เจ้าชายคิริล เจ้าชายแห่งพาร์ลาฟ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าชายคิริล
เจ้าชายแห่งพาร์ลาฟ
BASA-3K-15-273-9-Prince Kyril of Bulgaria.jpeg
เจ้าชายผู้สำเร็จราชการแห่งบัลแกเรีย
Tenure28 สิงหาคม ค.ศ. 1943 – 9 กันยายน ค.ศ. 1944
พระนามเต็ม
คิริล ไฮน์ริช ฟรานซ ลุดวิก อันตอน คาร์ล ฟิลิป
ราชวงศ์แซ็กซ์-โคบูร์กและโกธา-โคฮารี
พระราชบิดาพระเจ้าซาร์เฟอร์ดินานด์ที่ 1
พระราชมารดาเจ้าหญิงมารี หลุยส์แห่งเบอร์เบิ้น-ปาร์มา
ประสูติ17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1895(1895-11-17)
โซเฟีย, บัลแกเรีย
สวรรคต1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 (49 ปี)
โซเฟีย, บัลแกเรีย
ศาสนาโรมันคาทอลิก

เจ้าชายคิริลแห่งบัลแกเรีย, เจ้าชายแห่งพาร์ลาฟ (Kyril Heinrich Franz Ludwig Anton Karl Philipp; 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1895 – 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945) เป็นพระราชโอรสองค์ที่สองของพระเจ้าซาร์เฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งบัลแกเรีย และพระมเหสีองค์แรกของพระองค์ เจ้าหญิงมารี หลุยส์แห่งเบอร์เบิ้น-ปาร์มา พระองค์ทรงเป็นพระอนุชาของพระเจ้าซาร์บอริสที่ 3 แห่งบัลแกเรียและเจ้าชายผู้สำเร็จราชการแห่งบัลแกเรีย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1943 ถึง 1944

พระราชประวัติ[แก้]

พระองค์ทรงประสูติ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1895 ในเมืองโซเฟีย ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่สองของพระเจ้าซาร์เฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งบัลแกเรีย และพระมเหสีองค์แรกของพระองค์ เจ้าหญิงมารี หลุยส์แห่งเบอร์เบิ้น-ปาร์มา

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1936 เจ้าชายคิริลทรงเข้าร่วมกับสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ในการประทับพระที่นั่งรถไฟไปปราศรัยกับประชาชนในไอซ์แลนด์ ได้ทรงประกาศการสวรรคตของพระเชษฐาของพระองค์, พระเจ้าซาร์บอริส เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1943 เจ้าชายคิริลได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จากรัฐสภา เพื่อทำหน้าที่เป็นประมุขแห่งรัฐ จนกระทั่งพระราชโอรสของพระเจ้าซาร์, พระเจ้าซาร์ซีเมออนที่ 2 แห่งบัลแกเรีย ซึ่งมีพระชนมายุ 18 พรรษา

เจ้าชายคิริล, กับซารินาผู้เป็นม่าย โจวันนาแห่งซาวอย พระธิดาของกษัติรย์อิตาลี ได้นำพระศพของรัฐสำหรับพระเชษฐา พระเจ้าซาร์บอริสที่ 3 เมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1943 ที่อาสนวิหารอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี หลังจากนั้นได้เดินทางข้ามเมืองไปยังสถานีรถไฟหลักที่ขบวนรถไฟซึ่งได้รอคอยอยู่เพื่อที่จะนำพระศพไปยังพระอารามริลาในภูเขา หลังจากนั้นรัฐบาลทั้งสามชุดที่ได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องได้พยายามที่จะทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากข้อตกลงของบัลแกเรียกับเยอรมนี ที่เด่นชัดคือได้อนุญาตให้ใช้รถไฟไปยังกรีซและทหารเยอรมันได้ประจำการอยู่ที่นั้นเพื่อป้องกัน คณะผู้แทนบัลแกเรียได้เดินทางไปยังกรุงไคโรในความพยายามที่จะเจราจากับสหรัฐอเมริกาและบริเตนใหญ่ แต่ล้มเหลว หลังได้ถูกปฏิเสธที่จะพบพวกเขาโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของสหภาพโซเวียต

แม้ว่าเมืองโซเฟียได้มีความสัมพันธ์ทางการฑูตอย่างต่อเนืองกับสหภาพโซเวียต เมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1944 โซเวียตได้ประกาศสงครามกับบัลแกเรีย และเมื่อวันที่ 8 กันยายน กองทัพโซเวียตได้ก้าวข้ามเขตแดนโรมาเนียและแม่น้ำดานูบ แนวร่วมปิตุภูมิ, ที่เป็นพันธมิตรกับพรรคคอมมิวนิสต์ ปีกซ้ายของสหภาพชาวนา กลุ่ม Zveno และนักการเมืองที่นิยมโซเวียตจำนวนเล็กน้อยที่ได้เดินทางกลับมาจากการถูกเนรเทศในสหภาพโซเวียต ได้ก่อการกบฏโดยคอยให้การสนับสนุนแก่ทหารโซเวียตในวันที่ 9 กันยายน และยึดอำนาจ

คืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 เจ้าชายคิริลพร้อมกับอดีตนายกรัฐมนตรีและศาสตราจารย์ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ บ็อกดาน ฟิลอฟ, นายพล นิโคลา มิคฮอฟ และเหล่าอดีตรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรี ที่ปรึกษาราชการ และสารวัตรทหาร 67 นาย ได้ถูกประหารชีวิต คำตัดสินโทษประหารชีวิตของพวกเขาได้ถูกประกาศเมื่อวันก่อนโดย"ศาลประชาชน"

เกียรติยศและอาร์ม[แก้]

เครื่องราชอิสรยาภรณ์[1]
Order of St. Hubert, Knight
อาร์ม
Coat of Arms of Prince Kiril of Bulgaria.svg
Coat of Arms of Prince Kiril
of Bulgaria

อ้างอิง[แก้]

  1. Justus Perthes, Almanach de Gotha 1922 (1922) page 33