เจฟฟรีที่ 2 ดยุกแห่งบริตานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

เจฟฟรีย์ที่ 2 (อังกฤษ: Geoffrey II, เบรอตง: Jafrez, ละติน: Galfridus, แองโกลนอร์มัน: Geoffroy) เป็นดยุคแห่งบริตทานีและเอิร์ลที่ 3 แห่งริชมอนด์ระหว่างปี ค.ศ. 1181 ถึง 1186 ผ่านทางการแต่งงานกับทายาทหญิง คอนสแตนซ์ เจฟฟรีย์เป็นคนที่สี่ในพระโอรสห้าคนของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษกับเอเลนอร์แห่งอากีแตน

ชีวประวัติ[แก้]

ประสูติเมื่อ 23 กันยายน ค.ศ. 1158 เจฟฟรีย์เป็นคนที่สี่ในพระโอรสห้าคนและคนที่ห้าในพระโอรสธิดาแปดคนของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษกับเอเลนอร์แห่งอากีแตน พระองค์ถูกตั้งชื่อตามพระอนุชาของเฮนรี จอฟฟรีย์ (หรือเจฟฟรีย์) เคานต์แห่งนองต์ส์ ที่ตายสองเดือนก่อนหลานชายเกิด

พระบิดาของเจฟฟรีย์ พระเจ้าเฮนรีที่ 2 มาดหมายว่าจะขยายและรักษาอาณาเขตฝรั่งเศสของตนไว้ พระอนุชาของเฮนรี จอฟฟรีย์ เป็นเคานต์แห่งนองต์ส์ และนองต์ส์เป็นหนึ่งในเมืองหลวงทางการค้าของบริตทานี หลังการตายของจอฟฟรีย์ในปี ค.ศ. 1158 โคนองต์ที่ 4 ดยุคแห่งบริตทานีพยายามที่จะกลับมาอ้างสิทธิ์ในนองต์ส์ ทว่าเฮนรีที่ 2 ผนวกมันเป็นของตนเองและขยายอำนาจของตนในนองต์อย่างต่อเนื่อง เฮนรีที่ 2 มองว่าตนเองเป็นเจ้าเหนือหัวของบริตทานีและโคนองต์ที่ 4 ดยุคแห่งบริตทานีเป็นข้าราชบริพารของตน

ในปี ค.ศ. 1166 เฮนรีที่ 2 บุกบริตทานีเพื่อลงโทษการก่อกบฏของบารอนในพื้นที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งการควบคุมดัชชีอย่างสมบูรณ์ เฮนรีที่ 2 บีบโคนองต์ให้สละตำแหน่งเพื่อหลีกทางให้บุตรสาววัยห้าปีของตน คอนสแตนซ์ จากนั้นหมั้นหมายพระโอรสวัยแปดพรรษาของตน เจฟฟรีย์ กับคอนสแตนซ์ เฮนรีไม่เคยอ้างสิทธิ์ในดัชชีบริตทานี หลังโคนองต์ที่ 4 สละตำแหน่ง เฮนรีที่ 2 ครองการเป็นผู้พิทักษ์ในบริตทานีให้บุตรสาวของโคนองต์ คอนสแตนซ์ จากนั้นก็ให้พระโอรสของพระองค์ เจฟฟรีย์ ปกครองด้วยสิทธิ์ของภรรยา เฮนรีที่ 2 ได้แบ่งอาณาเขตของตนเองให้กับพระโอรสที่ยังมีชีวิตอยู่สามคน เฮนรีจะกลายเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษและได้การควบคุมอองฌู, เมน และนอร์มองดี ริชาร์ดจะได้สืบทอดอากีแตนและปัวติเยร์ส์จากพระมารดา และเจฟฟรีย์จะกลายเป็นดยุคแห่งบริตทานี พระโอรสคนสุดท้องของเฮนรีที่ 2 จอห์น จะเกิดหลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1166 และจะไม่มีดินแดน จึงทำให้ได้รับฉายาว่า จอห์นผู้ไร้ดินแดน (แลคแลนด์)

ครอบครัว[แก้]

ในเดือนพฤษภาคมของปี ค.ศ. 1169 เจฟฟรีย์ขึ้นครองตำแหน่งและได้รับการแต่งตั้งเป็นดยุคแห่งบริตทานีที่มหาวิหารแรนส์และได้รับการถวายความเคารพจากขุนนางของบริตทานีในวันคริสต์มาสของปี ค.ศ. 1169 เจฟฟรีย์กับคอนสแตนซ์สุดท้ายแล้วก็แต่งงานกันในเดือนกรกฎาคมของปี ค.ศ. 1181

เมื่อเหล่าพระโอรสของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 โตขึ้น ความตึงเครียดเรื่องการสืบทอดจักรวรรดิในอนาคตก็เริ่มปรากฏขึ้นมา ด้วยการสนับสนุนจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 แห่งฝรั่งเศส ต่อด้วยพระโอรสของพระองค์ พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1173 เฮนรียุวกษัตริย์ก่อกบฏเพื่อแสดงการคัดค้านโดยมีพระอนุชา ริชาร์ดกับเจฟฟรีย์ และพระมารดา เอเลนอร์แห่งอากีแตน ร่วมด้วย ฝรั่งเศส, สกอตแลนด์, ฟลานเดอร์ส์ และบุโลญ จับมือกับกลุ่มกบฏ ท้ายที่สุดพระเจ้าเฮนรีปราบกบฏได้และจองจำเอเลนอร์เป็นเวลาสิบหกปีจากการยุยงส่งเสริมพระโอรส ในปี ค.ศ. 1182 – 83 เฮนรียุวกษัตริย์ได้ทะเลาะกับพระอนุชา ริชาร์ด เมื่อริชาร์ดปฏิเสธที่จะถวายความเคารพต่อพระองค์ตามคำสั่งของพระเจ้าเฮนรี เจฟฟรีย์สนับสนุนพระเชษฐา เฮนรี ขณะที่เฮนรียุวกษัตริย์กำลังเตรียมการที่จะต่อสู้กับริชาร์ด พระองค์ล้มป่วยด้วยโรคบิด (หรือโรคถ่ายเป็นเลือด) หายนะที่คุกคามกองทัพมาหลายศตวรรษและสิ้นพระชนม์

การสิ้นพระชนม์ของพระโอรสคนโตทำให้พระเจ้าเฮนรีที่ 2 ต้องวางแผนเรื่องการสืบทอดจักรวรรดิของพระองค์ใหม่ แต่ทรงเก็บมันไว้เป็นความลับ ซึ่งทำให้ความรู้สึกระหว่างพระองค์กับพระโอรสที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งสาม ริชาร์ด, เจฟฟรีย์ และจอห์น ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศสมาดหมายว่าจะใช้สถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้สร้างประโยชน์ให้ตัวเอง เจฟฟรีย์ใช้เวลามากมายที่ราชสำนัของฟิลิปในปารีสและทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน ด้วยความไม่พอใจที่ได้มาแค่ดัชชีบริตทานี เจฟฟรีย์อยากได้เคานตี้อองฌูด้วยและฟิลิปสนับสนุนให้พระองค์วางแผนก่อกบฏต่อพระบิดาอีกครั้ง

การสิ้นพระชนม์[แก้]

ฤดูร้อนของปี ค.ศ. 1186 เจฟฟรีย์ยังคงอยู่ในปารีส แผนการของเขาสูญเปล่าเพราะในวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1186 เจฟฟรีย์สิ้นพระชนม์ด้วยวัย 27 พรรษา แหล่งข้อมูลร่วมสมัยฉบับหนึ่งกล่าวว่าเจฟฟรีย์สิ้นพระชนม์จากอาการไข้ ทว่าแหล่งข้อมูลอื่นอีกหลายฉบับกล่าวว่าทรงตกจากหลังม้าระหว่างการประลองและถูกย่ำจนตาย เจฟฟรีย์ถูกฝังในมหาวิหารนอเตรอ-ดามในปารีส พระเจ้าฟิลิปที่ 2 หมดอาลัยตายอยากด้วยความเศร้าที่มีต่อพระสหายที่พระองค์ต้องยั้งตัวเองไม่ให้โผเข้าใส่โลงศพของเจฟฟรีย์ในตอนที่เปิดโลง พระเชษฐภคินีของเจฟรีย์จากการแต่งงานครั้งแรกของพระมาดากับพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 แห่งฝรั่งเศส มารี เคานเตสแห่งชอมปาญ เข้าร่วมพิธีศพของพระองค์และบริจาคเงินเพื่อใช้จ่ายในการทำพิธีมิสซาให้กับดวงวิญญาณของพระองค์

การสืบทอดต่อ[แก้]

การสิ้นพระชนม์ของเจฟฟรีย์ทำให้คอนสแตนซ์ตกเป็นม่ายตอนอายุ 25 ปีโดยมีบุตรสาวสองคน (มาทิลดาน้อยต่อมาตายตอนอายุสามปี) และกำลังตั้งครรภ์บุตรอีกคน ในวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1187 ที่นองต์ บริตทานี คอนสแตนซ์ให้กำเนิดบุตรชายที่คลอดหลังการสิ้นพระชนม์ของเจฟฟรีย์ พระเจ้าเฮนรีที่ 2 อยากให้พระนัดดาถูกตั้งชื่อว่าเฮนรี แต่ด้วยการแข็งขืนต่อเฮนรีที่ 2 ทารกน้อยถูกตั้งชื่อว่าอาร์เธอร์ตามพระเจ้าอาร์เธอร์ในตำนาน พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศสอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้พิทักษ์ของอาร์เธอร์ แต่พระเจ้าเฮนรีที่ 2 ปฏิเสธเพราะพระองค์ไม่อยากให้ฟิลิปที่ 2 ได้ฐานที่มั่นในบริตทานีไป คอนสแตนซ์ทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินของบุตรชาย แต่เฮนรีที่ 2 ไม่ไว้ใจเธอ ในปี ค.ศ. 1188 เฮนรีที่ 2 จัดแจงให้คอนสแตนซ์แต่งงานกับรานูล์ฟ เดอ บลงเดอวีลล์ เอิร์ลที่ 6 แห่งเชสเตอร์ หนึ่งในเอิร์ลที่ทรงอำนาจที่สุดในอังกฤษ การแต่งงานเป็นการแต่งงานที่ไม่มีความสุข สองสามีภรรยาไม่ถูกกัน และไม่มีบุตร

ในปี ค.ศ. 1189 พระเจ้าเฮนรีที่ 2 สิ้นพระชนม์และถูกสืบทอดต่อโดยพระโอรสที่ยังมีชีวิตอยู่คนโต พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 เนื่องจากการแต่งงานของริชาร์ดไม่มีบุตร ในปี ค.ศ. 1191 พระองค์ประกาศอย่างเป็นทางการให้พระนัดดา อาร์เธอร์ เป็นทายาทของตน จากนั้นในปี ค.ศ. 1196 คอนสแตนซ์ได้ประกาศให้อาร์เธอร์วัยเก้าปีเป็นดยุคแห่งบริตทานีและผู้ปกครองร่วมของตน เรื่องนี้ทำให้พระเจ้าริชาร์ดให้คอนสแตนซ์สละตำแหน่งและเธอถูกจองจำโดยสามีที่ไม่ถูกกัน อาร์เธอร์ถูกอาจารย์ของตนพาตัวไปที่ราชสำนักฝรั่งเศสอย่างลับๆ เพื่อเลี้ยงดูพร้อมกับอนาคตพระเจ้าหลุยส์ที่ 8 พระโอรสของพระเจ้าฟิลิปที่ 2

ในปี ค.ศ. 1199 คอนสแตนซ์ได้รับการปล่อยตัวและการแต่งงานครั้งที่สองของเธอถูกประกาศเป็นโมฆะ ปีเดียวกันนั้น คอนสแตนซ์แต่งงานกับกีย์แห่งธัวอาร์ส์และสองสามีภรรยามีบุตรสาวด้วยกันสองคน หนึ่งในนั้นคืออลิกซ์แห่งธัวอาร์ส์ที่สืบทอดต่อจากพี่ชายร่วมแม่ อาร์เธอร์ เป็นดัชเชสแห่งบริตทานี คอนสแตนซ์ตายด้วยวัย 40 ปีเมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1201 ที่นองต์ส์ สาเหตุการตายถูกสงสัยว่าเป็นโรคเรื้อนและ/หรือภาวะแทรกซ้อนจากการคลอดลูกหลังให้กำเนิดเด็กหญิงฝาแฝดที่ตายเช่นกัน คอนสแตนซ์ถูกฝังที่แอบบีย์วิลล์เนิฟในโซรินแยร์ส์ ตอนใต้ของนองต์ ที่เธอเป็นคนก่อตั้ง สามีคนที่สามของเธอ กีย์แห่งธัวอาร์ส์ กับบุตรสาว อลิกซ์ ถูกฝังอยู่กับเธอ

ลูกๆ ของเจฟฟรีย์กับคอนสแตนซ์ที่รอดชีวิต อาร์เธอร์ ดยุคแห่งบริตทานี กับเอเลนอร์ สาวงามแห่งบริตทานี มีจุดจบที่ขมขื่น ในปี ค.ศ. 1199 ขณะที่พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษนอนใกล้ตายด้วยบาดแผลจากลูกธนูที่เน่าอักเสบ ทรงประกาศชื่อพระอนุชา จอห์น เป็นผู้สืบทอดด้วยความกลัวว่าพระนัดดา อาร์เธอร์ วัย 12 ปี เด็กเกินไปที่จะประสบความสำเร็จในการครองราชย์ ทรงตัดสินใจข้ามลูกๆ ของพระเชษฐาผู้ล่วงลับ เจฟฟรีย์ ที่มีสิทธิ์ในบัลลังก์มากกว่าตามกฎของการเป็นลูกคนโต

สมาชิกขุนนางฝรั่งเศสหลายคนปฏิเสธที่จะยอมรับจอห์นหลังขึ้นครองบัลลังก์อังกฤษและดินแดนในฝรั่งเศส พวกเขามีความเห็นว่าอาร์เธอร์มีสิทธิ์มากกว่าเพราะบิดาเป็นพระเชษฐาของจอห์น ในปี ค.ศ. 1202 อาร์เธอร์วัย 15 ปีเริ่มต้นสู้รบกับอาของตน จอห์น ในนอร์มองดีด้วยการสนับสนุนจากพระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศส อาณาเขตปัวตูของจอห์นก่อกบฏด้วยการสนับสนุนของอาร์เธอร์ อาร์เธอร์ปิดล้อมย่าของตน เอเลนอร์แห่งอากีแตน พระมารดาของจอห์น ไว้ในชาโต เดอ เมียร์บูในปัวตู จอห์นเดินทัพไปเมียร์บู อาร์เธอร์ถูกจับตัวและคุมขังในชาโต เดอ ฟาเลส นอร์มองดี ในปี ค.ศ. 1203 อาร์เธอหายตัวไป ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของเขา แต่สันนิษฐานกันว่าเขาถูกฆาตกรรมตามคำสั่งของอา จอห์น

พี่สาวของอาร์เธอร์ เอเลนอร์ ก็ตกเป็นนักโทษของจอห์นเช่นกัน เพราะเธอและลูกคนใดๆ ก็ตามของเธอสามารถคุกคามบัลลังก์ของจอห์นได้ เธอตกอยู่ในการคุมขังตลอดชีวิต จนถึงรัชสมัยของพระโอรสของจอห์น พระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งอังกฤษ ตายในปี ค.ศ. 1241 ด้วยวัย 57 ปี การถูกจองจำในอังกฤษทำให้เธอไม่สามารอ้างสิทธิ์ในการสืบทอดดัชชีบริตทานีได้ ในช่วง 39 ปีของการถูกคุมขัง เอเลนอร์ ที่ชัดเจนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ในทุกอาชญากรรม ไม่เคยถูกพิจารณาคดีหรือพิพากษา เธอถูกมองว่าเป็นนักโทษ ถูกห้ามไม่ให้แต่งงาน และถูกคุ้มกันอย่างใกล้ชิดแม้จะผ่านวัยมีบุตรไปแล้วก็ตาม

แหล่งข้อมูล[แก้]

http://www.unofficialroyalty.com/geoffrey-duke-of-brittany/