้า 20

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]