เจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง
เจ้าฟ้าอินทรแถลง-2.jpg
เจ้าหอคำเชียงตุง[1]
ครองราชย์ พ.ศ. 2439 - 2478
ก่อนหน้า เจ้าฟ้าก๋องคำฟู
ถัดไป เจ้าฟ้ากองไท
ภรรยา มหาเทวี
เจ้าแม่ปทุม
หม่อม
หม่อมจามฟอง
หม่อมบุญยวง
หม่อมแดง
หม่อมทิพใหญ่
หม่อมทิพย์เล็ก
พระบิดา เจ้าฟ้าโชติกองไท
พระมารดา เจ้าแม่สุวรรณา (ราชธิดาเจ้าเมืองยอง)
ราชวงศ์ มังราย
พระบุตร 19 องค์
ประสูติ พ.ศ. 2418
พิราลัย พ.ศ. 2478

เจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง (บางแห่งสะกดว่าอินทรแถลง[1]) หรือที่ชาวเชียงตุงนิยมเรียกว่า เจ้าฟ้าเฒ่า เป็นโอรสองค์ที่ 5 ของเจ้าฟ้าโชติกองไท ได้ครองราชย์เป็นเจ้าหอคำเชียงตุงสืบแทนเจ้าพี่คือเจ้าฟ้าก๋องคำฟู ที่ถึงแก่พิราลัยในปี พ.ศ. 2441 ตลอดเวลาที่เจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลงครองนครเชียงตุง พระองค์ได้สร้างความเจริญแก่นครเชียงตุงเป็นอย่างมาก เช่น การสร้างถนนหนทาง ทำนุบำรุงพระศาสนา เช่น สร้างวัดหลายแห่ง และมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ เช่นวัดหัวข่วงที่ถูกไฟไหม้ก็สร้างใหม่แล้วยกเป็นวัดหลวง มีการสร้างวัดพระเจ้าหลวงประดิษฐานพระพุทธมหามัยมุนีจำลองมาจากเมืองมัณฑะเลย์ สร้างหอหลวงขึ้นใหม่เป็นตึกแบบอินเดีย บรรดาหอต่างๆที่พำนักของเจ้าแม่เฒ่า (ราชมารดา) เจ้าแม่นางเมือง (พระมเหสี) และบรรดานางฟ้า (พระสนม) โปรดให้เปลี่ยนเป็นตึกแบบใหม่ทั้งหมด รวมความว่าสิ่งใดที่จะนำความเจริญมาสู่บ้านเมือง ท่านผู้นี้ก็ได้พยายามจัดขึ้นทำขึ้น การติดต่อกับเพื่อนบ้านก็ให้ตัดถนนเป็นทางรถยนต์ติดต่อกับจังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนติดต่อกับเชียงตุง ทางตะวันตกก็มีทางรถยนต์ติดต่อกับตองยี กับได้ทำความสัมพันธ์กับเจ้านายพื้นเมืองทางเชียงใหม่และลำปางโดยทางแต่งงานของราชบุตรเป็นต้น โดยได้ปฏิบัติงานเป็นที่เรียบร้อยและเป็นที่พอใจแก่อังกฤษซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคม จนรัฐบาลอังกฤษได้ยกให้เป็น C.I.E. (Companion of the Indian Empire)

เจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลงมีมหาเทวี 1 องค์ และมีหม่อม 5 คน มีราชโอรสราชธิดารวม 19 พระองค์[2] ได้แก่

  1. แม่เจ้าปทุมมหาเทวี ราชธิดาเจ้าฟ้าเมืองสิงห์ เป็นแม่เจ้านางเมือง (พระมเหสี) มีราชธิดา 1 องค์ และราชบุตร 1 องค์ คือ
    1. เจ้านางทิพเกษร เสกสมรสกับเจ้าฟ้าหลวงเชียงคำ ดำรงตำแหน่งมหาเทวีเมืองเชียงคำ ภายหลังเมืองเชียงคำถูกอังกฤษยุบเมือง แล้วแบ่งดินแดนให้เมืองรอบๆ เจ้านางทิพเกษรจึงพาราชโอรส-ธิดากลับมาประทับที่นครเชียงตุง แม่เจ้าปทุมมาจึงประทานหอหนองเค้ ซึ่งเป็นตำหนักที่เจ้าฟ้าหลวงสร้างประทานพระองค์เอง ให้ราชธิดาและราชนัดดาประทับเป็นการถาวร ส่วนองค์เองได้เสด็จไปประทับกับเจ้าฟ้าพรหมลือ ราชโอรส ยังหอป่าม่านของเจ้าฟ้าพรหมลือ
    2. เจ้าฟ้าสิริสุวรรณราชยสสรพรหมลือ (ต้นสกุล ณ เชียงตุง ได้เสกสมรสกับเจ้าทิพวรรณ ณ ลำปาง (พ.ศ. 2446-2532) หลานสาวของเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าหลวงลำปางองค์ที่ 13 (มารดาคือเจ้าหญิงฝนห่าแก้ว เป็นธิดาเจ้าหลวงลำปาง) ภายหลังที่เสกสมรสกับเจ้าทิพวรรณแล้ว เจ้าฟ้าหลวงโปรดให้สร้างหอป่าม่าน ให้เป็นที่ประทับของเจ้าฟ้าพรหมลือกับชายา
  2. เจ้าหม่อมจามฟอง เป็นนางฟ้า หรือพระสนมคนแรก เดิมเป็นสามัญชน เป็นธิดาของขุนนางเมืองยาง มีราชบุตร-ราชธิดารวม 6 องค์ คือ
    1. เจ้าฟ้ากองไท (ได้เป็นเจ้าหอคำเชียงตุงต่อจากพระบิดา) เสกสมรสกับเจ้านางจ่ายุ่น ราชธิดาของเจ้าฟ้าหลวงเมืองสีป้อ
    2. เจ้าฟ้าอินถา (ได้เป็นราชโอรสบุญธรรมเจ้าฟ้าหลวงเมืองสีป้อ)
    3. เจ้าฟ้าขุนเมือง เสกสมรสกับเจ้านางองยุ่น ราชธิดาของเจ้าฟ้าหลวงเมืองสีป้อ
    4. เจ้าฟ้าขุนศึก (ต้นสกุล ขุนศึกเม็งราย ได้สมรสกับนางสาวธาดา พัฒนถาบุตร ธิดาของแม่บัวจันทร์และนายดาบแดง พัฒนถาบุตร (2430-2523) คหบดีบ้านวัวลาย เชียงใหม่)[3]
    5. เจ้านางบัวสวรรค์ หรือชาวนครเชียงตุงเรียกขานกันว่าเจ้านางเศรษฐี เนื่องจากภายหลังจากที่เจ้าแม่คือ เจ้าแม่นางฟองสิ้นชีพ เจ้านางสุวรรณาซึ่งเป็นพระมารดาของเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลงได้รับไปอุปการะ เจ้านางบัวสวรรค์ได้อยู่ปฏิบัติดูแลเจ้านางสุวรรณาซึ่งเป็นเจ้าย่า จนกระทั่งเจ้านางสุวรรณาสิ้นชีพลง เจ้านางบัวสวรรค์จึงได้รับมรดกแก้วแหวนเงินทองทั้งหมดของเจ้าย่า รวมทั้งได้ครอบครองหอใหม่ ซึ่งเป็นตำหนักของเจ้านางสุวรรณาด้วย ชาวนครเชียงตุงจึงเรียกขานเจ้านางบัวสวรรค์ว่าเจ้านางเศรษฐี
    6. เจ้านางฟองแก้ว ภายหลังแม่เจ้านางฟองซึ่งเป็นเจ้าแม่สิ้นชีพลง เจ้านางขันคำซึ่งเป็นขนิษฐาต่างพระมารดาของเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลงได้รับเจ้านางฟองแก้วไปอุปการะ เจ้านางฟองแก้วได้ปฏิบัติดูแลเจ้านางขันคำผู้เป็นเจ้าอามาจนตลอดอายุ เจ้านางฟองแก้วจึงได้รับมรดกแก้วแหวนเงินทอง ตลอดจนได้ครอบครองหอเจียงจันทร์ ซึ่งเป็นตำหนักของเจ้านางขันคำต่อมา
  3. เจ้าหม่อมทิพย์ใหญ่ เป็นธิดาของพญาปราสาท ขุนนางนครเชียงตุง มีราชโอรส-ธิดา 5 พระองค์ ได้แก่
    1. เจ้านางแว่นแก้ว (เป็นมหาเทวีเจ้าฟ้าหลวงเมืองล็อกจ๊อก ภายหลังทรงกระทำอัตวินิบาตกรรมโดยใช้ปืนยิงองค์เองสิ้นชีพ)
    2. เจ้านางสุคันธา ณ เชียงตุง (เสกสมรสกับเจ้าอินทนนท์ ณ เชียงใหม่ ราชบุตรของพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 9)
    3. เจ้านางแว่นทิพย์ (เป็นมหาเทวีเจ้าฟ้าหลวงเมืองแสนหวี แต่ภายหลังหย่าร้าง และกลับมาพำนักที่นครเชียงตุง)
    4. เจ้าฟ้าสิงห์ไชย
    5. เจ้าฟ้าแก้วมาเมือง
  4. เจ้าหม่อมแดง มีราชโอรส-ธิดา 2 พระองค์ ได้แก่
    1. เจ้าฟ้าสายเมือง
    2. เจ้านางจันทร์ฟอง (สมรสกับข้าราชการป่าไม้ชาวไทย)
  5. เจ้าหม่อมบุญยวง มีราชโอรส-ธิดา 2 องค์ ได้แก่
    1. เจ้านางฟองนวล
    2. เจ้าฟ้าบุญวาทย์วงศา (ท่านผู้นี้มีบทบาทในการต้อนรับกองทัพไทยที่บุกเข้าเชียงตุงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพพายัพของไทย ซึ่งนำโดยหลวงเสรีเริงฤทธิ์(พลเอกจรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์) ได้ใช้คุ้มของท่านผู้นี้เป็นกองบัญชาการ)
  6. เจ้าหม่อมทิพย์เล็ก มีราชโอรส-ธิดา 2 พระองค์ได้แก่
    1. เจ้านางบัวน้อย
    2. เจ้าฟ้ายอดเมือง

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 สมโชติ อ๋องสกุล (22 กุมภาพันธ์ 2560). "เจ้านางสุคันธา ณ เชียงใหม่ สายใยรักสองราชสำนัก เชียงใหม่-เชียงตุง". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 13 ตุลาคม 2561. 
  2. ปราณี ศิริธร ณ พัทลุง. เจ้าทิพวรรณ ณ เชียงตุง. ม.ป.ท. : ม.ป.พ., 2532. 204 หน้า. หน้า ๑๑๙-๑๒๐. [อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพเจ้าทิพวรรณ ณ เชียงตุง ๒๗ มกราคม ๒๕๓๓]
  3. ชีวิตเจ้าฟ้า อนุสรณ์งานประชุมเพลิงเจ้าฟ้าขุนศึก เม็งราย ๔ มีนาคม ๒๕๓๘
ก่อนหน้า เจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง ถัดไป
เจ้าฟ้าก๋องคำฟู 2leftarrow.png เจ้าหอคำเชียงตุง
(พ.ศ. 2439 - 2478)
2rightarrow.png เจ้าฟ้ากองไท