เจ้าจอมตนกูสุเบีย ในรัชกาลที่ 4

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าจอมตนกูสุเบีย
Tengku Safiah of Lingga.png
เสียชีวิต16 มกราคม พ.ศ. 2437[1]
คู่สมรส
บิดามารดาสุลต่านมูฮัมเมด มูอัซซัม ชะฮ์ที่ 3
เติงกูเกิลซุม เลอบาร์ ปูติฮ์

เติงกูซาฟียะฮ์ บินตี อัลมาร์ฮุม ซุลตัน มูฮัมเมด มูอัซซัม ชะฮ์ (มลายู: Tengku Safiah binti al-Marhum Sultan Muhammed Muazzam Shah;[2] ไม่ทราบ – 16 มกราคม พ.ศ. 2437)[1] เป็นที่รู้จักในนาม ตนกูสุเบีย, สุเปีย หรือ สะเปีย เป็นเจ้านายจากรัฐสุลต่านเรียว-ลิงกา ที่เคยรับราชการเป็นบาทบริจาริกามุสลิมท่านแรกและท่านเดียวในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[3][4][5] และหากเจ้าจอมท่านนี้ประสูติการพระราชบุตร พระราชบุตรพระองค์นั้นก็จะเป็นเจ้าฟ้าโดยอัตโนมัติ เพราะถือว่ามีพระชนนีเป็นเจ้า เช่นเดียวกับกรณีของเจ้าจอมพระองค์เจ้ากำโพชราชสุดาดวง บาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกท่านที่เป็นเจ้านายต่างด้าวเช่นกัน แต่เจ้าจอมทั้งสองท่านก็มิได้ประสูติพระราชบุตรแต่อย่างใด[6]

หลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว ตนกูสุเบียเสกสมรสใหม่กับเติงกูลง บินเติงกูกูดิน (Tengku Long bin Tengku Kudin) ที่รัฐตรังกานู[2]

ประวัติ[แก้]

ชีวิตตอนต้น[แก้]

เจ้าจอมตนกูสุเบียเป็นพระธิดาของสุลต่านมูฮัมเมด มูอัซซัม ชะฮ์ที่ 3 แห่งลิงกา (Sultan Muhammed Muazzam Shah III) ประสูติแต่เติงกูเกิลซุม เลอบาร์ ปูติฮ์ (Tengku Kelsum Lebar Putih) หรือปรากฏใน พงษาวดารเมืองตรังกานู ว่า ตนกูลีปอ พระชายาพระองค์แรก และเป็นพระธิดาในสุลต่านอะฮ์มัด ชะฮ์แห่งตรังกานู (Sultan Ahmad Shah) หรือพระยาตรังกานูอามัด เจ้าจอมตนกูสุเบียมีพระพี่น้องรวมพระชนกชนนีสามพระองค์ พระเชษฐาคือสุลต่านมะฮ์มุด มูซัฟฟาร์ ชะฮ์ที่ 6 (Sultan Mahmud Muzaffar Shah IV) หรือ สุลต่านมะหะมุด หรือมหะมุด เป็นสุลต่านเมืองลิงกาพระองค์ถัดมา[2][3]

ในราชสำนักสยาม[แก้]

เจ้าจอมตนกูสุเบียได้เข้าไปรับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นบาทบริจาริกาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2404[2] เพื่อเป็นหลักประกันเพื่อแสดงความจงรักภักดีของรัฐตรังกานูที่มีต่อกษัตริย์สยาม ซึ่งตนกูสุเบียนั้นไม่เต็มใจนัก[7] ถือเป็นพระสนมที่เป็นอิสลามิกชนท่านแรกและท่านเดียวในรัชกาล[4][5] ด้วยความที่เจ้าจอมตนกูสุเบียมีพระชาติกำเนิดเป็นเจ้านายจากต่างประเทศ หากเจ้าจอมมีพระสูติการพระราชบุตร พระราชบุตรพระองค์นั้นจะถูกยกเป็น เจ้าฟ้า ตั้งแต่แรกประสูติหรือที่เรียกว่า "เจ้าฟ้าไบไรต์"[6] เช่นเดียวกับเจ้าจอมพระองค์เจ้ากำโพชราชสุดาดวง พระสนมอีกพระองค์หนึ่งที่เป็นเจ้านายจากเมืองเขมร แต่เจ้าจอมก็มิได้ให้ประสูติการพระราชโอรส ดังปรากฏใน ธรรมเนียมในราชตระกูลสยาม ความว่า[6]

"...ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นักเยี่ยมซึ่งเป็นบุตรสมเด็จพระเจ้านโรดมเจ้ากรุงกัมพูชา ซึ่งโปรดฯ ให้เป็นพระองค์เจ้ากำโพชราชสุดาดวง แลตนกูสุเบีย ซึ่งเป็นน้องสาวสุลต่านมหมุดเมืองลิงงา เป็นพระสนมอยู่ทั้งสองคน ก็ได้ปรารภเป็นการดังทราบทั่วกัน ถ้าพระราชบุตรเกิดด้วยเจ้า ๒ คนนี้ ก็ต้องเป็นเจ้าฟ้าตามธรรมเนียมเหมือนกัน แต่ก็มีคนรังเกียจอยู่ในการที่จะต้องเป็นดังนั้นมาก"

ในงานเขียนของแอนนา ลีโอโนเวนส์ ครูสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักรัชกาลที่ 4 กล่าวถึงเจ้าจอมตนกูสุเบียว่าเป็นเจ้าจอมที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตกหลุมรักตั้งแต่เธอเข้ามาในราชสำนัก แต่ตนกูสุเบียนั้นไม่ค่อยเต็มใจจะถวายงานและวางท่าทีนิ่งเฉย ที่สุดจึงถูกปลดจากตำแหน่งและใช้ชีวิตอยู่ล้าหลังในกำแพงวัง[7]

สมรสใหม่[แก้]

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2411 ล่วงมาในปี พ.ศ. 2419 เจ้าจอมตนกูสุเบียจึงถวายบังคมลาออกไปอาศัยกับพระยาตรังกานูอุมา ผู้ลุง ก่อนเสกสมรสใหม่กับเติงกูลง บินเติงกูกูดิน (Tengku Long bin Tengku Kudin) หรือปรากฏใน พงษาวดารเมืองตรังกานู ว่าตนกูหลงบุตรตนกูเดน หลานพระยาตรังกานูกาโหด ในปีเดียวกันนั้น[2] และไปใช้ชีวิตที่ตรังกานู จนกระทั่งสามีเสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2428[2]

หลังเจ้าจอมตนกูสุเบียออกจากพระราชวังไปแล้ว แต่ยังปรากฏในบันทึกของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงบันทึกไว้ในจดหมายเหตุรายวันของพระองค์เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2431 ขณะโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประพาสภาคใต้ที่ทรงพบเจ้าจอมตนกูสุเบียร่วมเฝ้าแหนที่ตรังกานูด้วย ความว่า[8]

"๓ โมงเช้า ๔๐ มินิต (09.40 น.) ถึงเมืองตรังกานู [...] เสด็จลงเรือไปประทับที่บ้านพระยาตรังกานู ถึงบ้านมีผู้หญิงแต่งตัวคลุมหัวมาคอยรับอยู่มาก มีตนกูสะเปียซึ่งเคยเข้าอยู่เป็นเจ้าจอมทูลกระหม่อมปู่เป็นต้น..."

เจ้าจอมตนกูสุเบียถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2437[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "ทุงกู ซาเฟีย แห่งลิงคะ". ราชสกุลกฤดากร. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2560.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 2.6 2.7 "LINGGA-RIAU (Sultanate)". Royal Ark. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2560.
  3. 3.0 3.1 กัลยา เกื้อตระกูล. พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระชายานารี เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม ในรัชกาลที่ ๑-๗ กรุงเทพฯ : ยิปซี. 2552, หน้า 138
  4. 4.0 4.1 "เปิดภาพชุด 'อันซีนสยาม' จากช่างภาพฝรั่งในตำนาน 'วังจักรพงษ์' คัดเอง ย้ำไม่เคยเผยแพร่ในเมืองไทย". มติชนออนไลน์. 17 สิงหาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2560.
  5. 5.0 5.1 "คมชัดระดับ HD "ฉายาลักษณ์สยาม" นิทรรศการภาพถ่ายโบราณ". ศิลปวัฒนธรรม. 7 กันยายน 2559. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2560.
  6. 6.0 6.1 6.2 "ธรรมเนียมราชตระกูลแห่งรัตนโกสินทร์". ภาษาสยาม. 10 พฤศจิกายน 2551. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2560.
  7. 7.0 7.1 ลีโอโนเวนส์, แอนนา แฮร์เรียต (เขียน), สุภัตรา ภูมิประภาสและสุภิดา แก้วสุขสมบัติ (แปล). อ่านสยามตามแอนนา. กรุงเทพฯ : มติชน, 2562, หน้า 303
  8. หลวงนายฤทธิ์. เรื่องเก่า ๆ ของเจ้านาย. กรุงเทพฯ : โพสต์บุ๊ค, พิมพ์ครั้งที่ 1, 2557. 320 หน้า. หน้า ?. ISBN 978-974-228-187-8

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]