เจฟฟรีย์ แมนเชสเตอร์
เจฟฟรีย์ แมนเชสเตอร์ | |
|---|---|
| เกิด | เจฟฟรีย์ อัลเลน แมนเชสเตอร์ ค.ศ. 1971 (อายุ 54–55 ปี) แซคราเมนโต, แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา |
| ชื่ออื่น |
|
| อาชีพ | อดีตนายทหาร (NCO) กองหนุนสหรัฐ, อาชญากร |
| ปีปฏิบัติงาน | 1997–2000 2004–2005 |
| ถูกกล่าวหา | ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธอันตราย, ใช้วัตถุระเบิดทำลายทรัพย์สิน, วางเพลิงอาคารร้าง, บุกรุก, มีอาวุธปืนในครอบครองโดยผิดกฎหมาย |
| รับโทษ | 2000: โทษจำคุก 45 ปี (หลบหนีหลังรับโทษ 4 ปี) 2005: ถูกพิพากษาให้รับโทษสูงสุด 40 ปี |
| คู่สมรส | 1 (แต่งปี 1991/92, หย่าในปี 1999)[1] |
| บุตร | 3 คน[2] |
เจฟฟรีย์ อัลเลน แมนเชสเตอร์ (เกิดปี 1971[1]) เป็นอาชญากรชาวอเมริกันที่ถูกตัดสินจำคุกและอดีตทหารกองหนุนของกองทัพสหรัฐอเมริกา เขาเป็นที่รู้จักในชื่อ รูฟท็อป ร็อบเบอร์ หรือ รูฟแมน เนื่องจากวิธีการปล้นของเขา (modus operandi) ที่เจาะหลังคาแล้วกระโดดลงไป โดยเป้าหมายส่วนใหญ่คือร้าน แมคโดนัลด์[2] ก่อนถูกจับกุมครั้งที่สองในปี ค.ศ. 2005 ที่ชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา แมนเชสเตอร์ใช้ชื่อปลอมว่า จอห์น ซอร์น ระหว่างเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 ถึงมกราคม ค.ศ. 2005
ชีวิตในวัยเด็ก
[แก้]แมนเชสเตอร์เข้าเรียนระดับมัธยมใน แรนโช คอร์โดวา รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะสมัครเข้ากองทัพสหรัฐฯ เขาได้เข้าประจำการใน กองพลทหารอากาศที่ 82 ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาได้เรียนรู้ทักษะการโรยตัว การใช้อาวุธ และทักษะอื่น ๆ ที่เขาใช้ในคดีปล้นของเขาในภายหลัง เขาแต่งงานตอนอายุ 20 ปี แต่หย่าร้างในปี 1999 ระหว่างที่ประจำการที่ สถานีอาวุธกองทัพเรือคอนคอร์ด[3]
การก่ออาชญากรรม
[แก้]ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 1998 แมนเชสเตอร์เริ่มต้นการปล้น โดยเป้าหมายหลักคือร้าน แมคโดนัลด์ ทั่วสหรัฐอเมริกา วิธีการของเขาคือการวางแผนอย่างละเอียดก่อนเจาะหรือเลื่อยหลังคาเข้าไปในร้านเป้าหมายในช่วงเวลากลางคืนหรือรุ่งเช้า จากนั้นเขาจะซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำเพื่อรอพนักงานเข้ามาเริ่มทำงาน เมื่อแมนเชสเตอร์มั่นใจว่ากิจกรรมภายในร้านเริ่มต้นขึ้น เขาจะออกมาจากห้องน้ำพร้อมอาวุธ แล้วปล้นพนักงานก่อนนำตัวพวกเขาไปขังไว้ในช่องแช่แข็ง ขณะปล้นเงินจากแคชเชียร์[4]
ระหว่างปฏิบัติการปล้น แมนเชสเตอร์มักแสดงท่าทีสุภาพและไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้เสียหาย โดยเหยื่อบางคนเล่าว่าเขาเคยแนะนำให้ใส่เสื้อโค้ตก่อนเข้าไปในช่องแช่แข็ง[4]
การจับกุมและการจำคุกครั้งแรก
[แก้]หลังจากก่อเหตุปล้นเป็นเวลาสองปี แมนเชสเตอร์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใน รัฐนอร์ทแคโรไลนา จับกุมเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2000 หลังจากปล้นร้าน แมคโดนัลด์ สองแห่งในวันเดียวกัน โดยใช้อาวุธ ปืนไรเฟิลขนาด .22 ในการก่อเหตุ[5] เขาถูกตัดสินจำคุก 45 ปี และถูกย้ายไปยังเรือนจำหลายแห่งในรัฐ นอร์ทแคโรไลนา ก่อนที่จะจบลงที่เรือนจำ สถาบันบราวน์ครีก ใน พอลก์ตัน
การหลบหนี
[แก้]ในเรือนจำ สถาบันบราวน์ครีก แมนเชสเตอร์ใช้เวลา 4 ปีสร้างแผนหลบหนี โดยอาศัยงานในโรงงานโลหะของเรือนจำ เขาสร้างแท่นไม้อัดและฉีดสีดำเพื่อพรางตัว จากนั้นเขาใช้แท่นดังกล่าวแอบขึ้นไปกับรถบรรทุกขนสินค้าออกจากเรือนจำในวันที่ 15 มิถุนายน 2004 และเดินทางต่อไปยังเมือง ชาร์ลอตต์ ด้วยการขอโดยสารรถ[6]
การปล้น ทอย "อาร์" อัสและการจับกุมอีกครั้ง
[แก้]ที่ชาร์ล็อตต์ แมนเชสเตอร์อาศัยอยู่ในร้านทอยส์ "อาร์" อัส และเคลื่อนไปอาศัยในพื้นที่อื่น ๆ ข้างเคียง รวมถึง Circuit City ในภายหลัง เขาก่อเหตุปล้นที่ทอยส์ "อาร์" อัสในวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 2004 ก่อนจะถูกจับกุมอีกครั้งในเดือนมกราคม 2005 ที่บ้านของหญิงที่เขาเดตด้วย[7]
หลังการพิจารณาคดีในเดือนธันวาคม แมนเชสเตอร์ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี เขายังพยายามแหกคุกอีกสองครั้งในปี 2009 และ 2017 และมีกำหนดพ้นโทษในวันที่ 4 ธันวาคม 2036[8]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 Dowd, Katie (April 30, 2024). "The California man who hid for 6 months in a secret room inside Circuit City". SFGate. สืบค้นเมื่อ October 30, 2024.
- 1 2 Bulwa, Demian (2005-01-11). "Escaped robber returns to annals of weird crime / Cops say 'Roofman' lived large in store". SFGate (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2023-03-16.
- ↑ Dowd, Katie. "A Calif. man hid for 6 months in a secret room in Circuit City". SFGate (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2024-05-02.
- 1 2 Glionna, John M. (2000-04-26). "'Roofman' Gets the Blame for 38 Robberies in 9 States". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 2023-03-16.
- ↑ [ต้องการอ้างอิง]
- ↑ Bulwa, Demian (2004-07-21). "CONCORD / 'Roofman Robber' on lam after prison escape". SFGate (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2023-03-16.
- ↑ "Fugitive hid since June in North Carolina store". The Seattle Times. The Associated Press. 2005-01-08. สืบค้นเมื่อ 2023-03-16.
- ↑ "Jeffrey A Manchester". North Carolina Department of Adult Correction. สืบค้นเมื่อ 2024-03-14.