พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช
พระเจ้านครเมืองน่าน
Suriyaphong Pharitdet (2374–2461 BE).jpg
เจ้าผู้ครองนครน่าน
องค์ที่ 63 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
ราชาภิเษก1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2437
ครองราชย์21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 - 5 เมษายน พ.ศ. 2461
รัชกาล25 ปี
อิสริยยศพระเจ้าประเทศราช
ก่อนหน้าเจ้าอนันตวรฤทธิเดช
ถัดไปเจ้ามหาพรหมสุรธาดา
อรรคราชเทวีแม่เจ้ายอดหล้า
พระชายา6 องค์
พระราชบุตร41 พระองค์
พระนามเต็ม
พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุระ มหาราชวงษาธิบดี สุจริตจารีราชานุภาวรักษ์ วิบุลยศักดิกิตติไพศาล ภูบาลบพิตร์ สถิตย์ณนันทราชวงษ์ พระเจ้านครเมืองน่าน
ราชสกุลณ น่าน สายที่ 1 [1]
ราชวงศ์ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
พระบิดาเจ้าอนันตวรฤทธิเดช
พระมารดาแม่เจ้าสุนันทาอรรคราชเทวี
ประสูติ2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2374
เจ้าสุริย
พิราลัย5 เมษายน พ.ศ. 2461 (87 ปี)
ณ คุ้มหลวงนครน่าน

มหาอำมาตย์เอก พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช[2] (2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2374 – 5 เมษายน พ.ศ. 2461) พระนามเดิม เจ้าสุริย ณ น่าน[3] ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 และองค์ที่ 13 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ (พ.ศ. 2436–2461) เป็นพระโอรสในเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 62 และเป็นพระนัดดา (หลานปู่) ใน สมเด็จเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 57 และเป็นพระเชษฐาต่างเจ้ามารดากับเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 64 ชาวเมืองน่านเรียกพระนามอย่างลำลองว่า พระเจ้าน่าน

พระประวัติ[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช มีพระนามเดิมว่า "เจ้าสุริยะ ณ น่าน" ประสูติเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2374 เป็นพระโอรสในเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้านครเมืองน่าน ประสูติแต่แม่เจ้าสุนันทา[4] พระองค์มีพระเชษฐา พระอนุชา และพระขนิษฐา ร่วมแม่เจ้ามารดา 6 พระองค์ ดังนี้

  1. เจ้ามหาพรหม ภายหลังเป็น เจ้าอุปราช นครเมืองน่าน
  2. เจ้าสุริยะ ภายหลังเป็น พระเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63
  3. เจ้าสิทธิสาร ภายหลังเป็น เจ้าอุปราช นครเมืองน่าน
  4. เจ้าบุญรังษี ภายหลังเป็น เจ้าราชบุตร เมืองนครน่าน
  5. เจ้านางหมอกแก้ว ณ น่าน
  6. เจ้านางคำทิพ ณ น่าน

พระอิสริยยศ[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ทรงได้รับพระราชทาน พระอิสริยยศ ดังนี้

  1. ในปี พ.ศ. 2398 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งเป็น เจ้าราชวงษ์ นครเมืองน่าน
  2. ในปี พ.ศ. 2431 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ว่าที่เจ้าอุปราช นครเมืองน่าน
  3. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งเป็น เจ้านครเมืองน่าน มีราชทินนามว่า ... เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุรมหาราชวงษาธิบดี เจ้านครเมืองน่าน ... [5]
  4. วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้ สถาปนาเลื่อนยศฐานันดรศักดิ์ เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้านครเมืองน่าน ขึ้นเป็น พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้านครเมืองน่าน[6] มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า ... พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุระ มหาราชวงษาธิบดี สุจริตจารีราชานุภาวรักษ์ วิบุลยศักดิกิตติไพศาล ภูบาลบพิตร์ สถิตย์ณนันทราชวงษ์ พระเจ้านครเมืองน่าน ... [7]


  • นับเป็นพระเจ้านครเมืองน่าน พระองค์แรกและพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์น่าน[8] นอกจากนี้พระองค์ยังได้รับพระราชทานมหามงกุฎจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระเจ้าประเทศราช พระองค์เดียวที่ได้รับพระราชทานเกียรติยศนี้

เครื่องอิสริยยศ[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้านครเมืองน่าน ทรงได้รับพระราชทานเครื่องอิสริยยศ ต่าง ๆ ดังนี้

เครื่องประกอบอิสริยยศ ครั้งที่ได้รับสถาปนาเป็น เจ้านครเมืองน่าน

  • เครื่องประกอบอิสริยยศครั้งที่ได้รับสถาปนาขึ้นเป็น เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน ได้รับการเฉลิมพระนามว่า .. เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุร มหาราชวงษาธิบดี เจ้านครเมืองน่าน[9] .. และได้รับพระราชทานเครื่องประกอบอิสริยยศ ดังนี้
  1. พานหมากทองคำ พร้อมเครื่องในทองคำ 1
  2. ประคำทองคำ 1
  3. กระโถนคำ 1
  4. คนโทคำ
  5. กระบี่บั้งทองคำ 1
  6. พระมาลากำมะหยี่เกี้ยวทองคำ 1
  7. ปืนคาบศิลาคร่ำเงิน 1
  8. ปืนคาบศิลาตอลาย 2
  9. หอกตอทองคำ 1
  10. สัปทน 1
  11. โต๊ะเงินท้าวช้าง 1 คู่
  12. เสื้อผ้าต่างๆ

เครื่องประกอยอิสริยยศ ครั้งที่ได้รับสถาปนาเป็น พระเจ้านครเมืองน่าน

  • เครื่องประกอบอิสริยยศครั้งที่ได้รับสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน ได้รับการเฉลิมพระนามตามจาฤกในพระสุพรรณบัตรว่า .. พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุระ มหาราชวงษาธิบดี สุจริตจารีราชานุภาวรักษ์ วิบูลยศักดิกิตติไพศาล ภูบาลบพิตร สถิตย์ณนันทราชวงษ์ พระเจ้านครเมืองน่าน .. และได้รับพระราชทานเครื่องประกอบอิสริยยศ ดังนี้
  1. เสื้อครุย
  2. พระชฎา
  3. สังข์เลี่ยมทองคำ 1
  4. หีบหมากไม้แดงหุ้มทองคำลงยา 1
  5. กากระบอกทองคำ 1
  6. กระบี่ฝักทองคำศีร์ษะนาคลงยา 1
  7. เสื้อเยียรบับ 2
  8. ผ้านุ่งเยียรบับ 1
  9. ผ้านุ่งเขียนทอง 1
  10. เจียรบาต 1

นอกจากนี้ยังได้รับพระราชทานสิ่งของสำหรับพระเกียรติยศอีกหลายอย่าง มีชฎาเปนต้น

พิราลัย[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้าผู้ครองนครน่าน ประชวรเป็นโรคชรา อาการทรงบ้างทรุดบ้างเสมอมาจนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2461 อาการได้กำเริบมากขึ้น แพทย์หลวงและแพทย์ชเลยศักดิประกอบโอรสถวายการรักษาโดยเต็มกำลัง พระอาการหาคลายไม่ ครั้นถึงวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2461 (เวลา 4.50 น.) พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ก็ได้ถึงแก่พิราลัย ณ หอคำนครน่าน (ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน)สิริชนมายุได้ 87 ปี 2 เดือน 28 วัน รวมระยะเวลาที่ทรงครองนครน่าน 25 ปี[10]

พระกรณียกิจ[แก้]

ด้านการถวายความจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้านครเมืองน่าน ได้เข้าเฝ้าทูลอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 รวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง ดังนี้

  • ครั้งที่ 1 ในปี พ.ศ. 2416 ครั้งที่ยังดำรงตำแหน่ง เจ้าสุริยวงษ์ นครเมืองน่าน ได้คุมนางระมาดลงมาทูลเกล้าฯ ถวาย ณ กรุงเทพฯ รวมระยะเวลาไปกลับ 4 เดือน
  • ครั้งที่ 2 ในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2433 เจ้าสุริยวงษ์ว่าที่เจ้าราชวงษ์ นครเมืองน่าน ได้นำแสนท้าวพระยาเมืองเชียงแขง ซึ่งมีความยินดีและยอมเป็นขอบขันธสีมาของกรุงเทพฯ แล้วนั้น ลงมาถวายเครื่องราชบรรณาการ ณ กรุงเทพฯ
  • คร้งที่ 3 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2433 ได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็น เจ้าราชวงษ์ นครเมืองน่าน
  • ครั้งที่ 4 ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2436 ได้เข้าเฝ้าถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินและเครื่องราชบรรณาการ และในคราวนั่นก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเป็น เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้านครเมืองน่าน
  • ครั้งที่ 5 ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2437 ได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานเครื่องประกอบอิสริยยศ เช่น พานหมากทองคำ, กระบี่บั้งทองคำ, มาลากำมะหยี่เกี๊ยวยอดองคำ, สัปทน ฯลฯ
  • ครั้งที่ 6 ในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2440 ได้เข้าเฝ้าถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินและเครื่องราชบรรณาการ
  • ครั้งที่ 7 ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2440 ได้เข้าเฝ้าทูลพระขวัญ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ
  • ครั้งที่ 8 ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2444 ได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษเมืองพิไชย
  • ครั้งที่ 9 ในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2446 ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงินและเครื่องราชบรรณาการ
  • ครั้งที่ 10 ในวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 ได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ปฐมจุลจอมเกล้า
  • ครั้งที่ 11 ในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 ได้เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานเครื่องยศและเลื่อนฐานันดรศักดิ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้านครเมืองน่าน
  • ครั้งที่ 12 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2446 เวลาบ่าย 5 โมงเศษ ได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมลา กลับนครเมืองน่าน

ด้านการปกครอง[แก้]

  • กวาดต้อนและชักชวนให้ชุมชนไทลื้อในเมืองต่าง ๆ ของสิบสองปันนา ให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานรกรากอยู่ในจังหวัดน่าน [11]
  • ยกเลิกอำนาจโทษประหารทางอาญา
  • จัดวางผังเมือง ขยายถนนให้กว้างขวาง สะดวกแก่การสัญจรไปมา

ด้านการทหาร[แก้]

  • ทรงนุบำรุงกิจการทหาร โดยการรวบรวมกำลังพลเข้าสังกัดมูลนาย ฝึกกำลังพลการรบ จัดตั้งยุ้งฉาง สะสมเสบียงอาหาร กระสุนดินดำ
  • โดยเมื่อปี พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรียกทัพไปปราบฮ่อที่เมืองหลวงพระบาง ซึ่งพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งที่เจ้าราชวงศ์นครน่าน ได้ทรงนำกำลังไปสมทบกับทัพหลวง
  • ครั้นปี พ.ศ. 2445 เกิดขบถเงี้ยวที่เมืองแพร่ โดยพวกขบถจะยกทัพมายึดนครน่าน พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ได้ทรงยกกำลังทหารไปขัดตาทัพต่อสู้กับขบถเงี้ยว และได้ร่วมกับกองทัพหลวงตามตีจนได้รับชัยชนะ

ด้านการศึกษา[แก้]

  • ทรงสละทุนทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือภาษาไทยเป็นแห่งแรกในนครน่าน ให้ชื่อว่าโรงเรียนสุริยานุเคราะห์ ปฐมของโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารในปัจจุบัน

ด้านศาสนา[แก้]

  • ทรงสละทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ บูรณปฏิสังขรณ์วัดและบูชนียวัตถุเป็นอันมาก และเป็นองค์ประธานในการจัดสร้างคัมภีร์ใบลาน จารึกพระธรรมคำสั่งสอนไว้เป็นจำนวนมาก โปรดให้สร้างหอพระไตรปิฏกหลังใหญ่ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร บูรณะวัดพระบรมธาตุแช่แห้ง เป็นต้น

เหตุการณ์สำคัญในเมืองน่าน[แก้]

เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองนครน่าน ในสมัยที่ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน (พ.ศ. 2436 - พ.ศ. 2461) มีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ดังนี้

  1. นครเมืองน่าน เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขง (ประเทศไทยเสียดินแดน ครั้งที่ 11 )

การเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงในเขตเมืองนครน่าน ให้ฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2446 โดยในอดีตพื้นที่บริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำโขงเป็นเขตอิทธิพลของล้านนา ถือกันมาตั้งแต่โบราณว่าเขตแดนล้านนาจดกับแม่น้ำโขง แม่น้ำโขงเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นอาณาจักรล้านนาและอาณาจักรล้านช้าง (ลาว) หลักการข้างต้นยังปฏิบัติสืบมาถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 เพราะมีหลักฐานกล่าวถึง เมืองเงิน (เมืองกุฎสาวดี) ที่ตั้งอยู่ฝั่งขวาริมแม่น้ำโขงและอยู่ในความปกครองของเมืองนครน่าน เมื่อปี พ.ศ. 2415 คนในบังคับอังกฤษเดินทางเข้ามาค้าขายที่เมืองเงิน ถูกคนร้ายฆ่าตาย แล้วเหตุการณ์ในครั้งนั่นเจ้าผู้ครองนครน่านเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้กับคนในบังคับอังกฤษ หัวเมืองชายแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงที่เป็นเมืองขึ้นกับเมืองนครน่าน ประกอบด้วย เมืองเงิน (เมืองกุฎสาวดี), เมืองคอบ, เมืองเชียงลม, เมืองเชียงฮ่อน และเมืองหลวงภูคา แม้จะเป็นเมืองชายขอบของเมืองนครน่าน แต่เมืองนครน่านดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามเมื่อจักรวรรดินิยมมีความต้องการดินแดนในส่วนนี้ก็เข้าแทรกแซงด้วยกำลังที่เหนือกว่า จนกระทั่งได้ไปในที่สุด

  • สาเหตุการเสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2446 นั้น สืบเนื่องมาจากปัญหา 2 ประการ คือ
  • ประการแรก ผลของการตีความในสนธิสัญญาที่ลงนามเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436 ซึ่งมีข้อความเกี่ยวกับดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงในเขตพื้นที่ 25 กิโลเมตร
  • ประการที่สอง สืบเนื่องมาจากปัญหาการแย่งชิงบ่อเกลือ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริเวณต้นแม่น้ำน่าน เมืองที่มีบ่อเกลือมากได้แก่ เมืองเงิน จึงเกิดปัญหาโต้เถียงกันบ่อยที่สุด และเป็นเมืองที่อยู่ในเขตพื้นที่ 25 กิโลเมตร ทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำเงินซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขง ประกอบกับเป็นเมืองที่มีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ราษฎรส่วนใหญ่มีเชื้อสายไทลื้อ สิ่งต่างๆ ดังกล่าวเป็นสิ่งยั่วยุให้ฝรั่งเศสคิดเข้าครอบครองพื้นที่บริเวณส่วนนี้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามราษฎรส่วนใหญ่ในเมืองเงิน มีความจงรักภักดีต่อเจ้าหลวงเมืองนครน่าน เป็นอย่างมาก จึงเป็นอุปสรรคต่อการเกลี้ยกล่อม ของฝรั่งเศสไม่น้อย นอกจากเมืองเงินซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในเขตพื้นที่ 25 กิโลเมตรแล้ว ยังมีเมืองคอบ เมืองเชียงลม และเมืองเชียงฮ่อน ล้วนต้องประสบปัญหาการเข้าแทรกแซงของฝรั่งเศสทั้งสิ้น

เหตุผลที่ไทยต้องยอมสูญเสียดินแดนดังกล่าวให้แก่ฝรั่งเศสในครั้งนั้น เพราะไทยต้องการยุติปัญหาการแย่งชิงเมืองเงิน ระหว่างเมืองนครน่าน กับ เมืองหลวงพระบาง ซึ่งทั้งสองเมืองได้เข้ามาแย่งกันปกครองในพื้นที่จนเกิดการวิวาทถกเถียงกันเสมอ โดยทุกครั้งสยามต้องพยายามอดกลั้นไม่ใช้กำลังโต้ตอบตลอดมา เพราะไม่ปรารถนาประจัญหน้ากับฝรั่งเศส ผู้ที่สนับสนุนการกระทำของเมืองหลวงพระบาง ฉะนั้นเพื่อยุติปัญหาที่ยืดเยื้อสยามจึงต้องยอมยกเมืองเงินและเมืองอื่นๆ ในเขต 25 กิโลเมตร (พื้นที่ 25,500 ตร.กม.)ให้แก่ฝรั่งเศสตามต้องการ ซึ่งเป็นผลให้การคุกคามของฝรั่งเศสในหัวเมืองมณฑลพายัพ ด้านทิศตะวันออก ยุติลงด้วย จึงทำให้ฝ่ายสยามเห็นโอกาสที่จะผนวกหัวเมืองประเทศราชล้านนาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสยาม จึงจัดการปฏิรูปการปกครองภายในมณฑลพายัพทั้งหมดในปี พ.ศ. 2458 นอกจากนั้นการสูญเสียดินแดนดังกล่าว เพื่อแลกกับการยึดครองเมืองจันทบุรีที่ฝรั่งเศสยึดเอาไว้เป็นประกันซึ่งเป็นเมืองไทยแท้กว่าเมืองประเทศราช ....

2. จัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล

  • ในปี พ.ศ. 2437 จากการที่หัวเมืองประเทศราชล้านนาถูกอังกฤษและฝรั่งเศสขนาบโอบล้อม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้รวม 5 หัวเมืองประเทศราชล้านนา ประกอบด้วยเมืองนครเชียงใหม่ เมืองนครลำปาง เมืองนครน่าน เมืองนครลำพูนและเมืองนครแพร่ จัดตั้งเป็นมณฑลลาวเฉียง
  • ต่อมาในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้แยกเมืองนครลำปาง เมืองนครน่าน และเมืองนครแพร่ จัดตั้งเป็นมณฑลมหาราษฎร์ ตั้งสำนักข้าหลวงใหญ่มณฑลที่เมืองนครแพร่
  • ต่อมาในปี พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยุบมณฑลมหาราษฎร์ แล้วให้มารวมกันมณฑลพายัพตามเดิม

รับราชการพิเศษ[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้านครเมืองน่าน ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ต่าง ๆ ดังนี้

  1. ในรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2395 ได้เป็นหัวหน้าสร้างพลับพลาประทับแรมที่ตำบลนาริน ท้องที่อำเภอเมืองน่าน จังหวัดนครเมืองน่าน รวมเวลาทำจนเสร็จ 1 เดือน แล้วลงไปรับเสด็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ที่อำเภอท่าอิฐ เมืองพิไชย เสด็จขึ้นมานครเมืองน่าน คราวเสด็จไปราชการทัพเมืองเชียงตุง รวมเวลาไปมา 10 วัน
  2. เมื่อ พ.ศ. 2396 ได้ตามเสด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ไปราชการทัพเมืองเชียงตุง รวมเวลาไปมา 7 เดือนเศษ
  3. เมื่อ พ.ศ. 2398 ได้นำตัวพระยาหลวงบังคม พระยาเมืองเชียงรุ้ง เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพฯ รวมเวลาไปมา 4 เดือนเศษ
  4. เมื่อ พ.ศ. 2399 ได้ไปกวาดต้อนครอบครัว ชาวไทลื้อ เมืองพง เขตสิบสองปันนา ซึ่งในเวลานั้นอยู่ในการบังคับของฮ่อ ให้เข้ามาอยู่ในเขตนครเมืองน่านได้ชาวไทลื้อ ประมาณ 1,000 คน ได้ตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอเชียงม่วน และอำเภอเชียงคำ ในปัจจุบัน รวมเวลาไปมา 5 เดือน
  5. เมื่อ พ.ศ. 2406 ได้คุมนางรมาดลงมา ทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพฯ รวมเวลาไปมา 4 เดือน
  6. เมื่อ พ.ศ. 2411 ได้คุมช้างพลายสีปลาด ลงมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพฯ รวมเวลาไปมา 4 เดือน
  7. ถึงรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2416 ได้คุมนางรมาด ลงมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง รวมเวลาไปมา 4 เดือน
  8. เมื่อ พ.ศ. 2430 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปจัดรวบรวมเสบียงอาหารที่ เมืองเชียงคำ ส่งกองทัพของ นายพลโท เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เมื่อครั้งเป็น เจ้าหมื่นไวยวรนาถ เป็นแม่ทัพ นำกองทัพสยามขึ้นมาปราบฮ่อที่เมืองหลวงพระบาง และได้ร่วมไปในกองทัพด้วย รวมเวลาที่จัดการลำเลียงส่งเสบียงอาหารและไปมา 4 เดือน

ราชโอรส ราชธิดา[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช มีราชโอรสและราชธิดา รวมทั้งสิ้น 41 พระองค์ อยู่ในราชสกุล ณ น่าน มีรายพระนามตามลำดับดังนี้

  • ชายาที่ 1 แม่เจ้ายอดหล้า อัครราชเทวี (ชายาเอก) ประสูติราชโอรส/ราชธิดา 13 พระองค์ ดังนี้
  1. เจ้าคำบุ ณ น่าน
  2. เจ้าคำเครื่อง ณ น่าน ภายหลังเป็น พระยาวังขวา (เจ้าคำเครื่อง ณ น่าน) สมรสกับเจ้านางภูคา ณ น่าน มีโอรส-ธิดา หนึ่งในนั้นคือแม่เจ้าศรีโสภาราชเทวีในเจ้ามหาพรหมสุรธาดา
  3. เจ้าน้อยยศ ณ น่าน ภายหลังเป็น เจ้าบุรีรัตน์ นครเมืองน่าน
  4. เจ้านางอัมรา ณ น่าน
  5. เจ้าน้อยรัตน ณ น่าน ภายหลังเป็น เจ้าสุริยวงษ์ นครเมืองน่าน
  6. เจ้าน้อยบริยศ ณ น่าน
  7. เจ้านางบัวเขียว ณ น่าน ภายหลังเสกสมรสกับ เจ้าบุรีรัตน์ (เจ้าน้อยบรม ณ น่าน) ราชโอรสในเจ้าอนันตวรฤทธิเดช
  8. เจ้าสุทธิสาร ณ น่าน ภายหลังเป็น เจ้าราชวงศ์ นครเมืองน่าน สมรสกับเจ้าบัวเขียว ณ น่าน ราชธิดาในเจ้ามหาพรหมสุรธาดา
  9. เจ้าจันทวงษ์ ณ น่าน ภายหลังเป็น เจ้าราชภาติกวงษ์ นครเมืองน่าน
  10. เจ้าหนานบุญรังษี ณ น่าน ภายหลังเป็น เจ้าราชบุตร นครเมืองน่าน
  11. เจ้าน้อยมหาวงษ์ ณ น่าน ภายหลังเป็น เจ้าราชภาคินัย นครเมืองน่าน
  12. เจ้าน้อยอดฟ้า ณ น่าน ภายหลังเป็น เจ้าราชดนัย นครเมืองน่าน สมรสกับเจ้าสุพรรณวดี เทพวงศ์ ราชธิดาในเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่
  13. เจ้านางสมุท ณ น่าน
  • ชายาที่ 2 แม่เจ้าคำปลิวราชเทวี ประสูติราชธิดา 4 พระองค์ ถึงแก่กรรมทั้งหมด (ไม่ปรากฏนาม)
  • ชายาที่ 3 แม่เจ้าจอมแฟงราชเทวี ประสูติราชโอรส ราชธิดา 3 พระองค์ ดังนี้
  1. เจ้านางบัวแว่น ณ น่าน เสกสมรสกับ เจ้าราชบุตร (เจ้าน้อยอนุรุท ณ น่าน)
  2. เจ้าแหว ณ น่าน
  3. เจ้าน้อยครุธ ณ น่าน
  • ชายาที่ 4 แม่เจ้าคำเกี้ยวเทวี ประสูติราชธิดา 2 พระองค์ ดังนี้
  1. เจ้านางเกี๋ยงคำ ณ น่าน
  2. เจ้านางคำอ่าง ณ น่าน
  • ชายาที่ 5 แม่เจ้ายอดหล้าเทวี (คนละท่านกับชายาเอก) ประสูติราชโอรสและราชธิดา 7 พระองค์ ดังนี้
  1. เจ้านางเทพมาลา ณ น่าน
  2. เจ้านางเทพเกสร เทพวงศ์ เสกสมรสกับ เจ้าอินทร์แปลง เทพวงศ์ราชโอรสในเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่
  3. เจ้าน้อยอินทแสงสี ณ น่าน
  4. เจ้านางจันทวดี ณ น่าน
  5. เจ้านางศรีสุภา ณ น่าน
  6. เจ้านางดวงมาลา ณ น่าน
  7. เจ้านางประภาวดี ณ น่าน
  • ชายาที่ 6 หม่อมศรีคำ ประสูติราชโอรสและราชธิดา 5 พระองค์ (ชาย 3 พระองค์/หญิง 2 พระองค์) ชายถึงแก่กรรมแต่เยาว์วัยเหลือธิดาหญิง ดังนี้
  1. เจ้านางบัวแก้ว ณ น่าน
  2. หม่อมศรีพรหมา กฤดากร ณ อยุธยา หม่อมในหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร
  • ชายาที่ 7 หม่อมบัว ประสูติราชโอรสและราชธิดา 7 พระองค์ (ถึงแก่กรรมแต่เยาว์วัย 4 คน) ปรากฏนาม ดังนี้
  1. เจ้านางต่อมแก้ว ณ น่าน
  2. เจ้าก่ำ ณ น่าน
  3. เจ้านางเกียรทอง ณ น่าน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้านครเมืองน่าน ทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิศริยาภรณ์ ต่าง ๆ ดังนี้

เหรียญราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้านครเมืองน่าน ทรงได้รับพระราชทาน เหรียญราชอิศริยาภรณ์ ต่าง ๆ ดังนี้

สถานที่อันเนื่องมาจากพระนาม[แก้]

  1. โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จังหวัดน่าน เดิมมีชื่อว่า “ โรงเรียนสุริยานุเคราะห์ ” ด้วยความอุปถัมภ์ของ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้าผู้ครองนครน่าน
  2. โรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์
  3. ค่ายสุริยพงษ์ หรือ มณฑลทหารบกที่ 38
  4. ถนนสุริยพงษ์

ราชตระกูล[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. https://sites.google.com/site/thailandsurname/home/-n
  2. ราชวงศปกรณ์ พงศาวดารเมืองน่าน (ฉบับพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช), หน้า 10
  3. http://www.car.chula.ac.th/rarebook/book2/clra57_0149/mobile/index.html#p=10
  4. http://www.chiangmainews.co.th/viewnews.php?id=20970&lyo=1[ลิงก์เสีย]
  5. ราชกิจจานุเบกษา,เสด็จออกแขกเมืองประเทศราช, เล่ม 10, แผ่นที่ 49, 4 มีนาคม ร.ศ. 112, หน้า 523
  6. "การตั้งพระเจ้านครเมืองน่าน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 20 (35): 609. 29 พฤศจิกายน 2446. Check date values in: |date= (help)
  7. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งพระเจ้านครเมืองน่าน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 20 (35): 610. 29 พฤศจิกายน 2446. Check date values in: |date= (help)
  8. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2007-12-25. สืบค้นเมื่อ 2007-11-20.
  9. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2436/049/523_1.PDF
  10. "ข่าวพิลาไลย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 35 (ง): 72. 14 เมษายน 2561. สืบค้นเมื่อ 30 พฤษภาคม 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  11. http://www.lannacorner.net/weblanna/article/article.php?type=A&ID=482[ลิงก์เสีย]
  12. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญดุษฎีมาลา
  13. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญราชรุจิ (หน้า 619)
  14. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญราชรุจิ (หน้า 619)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ถัดไป
เจ้าอนันตวรฤทธิเดช 2leftarrow.png เจ้าผู้ครองนครน่าน
พระองค์ที่ 63

(พ.ศ. 2436 - 2461)
2rightarrow.png เจ้ามหาพรหมสุรธาดา