ข้ามไปเนื้อหา

เจ้าจอมลม้าย ในรัชกาลที่ 5

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คุณ
เจ้าจอมลม้าย ในรัชกาลที่ 5
เสียชีวิตพ.ศ. 2459
คู่สมรสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
บุพการีพระยาจุฬาราชมนตรี (สิน)
คุณหญิงแพ จุฬาราชมนตรี
ญาติพระยาจุฬาราชมนตรี (สัน อหะหมัดจุฬา) (พี่ชาย)
พระจุฬาราชมนตรี (เกษม อหะหมัดจุฬา) (น้องชายต่างมารดา)

เจ้าจอมลม้าย ในรัชกาลที่ 5 (สกุลเดิม อหะหมัดจุฬา; ถึงแก่อนิจกรรม พ.ศ. 2459) เป็นธิดาของพระยาจุฬาราชมนตรี (สิน) กับคุณหญิงแพ จุฬาราชมนตรี ต่อมาได้เข้ารับราชการฝ่ายในเป็นบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือเป็นหนึ่งในสี่บาทบริจาริกามุสลิมในราชสำนักสยาม[1]

ประวัติ

[แก้]

ครอบครัวและชีวิตตอนต้น

[แก้]

เจ้าจอมลม้าย ในรัชกาลที่ 5 เป็นธิดาของพระยาจุฬาราชมนตรี (สิน) กับคุณหญิงแพ จุฬาราชมนตรี[1] ครอบครัวของเจ้าจอมลม้ายสืบเชื้อสายจากเฉกอะหมัด ชาวมุสลิมชีอะฮ์จากเปอร์เซียมาแต่ยุคกรุงเก่า เรียกกันว่า แขกเจ้าเซ็น[2] ท่านมีพี่ชายร่วมบิดามารดา คือ พระยาจุฬาราชมนตรี (สัน อหะหมัดจุฬา) และมีน้องชายต่างมารดา คือ พระจุฬาราชมนตรี (เกษม อหะหมัดจุฬา) บิดาและพี่ชายของท่าน เรียกท่านว่า แม่กลาง ส่วนเครือญาติท่านอื่น ๆ จะเรียกว่าท่านว่า คุณในวัง[3]

พระยาจุฬาราชมนตรี (สิน) บิดาของท่าน มีย่า คือ คุณหญิงนก เป็นพระประยูรญาติฝ่ายพระชนนีของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และมารดา คือ กลิ่น เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ทำให้พระยาจุฬาราชมนตรี (สิน) ที่มีความสามารถด้านการศาล มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอันมาก[4]

รับราชการฝ่ายใน

[แก้]

จากความสัมพันธ์ที่สนิทแนบแน่นระหว่างพระยาจุฬาราชมนตรี (สิน) ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านจึงได้ถวายธิดาที่เกิดแต่คุณหญิงแพ คือ เจ้าจอมลม้าย เป็นบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าด้วย เบื้องต้น เจ้าจอมลม้ายเข้าไปอยู่ในสำนักสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หรือเรียกโดยสามัญว่า สำนักสมเด็จที่บน แต่ไม่ปรากฏปีว่าท่านขึ้นถวายตัวเมื่อใด[1][3]

หลังเจ้าจอมลม้ายรับราชการเป็นบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเองยังมีพระเมตตารับพิธีเจ้าเซ็นไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ แสดงถึงความสนิทสนมระหว่างราชสำนักสยามกับชาวมุสลิมชีอะฮ์เป็นอันมาก ดังปรากฏในเอกสารของอรอนงค์ อหะหมัดจุฬา (2529) ความว่า

"...เมื่อพระองค์ [พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว] เสด็จมาในพิธีโมหะหร่ำของเรานั้น พระองค์ทรงฉลองพระองค์สีดำ และให้พระบรมราชินี ตลอดจนพระเจ้าลูกเธอ และพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการที่ตามเสด็จ ก็ให้แต่งตัวสีดำทั้งหมด มีปีหนึ่งเล่าว่า ท่านเสด็จมาในพิธีโมหะหร่ำ เสด็จลงเรือที่ท่าราชวรดิษฐ์ (สมัยก่อนเรียกว่าท่าแพ) แล้วเสด็จมาขึ้นที่โป๊ะหน้ากุฎี ขณะนั้นท่านเจ้าคุณจุฬา (สิน) ลงมารับเสด็จที่โป๊ะหน้ากุฎี พอเสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่งก็ทรงรับสั่งกับท่านเจ้าคุณว่า 'จุฬา วันนี้พาลูกสาวมาด้วยคงดีใจมากนะ' เจ้าคุณท่านก็อมยิ้ม และกราบทูลว่า 'พ่ะย่ะค่ะ' ลูกสาวคนนี้ก็คือคุณจอมลม้าย เพราะตามธรรมดา คุณจอมลม้ายจะไม่ได้เข้าออกนอกพระราชวังได้เสมอ แม้แต่ในพิธีโมหะหร่ำท่านได้แต่ร้อยดอกไม้สดสายเมาลีกับเชิงระหั่นปั้นหย่าพระองค์ใหญ่ออกมาให้ทุกวันเท่านั้น ดอกไม้สดนี้ทำที่ตำหนักสมเด็จพระพันปีหลวง ซึ่งคนในวังและราษฎรสมัยนั้นเรียกว่า 'ตำหนักที่บน' การเสด็จปีนั้นเสด็จในวัน 11 ค่ำ ตอนกลางคืน เพื่อจะทอดพระเนตรโต้ระบัตและมีการลุยไฟถวายด้วย เลยเป็นที่โกลาหลกันพิลึก ต้องนำโต้ระบัตไปตั้งไว้ข้างกำแพงกุฎีก่อน เพราะเกรงว่าเปลวไฟจะกระเด็นไปถูกโต้ระบัตเข้า ต้องมะต่ำจนไฟโทรมมากแล้วจึงนำโต้ระบัตมาตั้งตามเดิม เมื่อเสร็จพิธีแล้ว พระเจ้าอยู่หัวก็เสด็จกลับพร้อมทั้งคุณจอมลม้ายก็ต้องตามเสด็จด้วย แต่นั้นมาจึงเป็นที่กล่าวขวัญในบรรดาสามัญชนว่า 'ในหลวงทรงเป็นแขกเจ้าเซ็นองค์หนึ่ง'..."[3]

ถึงแก่อนิจกรรม

[แก้]

เจ้าจอมลม้าย ในรัชกาลที่ 5 ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อ พ.ศ. 2459 ศพถูกฝังในสุสานมัสยิดต้นสน[1][2] เช่นเดียวกับเจ้าจอมหงส์ ในรัชกาลที่ 1 และเจ้าจอมจีบ ในรัชกาลที่ 2 ซึ่งเป็นบาทบริจาริกามุสลิมชีอะฮ์ในราชสำนักสยามเช่นกัน[5] ไม้นีซ่านปักหลุมศพของท่านมีเลขห้าแบบไทย คือ ๕ ปรากฏอยู่ สื่อถึงการเป็นบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5[1][6]

ลำดับสาแหรก

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 ปดิวลดา บวรศักดิ์ (8 พฤษภาคม 2568). ""เจ้าจอมชาวมุสลิม" สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีใครบ้าง?". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  2. 1 2 สุนิติ จุฑามาศ (16 เมษายน 2563). "กุโบร์มัสยิดต้นสน ที่จุประวัติศาสตร์ ร่างมุสลิมคนสำคัญ ตั้งแต่ยุคพระเจ้าตากจนปัจจุบัน". The Cloud. สืบค้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  3. 1 2 3 พีรพัฒน์ เพชราบรรพ์ (2566). พระสนมมุสลิมในราชสำนักรัตนโกสินทร์. วารสารประวัติศาสตร์ มศว, 48:(1). p. 393.
  4. พีรพัฒน์ เพชราบรรพ์ (2566). พระสนมมุสลิมในราชสำนักรัตนโกสินทร์. วารสารประวัติศาสตร์ มศว, 48:(1). p. 392.
  5. นิพัทธ์ ทองเล็ก, พลเอก (19 มิถุนายน 2566). "ภาพเก่า เล่าตำนาน : มัสยิดต้นสน…พระเจ้าตากเคยเสด็จฯ". มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  6. พีรพัฒน์ เพชราบรรพ์ (2566). พระสนมมุสลิมในราชสำนักรัตนโกสินทร์. วารสารประวัติศาสตร์ มศว, 48:(1). p. 394-395.
  7. พีรพัฒน์ เพชราบรรพ์ (2566). พระสนมมุสลิมในราชสำนักรัตนโกสินทร์. วารสารประวัติศาสตร์ มศว, 48:(1). p. 395.
  8. ลำดับสกุลเก่าบางสกุล ภาคที่ 3 สกุลเฉกอะหมัด ฉะบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (PDF). 2473. p. 24, 29. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2022-07-31. สืบค้นเมื่อ 2022-07-31.
  9. ภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช, สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้า (2476). ราชินิกูลในรัชกาลที่ 5 (PDF). พระนคร: ไทยเขษม. p. 13-14, 18-21.